+++ ถึง เพื่อนๆ ทุกคนจ้า +++
   เป็นไงกันบ้างสบายดีกันเปล่า ต่างก้ห่างหายไม่ค่อยได้ติดต่อคุยกันเลย แต่ก็เข้าใจค่ะ เพราะต่างคนก็จะมีภาระเกี่ยวกับเรียน หรืองานที่ตัวเองต้องรับผิดชอบกันอยู่ พอดีว่าคิดถึง เลยอยากจะเล่าเกี่ยวกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับตัวหน่อยให้ฟังค่ะ ถือว่าเป็นเรื่องประดับความรู้แล้วกันนะคะ

เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อประมาณเดือน พ.ย. 52 หน่อยค้นพบว่าตัวเรามีอาการแปลกๆ เกี่ยวกับการมองเห็น คือ มีเหมือนเส้นใยดำๆ มันติดตาเราไปตลอดเวลา ไม่ว่าจะเหลือกซ้าย-ขวา มันก็ตามเราไปเรื่อยๆ ก็เลยชักเอ่ะใจ แต่ช่วงนั้นพอดีพักผ่อนน้อยก็เลยคิดว่าน่าจะเกิดจากการพักผ่อนของเรามั้ง ก็เลยไม่ค่อยได้สนใจเท่าไหร่ แต่หลังจากนั้น 2 วัน มันหนาขึ้นค่ะ คนภายนอกมองตาเราก็คือปกติ แต่ตัวเราเองจะพบว่าเราผิดปกติกับการมองเห็น อันนี้เกิดขึ้นกับตาขวาค่ะ ก็เลยชักไม่ไหว ตัดสินใจไปหาจักษุ หมอฟันธงว่า เป็น "เบาหวานขึ้นตา" ในช่วงบ่ายวันนั้นเลยทำการเจาะเลือด ปรากฎว่า น้ำตาลในเลือด 372 สิ่งที่หมอทำได้ให้ตอนนั้นคือ ทำการเลเซอร์ เพื่อสะกัดไม่ให้เลือดในตาเราออกมากขึ้นค่ะ ตกลงให้เส้นดำๆ ที่หน่อยเห็นมันคือ "เลือดออกในลูกตาดำ" ค่ะ

ในวันนั้น พอดี ช่วงเย็นก็เลยได้มีโอกาสหาหมอคลีนิคนอกเวลา เลยหาหมออายุรกรรมซะด้วยเลย พอหมอเห็นน้ำตาลเท่านั้นแหล่ะค่ะ ซักประวัติซะสะอาด แถมยังเรื่องของความดันสูงมาอีก หมอเลยให้ยามาทานดูก่อน 1เดือน และทำการเจาะเลือดเพื่อดูน้ำตาลอีกครั้งหนึ่งว่าเป็นยังไงบ้าง

ในช่วง 1 เดือนนี้ หมอตาก้นัดเป็นระยะค่ะ 1อาทิตย์บ้าง 2 อาทิตย์บ้างแล้วแต่อาการเรา แต่ส่วนใหญ่ทุกอาทิตย์ เพื่อทำการเลเซอร์ ในช่วงของการเลเซอร์ การมองเห็นก็ถือว่าดีขึ้นค่ะ แต่เลือดในตาดำก็ยังออกอยู่ เพราะยังเห็นเป็นเส้นดำอยู่ เมื่อถึงเดือน ธ.ค. 52 มาเจาะเลือดตามที่หมออายุรกรรมนัด ปรากฏว่า น้ำตาลลดจริงแต่ไม่น่าพอใจค่ะ ลดเหลือ 210 แถมมีคลอเรสเตอร์รอลมาด้วย แต่จำไม่ได้ว่าเท่าไหร่ หมดเลยเพิ่มยาขยายหลอดเลือดมาให้ด้วยเพราะกันเรื่อง คลอเรสเตอร์รอลด้วยค่ะ อีก 1 เดือน แล้วก็จะมาเจาะเลือดใหม่อีกทีในเดือน ม.ค. 53 ช่วงนี้ ตาเริ่มดีขึ้นค่ะ เส้นดำๆ เริ่มน้อยลงแล้วจากเห็นเป็นเส้น ก็เป็นจุดเล็กๆ แทน

เดือน ม.ค. 53 มาถึง เจาะเลือดน้ำตาลแค่ 112 คลอเรสเตอร์รอลหมอไม่บอก แต่บอกว่าปกติแล้ว เราก็เฮ ดีใจมาก ตอนนี้หมอเลยให้ยามากิน 2 เดือน แล้วเจาะเลือดอีกทีเดือน มี.ค. 53 เลย
โดย: คุณหน่อย Dark girl [6 เม.ย. 53 19:57] ( IP A:125.25.18.61 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
Counter : 1066 Pageviews
ความคิดเห็นที่ 1
   แต่แล้วก็เกิดเรื่อง เมื่อประมาณกลางเดือน ม.ค. 53 ที่มหาวิทยาลัยมีงานทางด้านวิชาการก็เลยต้องจัดเตรียมเอกสาร และมันต้องมีเอกสารที่จะต้องยก หน่อยก็เอาเรี่ยวแรงที่มียกของเพื่อให้มันเสร็จให้ทันก่อนงานเริ่ม งานเสร็จทัน แต่แล้ว "เลือดในตาดำมันก็ออก" อีก แต่คราวนี้หนักกว่าคือ ลักษณะเหมือนเราเติมน้ำลงในแก้วมันค่อยๆเต็มจนมิดลูกตาดำของเรา ช่วงนั้นข้างขวาใช่จะมองไม่เห็น แต่มองไม่ชัดสีมันเป็นสีชาค่ะ มองดูคนรู้ว่าเป็นคนแต่ไม่รู้ว่าใคร ตอนนั้นตาซ้ายทำงานหนักรู้เลยแหล่ะ

วันรุ่งขึ้น หน่อยเลยตัดสินใจไปหาหมอ โขคดีเจอหมอคนเดิมที่รักษาเราอยู่ หน่อยแกล้งถามหมอก่อนเลยว่า เกิดจากสาเหตุอะไร หมอถามกลับว่า ยกของหนักมาหรือเปล่า หน่อยก็พยักหน้างุดๆ หมอก็ส่ายหน้าแล้วบอก คนเป็นโรคเกี่ยวกับตา ห้ามยกของหนัก ห้ามจาม ไอ แรงๆ (ทำยากมากอยากบอกหมอ) เพราะคนเป็นโรคนี้แล้ว เส้นเลือดเปราะบางกว่าคนอื่น หน่อยก็รีบถามว่า แล้วอย่างนี้จะทำไงดีค่ะ หมอบอกว่า พอดีมันมีเส้นเลือดฝอยเสียโผล่มาด้วย งั้นวิธีการคือ คงต้อง "ฉีดยาเข้าตา" เพื่อกำจัดเส้นเลือดฝอยทิ้ง ไม่อย่างนั้น มันจะทำให้การรักษายิ่งลำบาก ก็เลยตกลงต้องฉีด 1 เข็ม เบิกประกันสังคมไม่ได้ แต่เพื่อร่างกายก็ต้องยอม ก็ผ่านพ้นไป หลังจากนั้นก็เริ่มดีขึ้น เลือดที่ปริ่มตาก็เริ่มลดลง เปลี่ยนมาเป็นเส้นเหมือนเดิม เออ สบายใจตอนมันปริ่มเป็นเลือดอีก

เดือน ก.พ. 53 มาถึง ต้นเดือน หมอตานัดไปเลเซอร์ คราวนี้ก็คือ เลเซอร์ทั้งตาซ้าย และตาขวา เพราะหมอบอกว่า ยิ่งสะกัดตาซ้ายด้วย เพื่อไม่ให้เส้นเลือดมันแตก เราก็ต้องยอมเนอะ ทำไงได้ แต่พอเลเซอร์เสร็จทีไร จะมีผลข้างเคียงคือ จะอาเจียน และมึนหัวเหมือนคนอาหารเป็นผิดค่ะ และหลังจากนั้น ก็จะมีอาการตลอด ทุกๆ ทีที่เลเซอร์ ครั้งนี้ หมอให้ยามากิน พร้อมยาหยอดอีกประมาณ 2 ตัว ซึ่งหมอบอกว่ายาหยอด หยอดเพื่อช่วยในเรื่องของการขยายม่านตาของหน่อย เพราะม่านตาหน่อยขยายยากมาก และความดันในตาสูงมาก เลยต้องให้มากินด้วย แต่ยาที่กินก็มีผลข้างเคียงบ้างคือ อาจมีการชา ๆ ตามนิ้วบ้างแต่ไม่ต้องตกใจ เราก็รับทราบ กินก็กิน หยอดก็หยอด

ผลจากการหยอดยา ทำให้หน่อยเห็นแสงสว่างจ้ากว่าปกติ และสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นกับหน่อย เมื่อข้างซ้ายเริ่มมีอาการหนักๆที่ลูกตาเหมือนกัน แต่ว่ามันไม่ใช่เลือดอ่ะ หน่อยก็เลยหาหมอ เพื่อดูอาการของตาข้างซ้าย ปรากฎว่า หมอบอก "ฉีดยา"เลย เพราะมีเส้นเลือดฝอยโผล่มาแล้วในข้างซ้าย (อีกแล้วกรู) ยอมค่ะ ยอม เอาไงก็เอา ฉีดก็ฉีด วันนั้นเลยโดนอีก 1 เข็ม ข้างซ้าย สบายใจไป วันนั้นเลยต้องให้น้องชายมารับกลับบ้าน เพราะตาขวาเองก็มองไม่ค่อยชัดแล้ว ตาซ้ายดันมาโดนปิดอีกเลยต้องอาศัยใบบุญคนอื่นซะ

วันที่ 8 มี.ค. 53 ผลการเจาะเลือดคือ เลือดเหลือแค่ 99 น้ำตาลต่ำจนหมอบอกว่าเป็นคนละคนกับที่เมื่อเดือน พ.ย. เลยเนอะ หน่อยก้ได้แต่ยิ้มๆ ค่ะ สู้ๆ

สรุปในตอนนี้ น้ำตาลในเลือดหน่อยก็ถือว่าปกติแล้ว ความดันก็อยู่ในเกณฑ์แล้ว คลอเรสเตอร์รอลก็ดีแล้ว แต่ตาของหน่อยตอนนี้ก็ยังต้องรักษากันต่อไปค่ะ อาการโดยรวมตอนนี้ของตาหน่อยคือ เจอแสงจ้ามากๆ จะทำให้การมองเห็นไม่ค่อยชัด เลยต้องใช้แว่นกันแดดช่วย และหน่อยเองก็สายตาสั้น พอใส่แว่นกันแดด การมองเห็นก็ไม่ค่อยดีอีก แว่นสายตาก็กันแดดไม่ได้ แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ค่ะ ก็เลยใส่แว่นสายตาไว้ข้างใน เวลาดูรถ ก็เอาแว่นแดดใส่ซ้อน เท่านั้นแหล่ะ 555 การอ่านหนังสือก็ค่อนข้างมีปัญหาค่ะ ถ้าหนังสือตัวเล็กมากๆ ก็ใช่แว่นขยายช่วงค่ะ

ดังนั้นหน่อยขอให้ทุกคนระวังเรื่องสุขภาพ ขอให้ถือว่าเรื่องของหน่อยเป็นเรื่องที่เราเล่าสู่กันฟัง แต่มันก็คงพอมีประโยชน์บ้างสำหรับผู้ที่มั่นใจในสุขภาพชองตัวเองมากๆ อย่างหน่อยค่ะ และหากพิมพ์ผิดหรืออะไรก็แล้วแต่ขออภัยด้วยนะคะ เพราะสายตาไม่ค่อยอำนวย แต่ใจอยากจะเล่าให้ฟังค่ะ คิดถึงทุกคนเลย ส่งกำลังใจให้หน่อยด้วยนะ จุ๊บ จุ๊บ

รักและห่วงใย
หน่อย
โดย: คุณหน่อย Dark girl [6 เม.ย. 53 19:57] ( IP A:125.25.18.61 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
    เพิ่งได้อ่านฟอร์เวิลด์เมล์ของคุณหน่อย ( จากน้องไก่ )
เรื่องอาการป่วย อ่านแล้วตกใจมากมายครับ เลยขอก๊อปมาฝากที่นี่ไว้
ยังไงก็ขอให้คุณหน่อย หายจากอาการป่วยไวๆนะครับ
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [6 เม.ย. 53 20:03] ( IP A:125.25.18.61 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน