>> Milk ..... ผ่าทางตัน วิธีแก้ไขบ้านเมือง 2 มาตรฐาน โดยผู้ชายฉาวโลก <<
    Milk ( ผู้ชายฉาวโลก ) .....สามดาว ......

..........................ปีนี้ถือว่าเป็นปีที่หนังเต็งออสการ์แต่ละเรื่องมีคุณภาพน่าพอใจมากๆ และที่สำคัญมีคุณค่าสูสีกันมากๆเรียกว่าถ้าหนังเรื่องใหน หรือสาขาใดๆคว้ารางวัลไปก็ไม่เป็นอะไรที่น่าแปลกใจ หรือพลิกโผชนิดน่าเกลียดแต่อย่างใด ต้องขอบคุณคณะกรรมการออสการ์ปีนี้ที่ตัดสินได้ค่อนข้างถูกใจ และก็เพราะ 2 รางวัลสำคัญที่หนังได้รับนี่แหละที่มีส่วนมากทีเดียวที่ทำให้ผมได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้ในโรงหนังได้ทัน !! ช่วงสิบปีที่ผ่านมามีความเปลี่ยนแปลงขึ้นมากมายในฮอลลีวู๊ดและแวดวงออสการ์ เราได้เห็นดาราอัฟริกัน อเมริกัน ขึ้นคว้ารางวัลหลายครั้ง เราได้เห็นดาราจากบทเกย์ขึ้นชิงออสการ์รวมถึงปีนี้ที่คว้าออสการ์สาขาสำคัญอย่างดารานำชาย นั่นแปลความหมายได้อย่างเดียวว่า ณ ปัจจุบันนี้ สังคมฮอลลีวู๊ด รวมถึงสังคมอเมริกันยอมรับและชื่นชม เกย์ และเพศที่ 3 อย่างออกหน้าพอสมควรทีเดียวแล้ว ! ผมเชื่อว่าความคิดของผู้คนที่โน่นเค้าคงเปลี่ยนไปเยอะ ยอมรับความแตกต่างของผู้คนได้มากขึ้น และมีความอลุ้มอล่วยยืดหยุ่นกว่าแต่ก่อนมากเลยล่ะครับ

.........................1970 - 1980 ถ้าจำไม่ผิดอยู่ในช่วงบุปผาชน หนุ่มสาวมีอิสระเสรีกันเต็มที่ในแถบสังคมอเมริกัน แต่หนังก็โฟกัสมาให้เราคนดูเห็นว่า สำหรับสังคมและความเป็นอยู่ของชาวเกย์ในยุคนั้นยังค่อนข้างแคบ และต้องเก็บตัวกันมากๆๆ แม้จะเป็นประเทศที่ได้ชื่อว่าเสรีสุดๆ ประชาธิปไตยสุดๆอย่างอเมริกัน ก็ยังมีการเหยียดเพศ และใช้ระบบสองมาตรฐานกันอย่างเห็นได้ชัดในหลายๆรัฐ !! น่าตลกที่ชายจริงหญิงแท้ มีสิทธิเสรีภาพกันสุดๆ แต่ชายไม่แท้ หญิงเทียม ต้องกระมิดกระเมี้ยน เก็บกดความเป็นตัวเองอยู่ข้างใน แล้วใส่หน้ากากหลอกตัวเองไปวันๆอย่างไม่มีความสุข ? หนังบอกเราว่า ฮาร์วี่ มิลค์ กับ สก๊อต คนรักหนุ่มได้ย้ายหนีมาอยู่แคลิฟอร์เนีย และเป็นคนแรกๆที่เริ่มต้นเปิดตลาดลุยธุรกิจเกี่ยวกับ " ชาวเรา " จนในที่สุดพัฒนาย่านการค้าขึ้นมาเป็นย่าน " ชาวเรา " อย่างสมศักดิ์ศรี !! เมื่อเริ่มมีเงินถุงเงินถังและมีอิทธิพลในระดับท้องถิ่นขึ้นมา เค้าก็เริ่มมองหาลู่ทางที่จะเป็นปากเป็นเสียงให้กับชาวเกย์ ซึ่งในสมัยนั้นยังโดนกดขี่อยู่มาก และหนทางเดียวที่จะทำให้เกย์มีปากเสียงก็คือการได้เข้าไปเป็นตัวแทนในสภา หรือเล่นการเมืองนั่นเอง

.........................กัส แวน ซองค์ ใช้วิธีการเล่าเรื่องแบบ Voice Over เป็นหลักและตัดสลับเรื่องราวซึ่งก็ดูคล้าย Benjamin Button ไม่น้อยและให้ผลที่ไม่ต่างกันเท่าไหร่ หนังเล่าความเป็นมาของ Harvey Milk ตั้งแต่ยังเป็นคนธรรมดาไม่มีอะไรเลย ก้าวมาทำธุรกิจจนประสบความสำเร็จ เข้าสู่แวดวงการเมือง กลายเป็นคนที่มีอิทธิพลและเป็นปากเสียงของชาวเกย์อย่างเต็มภาคภูมิ !! ผมไม่แน่ใจว่าเพราะกัส แวน ซองค์ เป็นเกย์ด้วยหรือเปล่า เลยทำให้เล่าหนังเรื่องนี้อย่างเรียบๆและเพลย์เซฟเกินไปหน่อย ความรู้สึกของผมก็คือว่าหนังเรื่องนี้เต็มไปด้วยวัตถุดิบชั้นดี แต่พ่อครัวที่ปรุงอาหารกลับดูกลัวๆกล้าๆและทำออกมาแบบสำเร็จรูปเกินไปสักหน่อย ไม่ใช่ว่าไม่อร่อยนะครับ แต่มันไม่แซ่บอ่ะ ~ เชื่อว่าถ้าพลิกแพลงวิธีการเล่าซะหน่อย หรือเติมสีสันให้มากกว่านี้อีกนิด หาจุดพลิกผันให้เรื่องราวอีกหน่อย หนังเรื่องนี้น่าจะไปได้ดีกว่าที่เป็นแน่ๆครับ !! โดยรวมแม้หนังจะมีภาพเชิงลบไม่ชวนให้ไปดูหนังอยู่มาก แต่ตัวหนังจริงๆกลับเป็นตรงข้ามนะครับ เพราะเป็นหนังที่ดูสนุกพอประมาณ และให้ความหวัง รวมถึงความรู้สึกเชิงบวกแก่คนดูพอสมควรทีเดียว

..........................Harvey Milk สอนเราว่าปัญหาการเมืองต้องแก้ด้วยการเมืองเท่านั้น ถ้าประชาชนมีปัญหาก็ต้องเสนอและแก้ไขผ่านตัวแทนของประชาชน นักการเมืองต้องเป็นตัวแทนของประชาชน ต้องมีความจริงใจและตอบสนองประชาชนให้ได้ สำหรับประเด็นที่มีผลต่อประชาชนโดยรวมต้องใช้มติประชาชนเป็นตัวชี้ขาด และหากได้ผลชี้ขาดแล้วต้องบังคับใช้กฏหมายให้เป็นไปตามมติเสียงข้างมากของประชาชนให้จงได้ !! บ้านเมืองต้องมีกฏกติกา ใครจะออกมาทวงสิทธิหรือเรียกร้องคุณมีสิทธิทำได้ แต่ต้องทำอยู่ในขอบเขต และไม่ไปก้าวก่ายสิทธิของคนอื่นด้วยเช่นเดียวกัน เจ้าหน้าที่ของรัฐก็ต้องทำตามคำสั่งของรัฐเท่านั้น ไม่มีสิทธิบิดพริ้วไปทำนอกเหนือหน้าที่ตัวเอง ทุกคนต้องรู้จักหน้าที่ของตัวเอง ต้องรู้แพ้ รู้ชนะ รู้จักเคารพกฏกติกามารยาท และไม่กระสันและยึดติดในอำนาจมากจนเกินเหตุ !! เรื่องบางเรื่องอย่าใช้ " ใจ " นำทาง แต่ต้องหาคนที่เหมาะสมมาทำงานในตำแหน่งที่คู่ควร แล้วทุกอย่างก็จะราบรื่น ที่สำคัญที่สุดเมื่อคิดจะเข้ามาเล่นหรือคลุกคลีการเมืองแล้ว ก็ต้องเล่น ต้องศึกษาการเมืองให้เป็น อย่าให้การเมืองมันมาเล่นงานเราได้
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [29 เม.ย. 52 13:22] ( IP A:202.57.132.197 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
Counter : 1523 Pageviews
ความคิดเห็นที่ 1
    ป.ล. หนังเกย์เรื่องนี้ คือหนึ่งในหนังเกย์ ไม่กี่เรื่อง ที่ทำเงินระดับ 100 ล้านเหรียญ ใช้ทีมงานระดับเกรด A ทั้งหมด ลงทุนสูง ชิงออสการ์ถึง 8 รางวัล คว้าไป 2 จากบทยอดเยี่ยม และ นำชายยอดเยี่ยม ( ฌอน เพนน์ เล่นเป็นเกย์นักการเมืองได้น่าเชื่อถือมาก ไม่น่าเชื่อ )

ดาราสมทบระดับเจ๋งๆหล่อๆทั้งนั้น ไม่ว่า เอมิล เฮิช ( คนนี้เล่นเข้าตาสุดๆ ) เจมส์ ฟรังโก้ แฟนคนแรกของพระเอก ( เพื่อนคู่ปรับของสไปเดอร์แมน รายนี้หล่อมากกกกกกก ) หรือ่วา ดิเอโก้ ลูน่า ดารามาแรงของเม๊กซิโก รายนี้ก็เริ่มได้บทดีเยอะๆ ตัวสมทบเล่นได้ดีกันทุกคน ดูเหมือน กัส แวน ซองค์ จะให้ความสำคัญกับตัวละครเยอะกว่าตัวเรื่องราวซะอีก

ไม่รู้เพื่อนๆบอร์ด BLSC ได้ไปดู Milk กันบ้างหรือเปล่า ฉายมาเป็นเดือนแล้ว วันนี้น่าจะเป็นวันสุดท้ายที่ได้ฉายลิโด้แล้วมั้ง เห็นเหลืออยู่รอบเดียว

โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [29 เม.ย. 52 13:25] ( IP A:202.57.132.197 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   หนังเรื่องนี้ เห็นว่าเนื้อหาดีนะครับ แต่ตอนนี้กระผมคงอดดูแล้วล่ะ เพราะโดนทางบ้านกักตัวเอาไว้
โดย: Jungide [29 เม.ย. 52 13:40] ( IP A:117.47.75.222 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   อยากดูมากๆๆๆๆ พี่ Penn
โดย: นิ [2 พ.ค. 52 22:06] ( IP A:118.173.190.240 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน