เดิน...เพื่อชีวิต ตอนที่ 2
   เดิน......เพื่อชีวิต


ร่างกายมนุษย์เป็นเหมือนสิ่งมหัศจรรย์ อันประกอบไปด้วยเซลล์เล็กๆ ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าเป็นหมื่นๆล้านเซลล์ มากมายจนนับไม่ถ้วน ซึ่งต่างทำหน้าที่ภายในร่างกายเราอย่างขยันขันแข็งชนิดไม่มีวันลา วันหยุด หรือวันพัก ตราบใดที่เซลล์แข็งแรงมันก็จะทำหน้าที่ของมันอย่างสมบูรณ์แบบ เมื่อมันอ่อนแอลง หน้าที่ของมันก็จะบกพร่อง ส่งข้อมูลไม่ราบรื่น การแบ่งตัวผิดปกติ เป็นเหตุให้เซลล์ค่อยๆ เสื่อมสภาพ

การเดินทำให้เซลล์ได้เคลื่อนไหว การเดินอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้เซลล์นับหมื่นๆ ล้านเซลล์แข็งแรงทั่วหน้า เมื่อเซลล์แข็งแรง ระบบการทำงานในร่างกายดี สุขภาพก็จะสมบูรณ์ดีตามไปด้วย
ถ้าเราจะพยายามมองให้เห็นภาพ ก็จะสามารถดูได้จากคนที่ขาหัก หรือคนที่เจ็บป่วยต้องนอนอยู่บนเตียงนานๆ โดยขาดการเคลื่อนไหว ซึ่งทำให้เซลล์จำนวนล้านๆ เซลล์นั้นต้องการการกระตุ้นให้มีชีวิตและสามารถทำงานได้ตามปกติ จะเห็นได้ว่าเมื่อคนเจ็บไม่ได้เคลื่อนไหว ก็จะทำให้กล้ามเนื้อลีบ ห่อเหี่ยว สมรรถภาพถดถอย เราจึงต้องแก้ไขกล้ามเนื้อที่เสื่อมถอยนั้นด้วยการเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเป็นการทำกายภาพบำบัด หรือแค่การพยุงให้คนป่วยค่อยๆ เดิน ซึ่งก็ถือเป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่ง ไม่เพียงแต่จะช่วยรักษาเซลล์ แต่ยังช่วยให้หลอดเลือดฝอย เส้นประสาท เซลล์สมองมีชีวิตชีวา ขณะเดียวกันยังช่วยจัดกระบวนการทำงานของเซลล์อันเป็นส่วนประกอบของอวัยวะภายในอีกด้วย เมื่อได้เดินมากขึ้นอย่างสม่ำเสมอ สมรรถภาพของเซลล์ก็จะเพิ่มขึ้น ระบบการทำงานของร่างกายก็จะเริ่มเข้าที่เป็นปกติ การทำงานของระบบประสาทเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานเพิ่มขึ้นตามไปด้วย นอกจากนั้นการเดินหรือเคลื่อนไหวอย่างมีประสิทธิภาพ จะทำให้ร่างกายมีความตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้แล้วการเดินยังช่วยทำให้การหมุนเวียนของเลือดดีขึ้น


เลือดในร่างกายมนุษย์จะไหลเวียนไปตามเส้นเลือดที่แผ่ขยายไปทั่วตั้งแต่หัวจรดเท้า หัวใจซึ่งทำหน้าที่สูบฉีดโลหิตจะทำงานหนักมาก และไม่สามารถหยุดตราบเท่าที่เรายังมีลมหายใจอยู่ การที่เรามีกล้ามเนื้อที่ดีแข็งแรง จะทำให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น เป็นการช่วยหัวใจไม่ให้ทำงานหนักมากจนเกินไป คนที่มีกล้ามเนื้อไม่แข็งแรง จึงมีสิทธิเป็นโรคหัวใจได้ด้วยเหตุนี้ นอกจากนั้นยังทำให้เกิดโรคในวัยสูงอายุได้ง่าย เนื่องจากระบบประสาทผิดปกติ มีความเครียดเพิ่มมากขึ้น กระดูกเปลี่ยนรูป ซึ่งล้วนไม่เป็นผลดีต่อร่างกายทั้งสิ้น

เมื่อการเดินทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงได้ ก็เท่ากับว่ามีส่วนในการทำให้การหมุนเวียนเลือดดีไปด้วย แต่จะดีแค่ไหนขึ้นอยู่กับประเภทและระยะเวลาของการออกกำลังกาย

นอกจากนี้การหมุนเวียนเลือดที่ดี ยังรวมไปถึงการหมุนเวียนของก๊าซในร่างกายอีกด้วย คือการหายใจเอาออกซิเจนเข้าและหายใจออกเอาคาร์บอนไดออกไซด์ออกให้ถูกวิธีในขณะออกกำลังกาย เราเรียกขั้นตอนนี้ว่า การออกกำลังกายเพื่อรับอากาศบริสุทธิ์ หรือเรียกว่า “แอโรบิก” นั้นเอง

“แอโรบิก” จึงไม่จำเป็นต้องหมายถึงการกระโดดโลดเต้นไปตามจังหวะเพลงเสมอไป การเดินและหายใจอย่างถูกวิธีในขณะเดิน ถือเป็นแอโรบิกที่ดีอีกอย่างหนึ่ง ที่จะทำให้ผู้เดินอย่างสม่ำเสมอมีสุขภาพที่ดีได้



(มีต่อนะคะ :D)
โดย: เจ้าบ้าน [1 ก.ค. 56 19:28] ( IP A:14.207.78.92 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
Counter : 1115 Pageviews
ความคิดเห็นที่ 1
   การเดินเพื่อเสริมสร้างสมรรถภาพให้ร่างกาย

1. เดินด้วยพละกำลัง เป็นการเดินแบบตั้งใจ มีสติ ก้าวเท้ายาวๆและเน้นหนักเมื่อเท้าถึงพื้น ขณะเดียวกันก็เกร็งมือทั้งสองข้างแกว่งสลับกับเท้าที่ก้าวออกไป วิธีการเดินแบบนี้จะเป็นการสร้างกล้ามเนื้อได้อย่างรวดเร็ว แต่มีข้อเสียตรงที่กล้ามเนื้อจะอ่อนล้าได้ง่าย

2. เดินทน เป็นการเดินในระยะทางไกลๆ พร้อมกับการหายใจเข้าออกอย่างสัมพันธ์กันตลอดการเดิน วิธีนี้ต้องอาศัยความอดทนและขีดความสามารถของผู้เดินเป็นหลัก ซึ่งเมื่อเดินมาได้ระยะทางหนึ่งแล้ว รู้สึกไม่ไหว เหนื่อยมาก หรือหายใจไม่ทันให้หยุดพัก แล้วค่อยๆเพิ่มระยะทางในวันหลัง ควรระวังที่จะไม่เดินในระยะทางไกลแบบเร็วเกินไป เพราะจะมีผลเสียต่อร่างกายมากกว่าผลดี โดยเฉพาะระบบการหมุนเวียนเลือดไปสู่หัวใจ อาจทำให้เกิดอาการช็อกได้

3. การเดินตามจังหวะการควบคุม เป็นการเดินที่อยู่ภายใต้การควบคุมของประสาทให้มีความว่องไว การตอบสนองสัมพันธ์กันอย่างสมดุล เช่นการเดินถอยหลัง การเดินสลับฟันปลาด้วยความรวดเร็ว เป็นการเพิ่มขีดความสามารถระบบสั่งงานของประสาท ทำให้ร่างกายมีความคล่องตัวอยู่เสมอ การเดินแบบนี้เหมาะสำหรับคนที่มีอายุไม่มาก มีกล้ามเนื้อที่แข็งแรง และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

4. เดินตามสบาย เป็นการเดินไปเรื่อยๆ แบบมีสติ พร้อมกับหายใจเข้าออกให้สัมพันธ์กับการเดิน เหมาะสำหรับคนที่มีอายุมากหรือย่างเข้าสู่วัยกลางคน และคนที่ต้องนั่งหรือยืนทำงานอยู่กับที่ตลอดทั้งวัน การเดินตามสบายจะช่วยให้ร่างกายได้ผ่อนคลาย หายเครียดกับการงานที่ทำตลอดทั้งวันได้



เดินอย่างไรจึงเป็นการเดินเพื่อสุขภาพ
โดยทั่วๆไปเราจะเห็นการเดินอยู่ 3 ลักษณะ คือ
เดินเร็วโดยมีของหนักติดตัวไปด้วย
เดินไปเรื่อยๆกินเวลานานๆ
เดินแบบเร็ว จ้ำเอาๆ

ซึ่งการเดินทั้ง 3 แบบ ก็ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของผู้ออกกำลังกาย
เราลองมาพูดตามหลักวิชาการบ้างเพื่อที่เราจะได้รู้ว่าการเดินแบบไหนจะให้ผลดีต่อสุขภาพของเราที่สุด


เริ่มจากการเดินแบบมีของหนักติดตัวไปด้วย วิธีนี้กล้ามเนื้อจะถูกใช้งานหนักมากแบบทันทีทันใด เหมือนกับการเพาะกาย ที่ต้องยกบาร์เบลที่มีน้ำหนักเป็นสิบๆ กิโล กล้ามเนื้อมนุษย์ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานอย่างหักโหมในทันทีทันใด หากฝืนทำไปโดยที่กล้ามเนื้อยังไม่แข็งแรง จะเป็นอันตรายอย่างมาก


การเดินแบบเร็ว จ้ำเอา จ้ำเอา เหมือนเดินเพื่อการคว้าเหรียญทองอันดับหนึ่งแต่เนื่องจากร่างกายคนเรา มีขีดจำกัดในการออกกำลังกายไม่เท่ากัน หากฝืนหักโหมจนเกินขีดความอดทน อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ โดยเฉพาะหัวใจ


ฉะนั้นการเดินเพื่อให้ได้ผลดีต่อสุขภาพที่สุด จึงควรเป็นการเดินที่ใช้เวลานานๆ มีจังหวะการเดินที่ไม่เร็วหรือช้าจนเกินไป การเดินแบบนี้ ทำให้ร่างกายนำเอาออกซิเจนเข้าไปเผาผลาญไขมันให้กลายเป็นพลังงาน ยิ่งได้เดินนานๆ ก็จะมีการใช้ไขมันส่วนเกินมากขึ้น ซึ่งจะเป็นผลดีต่อรูปร่าง เรียกว่าเป็นการเดินเพื่อเสริมสร้างสมรรถภาพร่างกายให้มีสุขภาพดี หรือจะใช้เป็นการเดินเพื่อลดน้ำหนัก ลดความอ้วนก็ได้


**แต่สำหรับผู้ที่ไม่เคยออกกำลังกายมาเลยตลอดชีวิต ไม่ควรเดินระยะไกลๆ เป็นเวลานานๆ หากฝืนสภาพร่างกายอาจเป็นอันตรายต่อหัวใจได้ ผู้ที่ไม่เคยออกกำลังกายมาก่อน จึงควรเดินทดสอบสมรรถภาพของตัวเองดูก่อน โดยลองเดินดูว่าเดินได้ระยะไกลแค่ไหนถึงจะหายใจไม่ทัน หรือเกิดอาการเหนื่อยหอบ ถ้าเกิดอาการเช่นนี้ให้หยุดทันทีโดยไม่มีการฝืน โดยเฉพาะผู้ที่ไม่เคยออกกำลังมากายและมีอายุมากๆ ยิ่งต้องระวังมากเป็นพิเศษ ไม่ควรหักโหมอย่างเด็ดขาด
หลังจากทดสอบตัวเองแล้ว วันต่อไปจึงค่อยเริ่มเดินใหม่เพื่อเพิ่มระยะทางและเวลาขึ้นเรื่อยๆ โดยยึดหลักเดิมคือ เดินตามความสามารถที่เรามี ไม่เดินตามคนอื่น และพร้อมที่จะพักได้ตลอดเวลา จึงจะเป็นผลดีต่อสุขภาพและร่างกายของเราที่สุด**



(จบ เดิน...เพื่อชีวิต ตอนที่ 2)
โดย: เจ้าบ้าน [1 ก.ค. 56 19:30] ( IP A:14.207.78.92 X: )
รายละเอียด :
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)
รูปประกอบ :
.jpg .bmp .gif < 100K
จัดตำแหน่งรูป :
ชิดซ้าย
กึ่งกลาง
ชิดขวา
เสียงประกอบ : .wav .mp3 .wma .ogg < 300K
คลิปวีดีโอ (Youtube) :
ตัวอย่าง : http://www.youtube.com/watch?v=k_ufqno7NaE


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน