บันทึกดอยหลวงเชียงดาว ตอนที่ 3
   วันที่ 3 พ.ย. 2550
ตื่นเช้ามา 6 โมงกว่า ฝนก็ยังคงไม่หยุดตก ซึ่งมันก็ตกทั้งวันทั้งคืนเลยวันนั้น พวกเรา ก็จัดการเก็บกระเป๋า เปลี่ยนเสื้อ และเก็บเต้นท์ รวมถึงใส่เสื้อฝน ที่เพื่อนดัชเตรียมมาให้พร้อมครบคน เป็นเสื้อฝนบางๆ ขนาดกระทัดรัดราคา 10 บาท แต่สีสวยหวานบาดใจ

เมื่อเคลียร์ทุกอย่างแล้ว ประมาณ 7 โมงเศษ ก็เริ่มเดินทางกันต่อ

ทั้งๆที่ฝนตก และหนาวมากๆ แต่ปัญหามันไม่ได้จบแค่นั้น เพราะเสื้อหนาวเจ้ากรรม ช่างหนักมากๆ รวมไปถึงกระเป๋าเป้ ที่อมน้ำ เพราะดูดน้ำเข้าไป และมีเสื้อผ้าเปียกน้ำหลายตัว ไม่นับรองเท้าผ้าใบ ที่สงสัยหนักขึ้นมาเป็นกิโล เพราะอมน้ำไว้เยอะมากๆ เหยียบที น้ำก็ปุ๊ด ออกมาที ก็ได้แต่หวังว่ามันคงจะแห้งโดยเร็ว (หารู้ไม่ว่า กว่ามันจะแห้ง ก็ปาไปวันสุดท้ายที่จะกลับกรุงเทพแล้วตั้ง 4 วันแหน่ คิดดู๊)

เส้นทางในวันที่ 2 นี้ โหดกว่าวันแรก และต้องใช้ความระมัดระวังมาก เพราะฝนตกทางลื่น แถมระหว่างทาง ก็มีทางหินก้อนใหญ่ๆ ที่ต้องปีนป่าย ช่างเป็นกรรมของคนขาสั้นอย่างเราจริงๆ = =
แต่ก็นับว่าเป็นโชคดี ที่พวกเราเลือกเดินขึ้นมาตอนเช้า เพราะทัศนียภาพมันสวยงามมากๆ หมอกลงเต็มไปหมด มีไออยู่รอบตัว และไม่เคยรู้สึกว่าหายใจได้โล่งขนาดนี้มาก่อน เสียดายที่เอากล้องออกมาถ่ายไม่ได้ เพราะอากาศชื้นมาก และมีฝน

ระหว่างทาง ก็ได้เจอะดงดอกไม้อีกแล้ว นั่นคือดงดอกชมพูเพลินใจนี่เอง ซึ่งมีลักษณะเป็นไม้พุ่มขนาดสูงกว่าคนเล็กน้อย มีดอกเป็นกลุ่มเป็นพวงสีชมพูอ่อน สวยงามมากๆ ซึ่งพวกเราก็ได้รับความรู้มาว่าดอกชมพูเพลินใจนี้ มิได้เจริญได้ตามทั่วไป แต่จะสามารถขึ้นได้ที่ความสูงกว่า 1600 เมตรจากระดับน้ำทะเลเท่านั้น โอ้ นี่พวกเราขึ้นมาสูงขนาดนี้แล้วหรือเนี่ย!!!!!

เดินไปซักพักก็เป็นดั่งที่คาดไว้ เพื่อนกุงทักว่า
" นี่พวกเรา นี่ไม่ใช่ฝนแล้วหล่ะ มันละเอียดยิบๆ ที่พัดมาโดนหน้าเนี่ยเป็นเมฆ พวกเรามาเหยียบเมฆกันแล้ว โย่ว โย่ว" น่าตื่นเต้นจริงๆ บรรยายไม่ถูกเหมือนกัน ว่ารู้สึกไง รู้แต่สดชื่นและ หายเหนื่อยไปได้หน่อยนึง เพราะได้รับความสดใสจากธรรมาชาติมาช่วย แต่สดชื่นได้ไม่นาน ก็ต้องเดินกันต่อ เดิน และ เดิน และ เดิน ต่อไป พร้อมกับอากาศที่เย็นลงเรื่อยๆ
โดย: Vita C [17 พ.ย. 50 20:16] ( IP A:58.136.108.145 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
Counter : 786 Pageviews
ความคิดเห็นที่ 1
   เที่ยงเศษๆ ในที่สุดเราก็มาถึงบริเวณจุดพักแรมอ่างสลุง ซึ่งพวกเราตั้งใจไว้จะมานอนที่นี่เมื่อคืนแต่มาไม่ถึง บริเวณนี้มีพรรคพวกที่มาด้วยกัน กางเต้นท์กันอยู่ราวๆ 5-6 เต้นท์ได้ เมื่อไปถึง มาถึงตอนนี้ อากาศหนาวมาก จนรู้ซึ้งแล้วกับคำว่าหนาวถึงกระดูก

เรายืนสั่นหงึกๆ หายใจออกมาเป็นควัน เพราะตัวเปียกโชก ทั้งเสื้อละกางเกง พี่เจี๊ยบและพี่ๆพยาบาลใจดี ก็รีบรับกระเป๋าพวกเราเข้าไปในเต้นท์ และ บอกให้ถอดเสื้อฝนพร้อมกับให้รีบทำร่างกายให้อบอุ่น เพราะเป็นห่วงว่าจะเป็นปอดบวม แต่ว่ายังไม่ได้กินข้าว แถมในเต้นท์ ก็คนเยอะแยะ เข้าไปเดี๋ยวจะไปทำเต้นท์เปียกอีก เลยจำต้องทนตากฝนรอกินข้าวต่อไป ส่วนฝนนั้น ก็เหมือนจะใจดีตกพร่ำๆให้เราหน่อยนึง

มื้อเที่ยงวันนี้ นอกจากมีคนใจดีหุงข้าวให้พวกเราแล้ว (โชคดีเนอะเพื่อนกุง อุตส่าห์หัดหุงข้าวกัน ทั้งไหม้ ทั้งแฉะ ไปไม่รู้กี่รอบ สรุปไม่ต้องหุงซะงั้น อิอิ) นอกจากข้าวร้อนๆแล้ว ยังได้ลิ้มรส มาม่าที่อร่อยที่สุดในโลกกกกกกกกกก เพราะมันอุ่นมากกกกกก ไม่รู้ว่าจะบรรยายความหนาวในตอนนี้ยังไงดี รู้แต่ว่า เราและกุง เอามือไปไปจับกาต้มน้ำร้อนทั้งๆที่มันเดือนปุดๆ โดยไม่รู้สึกอะไรซักติ๊ดเดียว ก็ตอนนี้มันชาไปหมดแล้วทั้งตัว แต่เพื่อนโชคมาเตือนไว้ว่า ถึงมันไม่ร้อนมันก็ไหม้ได้นะ อย่าอยู่นาน เดี่ยวมือพองกันพอดี เลยต้องเพลาๆไป ตอนนั้นเรายังสั่นไม่หาย ส่วนกุงก็ปากซีดสีม่วงเลยเชียว

นอกจากได้กินมาม่าอุ่นๆแล้ว ยังได้กินข้าวกับปลาทูน่ากระป๋องเป็นครั้งแรกด้วย !!!! เออ มันก็อร่อยดีเนอะ เพื่อนโชคยังแนะนำด้วยว่า ถ้าเอาไปใส่มาม่าก็อร่อย สงสัยเราจะได้เมนูกลับมาลองกินที่บ้านอีกแระ อิอิ

พออิ่มหน่ำ ก็เริ่มเข้าห้องน้ำอีกรอบ ซึ่งเป็นครั้งแรกของวันนี้ และเป็นครั้งที่ 2 ของการขึ้นเชียงดาว เอิ้กๆ แต่ตอนนี้เป็นตอนกลางวัน ก็ไม่ค่อยเท่าไหร่ แค่ต้องหามุมสงบๆหน่อยเท่านั้นเอง หลังเสร็จธุระ กลับมาเต้นท์ ก็พบว่าเพื่อนโชคเปลี่ยนเสื้อผ้า แห้งสนิทเรียบร้อยแล้วนั่งอยู่ในเต้นท์ และบอกว่ามันอุ่นมากๆ ให้รีบ เปลี่ยนไวๆ เราและเก๋ จึงจัดแจงรีบเปลี่ยนในทันที โดยเพื่อนโชค จำต้องหันหน้าเข้าข้างฝา เพราะไม่ยอมออกไปข้างนอกเนื่องจากฝนตก (ถึงแม้ฝนหยุดแล้ว มันก็ไม่ยอมออกไป ยังสงสัยอยู่ว่า มันแอบดูพวกเราเปลี่ยนเสือ้ป่าวเนี่ย - -" )

มาถึงเพื่อนกุงและเพื่อนดัช ยังคงเปียกต่อไป ไม่ยอมเปลี่ยนเสื้อ เพราะ กำลังชั่งใจอยู่ว่าจะเดินขึ้นไปดูยอดดีไหม แต่ก็เข้ามานั่งในเต้นท์แล้ว ดีว่าเต้นท์พวกเรามีขนาดใหญ่ ทำให้แยกส่วนเปียกส่วนแห้งได้สบายๆ

ระหว่างนี้ พวกเราก็จัดการปิดเต้นท์และทำปฏิบัติการลับ นั่นคือ จุดเตาแก๊ส และทำข้าวโพดคั่วกัน มันส์มากๆ ป๊อกๆๆๆๆ ใครจะคิดว่า มาเชียงดาวจะได้กินข้าวโพดคั่วร้อนๆ แถมเป็นแบบเพิ่มชีส extra อีกต่างหาก ซึ่งก็แน่นอน อย่างที่คาดไว้ เพื่อนกุงจัดการปาดชีสที่เหลืออยู่ในซองเข้าปากแผลบๆ ตามนิสัยดั้งเดิม หลังจากอร่อยกันเรียบร้อยแล้ว มีแรงแล้วกุงและดัช ก็ตัดสินใจได้ ตกลงใจเดินต่อไปขึ้นดูยอด แต่ไปกัน 2 คนนะ พวกเรา 3 คนที่ตัวแห้งแล้ว ไม่ขอออกไปทรมาณหนาวๆอีกแล้ว เหอๆ
โดย: Vita C [17 พ.ย. 50 20:35] ( IP A:58.136.108.145 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   เมื่อเพื่อนกุงและ ดัช ออกไปแล้ว เต้นท์ก็มีที่ว่างมากขึ้น พวกเรา 3 คน ก็จัดแจงเคลียร์พื้นที่ และแปรสภาพเต้นท์เป็นสลัมย่อมๆ เพราะตากผ้าในเต้นท์ กันเต็มไปหมด แถมโชค และเก๋ต้องเอาถุงนอนที่แช่น้ำเมื่อคืน มาบิดแห้งด้วย โดยผู้ที่ทำหน้าที่บิด ก็คือเพื่อนโชคนั่นเอง เพราะเป็นผู้ชายแรงเยอะสุด หลังจากจัดการพื้นที่เรียบร้อย พวกเราก็เริ่มรำพัดกันสนุกสนาน แต่ก็แทบจะไม่มีซักเกมส์ ที่เล่นเป็นกันครบคน ทั้งๆที่เล่นกันอยู่แค่ 3 คน = = “

ระหว่างที่เล่นไป ก็ต้องคอยซับน้ำที่หยดจากเสื้อผ้าไปด้วย พร้อมกับยกออกไปบิดปลายเป็นระยะๆ ซึ่งอันนี้ก็ต้องยกความดีให้เพื่อนกุง ที่ติดผ้าขี้ริ้วมาเยอะมากๆ และมีถ้วยหลายใบ ให้พวกเรา เอาไว้รองน้ำที่หยดติ๋งๆ เริ่มจะมืด กุงและดัชก็ยังไม่กลับมา โชคเริ่มเป็นห่วง เพราะ 2 คนนั้นไม่ได้ติดไฟฉายไป และเริ่มหิวข้าวด้วย พวกเรากำลังคิดๆว่าจะหุงข้าวรอ แต่ไม่ทันไร……

อ้าวกลับมากันพอดี ในสภาพเปียกปอนและโทรมทรุดกว่าเก่า โดยเพื่อนกุงเมื่อมาถึง ก็รีบเอาไฟฉายและเข็มมาบ่งเสี้ยนออกจากนิ้วเลย เพราะดันไปจับต้นไม้ที่มีหนามมา แถมหนามยังเป็นสีขาวอีก
โหดจริงๆ = = เหอๆ แต่ที่โหดกว่าคือวิธีการบ่งเสี้ยนของเพื่อนกุง ฉันว่านะที่แกทำหน่ะมันไม่เรียกบ่งแล้ว มันน่าจะเรียกว่าถลกหนังซะมากกว่า เล่นคุ้ยๆ ออกมาทั้งแผ่นเลย เจ๊บตายพอดี > <

และแล้ว มื้อเย็นก็เริ่ม ด้วยเมนูเดิม มาม่า ไข่ต้ม หมูฝอย ปลาทูน่ากระป๋อง แต่มีเมนูเด็ดเพิ่มมาคือไข่เจียว ซึ่งเพื่อนกุงบอกเอาไข่ดิบมา 3 ฟอง แพ็กใส่ในถุงข้าวสารมา ปรากฏไม่แตกเลยซักใบ ภูมิใจในความสำเร็ตมากๆ เอิ้กๆ อิ่มๆ ในระหว่างกิน เพื่อนกุง และเพื่อนดัช นั่งนอกเต้นท์ เพราะยังไม่ได้เปลี่ยนเสื้อ กินไปก็หนาวสั่นไป ในระหว่างที่กินกันนี้ ก็ได้มีคนช่วยถ่ายรูปพวกเรา 5 คนให้ ซึ่งเป็นรูปเดียวในทริปนี้ ที่มีพวกเราครบคน
โดย: Vita C [17 พ.ย. 50 21:01] ( IP A:58.136.108.145 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   รูปนี้เป็นรูปเดียวที่ชัด รูปอื่นๆมีแต่หมอก และหมอก ค่ะ ตลอดทางเดินตอนเช้าอันแสนเย็นเจิ๊ยบ และมีฝนพร่ำๆตลอดทาง
โดย: Vita C [17 พ.ย. 50 21:05] ( IP A:58.136.108.145 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   ลืมรูป = ="

โดย: Vita C [17 พ.ย. 50 21:06] ( IP A:58.136.108.145 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   เสร็จสิ้นการกิน ก็เข้าห้องน้ำ อิอิ รอบที่ 2 ของวัน และครั้งที่ 3 ของการขึ้นเชียงดาว จากนั้น ก็ถึงเวลาค่ำคืนของการนอน ซึ่งก็เหมือนเดิม เรานอนในสุด ตามด้วย เก๋ ดัช กุง และโชค ซึ่งคืนนี้ได้มีโอกาสนอนในเต้นท์ด้วย เพราะเป็นเต้นท์เราเองใหญ่มากๆ

สำหรับคืนนี้ หลังจากมีประสพการณ์ผจญพื้นดินหนาวๆ มาในคืนแรกแล้ว รวมไปถึงฝนที่มักจะซึมมาตามตะเข็บ เราก็ได้จัดแจงเอาผ้าขี้ริ้วทิ้งหลาย ไปรอซับนามตามมุม และรอยตะเข็บของเต้นท์ ซึ่งก็ได้ผล เพราะคืนนี้ แค่ชื้นนิดหน่อย ไม่น้ำท่วมเหมือนเมื่อวาน ส่วนวิธีการนอนก็เปลี่ยนใหม่ ซึ่งแล้วว่าผ้าพันคอที่เอามากอดไม่ได้ช่วยให้อุ่นขึ้น คืนนี้เลยเอามาปูนอนอีกชั้นในถุงนอน ซึ่งก็ได้ผลดีมากมาย คืนนี้ไม่หนาวเลย เสียแต่เวลาพลิกตัวต้องจัดผ้าทุกครั้งเพราะผืนมันเล็ก นึกๆแล้วก็ว่าโชคดีเหมือนกันแฮะที่เกิดมาตัวเล็กจนนอนบนผ้าพันคอได้ อิอิ และคืนนี้ก็อีกเช่นเคย เพื่อนๆทุกคนต้องพึ่งที่อุดหูของเพื่อนกุง รวมทั้งเราด้วย เพราะอยากหลบัสนิท เอาไว้ปิดเสียงกรนของเพื่อนโชคเหมือนเมื่อคืนวาน สงสารก็แต่เต้นท์ข้างๆ คงนอนไม่หลับกันทั้งคืน เอิ้กๆ
โดย: Vita C [17 พ.ย. 50 21:35] ( IP A:58.136.108.145 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
    น่าสนุกจังเลยค่ะ อ่านแล้ว เหมือนได้ร่วมเดินทางไปด้วยเลยค่ะ อย่าลืมมาเล่าอีกน่ะคะ

จะติดตามอ่านตอนต่อไปค่ะ
โดย: แม่น้องมูวี่ [18 พ.ย. 50 14:41] ( IP A:58.64.86.46 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
    สวัสดีค่ะ

เขียนได้สนุกมากๆ ได้บรรยากาศและอารมณ์ร่วมเลยค่ะ กลับมาเขียนให้จบนะคะ กำลังรออ่านอยู่ (ด้วยใจจดจ่อ คริ คริ )และขอบคุณสำหรับการแบ่งปันประสพการณ์เที่ยว+ลุยๆ
โดย: ลัท [18 พ.ย. 50 16:28] ( IP A:213.243.128.69 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
    ....... ข้าวกับปลากระป๋องเนี่ย ถ้าไม่หิวจริงๆ กลับมาแล้วผมไม่แนะนำให้ทานนะครับ เพราะว่ามันไม่อร่อยเหมือนอยู่ที่โน่นแน่นนอนครับ ... อันปลากระป๋องเนี่ย ผมก็เพิ่งเคยทานครั้งแรกเมื่อ ประมาณ 14 - 15 ปีก่อน ตอนไปออกค่ายสมัยปี 1 จำได้ว่าตอนอยู่ชายแดน อยู่ห่างไกลความเจริญ ตอนไม่มีอันจะกิน นี่มันอร่อยมากๆๆๆๆ แต่พอกลับมากรุงเทพ .... แหยะ ......

.......... ตกลงว่านี่ผ่านไปสองคืนแล้วใช่ป่าวครับ กำลังสนุกเลย อย่าลืมมาเขียนต่อนะครับ แล้วใหนอ่ะครับ ภาพหมู่ที่ครบ 5 คน รอชมภาพอยู่นะครับ ถ้ามีภาพใหนไม่สวย หรือสวย ก็แปะได้หมดนะครับ รอชมภาพด้วยครับ น่าอิจฉา รู้สึกอ่านแล้วสนุกไปด้วยเลยทีเดียว ... อิอิ ... ( นึกถึงตอนเปลี่ยนผ้าในเต๊นท์ แล้วมีเพื่อนชายนั่งหันหลังให้ คริคริ .... )
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [18 พ.ย. 50 21:24] ( IP A:202.57.132.197 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   โอ้โห้ ขอลงนามไว้ก่อนนะค่ะ
ว่างๆ จะแว๊บมาอ่าน
โดย: แคทค่ะ [19 พ.ย. 50] ( IP A:77.183.67.121 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
   สนุกค่ะ ภาพสวย

โดย: kate [19 พ.ย. 50 21:11] ( IP A:84.209.117.139 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน