ลูกค้าไม่ได้ใส่ยากันบูดในลูกชิ้นแต่ทำไมทาง อย.ตรวจเจอ
   

เมื่อต้นเดือน ต.ค. 61 นี้ลูกค้าของผมรายหนึ่งผลิตลูกชิ้นเนื้อวัวขายหน้าร้านและขายปลีกมีเลขที่สารบบ อย.ด้วยโทร.มาซักถามว่าสินค้าที่ผมส่งไปให้ใช้นั้นมีผสมสารกันบูดที่ชื่อว่า "เบนโซอิค" ด้วยหรือไม่เพราะทางร้านได้ยื่นขอต่ออายุเลขที่สารบบ อย.และส่งลูกชิ้นไปตรวจว่ายังเป็นไปตามมาตรฐานที่ขอยื่นไว้แต่แรกหรือเปล่าโดยส่วนประกอบที่ระบุไปนั้นไม่มีวัตถุกันเสียปรากฏว่าตรวจเจอกรดเบนโซอิค 20 มิลลิกรัมหรือ 20 ppm. หรือ 20 ส่วนต่อ 1 ล้านส่วนซึ่งถือว่าเข้าข่ายมีการใช้วัตถุกันเสียชนิดนี้

(ขออนุญาตให้ความรู้นิดหนึ่งก่อนว่า..เบนโซอิค..นั้นชื่อเต็มคือ "เบนโซอิค แอซิด / กรดเบนโซอิค : Benzoic Acid" เป็นชื่อวัตถุกันเสียชนิดสารกันบูดชนิดหนึ่งที่อยู่ในรูปของกรดซึ่งอาจจะไม่คุ้นหูกันเท่าไรนักแต่ถ้าบอกว่า..โซเดียมเบนโซเอท..ก็จะเริ่มพอได้ยินกันบ้างแล้ว เนื่องจากกรดเบนโซอิดไม่สามารถละลายในน้ำได้จึงต้องทำการแปรสภาพให้มันอยู่ในรูปของเกลือโซเดียมโดยใช้ชื่อว่า "โซเดียมเบนโซเอท : Sodium Benzoate" ซึ่งจะมีคุณสมบัติในการละลายน้ำได้ดีกว่ากรดเบนโซอิคและยังคงประสิทธิภาพเหมือนเดิมด้วย อย่างไรก็ตามเวลาส่งให้หน่วยงานตรวจวิเคราะห์หาค่าสารกันบูดนั้นเค้าจะตรวจหาค่ากรดเบนโซอิคที่มีอยู่ในโซเดียมเบนโซเอทนั่นเอง)

ผมได้บอกลูกค้าไปว่าแป้งโมดิฟายด์และผงฟอสเฟต (เพียว 100%) ที่ผมขายให้นั้นไม่มีการใส่กรดเบนโซอิคหรือโซเดียมเบนโซเอทแน่นอนเพราะราคามันแพงกว่าสินค้าที่ผมส่งไปให้มากจะใส่ให้เพิ่มต้นทุนทำไม อีกทั้งมันเป็นเคมีอาหารที่เข้าข่ายวัตถุกันเสียชนิดสารกันบูดที่ทาง อย.หรือกระทรวงสาธารณสุขแจ้งว่าหากมีการจดเลขที่สารบบ อย.และใช้สารดังกล่าวจะต้องแจ้งให้ทราบมิฉะนั้นจะมีความผิดตามกฎหมาย เพราะฉะนั้นเรื่องซีเรียสแบบนี้ผมไม่กล้าบังอาจแอบใส่โดยไม่บอกลูกค้าแน่นอนแถมยังต้องให้ความรู้กับลูกค้าที่จะใส่สารกันบูดชนิดนี้ทั้งอัตราส่วนการใช้และข้อกฎหมายในการใช้ด้วย

สิ่งที่ผมแนะนำลูกค้าได้ก็คือให้ลองเช็คส่วนผสมอื่นอย่างเช่น ซ้อสปรุงรส ซีอิ๊ว เพราะสารแต่งกลิ่นรสชาติเหล่านี้ผู้ผลิตจะมีการใส่สารกันบูดชนิดนี้ด้วยเพื่อช่วยยืดอายุการเก็บ แต่ลูกค้าบอกว่าไม่ได้ใส่ของเหล่านี้เลยก็เลยยังงงอยู่ว่ามันมาได้อย่างไร

อย่างไรก็ตามลูกค้าก็ได้ยอมเสียค่าปรับตามธรรมเนียมที่ตรวจเจอและสามารถต่ออายุได้โดยไม่จำเป็นต้องแก้ไขฉลากเพราะลูกค้ายืนยันเสียงแข็งว่าไม่ได้ใส่แน่นอน อีกทั้ง 20 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักรวม 1 กิโลกรัมถือว่าน้อยมาก ๆๆๆๆ ซึ่งปรกติแล้วทาง อย.จะอนุญาตให้โซเดียมเบนโซเอทได้ไม่เกิน 0.1% หรือ 1,000 ppm. หรือ 1 กรัม(1,000 มิลลิกรัม)ต่อน้ำหนักรวม 1 กิโลกรัม แต่นี่แค่ 20 มิลลิกรัมเท่านั้นเองแทบจะนับเม็ดผงใส่กันแล้ว นั่นจึงน่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ทาง อย.ยอมปล่อยผ่านไปได้เพราะอาจจะมีการเล็ดลอดมาจากสาเหตุอื่นโดยไม่ได้ตั้งใจและเป็นปริมาณน้อยมาก ๆ ที่ผู้ผลิตไม่น่าจะหวังผลให้เกิดการบูดเสียแต่ประการใด

 

โดย: กฤตภาส (เจ้าบ้าน ) [13 ต.ค. 61 8:56] ( IP A:110.169.69.233 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
Counter : 47 Pageviews
ความคิดเห็นที่ 2
   

 

หากโรงงานหรือลูกค้าท่านใดผลิตสินค้าเชิงพาณิชย์สนใจวัตถุเจือปนอาหารที่ใช้ในการผลิตอาหาร, ขนม และเครื่องดื่ม สามารถเลือกชมรายการสินค้าตามต้องการได้ที่

- https://food-ing-chem.pantown.com/

หรือสอบถามข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

- โทร.มือถือสอบถาม คุณกฤตภาส 081-668-4789

- ID Line : nuekkrit หรือค้นหาจากหมายเลขโทร.มือถือ 0816684789 ก็ได้

โดย: กฤตภาส (เจ้าบ้าน ) [13 ต.ค. 61 9:02] ( IP A:110.169.69.233 X: )


คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน