เสียเวลา รักผู้หญิงคนหนึ่ง.... มาตั้ง 10 กว่าปี (เรื่องค่อนข้างยาว)
    คิอจริงๆ ผมเอามาเล่านี่ ก็เพราะผมต้องการ เล่า เพื่อเรียบเรียงชีวิตตัวผมเอง เพื่อเอาเรื่องราว ไปทำเปนบทหนังสั้น ทำเอง เพื่อทำหนังน่ะแหละ

แต่การเล่าครั้งนี้ ผมเล่า เพื่อเรียบเรียงเรื่องราวทั้งหมด เพื่อจะได้ง่าย ในการทำขั้นตอนเขียนบทอีกรอบ
บวกกะ ให้ทุกคน ได้อ่านเรื่องราว ความรักของผมที่เกิดขึ้นในชีวิตผมด้วย ซึ่งก็เป็นประสบการณ์ตรงของผมเอง (แต่บางอัน อาจจะมีการเรียงลำดับใหม่ เพื่อเรียงบท)

วิพากย์วิจารณ์ได้ ว่า เรื่องราวของผมมันเปนไง ผมทำไงต่อไป หรือยังไง


-------------------


ปัจจุบันผมอายุ 24 ปีกว่าๆ
ตอนที่ผมเกิด คือปี 28
ผมเปนลูก ที่คิดว่า คงไม่ได้ตั้งใจจะเกิดเท่าไหร่ เพราะแอบทราบความจริงมาไม่นานว่าที่ผมเกิด เพราะ พ่อผม ทำแม่ผมท้อง ผมเลยจำเป็นต้องเกิดขึ้นมา

หลังจากนั้น 2 ปี ผมก็มีน้องสาวอีกคน ก็สนิทกัน แต่ไม่ใช่อารมณ์พี่น้อง แต่ออกเป็นเพื่อนเล่นมากกว่า ไม่มีการเคารพพี่น้องใดๆ (บวกกับ ตอนเด็กผมโดนแยกเลี้ยง ผมไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ แต่ถูกเลี้ยงโดยคุณย่า)

ชีวิตครอบครัวผมก็ไม่มีอะไรมาก แม่กับพ่อก็ทำงาน แต่ที่แย่คือ พ่อชอบเจ้าชู้มาก มีเมียน้อย ทำให้ ที่บ้านผม พ่อกับแม่ทะเลาะกันบ่อยรุนแรง ผมมักจะเห็นบ่อยๆ
การที่ผมได้เห็นอะไรแบบนี้ มันทำให้ผมไม่ชอบผู้ชายแบบพ่อเท่าไหร่ พวกคนเจ้าชู้ ชอบทำครอบครัวแตกแยก ถึงผมจะรักพ่อ แต่ผมก็ไม่ชอบส่วนนี้ของพ่อ มันทำให้ผมรู้สึกว่า ถ้าโตขึ้น ผมจะไม่เป็นผู้ชาย hereๆ แบบนี้ เราจะต้องดี เราจะต้องดูแลครอบครัว

ชีวิตวัยเด็กที่โรงเรียน ก็ปกติดี ผมไปโรงเรียน ก็มีเพื่อน ตามมาตรฐานเด็กทั่วไป แต่ผมเป็นคนดูหนังเก่งแต่เด็ก (สมัยก่อน ไม่มีเกมออนไลน์ หรืออะไรมากมาย) วัยเด็กผม จึงชอบเช่าวีดีโอมาดูยามว่าง ทำให้กลายเป็นคนชอบดูหนังหลายเรื่องหลายแนว ในตอนเด็ก วัยประถม ส่วนมาก เพื่อนๆ จะชอบเข้ามาถามเรื่องหนัง วาอันไหนดี อันไหนเด็ด เพราะผมเก่งเรื่องหนังมาก และผมออกจะต๊องๆเพี้ยนๆหน่อย ทำให้ เหมือนคนรู้จักผมเยอะ ในโรงเรียน ตอนประถม

วันหนึ่ง ตอน ป.5 ปลายๆ ผมเดินทางมาโรงเรียนแต่เช้า เป็นปกติ ระหว่างเดินเข้าโรงเรียน ก็มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ขาวๆ หน้าหมวยๆ ไม่ผอม ไม่อ้วน ทักผม "หวัดดีค่ะ (ชื่อผม)"
ผมตกใจมาก เพราะไม่เคยเจอผู้หญิงทักมาก่อน และเธอเป็นใคร ผมก็ไม่ได้สนิทชิดเชื้ออะไร แต่เธอรู้จักผมเหรอ และทักผม อย่างไร้สาเหตุ
หลังจากเธอทักผม เธอก็เดินจากไป ไม่ได้สนใจอะไร ส่วนผมก็เดินเข้าโรงเรียน ทำเป็นไม่สนใจ
แต่การทักทายในครั้งนั้น มันฝังความประทับใจลึกๆให้ผม ทำให้ผมจำเธอเรื่อยมา

ผมมาทราบจากการสืบ เธอชื่อ พิมชนก อยู่อีกห้องนึง ชั้นเดียวกัน เธอเป็นเด็กผู้หญิงแปลกๆ มีโลกส่วนตัวสูง แค่ก็ร่าเริง เธอเป็นดุริยางต์ประจำโรงเรียน แต่ก็เลิกไป เพราะ มีครั้งนึง นิ้วเธฮติดในเครื่องดนตรี แล้วเกิดผิดพลาด นิ้วฉีกเกือบขาด (แต่ต่อแล้วนะ)
หลังจากที่ผมรู้เรื่องเธอ ผมก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร แต่ก็รู้จักว่าเธอคือใคร
ด้วยความที่วัยเด็ก ผมมีอะไรสนุกๆอีกเยอะ ทำให้ผมไม่ได้คิดอะไร จนเวลาผ่านไป

..............................

ป.6

เธอ (พิมชนก) ย้ายห้อง มาเรียนชั้นเดียวกับผม เธออยู่ในแก๊งค์ผม

แก๊งค์ผม เป็นผู้หญิงครับ ผมมักสนิทกับผู้หญิง ได้ดีกว่าเพื่อนผู้ชาย (ปัจจุบันนี้ ก็ยังเป็น) ผมชอบที่จะอยู่กับผู้หญิงมาแต่เด็ก ชอบเล่น ชอบคุยกับผู้หญิง ที่บ้านเองก็อยู่กับแม่มากกว่า พ่อ (ตอนนี้ กลับมาอยู่กับพ่อแม่แล้ว ตั้งแต่ ป.3) แล้วกเล่นกับน้องสาว
คงเพราะสังคม แบบผู้หญิงๆ ที่บ้านด้วย ผมเลยชอบ นั่งคุยกับผู้หญิง สนุกๆ มากกว่าไปเล่นบอลกับผู้ชาย

เข้าเรื่องต่อ
เธออยู่กับแก๊งค์ผม เราก็เป็นเพื่อนกัน ตอนเช้า เราก็ช่วยกันลอกการบ้านกัน เราสนิทกัน
บางครั้งที่ผมยืนเหม่อ เธอจะร่าเริงใส่ แบบ แอบมาต๊กกะใจ ข้างหลังผม และก็มีช่วยกันทำเวรสะอาดห้อง บางีเธอก็ขี่หลังผม ให้ผมแบก (ผมเปนคนตัวใหญ่)

แต่มันไม่โรแมนติกขนาดนั้นหรอก เราไม่ค่อยได้อยู่กัน 2 ต่อ 2 เพราะเราอยู่กับเพื่อนๆกันมากกว่า
แต่ไม่มีใครเคยล้อว่าเธอกับผมเป็นแฟนกันนะ ถึงจะสนิท
ส่วนมาก เพื่อนชอบล้อ ว่า ผมกับปิ่นทิพย์ (เพื่อนผู้หญิงที่นั่งข้างผมเวลาเรียน) ว่าเป็นแฟนกันมากกว่า

แต่ก็มี Romantic Moment ดีๆครั้งนึง
มีครั้งนึง ที่ชั้นเรียนเรา ทุกคน ต้องซ้อมเต้นลีลาศโชว์บนเวที ในงานโรงเรียนประจำปี มันบังเอิญมาก ที่ผม กับเธอ เราไม่ได้เต้น ในขณะคนทั้งห้องเต้นกันหมด

เวลาซ้อม ทุกคนก็จะซ้อมกัน ซ้อมกันทั้งเดือน แต่ผมกับเธอก็จะโดนเด้ง ออกมานั่งข้างนอกแทน ซึ่งช่วงเวลานี้แหละ ที่ผมกับเธอ ได้คุยกันบ่อย เราคุยกันหลายเรื่อง หลายอย่าง มันเป็นช่วงเวลาที่ดีมาก ผมกับเธอสนิทกันมากขึ้นๆ ช่วง คาบ ที่ซ้อมดนตรี ช่วงนั้น คือช่วงที่ดีเสมอ

จนวันนึง ทุกอย่างพังทลาย!!!!

วันนึง ผมเดินขึ้นบันไดที่โรงเรียน ส่วนเธอเดินลงบันไดมาพอดี ผมเดินแกว่งมือแรงไปหน่อย เดินสวนกัน มือผม แกว่งไปกระแทกหว่างขาเธออย่างแรง ...เธอมองหน้าผม สายตาแบบ เหวอ เครียด มาก ...ส่วนผม ตกใจมากครับ อาย ทำไรไม่ถูก ไม่ได้ตั้งใจ.... ด้วยความที่ผมกลัว ผมเลยเดินหนีเธอไปเลย ไม่ได้ขอโทษ ตอนนั้นกลัวจริงๆ ผมหนีเข้าห้องเรียนคิดหนักมาก

หลังจากนั้น เธอก็กลับเข้ามา แต่เธอไม่มองผม ไม่พูดกับผมเลย ผมกลับบ้านไปคิดหนักทั้งคืน เท่าที่ เด็ก ป.6 คนนึง จะคิดหนัก และรู้สึกผิดได้
วันต่อมา ผมตั้งใจที่จะขอโทษเธอ แต่พอเธอมาถึงห้อง ผมพอจะพูดขอโทษ เธอก็เดินไปหาคนอื่นเลย ผมไม่มีโอกาส ที่จะขอโทษเธอเลย

เธอไม่คุยกับผมอีกเลย จนกระทั้ง จบ ป.6 และต่างคน ต่างย้ายโรงเรียน เพื่อเรียนมัธยม

------------------

เรื่องราวระหวาง ป.6
ผมแอบทราบว่าเธออยากเรียน สาธิตราม ผมจึง สอบสาธิตรามด้วย เพราะหวังจะตามเธอไป (เธอไม่รู้นะ ว่าผมไปสอบด้วย)

ผลสรุปคือผมตก

ที่บ้านเลยจะให้เรียน รร มัธยมแถวบ้าน ซึ่งมีเส้น ที่จะเข้าไปได้เลย แต่ผมไม่อยากเรียนที่นั่นเท่าไหร่ เลยหาที่เรียนไกลๆ และคิดว่าเธอคงเรียนสาธิตราม

แต่หลังจากที่ผมเรียนที่อื่นไปแล้ว ผมมาทราบทีหลัง ตอน ม.2 วาจริงๆแล้ว เธอสอบเข้าไม่ผ่านสาธิตราม เลยมาเรียน รร. แถวบ้านผม นั่นแหละ!!
รู้สึก fail เลย

...................
คิอจริงๆ ผมเอามาเล่านี่ ก็เพราะผมต้องการ เล่า เพื่อเรียบเรียงชีวิตตัวผมเอง เพื่อเอาเรื่องราว ไปทำเปนบทหนังสั้น ทำเอง เพื่อทำหนังน่ะแหละ

แต่การเล่าครั้งนี้ ผมเล่า เพื่อเรียบเรียงเรื่องราวทั้งหมด เพื่อจะได้ง่าย ในการทำขั้นตอนเขียนบทอีกรอบ
บวกกะ ให้ทุกคน ได้อ่านเรื่องราว ความรักของผมที่เกิดขึ้นในชีวิตผมด้วย ซึ่งก็เป็นประสบการณ์ตรงของผมเอง (แต่บางอัน อาจจะมีการเรียงลำดับใหม่ เพื่อเรียงบท)

วิพากย์วิจารณ์ได้ ว่า เรื่องราวของผมมันเปนไง ผมทำไงต่อไป หรือยังไง

-------------------


ปัจจุบันผมอายุ 24 ปีกว่าๆ
ตอนที่ผมเกิด คือปี 28
ผมเปนลูก ที่คิดว่า คงไม่ได้ตั้งใจจะเกิดเท่าไหร่ เพราะแอบทราบความจริงมาไม่นานว่าที่ผมเกิด เพราะ พ่อผม ทำแม่ผมท้อง ผมเลยจำเป็นต้องเกิดขึ้นมา

หลังจากนั้น 2 ปี ผมก็มีน้องสาวอีกคน ก็สนิทกัน แต่ไม่ใช่อารมณ์พี่น้อง แต่ออกเป็นเพื่อนเล่นมากกว่า ไม่มีการเคารพพี่น้องใดๆ (บวกกับ ตอนเด็กผมโดนแยกเลี้ยง ผมไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ แต่ถูกเลี้ยงโดยคุณย่า)

ชีวิตครอบครัวผมก็ไม่มีอะไรมาก แม่กับพ่อก็ทำงาน แต่ที่แย่คือ พ่อชอบเจ้าชู้มาก มีเมียน้อย ทำให้ ที่บ้านผม พ่อกับแม่ทะเลาะกันบ่อยรุนแรง ผมมักจะเห็นบ่อยๆ
การที่ผมได้เห็นอะไรแบบนี้ มันทำให้ผมไม่ชอบผู้ชายแบบพ่อเท่าไหร่ พวกคนเจ้าชู้ ชอบทำครอบครัวแตกแยก ถึงผมจะรักพ่อ แต่ผมก็ไม่ชอบส่วนนี้ของพ่อ มันทำให้ผมรู้สึกว่า ถ้าโตขึ้น ผมจะไม่เป็นผู้ชาย hereๆ แบบนี้ เราจะต้องดี เราจะต้องดูแลครอบครัว

ชีวิตวัยเด็กที่โรงเรียน ก็ปกติดี ผมไปโรงเรียน ก็มีเพื่อน ตามมาตรฐานเด็กทั่วไป แต่ผมเป็นคนดูหนังเก่งแต่เด็ก (สมัยก่อน ไม่มีเกมออนไลน์ หรืออะไรมากมาย) วัยเด็กผม จึงชอบเช่าวีดีโอมาดูยามว่าง ทำให้กลายเป็นคนชอบดูหนังหลายเรื่องหลายแนว ในตอนเด็ก วัยประถม ส่วนมาก เพื่อนๆ จะชอบเข้ามาถามเรื่องหนัง วาอันไหนดี อันไหนเด็ด เพราะผมเก่งเรื่องหนังมาก และผมออกจะต๊องๆเพี้ยนๆหน่อย ทำให้ เหมือนคนรู้จักผมเยอะ ในโรงเรียน ตอนประถม

วันหนึ่ง ตอน ป.5 ปลายๆ ผมเดินทางมาโรงเรียนแต่เช้า เป็นปกติ ระหว่างเดินเข้าโรงเรียน ก็มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ขาวๆ หน้าหมวยๆ ไม่ผอม ไม่อ้วน ทักผม "หวัดดีค่ะ (ชื่อผม)"
ผมตกใจมาก เพราะไม่เคยเจอผู้หญิงทักมาก่อน และเธอเป็นใคร ผมก็ไม่ได้สนิทชิดเชื้ออะไร แต่เธอรู้จักผมเหรอ และทักผม อย่างไร้สาเหตุ
หลังจากเธอทักผม เธอก็เดินจากไป ไม่ได้สนใจอะไร ส่วนผมก็เดินเข้าโรงเรียน ทำเป็นไม่สนใจ
แต่การทักทายในครั้งนั้น มันฝังความประทับใจลึกๆให้ผม ทำให้ผมจำเธอเรื่อยมา

ผมมาทราบจากการสืบ เธอชื่อ พิมชนก อยู่อีกห้องนึง ชั้นเดียวกัน เธอเป็นเด็กผู้หญิงแปลกๆ มีโลกส่วนตัวสูง แค่ก็ร่าเริง เธอเป็นดุริยางต์ประจำโรงเรียน แต่ก็เลิกไป เพราะ มีครั้งนึง นิ้วเธฮติดในเครื่องดนตรี แล้วเกิดผิดพลาด นิ้วฉีกเกือบขาด (แต่ต่อแล้วนะ)
หลังจากที่ผมรู้เรื่องเธอ ผมก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร แต่ก็รู้จักว่าเธอคือใคร
ด้วยความที่วัยเด็ก ผมมีอะไรสนุกๆอีกเยอะ ทำให้ผมไม่ได้คิดอะไร จนเวลาผ่านไป

..............................

ป.6

เธอ (พิมชนก) ย้ายห้อง มาเรียนชั้นเดียวกับผม เธออยู่ในแก๊งค์ผม

แก๊งค์ผม เป็นผู้หญิงครับ ผมมักสนิทกับผู้หญิง ได้ดีกว่าเพื่อนผู้ชาย (ปัจจุบันนี้ ก็ยังเป็น) ผมชอบที่จะอยู่กับผู้หญิงมาแต่เด็ก ชอบเล่น ชอบคุยกับผู้หญิง ที่บ้านเองก็อยู่กับแม่มากกว่า พ่อ (ตอนนี้ กลับมาอยู่กับพ่อแม่แล้ว ตั้งแต่ ป.3) แล้วกเล่นกับน้องสาว
คงเพราะสังคม แบบผู้หญิงๆ ที่บ้านด้วย ผมเลยชอบ นั่งคุยกับผู้หญิง สนุกๆ มากกว่าไปเล่นบอลกับผู้ชาย

เข้าเรื่องต่อ
เธออยู่กับแก๊งค์ผม เราก็เป็นเพื่อนกัน ตอนเช้า เราก็ช่วยกันลอกการบ้านกัน เราสนิทกัน
บางครั้งที่ผมยืนเหม่อ เธอจะร่าเริงใส่ แบบ แอบมาต๊กกะใจ ข้างหลังผม และก็มีช่วยกันทำเวรสะอาดห้อง บางีเธอก็ขี่หลังผม ให้ผมแบก (ผมเปนคนตัวใหญ่)

แต่มันไม่โรแมนติกขนาดนั้นหรอก เราไม่ค่อยได้อยู่กัน 2 ต่อ 2 เพราะเราอยู่กับเพื่อนๆกันมากกว่า
แต่ไม่มีใครเคยล้อว่าเธอกับผมเป็นแฟนกันนะ ถึงจะสนิท
ส่วนมาก เพื่อนชอบล้อ ว่า ผมกับปิ่นทิพย์ (เพื่อนผู้หญิงที่นั่งข้างผมเวลาเรียน) ว่าเป็นแฟนกันมากกว่า

แต่ก็มี Romantic Moment ดีๆครั้งนึง
มีครั้งนึง ที่ชั้นเรียนเรา ทุกคน ต้องซ้อมเต้นลีลาศโชว์บนเวที ในงานโรงเรียนประจำปี มันบังเอิญมาก ที่ผม กับเธอ เราไม่ได้เต้น ในขณะคนทั้งห้องเต้นกันหมด

เวลาซ้อม ทุกคนก็จะซ้อมกัน ซ้อมกันทั้งเดือน แต่ผมกับเธอก็จะโดนเด้ง ออกมานั่งข้างนอกแทน ซึ่งช่วงเวลานี้แหละ ที่ผมกับเธอ ได้คุยกันบ่อย เราคุยกันหลายเรื่อง หลายอย่าง มันเป็นช่วงเวลาที่ดีมาก ผมกับเธอสนิทกันมากขึ้นๆ ช่วง คาบ ที่ซ้อมดนตรี ช่วงนั้น คือช่วงที่ดีเสมอ

จนวันนึง ทุกอย่างพังทลาย!!!!

วันนึง ผมเดินขึ้นบันไดที่โรงเรียน ส่วนเธอเดินลงบันไดมาพอดี ผมเดินแกว่งมือแรงไปหน่อย เดินสวนกัน มือผม แกว่งไปกระแทกหว่างขาเธออย่างแรง ...เธอมองหน้าผม สายตาแบบ เหวอ เครียด มาก ...ส่วนผม ตกใจมากครับ อาย ทำไรไม่ถูก ไม่ได้ตั้งใจ.... ด้วยความที่ผมกลัว ผมเลยเดินหนีเธอไปเลย ไม่ได้ขอโทษ ตอนนั้นกลัวจริงๆ ผมหนีเข้าห้องเรียนคิดหนักมาก

หลังจากนั้น เธอก็กลับเข้ามา แต่เธอไม่มองผม ไม่พูดกับผมเลย ผมกลับบ้านไปคิดหนักทั้งคืน เท่าที่ เด็ก ป.6 คนนึง จะคิดหนัก และรู้สึกผิดได้
วันต่อมา ผมตั้งใจที่จะขอโทษเธอ แต่พอเธอมาถึงห้อง ผมพอจะพูดขอโทษ เธอก็เดินไปหาคนอื่นเลย ผมไม่มีโอกาส ที่จะขอโทษเธอเลย

เธอไม่คุยกับผมอีกเลย จนกระทั้ง จบ ป.6 และต่างคน ต่างย้ายโรงเรียน เพื่อเรียนมัธยม

------------------

เรื่องราวระหวาง ป.6
ผมแอบทราบว่าเธออยากเรียน สาธิตราม ผมจึง สอบสาธิตรามด้วย เพราะหวังจะตามเธอไป (เธอไม่รู้นะ ว่าผมไปสอบด้วย)

ผลสรุปคือผมตก

ที่บ้านเลยจะให้เรียน รร มัธยมแถวบ้าน ซึ่งมีเส้น ที่จะเข้าไปได้เลย แต่ผมไม่อยากเรียนที่นั่นเท่าไหร่ เลยหาที่เรียนไกลๆ และคิดว่าเธอคงเรียนสาธิตราม

แต่หลังจากที่ผมเรียนที่อื่นไปแล้ว ผมมาทราบทีหลัง ตอน ม.2 วาจริงๆแล้ว เธอสอบเข้าไม่ผ่านสาธิตราม เลยมาเรียน รร. แถวบ้านผม นั่นแหละ!!
รู้สึก fail เลย



.......ม 1 - ม 2

ชีวิตผมไม่ปกติ
ที่บ้านผม มีปัญหา
พ่อแม่ ผมทำธุรกิจผิดกฎหมาย พ่อแม่ผมเหมือนเป็นคนใหญ่คนโต ในย่านแถวบ้านผม (จากธุรกิจผิดกฎหมายของพ่อแม่ ขอไม่บอกนะ) ทำให้ผมต้องมารับรู้ เรื่องของอะไรหลายๆอย่าง ที่เด็กแบบวัยผมไม่ควรรับรู้

ช่วงนั้นที่บ้านผม ร่ำรวยมากเลย เที่ยวบ่อย อยากได้ไรก็ได้ อยากกินไรก็ได้กิน อารมณ์ค่อนข้างเลี้ยงด้วยเงินน่ะ

แต่ว่า รร ผม เด็กอันธพาลเยอะมาก ด้วยความที่ผม ไม่ค่อยอะไรกับใคร ไม่สู้คนเท่าไหร่ ผมจึงกลายเป็นเด็กเนริดไปซะงั้น เงียบๆ ไม่คุย และชอบโดนไถตังค์ โดนขโมย ของ โดนแกล้ง
ผมกลายเป็นคนเก็บกด อดกลั้น
จนวันหนึ่ง ผมระเบิด ผมขว้างเก้าอี้เรียน ใสพวกเด็กอันธพาลที่แกล้งผม มันวิ่งหนี ผมเลยเอาคัตเตอร์ วิ่งไล่แทงมัน แต่แทงไม่โดนนะ แต่ก็วิ่งแบบ้าคลั่ง
ที่ตลกคือ คนเห็นเยอะมาก แต่ไม่มีใครห้าม มีแต่เชียร์กัน

ผมโดนพวกนี้ปัดคัตเตอร์ร่วง แต่ผมก็ต่อยมัน มันก็ต่อย จนต่างคนต่างเลือดกำเดาไหลเยอะ จนผมจับมันไหลผลักจะตกบันได มันเลยยอมแพ้ ผมก็พ่นเลือดของผมเอง ที่อมไว้ ใส่หน้ามัน

ยอมรับ ว่า สะใจ ที่ชนะ พวกเลวๆ มันรังแกก่อนนี่
แต่หลังจากนั้น ก็ไม่ค่อยมีใครแกล้งผมนะ ก็มองผมเปนเพื่อนปกติ ไม่มีใครกลัว แต่เพื่อนก็จะรู้กัน ว่า ผมเปนคนไม่โมโหใคร แต่ถ้าโมโหมากจนกดดัน ผมจะระเบิดบ้าขึ้นมา เก็บกดน่ะ
ผมก็มีเพื่อนดีๆเยอะ ตอนนั้น
ผมไม่คบพวกอันธพาลอยู่แล้ว

ถึงพ่อแม่ ผมจะไม่ค่อยดูแลผมเท่าไหร่ แต่พ่อแม่ผมเคยรู้ว่า ผมโดนรังแกที่ รร. เค้าเคยบอกว่า ว่าอย่าไปยอม พ่อ-แม่ รักลูกนะ
ซึ่งผมก็น้ำคาไหลเลย เพราะไม่ค่อยที่จะได้ยินพ่อแม่ผมพูดอะไรแบบนี้ใส่

.............................

ม.3 (ปี 2000)

ชีวิตผมกลับสู่ปกติ

โรงเรียนเก่า สมัยประถม จัดงานโรงเรียน ซึ่งรอบนี้ เชิญบรรดา ศิษย์เก่า มาด้วย ผมก็ไปงานโรงเรียน ก็ไม่ได้คาดหวังอะไร
ผมก็พบปะเพื่อนมากมาย บางคนก็เปลี่ยนไปเยอะ บางคนก็ไม่ได้เปลี่ยน

และผมก็เจอเธออีกครั้ง ผมไม่นึกว่า พิมชนก จะมางานนี้ด้วย
เธอก็เหมือนเดิมเลยนะ แต่โตขึ้น
ตอนแรก ผมเจอเธอ ในกลุ่มเพื่อนผู้หญิง เธอไม่คุยกับผมเลย แต่หลังๆ เพื่อนๆ ก็คุยกันเยอะ ก็เลย ทำให้เธฮคุยกับผมบ้าง
เธอก็ถามตามมนุษย์ปกติ เป็นคำถามทั่วๆไป
"(ชื่อผม) เด๊ยวนี้ เปลี่ยนไปนะ ดูตัวใหญ่ขึ้น สบายดีไหม"
"ทำอะไรอยู่"
"เรียนไหน"

แล้วเธอก็จดจ่อกับเพื่อนๆเธอต่อไป ไม่ได้สนใจอะไรผม
ผมเดินละจากเธอ เพือไปพบปะเพื่อนคนอื่นบ้าง

แต่ว่า มันเหมือนทุกอย่าง ในหัวผมตอนนั้น มันคิดถึงแต่เรื่องราวเก่าๆ ดีๆมากมาย ผมคิดถึงภาพ วันที่เธอทักผมอย่างไร้สาเหตุในวันแรกด้วยนะ

มันทำให้ผม ในวนันนั้น ตัดสินใจ ที่จะไม่คิดจะทำอะไรอย่างอื่น นอกจาก ตามเธอ แล้ว พยายามคุยกับเธอ
ผมอยากรู้ว่าเธอเปนไง ทำอะไร อยากจะเป็นเพื่อนเธอเหมิอนเดิม อยากจะรู้จักเธอ มันเปนความรู้สึกที่ประหลาด
แต่เหมือนเธอก็พยายามหนีผมตลอดเวลา เธอพยายามเลี่ยงๆเสมอ ผมดูออก
(ราศีผม อ่านอารมณ์คนอื่นออก ว่าเค้าคิดยังไง แต่ผมแค่ชอบแกล้งโง่ทำเป็นไม่รู้ แล้วตะบี้ตะบันต่อไป)

ผมไล่ตามเธอทั้งคืน ทั้งแบบบังเอิญ จงใจ มุขเห่ยๆ อะไรก็แล้วแต่
สุดท้ายเธอก็กลับบ้าน และผมก็ไม่ได้เบอร์ หรืออีเมล์เธฮแต่อย่างใด

แต่ผมก็แอบไปได้อีเมล์เธอ จากหนังสือเซ็นชื่อคนเข้างาน ของคืนนั้นครับ เพราะเธอลงอีเมล์ กับเบอร์บ้านไว้ครับ อิอิ

--------------------

การที่ผมกับเธอ เริ่มคบกัน เพราะ ผมโทไปบ้านเธอครับ
พ่อเธอรับครับ เสียงดุมาก (ผมกลัวนะ แต่ทำเป็นไมแคร์สื่อ)
เธอมารับ และบอกว่า ปกติไม่มีผู้ชายโทรมาครับ

ผมก็เลยได้คุยกับเธอเรื่อยๆ และก็ตอนนั้นก็คุยกันในเมล์ด้วย เพราะว่า เธอไม่อยากให้พ่อเธอรับ แล้วเหนว่า ผมโทรมาบ่อย

หลังจากคุยกัน มา 2 เดือน ไม่ได้เจอกัน ผมก็ตัดสินใจชวนเธอไปเดทครับ

ยังจำได้ดีเลย วันอาทิตย์ (แต่ลืมวันที่) เมษายน ปี 2000 ไปเดทกันที่ เดอะมอลล์บางกะปิ ดูหนังเรื่อง The Whole nine yard ที่ Bruce Willis เล่น โรง 3

เราก็หาอะไรกินกันครับ และเธอก็ชวนเล่นเกมตู้ Arcade

แล้วไม่รู้ยังไง เธอชวนผม ถ่ายสติ๊กเกอร์ครับ ตู้สติ๊กเกอร์ ราคา 100 บาท ในตอนนั้น
มันตื่นเต้นมาก เพราะ คนคุมเครื่องบอกว่า "แหม ยืนห่างกันเหลือเกินนะ" (ผมต้องยืนห่างๆเธอหน่อย เพราะเกรงใจเธอ) เค้าจับให้ผม ยืนหัวแทบชิดกัน
แล้วรูปก็ออกมา เราก็แบ่งรูปกัน คนละครึ่งครับ

มันก็เป็นการเดทพื้นๆ แบบที่วัยรุ่น ไร้สมองทำๆกันน่ะ ถ้าพูดตรงๆ แต่สำหรับผม มันรู้สึกดีมากครับ

ในตอนนั้นผมกับเธอไม่มีมือถือกันหรอก (ยังไม่บูมมาก ตอนนั้น) เลยโทรคุยกัน เข้าบ้านบ่อยๆ
นัดไปดูหนังกัน เสียส่วนใหญ่ บ่อยๆ
และเพลงกันฟัง แลกหนังกันดูอะไรเทือกๆนี้ ก็เป็นปีเลยครับ

คือมันก็อยู่แค่ระดับนี้ ไม่ได้อะไรหวือหวามาก ไม่เคยทะเลาะกัน ไม่เคยอะไรไม่ดี ไม่เคยล่วงเกิน แต่ผมก็รู้สึกดีนะ กราฟเป็นเส้นตรงที่มีความสุข แต่เธอเป็นคนที่ไม่แสดงความรู้สึกเท่าไหร่ ผมเลยไม่ค่อยรู้อารมณ์เธอ เธอชอบนิ่งๆ ชาๆ

ซึ่งตรงนี้แหละ ที่แปลก
เพราะ ตอนเด็ก เธอค่อนข้างเปนคนที่ร่าเริงมาก
แต่ ญ ปัจจุบัน ในตอนนั้น เธอดูเป็นคนซีเรียส และจริงจังกับชีวิต ดูเป็นคน ตั้งใจ เรื่องเรียน เธอเงียบๆ ไม่แสดงอารมณ์อะไรมาก แต่ก็ชอบพูด บ่นๆ พึมพำกับผม

แต่ผมก็โอเค

---------------------------------------------



............ม.4 (2001)

นรกมาเยือนผมแล้ว

นรกแรก ตอนนั้น หลังจากที่คบ มา 1 ปี เธอก็ต้องย้ายไปอยู๋ พัทยา กับครอบครัวครับ เพราะเหมิอน คุณพ่อเธอ ไปทำงานที่นั่น เธอเลยต้องย้ายไปเลย

ผมเสียใจนะ แต่ผมก็ยอมรับได้ ตอนนั้นเราทั้งคู่ ก็ยังไม่ได้พกมือถืออะไรกัน เลยคุยกัน ถามสารทุกข์สุกดิบกันทางอีเมล์

นรกที่ 2 ครอบครัวผม เปิดกิจการ ให้ผมดูแลครับ ซึ่งตอนนั้น ผมอายุ 15-16 เอง แต่ที่เค้าเปิดไว้ให้ผม เพราะเค้าหย่ากันครับ
แม่ผม ถึงจุดที่ทนถึงความเจ้าชู้ของพ่อผมไม่ได้แล้ว ทำให้บ้านแตก อย่างรุนแรง มากๆ
จนเป็นเรื่องฟ้องร้องกันอย่างรุนแรงครับ และ ครอบครัว ทั้งฝั่งแม่ และพ่อ ต่างมองหน้ากันไมติดเลยครับ
ช่วงนั้น การเรียนผมแย่มากครับ เพราะปัญหาเรื่องที่บ้านของผม หลังจากที่พ่อแม่ผมหย่ากัน ผมก็ไม่ได้อยู่กับเขา เพราะ พ่อก็ไปอยู่ที่อื่น ส่วนแม่ ก็แต่งงานใหม่ อยู่ที่เขียงใหม่
ผมเลย ยึดบ้านพ่อแม่เก่า และ ต้องทำงาน ร้าน Internet ของตัวเอง ที่พ่อแม่เปิดไว้ โดยมีคุณย่า ที่เลี้ยงผม คอยดูอยู่ห่างๆ

ผมก็อยู่กับน้อง 2 คน
ช่วงนั้น ผมไม่ได้ติดต่อเธอเลย ไม่ได้ลืมเธอหรอกนะ แต่ว่า มันวุ่นวายมากกับสภานการณ์ทะเลาะเบาะแว้ง ระหว่างเครื่อญาตื การทำงาน การหย่าร้างต่างๆนาๆ

..................................


ม.6 (2003)

ชีวิตผม ดำเนินไป ผมทำงาน ดูแลกิจการ และเรียน
ผมก็อยู่กับน้อง และก็ มีคนงานที่บ้านบ้าง ซึ่งก็เปลี่ยนๆไปเรื่อย ผมก็ยังชอบดูหนัง ไปดูหนังอะไรเหมือนเดิม
เพียงแต่ ผมก็ไม่ได้คิดมีใคร
(อาจจะเคยแอบว่อกแวก จีบลูกจ้างผู้หญิงรุ่นพี่ที่ดูร้านเน็ทผมเองบ้าง แต่สุดท้ายผมล้มเลิก เพราะเค้ามีแฟนแล้ว)

กับ พิมชนก ผมไม่ได้คุยกันมากนัก เพราะเธอหายไปเลย
ตอนนั้น ก่อนหน้านั้น
มีหนัง GTH เรื่อง "แฟนฉัน" ฉาย ผมดูหนังเรื่องนี้ แล้วยอมรับว่า คิดถึงพิมชนกมากๆ โคตรๆ ทำให้ผม พยายามติดต่อเธอทุกวิถีทาง เธอเปลี่ยนเมล์แล้วน่ะครับ แล้วไม่ได้บอกผม

ผมเลยต้องพยายาม ติดต่อเพื่อนเก่า ว่ามีใครรู้จักเบอร์ หรือการติดต่อเธอได้บ้าง หลังจากพยายามตามหาเป็นเดือนๆ จนในที่สุด ผมก็ตามเธอเจอ
ผมคุยกับเธอในเมล์ใหม่เธอ เธอบอกว่า จะลงมากรุงเทพ ในช่วง มีนาคม - พฤษภาคม ปี 2004

ผมรอเธอ
ระหว่างนั้น ผมก็คุยกับเธอผ่านเมล์ หรือโทรบ้าง อะไรไปเรื่อย

------------------


2004

ผมยังไม่เข้ามหาลัย เพราะผมยังไมอยากเรียน ขี้เกียจอะ บอกตรงๆ ทำงานดูแลร้านเน็ทตัวเอง
(ที่บ้านไม่มีใครเลี้ยงดู ดูแลตัวเอง ตัดสินใจเองเสียส่วนใหญ่ ส่วนพ่อกับแม่ ก็มาเยี่ยมบ้างครับ)

พิมชนก ขึ้นมา กรุงเทพครับ
เธอมาพักที่บ้านของพี่น้องเธอครับ และบ้านที่เธอพัก อยู่แค่ซอย ร.... 51 ส่วนบ้านของผมอยู่ใน ซ. ร.... 53 ครับ ใกล้กันมากครับ
ผมก็นัดเธอ ไปดูหนัง และหาอะไรกินกัน คุยกันหลายเรื่องต่อหลายเรื่อง ต่างๆนาๆ
มันน่าแปลก ที่ผมกับเธอ ไม่ได้ สนิทชิดเชื้ออะไร แบบอารมณ์เหมือน เพื่อนกัน สมัยก่อน (แม้แต่ตอนคบตอน ม.3 ก็ยังมี Feel แบบเพื่อน)
แต่ Feeling ที่ผม รู้สึก หรือที่เราแสดงออกกัน มันเหมิอนความรู้สึก ชายๆ หญิงๆ อะ งงไหม ผมอธิบายไม่ถูกนะ แต่หวังว่า คุณคงเข้าใจ

มันเหมือนยิงเราโต ความรักของเรา มันดู ไม่ใช่ Puppy เลิฟ แต่มันดู จริงจังขึ้น มันเหมือนกับว่า เราโตๆ กันแล้ว ความรู้สึก การแสดงออก มันต่างกัน มันดูจริงจังขึ้น

บ้านเธอกับผม อยู่ซอยใกล้ๆกัน ผมจึงชอบชวนเธอมาเล่นเน็ทร้านผม โดยที่ผมลดราคาให้ แต่บางที ก็ชวนเธอมานั่งคุยเล่นๆ ไม่ต้องเล่นเน็ทหรอก ผมชอบและรู้สึกมีความสุข เวลาเธออยู่ใกล้ๆ
เธอไม่เคยเข้าบ้านผม แต่เราแค่อยู่ด้วยกันในร้านเฉยๆ
และผม ก็เหนว่า เธอมาอยู่บ้านญาติที่กทม ไม่ได้ทำไร ว่างๆ เลยจ้าง มาดูร้านผมครับ (ที่จ้าง เพราะจงใจแหละ)

แถวบ้านผม มีพวกแก๊งออกแว๊นๆ แต่ออกแนวยังมัธยม ชอบมาป่วนๆแถวบ้านผม และชอบมาจีบ มาพูดจาลวนลาม กับเด็กผู้หญิงที่มาเล่นเน็ทในร้านเน็ทผม (แถวบ้านผมเด็กมัธยมมาเล่นเยอะครับ)
บางที่ผมก็เตือนให้เงียบๆ หรือไล่ออกไปบ้าง อารมณ์มันเกรียนๆน้ะครับ

มีครั้งที่รุนแรงคือ มีเด็ก ม ต้น ผู้หญิง ยอมให้ ไอ้พวกนี้ จับนม แถวหน้าร้านผม ในหลืบๆ เพื่อให้ ไอ้พวกเกรียนนี้ เลี่ยงข้าว กับค่าเน็ทให้ (โคตรสก๊อยอะ) แต่ผมก็ก้าวก่ายตรงจุดนี้ไม่ได้ ผมแค่ดูแล ในส่วนร้านของผมครับ

แต่ที่ผมไม่ชอบคือ การที่ พิมพชนก เธอมาช่วยผมดูร้าน เวลาไอ้พวกเกรียนนี้มา มันทำเนี่ยน มันชอบเรียกเธอ ไปดูเครื่อง ดูโปรแกรม แบบมีปัญหา บางที ก็ชอบชวนคุย ชอบพูดจาแทะโลม
ผมรู้สึกว่า เธอไม่ค่อยรู้ตัวเท่าไหร่นะ ว่าเธอโดนพวกนี้มันแบบคิดไม่ดีอยู่

มันจะมีตัวหัวหน้าคนนึง มันหล่อ (หล่อกวาผมอีกนะ แต่มันแว๊นๆหน่อย หัวตั้งๆ) เวลา เข้าร้าน มันชอบชวนเธอคุยครับ คุยแบบเนียน เรื่องทั่วไป และเปนอย่างนี้ทุกครั้ง แบบตั้งใจ มาจีบอะ
(ไม่มีใครรู้ครับ ว่าเธอคบผม เพราะเธอเหมือนคนลูกจ้างดูร้านอีกคน)

ผมเคยได้ยิน พวกนี้ คุยกันครับ ว่า "พี่... แมงน่า YET ว่ะ กุจีบอยู่" อะไรแบบนี้
บอกตรงๆ ว่าผมไม่ค่อยชอบคำพูดอะไรแบบนี้เท่าไหร่ ยิ่งถ้ามาพูดกับคนที่ผมรู้จัก ไม่ว่าฐานะอะไร จะแฟน จะเพื่อน พี่น้อง ผมก็ไม่ชอบให้ใครมาพูดแบบนี้

-------------------------





หลังจากวันนั้น ถ้าไอ้พวกเหิยกนี่ มาใช้บริการร้านผม ผมจะเรียกลูกจ้างอีกคน มาดูแลร้านแทน

แต่ผมกับ พิม เรามักจะเข้าไปหลบกันในบ้านผมแทน (บ้านผม มีประตูเชื่อมในร้านครับ)
หลังจากนั้น ก็เป็นอย่างนี้มาตลอด เหนบ่อยเลย ว่าไอ้พวกนี้มันชะเง้อๆ

เธอชอบเข้ามาในบ้านผม เราก็ไม่ได้ทำอะไรหรอก เข้ามาก็นั่งตุยกัน เรื่องต่างๆนาๆ เรื่องชีวิต เรื่องการเรียน ไม่ว่าจะคุยเรื่องอะไร แค่คุยกับเธอ ผมก็มีความสุข

หลังๆ ถึงแม้ว่า เจ้าหมอนั่น ไม่มา แต่เธอ ก็มักจะเข้ามาหาผมในบ้านแทน

เราได้ทำกิจกรรมร่วมกันหลายอย่าง เหมือนใช้ชีวิตคู่
เราช่วยกันทำกับข้าว นั่งกินกัน
เราดูหนัง DVD ด้วยกัน เราเล่นอะไรกันสนุกๆมากกมาย หลังๆเธอไม่ทำงานแล้ว เหอๆ แต่ผมไม่ว่าอะไรหรอก

ผมไม่เคยล่วงเกินเธอเลย แม้สักครั้งเดียว มีบางครั้งเธอนอนหลับข้างๆผม เพราะเธอเพลีย จนกางเกงขาสั้นหวอ ผมยังเอาผ้าห่มปิดให้ ผมชอบดูตอนเธอหลับ เธอน่ารักดี


---------------------

ด้วยความที่ มันเกรียน มันแว๊น มันก็เลยแสดงออกแบบนั้น

ในช่วงเวลาสุขของผม ใช่ว่า จะสุขทุกอย่าง มันชอบมาก่อกวนผม ระหว่างที่ผมอยู่กับพิม

เช่น มาแอบส่องหน้า ที่หน้าต่างบ้านผม พอผมไปเปิดมันก็วิ่งหนี
แกล้งมาเคาะประตูแล้ววิ่งหนี
เวลาขับมอไซค์ผานบ้าน แล้วชอบตะโกน เรียก ชื่อ "พิม" แล้วขับผ่านไป
เวลาผมดูหนัง (ที่ห้องรับแขก) กับเธอ มันก็ชอบ มาทำเป็นแอบดู ริมหน้าต่าง
ชอบมาเคาะ มาทำเสียงประหลาด ก่อกวน

ผมออกไปเปิดไล่ ด่าประจำ แต่พวกนี้ มันไม่เข็ดอะ มันเหมิอน เป็นแก๊งต์มอไซค์ เด็กแว๊นเกรียน ม ต้น ม ปลาย 5-6 คน พูดภาษาคนไม่รูเรื่อง

หลายครั้ง ที่ พิม เอง ก็โมโห เพราะทนไม่ไหวจนด่าออกมาเลยก็มี

(เออ ลืมบอก ตลอด 3 เดือน เธอไม่เคยค้างบ้านผมเลยนะ แค่มาดูร้านผม กับมาบ้านผมเฉยๆ พอกลับ ผมก็ส่งตลอด ซอยใกล้ๆ)

มีครั้งนึง ผมสติหลุด เขวี้ยงรีโมททีวี ใส่พวกมันเลย

แต่นั่นก็ไม่หนัก เท่าอันที่หนักสุด....



..................

อย่างที่ทราบ ถ้าอ่าน เรื่องราว ช่วงผม ม.1-ม.2 ผมเปนคนเก็บกด
และเวลาระเบิดอารมณ์จะรุนแรง

ผมยังเป็นอยู่ตลอด ไม่ได้หายหรอก
หลายครั้ง ที่ผมโมโห พฤติกรรมลูกจ้าง ผมจะค่อนข้างซีเรียสใส่

มีครั้งที่หนักสุด (สำหรับลูกจ้าง) ลูกจ้างผม ที่ดูร้าน ทำเรื่องให้ผมไม่พอใจมาก แบบขี้เกียจจัด และเริ่มสนิทกับผมมากพพอ จนเส้นระหว่าง นายจ้าง กับ ลูกจ้าง น้อยลง
ผมโมโห เลยเอาเก้าอี้ หยิบมาฟาด ตู้ปลาเบอเริ่มเทิ่ม แตก ต่อหน้าต่อตาลูกจ้างผมเลย.

จบ.. ต่อ...


มีวันนึง ผมอยู่คนเดี่ยว แล้วไอ้กลุ่มพวกเด็กเหลือขอ บ้าๆนี่ มันเอา ประทัด มาจุดหน้าบ้านผมครับ
ประตูหน้าบ้านผมเป็นกระจกครับ

ประทัดที่จุดค่อนข้างใหญ่ และใกล้ประตูบ้านผมมาก มันจงใจแกล้ง
มันดัง ปัง!!! เสียงดังมากครับ สั่นไปหมด

ถึงจุดนั้น สติผมหลุดเลยครับ มันเหมือน ผมก็เก็บกด ไอ้พวกบ้านี่มามากพอแล้ว แล้วมันถึงจุดที่ผมระเบิด ตอนนั้นมันโกรธหน้ามืด แบบไม่แคร์อะไรแล้ว
ผมเดินไปหยิบมีดเล่มโต ที่ห้องครัว เดินเปิดประตูออกไป เจอพวกบ้านี่ เต้นเย้วๆ
ผมเลย เดินถือมีดเข้าหาเลย ดูมันตกใจ ปนขำมาก เลยวิ่งหนี (แต่ทิ้งรถไว้นะ)

ด้วยความที่ผมโมโห มันมากจริงๆ จากที่พวกมันขำ มันเลยขำไม่ออก เพราะผม ตามแบบไม่หยุด จนมันโวยวายเลย
สุดท้าย มันรอด เพราะไปขอหลบบ้านคนอื่น
ผมเห็นว่ามันหลบ ผมเลย ช่างหัวมัน แต่ลาก รถมันมากลางถนน แล้วเอามีดเล่มเดียวเนี่ยแหละ เฉือนรถ สับรถมันจนเละ ยางขาด เหล็กหลุดเหล็กเบี้ยว

คนในซอย มองผมทั้งซอยตอนนั้น ผมกลายเป็นแบบคนบ้าสุดๆ คลั่งไปเลย ทำลายรถกลางถนน

แล้วผมก็ทิ้งซากรถไว้ แล้วเข้าไปนอนสบายใจในบ้าน



มาอีกที คือ บ้านไอ้เด็กบ้า มันมาเอาเรื่องผม
เรื่องทำลายรถ
เรื่องก็ถึงผู้ใหญ่ฝั่งผมน่ะครับ เขาเลยต้องมาเคลียค่าเสียหายให้ (แต่ผมก็ใช้คืนทีหลัง)
แต่ไอ้เด็กบ้านั่นท่าทางจะเสียขวัญด้วย เพราะเห็นร้องไห้มาเลยอะ ดูกลัวๆ

ตอนนั้นผมไม่เสียใจเลย ผมสะใจมาก
แต่สุดท้าย ผมก็เสียใจ เพราะเธอรู้เรื่องนี้ เธอกลัวสิ่งที่ผมทำไปมากๆ ทำให้เธอไม่มาบ้านผม ไม่กล้าคุยกับผม โทรไปก็ไม่รับด้วย

...............................

1 อาทิตย์ ก่อนเธอกลับ ตจว

ผมก็ยังไม่สามารถติดต่อเธอได้ จนผมตัดสินใจไปหาเธอ ที่แถวบ้านเธอ
เธอ เดินผ่านผม ไม่ทักผม ไม่มองผม
(เหมือนอารมณ์เรื่องที่เกิดตอน ป.6) ผม Fail มาก

แต่วันต่อมาผมก็ตัดสินใจไปหาเธออีก และพยายามคุยกับเธอตรงๆ ด้วยความสุภาพ
(คือ ผมจะบ้า ตอนโมโห เท่านั้น แต่เวลาอื่น ผมก็เป็นผู้ชายสุภาพนะ)

แต่เธอพูดว่า "มืงไม่ต้องมายุ่งกับกู" แล้วเธอก็เดินไปเลย

ผมรู้สึกช็อค เพราะไม่นึกว่า เธอจะพูดคำพูดนี้กับผม เหมือนโดนตบหน้าชา ผมทำอะไรไม่ถูก ด้าวไม่ออก ตอนนั้นเหมือนจิตผมตกไปเลย เพราะผู้หญิงที่ผมรักพูดใส่แบบนี้

แล้วผมก็ไม่กล้าเจอเธออีก จนเธอกลับไปแล้ว

-----------

ที่ผมเสียใจมาก คงเพราะ เธอเหมือนอะไรสักอย่างที่ผมอยู่ใกล้แล้วอบอุ่น
ผมไม่ได้ความรักและเอาใจใส่จากพ่อแม่ผม คือไม่ใช่เค้าไม่ดีกับผม แต่ความห่างเกินมันเยอะ จนไม่ดูเป็นครอบครัว
ยิ่งการหย่ากัน มันทำให้ผมโดดเดี่ยว (ผมกับน้องก็ไม่ได้คุยกันมาก ช่วงนั้น)
และผมก็ไม่ได้ติดต่อพ่อแม่ด้วยเลย

การที่ผมมีเธอ มันไม่ใช่ แค่แฟนสำหรับผม
แต่มันเหมือนเป็นจุดยึดเหนี่ยวอะไรสักอย่าง ที่ทำให้รู้สึกอบอุ่น รู้สึกดี เหมือนกับว่า เราปลอดภัย

แต่การ พูดว่า มืงไม่ต้องมายุ่งกับกู มันเลยทำให้คำพูดแค่นี้ ดูรุนแรงหนักเป็นหลาย้เท่า

ตอนนั้น ผมจึงโง่ๆ พยายามคิดสั้น ด้วยวิธีการฆ่าตัวตาย แบบประหลาด
เช่น เดินไปให้รถชน (ซึ่งมันก็ไม่ชนซักที) กับ กลิ้งตกบันได บนสะพานลอย (ซึ่งก็ไม่ตายนะ แต่บาดเจ็บเลย) ตอนนั้นผมโง่มาก ยอมรับ

...............................


ช่วงนั้น ผมให้พ่อผม มาดูแลร้านเน็ทผมแทน

ส่วนผมเหรอ
ผมกลายเป็นบ้า

ผมไม่รู้ ในหัวตอนนั้น ผมเป็นยังไง แต่ผม นอนกลางถนน ทำท่าฉี่หมาใส่เสาไฟฟ้า จงใจไม่รูดซิบกางเกง ผมทำน้ำลายยืดกลางถนน อ้วกแตก นอนเล่นอ้วกตัวเอง
ผมสติแตก กลายเป็นคนหลุดโลกไปแล้ว

จนพ่อผมเอง ก็หน่ายกับพฤติกรรมผม (เค้าหน่ายก็จริง แต่เค้าไม่เอาใจใส่ผมเลย ไม่จัดการอะไรผมเลย)
มันเหมิอนตอนนั้น เราเบื่อแล้วกับชีวิตบัดซบๆ ไม่เหนจะมีใครแคร์เราจริงๆ

ผมนอนดึก ผมนอนไม่หลับ
ช่วงนั้น ผม ชอบกินกลางคินแก้เครียด กินของเซเว่น ชุดใหญ่ ทุกคืน แล้วนอน 7-8 โมงเช้า
ก่อนนอน ผมต้องดู ITV เพื่อดูรายการ "เห็ดหรรษา" ที่เป็น เด็กมาร้องเพลง เต้นรำ รายการเด็กๆตอนเช้า ผมดูแล้วถึงจะหลับ

ผมกลายเป็นหมูอืดอ้วน หนัก 103 กิโลกรัม ใช้ชีวิตบ้าๆบอๆ ไปวันๆ
ร้านเน็ทผมไม่ดูเลย ให้พ่อมาจัดการ เพราะผมไม่อยากทำอะไรแล้ว


-----------------------

แต่ผมหายจากพฤติกรรมนี้ได้ เพราะผม เบื่อคน ที่ เหนว่า ผมบ้าๆบ๊องๆ เลยมาตีสนิท เพื่อเอาทรัพย์สมบัติผม
ผมเลย พยายามจะไม่สติหลุดอีก และพยายามควบคุมตัวเองให้ดีๆ

จู่ๆ ผมก็อยาก กลับมาเป็นผู้เปนคนอีกครั้ง
ผมกลับมาทำงานทำการอีก

-------------------------------


ตุลา ปี 2004

ผมคิดถึงเธอมาก เลยพยายามติดต่อกับเธอ ทางอินเตอร์เน็ท
แรกๆเธอไม่ยอมคุยกับผม เพราะผมมันบ้า

แต่ก็คุยแบบถามคำตอบคำ สารทุกข์สุกดิบ แต่เหมือนไม่เต็มใจอะไรมาก
สำหรับผม ผมไม่โกรธหรือเสียใจอะไรแล้ว กับคำว่า "มืงไม่ต้องยุ่งกับกุ"

จนหลังๆ เธอก็ยอมคุย เพราะเธอคอมมีปัญหา เลยโทรหาผม เพื่อถามว่าต้องแก้ไขอย่างไร กับคอมเธอ (24 พ.ย วันที่เธอโทรมา)
หลังจากแก้ไขเสร็จ เธอกับผม ก็คุยกันเรื่องทั่วๆไป
เราคุยกันเป็นชั่วโมงเลย แบบไม่รู้ตัว

หลังจากวันนั้น เธอก็มักจะโทรหาผม หริอไม่ผมก็โทรหาเธอทุกวัน เหมือนผมกับเธอมีเรื่องคุยกันทุกวัน วันละ ชั่วโมง - 2 ชั่วโมง ค่าโทรศัพท์บาน

ปกติ ผมเกลียดการคุยมือถือนานๆ ออดอ้อนมาก ผมรำคาญ แต่กรณีนี้ มันเหมือนผมพอใจแฮะ ในตอนนั้น

----------------------

ปี 2005

ผมก็ยัง ทำงาน ร้านเน็ท ไม่ได้ไปไหน
และยีงคงคุยกับเธอทุกวัน

เธอไม่เคยบอกรักผมเลย แต่ผมไม่ต้องการหรอก ผมขอแค่ได้คุยก็พอใจ

เธอทราบว่าผมอ้วนเปนหมูแล้ว (แต่ก่อนหน้านี้ ผมตัวใหญ่อยู่แล้วน่ะ หนัก 85-90) แต่วา ตอนนี้ มันหนัก เป็นร้อย

เธอให้กำลังใจผม ทุกวัน ให้ผมลดน้ำหนัก
ผมลดอาหาร เหลือข้าวเช้าอย่างเดียววันละจาน กับกินผลไม้ตอนเย็น กับวิ่งวันละ 15-30 นาที ทุกวัน จนผม ลดเหลือ 73 ในเวลา 4-5 เดือน

เวลาช่วงไหนที่ผมหิวสุดขีด อดใจไม่ไหว เธอบอกว่า ให้ผมโทรหาเธอ เธอจะชวนคุย จนผมหายหิว ไม่ก็ง่วงหลับไปเลย

ในที่สุดผมก็ผอมลงสำเร็จ
แต่เราทั้ง 2 ก็ไม่ได้เจอกันเลย นอกจากคุยทางโทรศัพท์ หรือทางเน็ท และเวลาให้ของขวัญ หรือแลกของกัน ผมจะส่งทางไปรษณีย์ตลอด

---------------------------


ปี 2006

ผมตัดสินใจ ลงเรียนมหาลัยครับ เพราะผมอยากกลายเปนผู้เป็นคนเสียที

ผมก็ยังคุยกับเธอ ข้ามปี แม้ไม่เคยเจอตัวจริงเลย (ไม่รู้ทำไมเปนปี ถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่รู้ ไม่รู้เธอจะทดสอบอะไรผมเปล่า ว่าผมหายบ้ายัง)

ตอนนั้น ผมต้องเกณฑ์ทหารครับ (แต่ว่า ผมผ่อนผัน) ตอนแรก ผมไม่ได้ผ่อนผันครับ มันทำให้เธอกังวลมาก ว่าผมจะติดทห่าร เธอเครียดจนโทรมาร้องไห้เลยครับ ว่าเธอจะคุยกับใครล่ะทีนี้ อะไรแบบเนี้ย
แต่จนแล้วจนรอด ผมก็ผ่อนผันไปซะงั้น อิอิ

ถึงในตอนนี้ ถึงเธอจะไม่เคยบอกรักผม แค่ผมกลับเหมิอนได้รับความรัก ไม่ว่าความรักนั้นจะเป็นฐานะอะไร


-------------------------

ในกลางปี 2006 เธอนัดพบกับผมแล้วครับ

---------------

แม่เธอจะมาทำธุระ ที่ มาบุญครอง
เธอต้องมาด้วย เพราะเธอต้องขับรถให้แม่ ไม่รู้นึกยังไงเธอถึงเรียกพบผม
ปกติแล้ว เธอก็เข้ามากรุงเทพกับแม่อยู่เรื่อยๆ แต่วันนั้น เธอคงอยากเจอผม

ผมยังจำได้ ว่า วันนั้น ผมใส่ชุด นศ. รอเธอที่ MBK
วันก่อนที่ผมจะเจอเธอ ผมนอนไม่หลับเลย เพราะตื่นเต้นมาก

เธอมาสายตั้ง ชั่วโมง แต่ผมรอได้ แล้วเธอก็มาครับ
คราวนี้ เธอดูตัดผมสั้นลง ใส่เสื้อเชิ้ต กับกางเกงยีนส์ครับ มากับแม่เธอครับ เป็นครั้งแรก ที่ผมเจอแม่ของเธอ และแถมพ่วงคุณยายมาด้วยครับ
อารมณ์เหมือนอยากวิ่งหาเธอตั้งแต่เห็น แต่ก็คงได้แค่เดินนะ

เธอตกใจ เธอบอกว่า ไม่นึกว่าจะผอมลงมากขนาดนี้ รู้ว่าลด แต่ไม่คิดว่าจะลงมาก

วันนั้น ผมกับเธอ ก็เดินห้างกัน คุยกันมากมาย แม่กับยายเธอก็ใจดีครับ เราไม่เกร็งเลย เพราะผมคิดว่า จะต้องเกร็งๆ หน่อยถ้ามีผู้ใหญ่มา แต่ว่า ผมเข้ากับแม่กับยายเธอได้ดี

ผมทราบมาว่า พ่อแม่เธอหย่ากันแล้วครับ ทำให้ ตอนนี้ เธอเหมือนเป็นที่พึ่งของครอบครัว เธออยู่กับแม่ และคุณยายครับ ทำให้นิสัยเธอดูค่อนข้างลุยงาน ทำงาน ทำให้เธอดูความเป็นผู้นำมากกว่าผมอีกในตอนนี้

แต่เธอดูเอ็นดูผมนะ เธอหยิกแก้มผมด้วย วันนั้น เธอเอาขนมที่เธอทำ มาฝากผม และเอาของมาให้ผมมากมาย

ขากลับ เธอขับรถมาส่งแถวบ้านผม ผมกลับประมาณ 2-3 ทุ่มได้ วันนั้น

และหลังจากวันนั้นผมกับเธอ ก็พบกันบ่อยขึ้น

---------------



ช่วงนั้น ผมกับเธอเจอบ่อยมาก

ในหนึ่งอาทิตย์ จะเจอกัน อาทิตย์ ละ 2-3 วันได้
บางวัน เธอจะ ขับรถ มาหาผม ที่ กรุงเทพครับ (เพราะบางทีเธอก็มาเรื่องงานให้แม่)
เราก็จะเจอกัน บางทีก็เดินห้าง เดินจตุจักร เดินเยาวราช เราก็ไปกันหลายๆที่

และหลายๆครั้ง ผมก็นั่งรถทัวร์ ไปพัทยา เพื่อไปหาเธอ ตั้งแต่ เช้ามืด แล้วกลับตอนเย็น

ผมตื่นตั้งแต่ ตี 4 อาบน้ำ ไปขึ้นรถทัวร์ตอนตี 5
ผมไม่เคยไป ตจว ถี่ขนาดนี้ มาก่อน
มันมีความรู้สึกแบบว่า การเดินทาง มันใกล้กัน ไม่รู้สึกเสียเวลา

ผมเจอเธอ เราก็ชอบที่จะเที่ยวเล่นกัน ไปดูหนังที่โรงที่พัทยา นั่งรถเล่น หาอะไรกินอร่อยๆ เธอพาผม ดูชีวิตเธอ ที่พัทยา ซึ่งเธอก็จะช่วยแม่เธอทำงานที่บ้าน (ที่บ้านแม่เธอทำธุรกิจส่วนตัว)

บางที เราก็ไปเที่ยวกัน บางแสนบ้าง เปลี่ยนบรรยากาศ
พอเย็นๆ เธอก็พาผมเดินตล่าดนัดที่พัทยา ดูพวกตลาดมือสอง หรือแลกแผ่นหนัง แผ่นเพลงกัน แล้วส่งผมขึ้นรถทัวร์กลับบ้าน เย็นๆ บางทีก็หัวค่ำ

แค่ครั้งที่ประทับใจที่สุดของผม
คือมีวันหนึ่ง ที่เธอนัดผมที่ทะเล
ผมกับเธอ เดินเล่นคุยกัน ที่ริมหาดพัทยากลางวันแสกๆ มันอาจจะร้อนหน่อย แต่ผมกลับรู้สึกดี
เราเดินด้วยกัน ไปตามหาด คุยกัน เรื่องของเรา

เธอคุยว่า ถ้าวันหนึ่ง เธอแต่งงานกับผม ชีวิตของเธอกับผม จะเป็นยังไงนะ จินตนาการกันไปเรื่อย ขำขำๆ

ผมก็ทราบมาจากเธอว่า ช่วงที่ไม่เจอกัน ก็มีผู้ชายมาจีบเธอ มาเข้ามาในชีวิตเธอบ้าง แต่เธอไม่ได้ใส่ใจ ไม่ได้สนใจเท่าไหร่ เพราะเธอรำคาญ
แล้วเธอก็พูดว่า ในชีวิตของเธอ เธอไม่เคยใกล้ชิด หรือสนิทกับผู้ชายคนไหน เท่าผมเลย เธอไม่เคยมองใคร (แต่ถ้ามองว่าคนนั้นหล่อ คนนี้หน้าตาดี คือมี ตามประสาผู้หญิงทั่วไป แต่ไม่สนใจ)

ผมอยากให้ การเดินกันริมทะเล ครั้งนั้น ยาวๆ
ผมคิดถึงช่วงเวลานั้นมาก

อารมณ์มันเหมือน ภาพในหนัง ที่ผมชอบ ที่ พระเอก นางเอก เดินคุยกัน ริมทะเล แบบในหนังโรแมนติกอะไรประมาณนั้น

-----------

หลายครั้ง ที่เธอ เครียด ไม่สบายใจ เธอก็จะโทรหาผม อยากให้ผมไปหาเธอที่พัทยา
ผมก็ไปเสมอ ผมยินดี ที่จะทำให้เธอสบายใจ
เหมือนเพลงเก่าของเบริด ธงไชย

เธอชอบโทรหาผม ช่วงเย็นๆ หลังเธอเลิกงาน เราก็คุยอะไรกันเรื่อยเปื่อย ถามไถ่
และทุก 6 โมงเช้า เธอชอบให้ผม โทรไปปลุกเธอ

ทุกอย่างมีความสุขดี
แม่เธอ ก็ไม่อะไรกับผม ไม่มีควมกดดันเครียดใดๆ
ผมมีความสุขมาก

----------------------------------

2007 ช่วง พ.ค
เธอเริ่มห่างผม ให้เวลาผมน้อยลง
เราไม่ค่อยคุยกัน แล้วเธอก็มักจะรำคาญ เวลาผมโทรไปหาเธอ

มันทำให้ผมอึดอัดไม่กล้าคุยกับเธอ กลัวว่าเธอจะรำคาญ
บางครั้ง เธอก็แบบ ให้แม่มารับแทน แล้วบอกว่า หลังแล้ว นอนแล้ว

ผมเริ่มร้สึกถึงสัญญานการเลิกกันแล้ว
เพราะก่อนหน้านั้น ที่นัดกันที่ Central ลาดพร้าว
เธอ ขอของทุกอย่าง ที่ฝากไว้กับผม คืนหมด (เธอบอกจะเอาไปใช้งาน พวกแผ่นเพลง แผ่นหนังทุกอย่าง)

ผมบอกกับตัวเอง ทำใจไว้ล่วงหน้า
ว่า ถ้าหากเลิกกันจริงๆ ผมจะไม่ทำตัวเป็นผู้ชายงี่เง่า ที่โวยวาย ร้องๆไห้ ตามตื๊อ แบบที่เหน ในหนังรักบ่อยๆ
เพราะผม ไม่อยากให้เธอมองผมแย่ลง มองเป็นไอ้ขี้แพ้
เพราะส่วนมาก ผู้ชาย ที่ประชดตัวเอง หรือตามตื้อ อะไรแบบนี้ ผมเห้นมาเยอะ มักจะจบลงไม่ดีอยู่ดี

ผมเลยทำใจว่า ถ้าต้องเลิกกันแล้ว ผมจะต้องนิ่งๆ ยอมรับสภาพ ต้องทนให้ได้

ทำใจไว้ครึ่งเดือน แล้วผลลัพท์ก็เป็นจริง
ผมโทรไปวันนึง เธอคุยแบบงัวเงียๆ ว่า "หลังจากนี้ ยังไม่ต้องโทรมานะ"

ผมไม่ถามอะไรต่อ ผมรู้แล้วล่ะ ผมบอกโอเค แล้วผมก็วาง
ถึงจะไม่ได้คำตอบอะไรแน่ชัด แต่สมองผม ตัดสินแล้ว ว่าเธอเลิกกับผมแล้ว

ผมไม่ฟูมฟาย อะไร ไม่แสดงความงี่เง่าอะไร ให้เธอทราบ ได้แต่ ตกลง
แต่หลังจากผมวางหู ผมร้องไห้คนเดียวเป็นเด็กๆ

ผมเจ็บปวด และเสียใจมาก แม้จะทำใจไว้แล้ว
ในคืนนั้น เพื่อนสาวผมคนนึงรู้เรื่องผม จึงชวนผมไปเที่ยวผับ

....................


ปกติก่อนนี้ ผมก็เคยไปเที่ยวผับกับเพื่อนบ้าง แต่ก็เฉยๆ ไปเป็นเพื่อนบ้าง หรือไป เพราะได้บัตร Gift Voucher บ้าง

แต่รอบนี้ ผมไป กะจะเมา เต็มที่ กะจะบ้าให้เต็มที่
ผมเอา การเที่ยว กับการเมา เพื่อลืมเธอ
ช่วงนั้นผมเที่ยวบ่อยมาก และเมาบ่อยมาก แต่ผมก็ไม่ได้จีบใครนะ ไม่ได้ฟันใคร (อยากจะบอกว่า ตอนนั้น ผมยัง Virgin อยู่เลยครับ ไม่กล้าลอง)

ช่วงนั้นเอง ผมก็เล่น บอร์ด คนเที่ยวกลางคืน ก็ไปกับพวกเค้าบ่อยๆ ไปเมาแอ๋กลับมาตลอด
ไปก็ไปกับเพื่อนๆ พี่ๆ แต่กลับบ้าน ก็กลับมานอนคนเดียว...


วันหนึ่ง ผมเบื่อแล้ว ที่จะเมาไปวันๆ
ผมนอกจากทำร้านเน็ท ผมเลย ไปสมัครโมเดลลิ่ง แบบ เผื่องานแสดง อะไรแบบนี้
ผมเป็นแค่ตัวประกอบ ตามหนัง ตามละคร ตามเอ็มวี ในช่วงปี 2007
แต่ผมก็เป็นแค่ ตัวประกอบนะครับ ไม่ได้หล่ออะไร หน้าบ้านๆ ออกแนว โผล่มา 4-5 วื 10 วิ บางเรื่องไปเล่น ก็ไม่เห็นเลยก็มี

เงินที่ได้น้อยกว่าร้านเน็ทผมอีก แต่ที่ทำ เพราะผมทำเพราะไม่อยากอยุ่เฉยๆ ไม่อยากนั่งจับเจ่าเฝ้าร้านเน็ท อยู่กับที่ เพราะใจผมฟุ้งซ่าน
ผมทำงาน ได้ออกกองถ่าย ได้พบปะผู้คนมากมาย มันทำให้ผมมีอะไรค้องทำ

(ตัวอย่างงานที่ผมเลยไปเล่น จริงๆ มีเยอะกว่านี้ แต่เอาอันนี้ไปดูนะ ชัดดี 55)
https://www.clipmass.com/movie/mv-เพลง-คนอื่น-ของ-วง-common-sense---81188407524395

ผมเป็นคนที่ อยู่ในลิฟต์ ตั้งแต่ นาที ที่ 1.18
อยู่ทางซ้าย ใส่แว่นครับ โดนบังบ้างอะไรบ้าง


ผมก็ถ่ายหลายงานอยู่ แต่ผมไม่ได้หวังเงินไร
แต่สิ่งหนึ่ง ที่ผมหวังแอบแฝงคือ ถึงเธอจะจากผมไป แตผม อยากให้เธอเห็นผมบ้าง ผ่านทีวี ผ่านหนัง อะไรก็แล้วแต่
หวังว่า เธอจะเห็นผมสักวัน แล้วโทรมาถาม มาคุย

แต่เธอก็ไม่เคยโทรมา
แต่แถวบ้านผม เห็นผม แล้วจำได้ คนแถวบ้านทักผมบ่อยๆ ว่าไปทำไร ในละคร ไปเล่นไรมา อะไรงี้ (ในซอยบ้านผม คนรู้จักผมเยอะมาก่อนแล้ว)

วันไหนไม่ได้ไปกองถ่าย ผมก็เฝ้าร้านเน็ทที่บ้านครับ ไม่มีอะไร
แต่ช่วงนั้น ก็มี น้องผู้หญิง ที่เล่นที่ร้านบ่อยๆ ชอบผมเหมือนกัน
ชอบมานั่งคุยกับผมที่ร้าน
บางทีผมชวนเข้าไปดูหนังในบ้าน ก็มาดู ผมเคยจับมือเธอตอนดูหนังก็ให้จับ ชวนไปผับกันก็ไป ชวนไปโรงหนังก็ไป
มีครั้งนึง ผมเมา กลับบ้าน ตี 3 เหงา เลยโทรหาน้องเค้าให้มาอยู่เป็นเพื่อน ก็มาอยู่ (ไม่เคยทำไรนะ)

น้องเค้าก็น่ารักดีนะครับ นิสัยดี

แต่เชื่อมะ ว่า ตลอดเวลา ผมไม่เคยคิดไรกับเค้าเลย ไม่เคยคิดอะไรเกินเลย ผมคิดว่าเป็นน้องคนนึง ตอนนั้น ผมไม่เคยมองจุดนี้เลย แอบโง่ด้วย ไม่รู้ว่าเธอชอบผม

จนมารู้ทีหลังว่า เธอชอบผม จากเพื่อนเธอ ว่าเธอมีแฟนแล้ว จากเน็ท คบกันไปแล้ว
เพราะว่า เหมือนผม ไม่คืบหน้าอะไรสักที มาอยู่กะผม (เพราะผมไม่เคยคิดไร ปฎิบัติเหมือนน้อง เหมือนเพื่อน)

ผมก็ไม่เสียใจอะไรมากมาย แค่แบบ ตกใจนิดหน่อย "อ้าว เขาชอบเราเหรอ"

วันเวลาผ่านไป ผมก็ทำงาน ทั้งร้านเน็ท การแสดง อะไรไปเรื่อย
จนปลายปี 2007 ผมตัดสินใจ เลิกทำร้านเน็ท แต่เปลี่ยนมาเปิดห้องเช่าแทน ให้เช่าห้องว่าง ที่บ้าน กับเช่าร้านแทน รอเงินเฉยๆ

กับทุ่มเทพวกงานตัวประกอบมากพักนั้น
พยายามจะลืมเธอ ยังไงก็ไม่ลืม

--------------------------

ปี 2008

ผมได้รับการติดต่อจากเธอ..


ผมไม่เห็นเธอออนเอ็มมานานมากแล้ว

แต่จู่ๆ ในวันที่ 12 ก.พ เธอก็ออนครับ
และเธอก็ชวนผมคุย

ถามสารทุกข์สุกดิบ ว่าชีวิตผมเปนยังไง ต่างๆนาๆ
ตอนนั้น ผมไม่แคร์ ว่าเธอทำผมเจ็บยังไง ผมดีใจที่เธอคุยกับผม ผมดีใจ เหมือนหมาเจอเจ้าของ
ถึงแม้ว่าผมจะดีใจสุดขีด แต่ผมก็ฟอร์มคุยเอ็มกับเธอนิ่งๆ เหมิอนไม่ได้ดีใจอะไรมาก ไม่อยากให้เธอรู้ ว่าผมดีใจแค่ไหน

แล้วผมก็ใหเบอร์ใหม่กับเธอ เธอเลยโทรมาคุยกับผม คืนนั้น เราคุยกัน 5 ชั่วโมงเลย
เธอเล่าว่า ที่หายไปช่วงนั้น เพราะงานยุ่ง และช่วงนั้น เธอต้องไประยอง กับโคราช เรื่องงานกับแม่ บ่อยๆ

(ผมรู้ว่าเธอโกหก แต่ผมไม่ว่าอะไร ไม่ท้วงไม่ติงอะไร คนเรา ต่อให้ยุ่งจริงๆ ถ้าคนมันแคร์กัน ยังไง ก็ต้องโทรมาบ้าง sms กันบ้าง นิดๆหน่อยก็ยังดี แต่นี้หายไปจะปี จะให้คิดไง... แต่ตอนนั้นผมช่างอดีต ช่างมัน)

ผมเองก็เล่าเรื่องผมบ้าง ชีวิตผม เลิกทำร้านเน็ท แล้วก็คุยไปเรื่องผมเปนตัวประกอบหนัง ละคร เพลง
จนแล้ว จนรอด ข้อสรุปคือ
เธออยากให้ผม ขึ้นไปหาเธอ 14 ก.พ นี้ เพื่อไปช่วยเธอ ถ่าย VDO PRESENT เรื่องงานของเธอ
เธอรู้ว่าผม เรียน พวก หนัง ทำหนังสั้น ตัดต่อ เธอเลยอยากให้ผมขึ้นไปหาเธอ เพื่อช่วยเธอ แล้วหลังจากถ่าย จะเที่ยวกัน

ผมตกลงทันที!!!

-------------------------

14 ก.พ ตรงกับวันวาเลนไทน์ ผมไปพัทยา แต่เช้ามืด เพื่อไปหาเธอ

ผมรอเธอ เธอมาสาย เช่นเคย (ชินละ)
แล้วเธอก็เดินทางมาถึง
ผ่านไป จะปี นึกว่าจะไม่ได้เจอกันแล้ว เหลือเชื่อเลย ....เราสำรวจกันและกัน เธอเองก็ดูเปลี่ยนไปบ้าง หน้าเธอมีกระขึ้นแดงบ้างๆ แต่โดยรวมเธอเองก็ยังดูดีในสายตาผมเสมอ

ผมกับเธอ ก็เริ่มทำงานกัน เป็นวีดีโอพรีเซ็นต์เกี่ยวกับ สกรีนเสื้อคู่รัก เธอก็หาคนมาแสดง สถานที่ ส่วนตัวผม ก็รับหน้าที่ถ่าย กำกับ ตัดต่อ
ถ่ายเสร็จ กันก่อนเที่ยง ทุกคนก็กลับกัน เหลือแค่ผมกับเธอ

เธอพาผม ซ้อนมอไซค์เธอ ขับไปตามที่ต่างๆ ในพัทยา ระลึกความหลังกัน ไปกินข้าวร้านที่เราเคยกิน ไปที่ที่เราเคยไป และเราก็ดูหนังกันครับ เย็นวันนั้น ดูหนังเรื่อง L Change the World (ซึ่งเธอชอบ แต่ผมว่าห่วย)

ในเย็นวันนั้นเอง ผมกับเธอออกจากโรงหนัง เธอเจอเพื่อนเธอ ทะเลาะกันหน้าห้าง เธอเลยให้ผมรอ และเธอเข้าไปเคลียร์เรื่องราวของเธอ
(ซึ่งเหตุการณ์นี้เอง จะมีผลกับตัวผมในตอนหลัง)

หลังจากเคลียร์เสร็จ เธอก็พาผมไปขึ้นรถทัวร์กลับบ้าน

https://www.youtube.com/watch?v=JAbFTS9zZas

------------------------------------

เราก็ยังโทรคุยกัน ไม่บ่อยมาก แต่ก็โทรมาบ้าง
ผมก็ยังรักเธอ แต่ผมพยายาม ที่จะไม่ รักเธอมาก เพราะกลัวเสียใจอีก แต่ก็แอบหวัง ว่าเราจะคู่กันรักกัน

จนวันหนึ่งในเดือนมีนาคม เธอโทรมา ด้วยเรื่องเครียดๆ
เธอมีปัญหากับแม่ ของเธออย่างรุนแรง (ถ้าเอาจริงๆ ผมก็ลืมไปแล้วว่าทะเลาะอะไรกัน แต่ก็รุนแรงมาก)
เธออยากหนีออกจากบ้าน มากรุงเทพครับ

ผมเองก็บอกให้เธอคิดๆดี อะไรดีๆก่อน ก่อนจะทำอะไร
แต่จนแล้วจนรอด เหมือนเธอไม่ไหว เธอยังไง ก็จะออกจากบ้าน
เธอบอกว่า จะมาอยู่กับผมสักพักครับ จนกว่าจะหางานได้ แล้วจะออกจากบ้านผม

ถึงจะเป็นสิ่งที่ผิด ผมเองก็คอยปรามเธอ แต่ผมยอมรับว่าแอบดีใจมาก ที่เธอจะมาอยู่กับผม ผมเลยไม่ว่าอะไร หากมาอยู่กับผม ผมจะได้ไม่เป็นห่วง และหากถึงมีงานมีการแล้ว ก็มาอยู่กับผมเลยก็ได้ ผมไม่ว่า
เธอตกลง เหมือนเธอดีใจมาก

คืนวันต่อมา เธอนั่งรถทัวร์ (เธอไม่ขับรถเธอเอง เพราะรถที่เธอขับตลอดมันรถแม่) เธอโทรบอกผม ว่า เธอมาถึงแล้ว ผมเลยนั่งแท็กซี่ ไปรับเธอ ที่สถานีเอกมัยทันที ตอนเที่ยงคืน หรือห้าทุ่มได้

ผมเจอเธอ ผมหิ้วประเป๋าให้เธอ และพาเธอกลับมายังบ้านผม เธอดูเครียดดูเหนื่อย เธอขอนอนเลยละกัน
ผมกับเธอ นอนคนละเตียงกัน เพราะเราไม่ได้นอนใกล้กันมานานมาก บวกึความห่างเหิน ความเกรงใจ ผมเลยให้เกียรตืเค้า เธอเหนื่อยมาก จนไม่ได้อาบน้ำนอนด้วยซ้ำ

ผมเฝ้ามองเธอ เธอเครียด เธอช้ำ ผมในใจ ผมอยากจะทำให้เธอ มีความสุข ผมไม่อยากให้เธอต้องเศร้าหรือทุกข์ทน ผมอยากจะเป็นคนที่ทำให้เธอรู้สึกดี ผมจะเป็นคนดีของเธอ ไม่ทำให้เธอต้องเสียใจ

...................


วันต่อมา ผมอยู่ข้างๆเธอ ผมปลุกเธอ เพราะสายแล้ว

เธอตื่นมา มองหน้าผม และกอดผมทันที
ตอนนั้น ผมตัวแข็ง ทำอะไรไม่ถูก ที่เธอกอดผม

สักพักเธอก็ลุกขึ้น ไม่พูดอะไร เข้าห้องน้ำไปอาบน้ำกินข้าวกัน

ในระหว่างที่เธออยู่กับผม เธอก็พยายามหางานทำเรื่อยๆ
แม่เธอก็พยายามติดต่อเธอ แต่เธอไม่บอกว่าอยู่กับผม (จริงๆเรื่องนี้ มันก็ไม่เหมาะหรอก)

ผมอยู่กับเธอ ทุกอย่างก็ไม่มีปัญหาอะไร
เราอยู่ด้วยกัน นอนด้วยกัน
นอนกันเฉยๆ แต่ไม่เคยมีอะไรกับเธอเลย อย่างมากก็แค่นอนกอด
ถามว่า ผมมีอารมณ์กับเธอไหม ผมก็มีบ้าง แต่ผมให้เกียรติเธอ ผมไม่ทำอะไรเลย ผมไม่ต้องการมันเลย ขอแค่อยู่ข้างๆเธอ SEX ไม่จำเป็นด้วยซ้ำ

เธอเอง ก็เคยพูดว่า เธอไม่พร้อมกับเรื่อง SEX เธอขอว่ายังไง ก็ขอไม่มีเรื่องอย่างว่าได้ไหม ซึ่งผมก็รับปากเธอ ทำให้ผมไม่เคยทำอะไรเธอ

ผมชอบไปเดินห้าง ดูหนัง กับเธอ
สระผมให้เธอ ย้อมผมให้เธอ นอนเล่นกับเธอ กินข้าวกัน คุยกันก่อนนอนทุกคืน และนอนกอด ได้หอมแก้มเธอ เราทำอะไรหลายๆอย่าง

ในตอนนั้น ผมคิดว่า นี่แหละ ชีวิตที่ผมต้องการ ผมต้องการให้มันเป็นแบบนี้ไปตลอด ไม่ต้องการอะไรแล้ว คิดดูสิ ผู้หญิงในฝันผม ที่ผมรักมาตลอด และคิดว่าคงไม่ได้คู่กันหรอก

แต่ตอนนี้ เธออยู่ข้างๆผม!! นอนกอดกับเธอ!! มันเหมือน ฝันที่เป้นจริง ได้ดูแลเธอ ปกป้องเธอ อยู่ข้างๆเธอ
ทุกๆวัน เธอก็ยังหางาน และให้ "เพื่อนสนิท ลึกลับ" คนหนึ่ง หางานให้เธอเช่นกัน

-----------------------------

เมษายน หลังสงกรานต์ ปี 2008

เธอบอกอยากไปเชียงใหม่ อยากไปเที่ยว
ผมเก็บเงินก้อนนึง ตั้งใจจะพาเธอไปเที่ยวเชียงใหม่ และอีกผมเห็นว่า แม่ผมอยู่ที่เชียงใหม่ อ.ฝาง
ผมเลยจะพาเธอไปเยี่ยมแม่ผมด้วย ผมจองตั๋วรถไฟตู้นอน อย่างดิบดี นัดแม่ให้มารับที่สถานีในตัวเมือง จัดแจงอะไรทุกอย่างไว้
ผมคิดว่า เราไปเที่ยวกัน เจอแม่ผมด้วย ผมว่า ผมกับเธอ ต้องมีความสุขมากแน่ๆๆๆ

สิ่งที่ผมคาดไว้ คือ เราไปเที่ยวกัน อยู่ด้วยกัน เจอแม่ผม แม่ก็ชอบเธอ แล้วเราก็จะกลับ กรุงเทพ พร้อมกับความสุข.. นี่คือที่หวังไว้



ผมและเธอ ก็นั่งรถไฟไปด้วยกัน นั่งรอบ 4 ทุ่ม กำหนดถึง คือประมาณ เที่ยงๆ อีกวัน
ดูเธอเงียบๆลง ไม่ค่อยร่าเรืง เหมือนกังวลอะไรสักอย่าง ไม่สนุกรึไง
ผมพยายามชวนเธอคุย แต่เธอก็เงียบๆ ไม่ค่อยคุยอะไรมาก

เธอนอนหลับ แต่เธอก็ชวนผม นั่งบนเตียงเธอในรถไฟ ข้างๆเธอ ผมนอนไม่หลับเลย ไม่รู้เธอเครียดอะไร ผมได้แต่มองออกไปนอกหน้าต่าง คิดอะไรไปเรื่อย

ผมเองก็หลับไป จนเช้าวันต่อมา เธอก็ตื่น
ทางรถไฟเอง ก็แปลงตู้นอน ให้เป็นที่นั่งแล้ว เราก็นั่งประจันหน้ากัน
เธอก็ยังคงเหมือนเมื่อคิน ซึมๆ ไม่ตุยกับผม คุยอะไรก็ไม่ค่อยตอบ เอาแต่เล่นเกม มือถือ
จนผมเองก็รู้สึกอึดอัด และเครียดๆแฮะ

คาดหวัง ว่าเราจะมาเที่ยวสนุกด้วยกัน แต่แค่เริ่มก็เหมือนอึดอัดแล้ว
ผมสงสัยมาก ทำไม เธอเป็นแบบนี้

เที่ยงกว่าๆ รถไฟ จาก กรุงเทพ ได้มาถึงเชียงใหม่แล้ว...


......


ผมก็เจอแม่ผม แม่ผมดีใจที่ผมมาเยี่ยมแม่ แม่ตั้งใจจะพาผมกับเธอขึ้นรถ ไปพักบ้านแม่ ที่อำเภอฝาง.

แต่เธอแสดงธาตุแท้ ของเธอออกมาจนได้ ....เธอไม่ไปกับแม่ผม และผม

แต่มีผู้หญิงคนหนึ่ง.. มารับเธอที่สถานีรถไฟ
เธอคือผู้หญิงคนเดียวกับคนที่ มีเรื่องทะเลาะกันที่พัทยา ที่เธอไปเคลียร์

พิมชนก สารภาพ กับผมว่า เธอได้งานทำ ที่เชียงใหม่ โดยให้เพื่อนเธอคนนี้ หางานให้ที่นี้ เธอเลยตั้งใจว่า มาเชียงใหม่รอบนี้ จะไม่ลงกลับกรุงเทพ เธอจะอยู่ที่เชียงใหม่กับเพื่อนเธอ

ผมรู้สึกเหมือน โลกพังครืน เหมือนโดนหักหลัง จากที่มาเที่ยวจะสนุก มันไม่สนุกแล้ว... เพราะอย่างนี้เองเหรอ ที่เธอไม่คุยกับผมตลอดทาง เพราะเธอรู้อยู่แล้วใช่ไหมล่ะ
ผมได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ ยอมรับ ในชะตากรรม และปล่อยเธอไปกับเพื่อนของเธอ ส่วนผมเหรอ ผมก็ไปกับแม่ผม ไปอยู่บ้านแม่ เลียแผลตัวเอง 2-3 วัน ยอมรับว่าอยู่กับแม่แล้วสบายใจขึ้น ถ้าผมไม่ได้ไปบ้านแม่ ผมคง FAIL หนักสุดๆ
รอบนี้ แม่ผมเองก็พึ่งเจอเธอ แต่แม่ผมเจอแบบนี้ ก็ไม่ชอบขี้หน้าเธอตั้งแต่แรกเลย...

ขากลับผมกลับรถทัวร์ รถที่แม่จองให้
ผมไม่โทรหาเธอ ผมพยายามไม่คิดถึงเธอ

---------

ผมกลับมาถึง กรุงเทพ ด้วยหัวใจห่อเหี่ยว รู้สึกไม่อยากทำอะไรเลย
แต่ก็ต้องทำ เพราะมีหน้าที่
ผมเองก็โตแล้ว จะมาง๊องแง๊งเป็นเด็ก แบบเมื่อก่อนไม่ได้
เลยได้แต่ระบายให้เพื่อนฟัง เพื่อนส่วนใหญ่ แนะนำให้เลิก แต่ผมตัดใจยาก เพราะเรื่องของผม มันยาว ตั้งแต่สมัยเด็ก

เวลาผ่านไป....

....................

พ.ค 2008

เธอโทรหาผม ระหว่างที่ผมกำลังวิ่งลู่วิ่งบนฟิตเนสที่ FBT
เธอบอกผมว่า เธอจะย้ายมาอยู่กรุงเทพ อยู่กับเพื่อนคนนั้นของเธอ
และติดต่อห้องพักไว้แล้ว อยู่บางนา (ไกลจากผมมาก) และ ได้งานทำ เป็นธุรกิจของญาติเธอ ที่แม่จัดไว้ให้ (คือแม่เธอรู้แล้ว ว่าอยู่ไหน แต่เธอไม่กลับบ้านครับ เพราะอยากใช้ชีวิตข้างนอก)

เธอพูดทิ้งท้ายไว้ ว่า ถ้ามากรุงเทพ เธอกับเพื่อน จะแวะ มาคุยเรื่องทั้งหมดให้ผมฟัง ว่าเกิดอะไรขึ้น ที่เชียงใหม่

..........................


2-3 วันหลังจากนั้น เธอนั่งเครื่องมา กรุงเทพ และได้นัดผม มาคุยกันที่ซีคอนสแควร์ (ครึ่งทางระหว่างบ้านผมกับเธอ)

ก็นัดดูหนังกัน (เจอกันทีไร มักจะดูหนังกันเป็นกิจวัตร) แล้วก็หาที่นั่งคุยกันหลังดูหนังเสร็จ
มีผม มีพิมชนก และเพื่อนผู้หญิงหมวยๆของเธอ

..
..

..
..
..
..

จริงๆแล้ว พิมชนก เป็นเลสเบี้ยน เธอเฉยๆกับผู้ชาย ไม่ค่อยอะไรกับผู้ชาย
ผมจึงเป็นผู้ชายคนเดียวที่เธอสนิทด้วย

และเพื่อนหญิงคนนี้น ผมขอเรียก นามสมมุติว่า "บี" นะ นั่นคือ แฟนของเธอครับ
"บี" เป็นคนเชียงใหม่
แต่เคยเจอด้วยกันสมัยตอนมัธยม แล้วเจอกันที่ตอนช่วยเพื่อนเคลียร์เรื่องทะเลาะที่พัทยา เลยจำได้ เลยคุยกันเรื่อยมา จนตัดสินใจคบกัน

(แต่ความจริงที่ผมมารู้ทีหลังคือ บี น่ะ มันพึ่งรู้จักกันตอนนั้นเลยแหละ รู้จักหลังผมเลย แต่มันปิ๊งกัน เลยคุยกันตลอด จีบกัน .... แต่มาอ้างว่า รู้จักกันมาก่อนนานแล้ว แล้วกลับมาคบ เพื่อลดความรู้สึกแย่ๆของผม เหอๆ)

ผมก็สังเกตุมานานแล้ว ว่าตอนที่ พิม อยู่กับผม แมงทำไม ตอนเล่น Hi5 (เธอเล่น hi5) ชอบโพส ชอบคุยเอ็ม หรือโทรหาเพื่อนคนนี้ ผมไม่เคยเอะใจ

และผมก็มาเห็น hi5 ของเธอทีหลัง อันใหม่ มีรูปของเธอ กับ บี จูบกัน สวีทกันที่เชียงใหม่มากมาย...

ผมพูดอะไรไม่ออกเลย ได้แต่อึ้ง และคิดหนัก...


.....


ครับ ผมก็ไม่แปลกใจเลย ทำไม พิมชนก จริงๆก็หน้าตาดี
ผมก็ไม่ได้หน้าตาดีอะไร
แต่ทำไม เธอไม่มีแฟน ไม่คบใครซักที ชอบไปๆมาๆ กับผมอยู่เรื่อยๆ เพราะที่แท้ เธอไม่สนใจผู้ชายนั่นเอง

.......................

ขากลับ..จากห้าง
ผมหัวชาตลอดทาง ระหว่างที่เราเดินอยู่กัน 3 คน บนสะพานลอยซีคอน ตอน 3 ทุ่มได้

พิมชนกก็ให้บี เดินออกไปก่อน และเธอคุยกับผม เธอขอบคุณผมทุกสิ่งทุกอย่าง ที่เคยทำให้เธอ
ผมน้ำตาไหล และขาอ่อนลงทรุดกับพื้น และร้องไห้โฮ
ปกติผมไม่เคย ร้องไห้ ต่อหน้าใคร ถึงจะร้องบ่อย แต่นี่ ผมร้องไห้ต่อหน้าเธอ กลางที่สาธารณะ

ผมเสียใจ เจ็บปวดมาก ผมขอเธอ ว่า
"เราไม่ขอเป็นแฟนเธอหรอกนะ แต่เราขอที่จะอยู่ข้างๆ เธอแบบนี้ได้ไหม รักเราบ้างได้ไหม แต่ไม่ต้องเป็นแฟนกันก็ได้"

เธอมานั่งกับผม บนพื้น แล้วไม่พูดอะไร และโอบกอดผม
บี น่าจะรู้เรื่องผมอยู่บ้าง เลยดูไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่ ..บี ก็เป็นคนดีคนนึงนะครับ จากที่รู้จักเธอ ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร

พิม คงอยากให้ผมสบายใจ เลยพาผมไปนั่งดื่มร้านกาแฟแถวนั้นและคุยกัน
ทั้งพิมและบี ก็หยอกล้อเล่นกัน ต่อหน้าผม

แต่ผมไม่หึง ไม่อะไรหรอก ผมไม่ได้ต้องการ เป็นเจ้าของเธอ
ผมขอแค่รักเธอ ได้ดูเธอมีความสุขก็พอ แต่ขอให้เธอรักผมบ้าง นิดๆก็พอ ใส่ใจกันบ้าง ไม่อยากตัดขาด

คืนนั้น เธอกับบี เลย กลับบ้าน มาบ้านผมด้วย และมานอนด้วยกัน 3 คนในห้องผม
พิมไว้ใจผม ว่าผมคงไม่อะไรบีหรอก พิมรู้นิสัยผมดี ซึ่งผมก็ไม่คิดอะไรกับคนอื่นใครๆเลย เพราะหัวใจผมมีแต่พิมจริงๆ ถ้าผมรักใครแล้ว ผมไม่คิดอะไรกับคนอื่นได้เลย

..................

หลังวันนั้น

พิมก็อยู่กับบี ที่หอพัก ผมก็อยู่บ้านผม

ผมยังคงรักเธอ แต่โทรคุยกันบ้าง
บางครั้ง พิมอยู่กับผม บีจะโทรมาถาม และบอกให้ดูแลเธอ
และบางครั้ง พิม อยู่กับ บี บางที ผมก็โทรเข้าไปดูแล ว่าโอเคไหม และฝากบีดูแลพิม

บางค่ำคืน บางที พิมกับบี ก็มานอนบ้านผม เช่น กลับดึกไม่มีรถ อะไรเงี้ย
แต่บางคืน ที่พิม นอนกับผม 2 คน ผมก็ชอบ นอนกอดเธอเหมือนเดิม

ตอนนี้ผมไม่ใช่แฟน แต่ก็เป็นแค่เพื่อนคนหนึง ที่รักเพื่อนอีกคน และไม่ขออะไรมากมาย ขอแค่ความเป้น "เพื่อน" ก็พอใจ

อ้อ แต่ผมก็ยังเป็นพ่อบุญทุ่มนะ พิมบอก ว่าห้องไม่มีทีวี ผมก็เลยยกทีวีบ้านผมเครื่องนึงให้
พิมบอก ไม่มีเครื่องดูหนัง ผมก็ยกดีวีดีให้เธอ
จริงๆ เธอก็เกรงใจผมมาก แต่ผมบอกเธอว่า ถ้ามีเงิน ค่อยใช้คืนก็ได้ ตอนนี้เอาไปเถอะ จะได้มีอะไรทำ

ถึงจะเป็นเพื่อนเฉยๆ แต่ผมก็แอบเป็นห่วง ยังรักเสมอ อยากให้เค้ามีความสุข อยากทำอะไรให้เค้าตลอดเวลา

(ซึ่งพอมาคิดในตอนนี้ รู้สึกว่าตัวเองโง่)

..........................

มิ.ย 2008

ความสัมพันธ์ แบบเพื่อนๆ ที่ดูแปลกๆ ของผม คงไม่เข้าท่าหรือไงมั้ง

ทั้งพิมและบี ห่างจากผมไป เหมือนไม่ค่อยติดต่อผมแล้ว โทรไปก็ไม่รับ
บางทีโทรติดก็บอกไม่ว่าง
พอโทรหาบี บีก็ไม่ค่อยคุย ไม่รับฟังอะไรมาก

....มันน่าตลก ทั้งๆ ที่ บอกว่า ไม่ว่าง ไม่มีเวลา แต่ใน HI5 กลับ อัพเดท ตลอดเวลา มีทั้งการเล่าเรื่อง การโพสรูปหวานๆ โรแมนติก
...ตอนนี้ ผมไม่ได้ต้องการอะไรแล้ว ผมก็แค่คุยในฐานะ เพื่อน ขอเป็นเพื่อน แต่นี่ เหมือนกับว่า แค่การเป็น "เพื่อน" เฉยๆ เขาก็ยังเหินห่างจากผม

ผ่านไปประมาณเกือบเดือน

ผมมองโลกในแง่ดี เอาน่า รู้จักกันมาแต่เด็ก ยังไง เธอก็ต้องติดต่อผมบ้าง
แต่โลกในแง่ร้ายผม ผมคิดว่า คงหมดเวลาแล้วสินะ ผมมันหมดประโยชน์แล้วนี่ เธอคงเขี่ยผมทิ้งแล้ว

และความคิดในแง่ร้ายนี่ มันกดประสาทผมตลอดเวลา แบบ มันคลุมเครือตลอด

จนวันหนึ่งผมเช็คใน HI5 เธอ เธอก็อัพเดทดังเคย
เล่าเรื่องราว ความรักของเธอและบี อยากน่ารักลึกซึ้ง ว่ามาเจอกันยังไง (ซึ่งตรงนี้ ผมไม่อะไร)

แต่ผม มาสะดุด กับ ข้อความ บรรทัดสุดท้าย เธอเขียนว่า
"เรามีกันแค่ 2 คนพอ เราไม่ต้องการใครอีก..."


ในตอนนั้นเอง ผมรู้สึกว่า "พอกันที"
ผมส่งเมล์ไปหาเธอ เพื่อบอกความคิดผมทั้งหมด และขอให้เธอมีความสุข
และผมก็ไม่เคยติดต่อเธออีก

และเธอเอง ก็เช่นกัน เธอก็ไม่เคยส่งเมล์ หรือตืดต่อผมกลับมา..

....................


....................

ผมกลายเป็นคนซึมเศร้า
ผมหมดอาลัยตายอยาก
ผมเบื่อๆ แต่ก็ต้องทนกับความเจ็บปวด

อย่าคิดมาก เจ็บมาเยอะ เจ็บอีกหน่อย จะเป็นไรไปเล่า
ผมใช้ชีวิตไปวันๆ ดูหนัง เล่นเน็ท เจอเพื่อน หวังว่า อะไรจะดีขึ้น

..........

ช่วงนั้น ผมเที่ยวกลางคืนบ่อยมากครับ
ผมพยายามจะลืมความเจ็บปวดทั้งหมด ด้วยการทำเรื่องบ้าๆ เช่น กินเหล้าเมาสุดขีด
สูบบุหรี่ ระหว่างกินเหล้า (ปกติผมไม่สูบ และเกลียดบุหรี่)

ผมยังบริสุทธิ์มาตลอด ไม่เคยเสียตัว จนหลังที่เธอจากไป ผมมีอย่างว่า กับผู้หญิงแปลกหน้า มากมาย

ผมนัดคุยกับพวก ผู้หญิง ในห้องแชท พวกแนวๆอย่างว่า ใน IRC แล้วจบลงด้วยการขึ้นเตียง หรือไม่ก็เจอกันในสถานที่อโคจร มามีอาไรกัน ผมมี มากและถี่
เพื่อหวังว่าจะลืมเธอได้

มีครั้งนึง ผมก็หวังว่า จะสานสัมพันธ์หลังเรื่องอย่างว่า กับคนบางคน ที่ผมเจอ แล้วถูกชะตา แต่จนแล้วจนรอด มันก็ไม่ใช่แบบที่คิด

ผมรู้สึกว่าตัวเอง แย่ เลว และสกปรกมาก ในช่วงนั้น ผมมั่วมากเลย รู้สึกผิด ไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน
ผมไม่มีแฟน แต่มีแต่คูขามากมาย
ผมไม่ได้หล่อ แบบจะฟันใครก็ได้นะ ผมหน้าตาธรรมดา ผมว่าผมไม่หล่อด้วย
แต่ผมแค่ ช่วงนั้น ผมทุ่มเทมากกับการมีอย่างว่า ไม่ว่าจะด้วยเงิน หรือว่าด้วยมิตรภาพ หรืออะไร ก็ตาม ผมจะมีอย่างนั้นให้มากที่สุด ผมหมดเงิน ค่าเลี้ยงคน เป็นหมื่นๆ เยอะมาก เพื่อขึ้น เตียง
มีบางครั้ง ที่ผมมีอะไรกับเพื่อนตัวเองด้วย (แต่เพื่อนให้อภัยแล้วนะ ผมเมา)

มันเหมือนการประชดชีวิต ว่า
"กุดีมาตลอด ทำไมมืงไม่รักกุ งั้นกุจะเลว จะชั่วเลย!!!"

ผมลุ่มหลง กับเรื่องพวกนี้มาพักหนึ่ง แต่จนแล้วจนรอด เนื้อแท้ของผม ก็คือความเศร้าหมอง
ผมไม่เคย ลืมเธอเลย
มีหลายครั้ง ที่ผม มีอะไร กับผู้หญิง แล้วไม่สำเร็จ
แต่มันสำเร็จ เมือผม หลับตา แล้วจินตนาการ ว่ามี อะไรกับ เธอ และเป็นงี้ ทุกๆครั้งๆ

และหลายครั้งที่ผมอยู่คนเดียว ผมก็ยังร้องไห้ คิดถึงเธอ
แต่เวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่น ผมสร้างภาพ ว่าเป็น คนอารมณ์ดี



วันหนึ่งช่วงเกือบปลายปี
ผมหดหู่หนักมาก ผมร้องไห้ฟูมฟายอยู่คนเดียวในบ้าน ผมจิตตกมาก
ผมตัดสินใจ หยิบมีดทำครัว มาปาดข้อมือตัวเอง แบบฉับพลัน

แต่จะโชคดีหรือไง มีดฟันไม่เข้า ไม่รู้เพราะสวรรค์ช่วย หรือมีดมันทู่ไม่รู้ (แต่ทุกวันนี้ก็ยังเอามีดนี้หั่นผักนะ)

เหมือนมันฟันไม่เข้า ไม่เป็นแผลครับ

จู่ๆ ผมก็รู้สึกว่า นี่ผมทำอะไรลงไป ถ้ามันฟันเข้าขึ้นมา ตะกี้ผมคงตายเลย..
แต่นี้ผมยังไม่ตาย ผมเลยติ๊งต่างเองว่า น่าจะเป็น โอกาส อะไรสักอย่าง ที่ไม่ให้ผมตายเมื่อกี้




ปลายๆ ปี 2008
ผมหยุดนิสัยเลวร้ายของตัวเอง และช่วงนี้ ผมเลิกทำงาน เป็นตัวประกอบแล้ว (เพราะเหนื่อย)
ผมก็อยู่บ้านเฉยๆ ทำงานหนังสั้นตัวเอง และทำห้องเช่าที่บ้าน ตามปกติ และเป็นคนดี ของผู้ใหญ่ๆ

ช่วงปลายปี แม่ และ ยาย ของผมเอง ลงมาเยี่ยมจาก ตจว ด้วย มันทำให้ผมคิดได้ ว่า ยังมีคนที่รักเราและแคร์เรา (ถึงชีวิตผม จะพ่อแม่หย่าร้างแล้วก็เถอะ) แต่เค้าก็ยังรักผม

ถึงแม่ผม ก็อยู่เชียงใหม่ แต่เค้าก็รักผม
พ่อผมจะไม่ได้เรื่อง แต่เค้าก็รักผม
ญาติผม 2 ฝั่ง จะไม่ถูกชะตากัน แต่ทั้ง 2 ฝั่ง ก็รักผม
แม้ว่าจะไม่ได้แสดงความรัก แบบ ครอบครัว ทั่วไป แต่ทุกคน ก็หวังดีกับผม ไม่ว่าจะหวังดีห่างๆ หรือหวังดีใกล้ๆ


ผมรู้ว่าผมผิดไป ที่ทำตัวเหลวแหลก ผมเลยเลิกทำสัมส่อน ระบายอารมณ์
ผมไม่มีความคิดที่จะฆ่าตัวตายในหัวผมอีก

แต่ผม จะทำตัวเป็นคนที่ดี เท่าที่ดีได้ ให้มากที่สุด


...........


ม.ค ปี 2009

ระหว่างที่ผม กำลังใชชิวิตแบบเซ็งแซ่ ไปวันๆ เธอไม่เคยติดต่อมาเลย (ผมเองก็เปลี่ยนเบอร์)

เธอมาเคาะประตูหน้าบ้านผม มาหาผม...

เธอมาเยี่ยมผม เพราะเธอติดต่อผมไม่ได้เลย เธออยากรู้ว่าผมจะทำอะไรโง่หรือเปล่า (เช่นการฆ่าตัวตาย เธอรู้ว่าผม Sensitive)

ผมก็แอ๊บ แสดง เหมือนที่ผมแสดงเป็นตัวประกอบ ยิ้มแย้ม ร่าเริง
ผมไม่เป็นอะไร สบายดี ไม่มีปัญหาอะไร
ผมไม่เล่าเรื่องผมฆ่าตัวตาย ผมไม่เล่าเรื่องผมเหลวแหลก มีอย่างว่าไปทั่ว

ผมก็เปลี่ยนเสื้อผ้า และออกไปนั่งกินไอติมกับเธอ เธอก็พูดว่า เธอสบายดี แต่เป็นห่วงผม เลยแวะมาดู
(บวกมาเอาของของเธอที่ทิ้งไว้บ้านผม แต่ผมก็ไม่ทวงของผมที่เธอคืนหรอก ผมให้เลย มันน่าเกลียด ถ้าผู้ชายทวงของผู้หญิง ถึงจะเป็น ทีวี กับเครื่อง DVD ก็เถอะ)

เราทั้งสองนั่งคุยกันสักพัก
นั่งกินไอติมกัน

ผมรู้สึกได้เลยว่า...
หลังจากการกินไอติมครั้งนี้ ผมจะไม่มีวันได้เจอหน้าเธออีกแล้ว
ผมบอกว่าผมรักเธอมากแค่ไหน บอกความรู้สึกทุกอย่าง และผมไม่ต้องการให้เธอรักผมหรืออะไร ผมแค่อยากพูดมันออกไป แล้วก็พอ
เธอเข้าใจความรู้สึกผม เลยไม่ว่าอะไร

หลังจากกินเสร็จ เธอและผม เดินออกมานอกร้าน
เรามองกัน และต่างคนต่างบอกลากัน แบบไม่ฟูมฟาย แค่บอกลาปกติ เหมือนเพื่อนที่เจอกันทุกวัน และแยกกลับบ้าน

แต่ผมรู้ว่า จากกัน รอบนี้ จะไม่เจอกันอักแล้ว..

"กลับบ้านดีๆนะ พิม"
"เออ เช่นกัน (ชื่อผม)"

เราเดินจากกัน ผมเดินเข้ามหาลัย ไป
ส่วนเธอเดินขึ้นรถเมล์ไป...

ผมเดินตามทาง ผมร้องไห้ ตลอดทาง แบบ น้ำตาไหลนองหน้า แบบไม่อายใคร
แต่ผม คิดว่า ครั้งนี้ มันเป็นการลากัน ที่ดี ที่เข้าใจกันแล้ว มันไม่ใช่การร้องไห้ที่เสียใจ ฟูมฟาย
แต่มันเป็นน้ำตาที่ไหล แบบ เสียใจก็มีบ้าง แต่ก็ตื้นตัน กับชีวิตทั้งหมด ตื้นตันกับชีวิตที่มีความสุขดีแล้วของเธอ

และดีใจ ที่ผมเองก็ปลดปล่อยตัวเอง ออกจากการรักเธอได้เสียที



............


หลังจากวันนั้น ยันปัจจุบัน
ผมไม่เคย ร้องไห้เรื่องเธออีก ม่คิดถึงเธออีก

แต่ก็แอบคิดในใจนะ ว่าเสียเวลาชีวิตมาเยอะเหมือนกัน กับคนๆนี้
แต่ก็เป็นบทเรียนความรัก ที่สอนอะไรผมหลายอย่าง

ถ้าเธอกลับมา (ซึ่งก็เคยมารอบนึง และผมก็ไม่อะไรแล้ว) ผมจะไม่กลับไปหาเธออีกแล้ว เพราะผมเอาเธอออกไปจากใจแล้ว เก็บไว้เปนความทรงจำดีๆพอ



------------ จบแล้วครับ ขอบคุณที่อ่านจบ --------




จบแล้วนะ มีการ เรียงลำดับ เหตุการณ์ใหม่นิดหน่อยนะ ในส่วน ของ เรื่องเวลา Time line ชีวิตผม (เพื่อปรับเป็นบทหนัง)

แต่ขอยืนยัน ว่า 90-95 เปอเซ็นต์ในเรื่องทั้งหมด คือเรื่องจริงของผมเอง

ที่มีการดัดแปลง เรื่อง ลำดับเหตุการณ์ กับ ชื่อตัวละคร

แต่ เรื่องที่เกิด คือเรื่องจริงหมดครับ



ใครมีข้อคิดเห็น เกี่ยวกับ เรื่องราว ชีวิตผม บอกผมได้นะครับ
อยากแนะนำอะไรก็บอกได้ครับ

ขอบคุณจริงๆ ที่อ่านแต่ต้นจนจบ
โดย: ตัวประกอบปิงปิง [27 เม.ย. 53 3:36] ( IP A:183.89.184.204 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
Counter : 4524 Pageviews
ความคิดเห็นที่ 1
   สวัสดีค่ะคุณ ตัวประกอบปิงปิง อ่านกว่าจะจบยาวมากเลยค่ะ อ่านแบบตั้งใจเลยนะ นานๆจะมีเวลาได้เข้ามาอ่านอะไรยาวๆแบบนี้

จากที่อ่านมา เข้าใจว่าในส่วนลึกของคุณ คุณเป็นคนมีจิตใจดี แต่บางครั้งช่วงที่กำลังโมโห อาจจะทำอะไรแบบบ้าๆ ทำให้คนที่รักคุณเกิดอาการสับสน จากที่ชอบคุณเลยอาจทำให้คิดว่า เออนะ เพศหญิงด้วยกัน น่าจะอบอุ่นกว่า และอาจจะเคยเห็น หรือ จำฝังใจเกี่ยวกับสิ่งที่ไม่ดีกับผู้ชายก็ได้ค่ะ แต่มาอ่านช่วงที่คุณอยากจะทำใจให้ลืมเธอคนนั้น เลยทำให้คุณทำอะไรก็ได้ โดยไม่คิดว่า มันอาจจะเป็นการทำร้ายคนดีๆที่เข้ามาหาคุณก็ได้ สุดท้ายที่อ่าน ดีใจที่รู้ว่า ยังมีคนที่รักห่วงใยเรา คือพ่อแม่และญาติๆ ขอให้รักตัวเองให้มากๆ อย่าทำร้ายตัวเองอีกนะค่ะ ขอเป็นกำลังใจ ให้เจอคนที่ดีและรักคุณจริงๆนะค่ะ บางทีคู่กันแล้วมันก็ไม่แคล้วคลาดกัน ถ้าใช่ถึงจะอยู่ใกลแสนใกล มันก็มีวันต้องมาได้เจอกันวันยังค่ำ อาจจะช้าหน่อยนะค่ะ
โดย: ชมพู่ [28 เม.ย. 53 3:09] ( IP A:81.227.33.81 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
    .............Bravo Bravo !! ยอดเยี่ยมมากๆๆๆๆๆเลยครับ สำหรับกระทู้นี้ของปิงปิง สนุกเหลือเชื่อ !! เดิมทีไม่คิดว่ากระทู้เรื่องรักของปิงปิง จะสนุกสนาน และฮาได้มากมายขนาดนี้ ประหลาดใจมั่กๆๆ พูดก็พูดเหอะ ไม่ใช่ว่าเพราะถือว่าเคยรู้จักกันนะ ผมว่า กระทู้เรื่องรักกระทู้นี้ ดีกว่านิยายรักออนไลน์ที่เคยอ่านในเวปบอร์ดดังๆมาเสียอีก ( เห็นแบบนี้ ผมอ่านกระทู้แนวๆพวกนี้มาเยอะพอสมควรนะครับ มีที่อยู่ในระดับดี จริงๆ ไม่กี่เรื่อง นับนิ้วได้ )

.............เรื่องราวทั้งหมดในนี้ สามารถเอามาดัดแปลงเป็น ภาพยนตร์รักโรแมนติก ชั้นดี ออกฉายตามโรงภาพยนตร์ได้เลย ไม่ได้พูดเว่อร์นะ แต่ต้องดัดแปลงและใช้ความสามารถในการเล่าเรื่อง ตัดนิด เติมหน่อย ปรุงรสเพิ่มเข้าไปอีกนิดนึง คิดว่าน่าจะเป็นหนังที่ทำเงินระดับ ร้อยล้านได้ ( ถ้ามีโลโก ค่ายหนังไทยดังค่ายหนึ่งแปะหัว - ฮา ) แต่ถ้าทำออกมาเป็นหนังสั้นจริงๆ คิดว่ายากแน่ๆ ถ้าจะสรุปเรื่องราวทั้งหมดในหนัง หรือไม่ก็อาจจะต้องทำยาวหน่อย สัก 40 - 60 นาที อะไรแบบนั้น

.............ผมชอบกระทู้นี้มากเลยอ่ะ รู้ป่าว จริงๆเดิมทีกะว่าอ่านเล่นๆ แวะไปกินข้าว แล้วกลับมาอ่านต่อ ที่ใหนได้ หยุดอ่านไม่ได้ ต้องอ่านรวดเดียวจนจบ แล้วมาร่วมแจม !! อยากเห็นหน้าสาวพิม คนนี้จังเลย จินตนาการแล้วยังนึกไม่ออกว่าตัวจิงสวยจิงป่าว ? เรื่องราวชีวิตของปิงปิงถ้าเรื่องที่เล่ามานี่จริงส่วนใหญ่นะ ถือว่าเป็นคนที่ใช้ชีวิตได้อร่อย มันส์ สนุกมากๆ ที่สำคัญชอบในการมองชีวิตของปิงปิงว่ะ ที่ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์แบบใหน ก็ยังอุตส่าห์มีอารมณ์ขัน ซึ่งอันนี้ผมไม่เคยทำได้ ?

.............เชื่อใหม่ ผมอ่านกระทู้นี้ไป ยิ้มไป ขำไป หัวเราะก๊ากเลยอยู่ตั้งหลายหน ไม่น่าเชื่อว่า ปิงปิงจะเป็นคนที่มีแง่มุม และซ่อนความน่ารัก อารมณ์ขัน อบอุ่น โรแมนติกไว้ได้ในตัวคนๆเดียวกัน แถมยังมีความบ้า ความเถื่อนอีก โอ้โฮ จริงๆไม่แปลกเลยถ้าจะ ฮอต ในหมู่สาวๆนะครับ แถมยังบ้านรวยอีก ( ฮิ ) ว่าแต่ กระซิบๆๆ ห้อง irc ที่ว่านี่มันเข้ายังไงอ่ะ อยากเข้าไปดูบ้าง อิอิ ~ อ่านเรื่องนี้แล้วรู้สึกเหมือนได้ ได้ดูหนังที่มีส่วนผสมของ แฟนฉัน + คู่แท้ปาฏิหาริย์ + อยากได้ยินว่ารักกัน + eternal summer ในเวอร์ชั่นของ ทิม ( เบอร์ตัน ) ปิงปิง รู้สึกมันแบบว่า เจ๋งมากๆ

.............ถ้าเรื่องนี้ดัดแปลงภาษาให้สละสลวยกว่านี้ ยืดเนื้อหาบางตอนหน่อย เพิ่มมุขอีกสักนิด เผลอๆเป็นนิยายรักเอาไปส่งรวมเล่มสำนักพิมพ์ได้นะเนี่ย จริงๆนะ ไม่ได้อวยเว่อร์ !! ชอบบทหักมุมมากๆๆ เสียดายเลิฟซีน มีน้อยไปหน่อย ผมอยากให้มัน อีโรติก กว่านี้ครับ ผมคิดว่าถ้าทำเป็นหนัง ขอเน้นฉากเลิฟซีนเยอะๆนะครับ ( ฮา ) ควรมีการบรรยายด้วย ระหว่างฉากที่ร่วมรักกับสาวแปลกหน้าเหล่านั้นว่า ท่วงท่าเป็นอย่างไร ลีลาเป็นอย่างไร มีเบิ้ลซ้ำใหม ท่าใหนบ้าง ( ฮา ) เพราะผม เอ๊ย คนดู ชอบครับ อิอิ ~ จริงๆการรักผู้หญิงคนนึง สิบปี ผมไม่ถือว่าเสียเวลานะ ถ้าได้ฟัน แต่ฟังจากที่เล่ามาทั้งหมด คบแล้วได้แค่หอมแก้ม นอนกอด ... แบบนี้ก็คงต้องบอกว่า เสียเวลาว่ะ 555

ป.ล. แล้วสาวที่พาไป สวนสยาม อันนั้นคนใหนวะ ( ฮา ) จำได้ว่า เข้าไปชมภาพมา ปิงปิง ตอนนั้นกะตอนนี้ ใช่คนเดียวกันแน่เหรอ ในภาพดูเก้งก้าง แล้วก็ไม่ค่อยเหมือนปิงปิงที่เจอเลยว่ะ ??
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [28 เม.ย. 53 13:25] ( IP A:110.164.240.198 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   แวะเข้ามาบ้านหมีอีกครั้งหลังจากห่างหายไปพอสมควร อ่านเรื่องของคุณแล้วจนจบ เข้าใจหัวอกของคุณนะค่ะ ความรักบางทีมันไม่ใช่การครอบครองเสมอไป เนื้อหาเรื่องราวของคุณก็หักมุมดีนะ เป็นกำลังในการทำหนังสั้นของคุณให้ออกมาดี นะค่ะ
โดย: myloveforyou [28 เม.ย. 53 13:41] ( IP A:118.173.201.109 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   ถ้าคุณสร้างเป็นหนังเราจะดู....

รักตัวเองมากๆค่ะ เชื่อว่าคุณทำได้...
โดย: ร้านเน็ตหลังRBAC [28 เม.ย. 53 14:58] ( IP A:124.120.20.100 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   ขอบอกตามความรู้ึสึก มันมีด้วยหรอความรักแบบนี้น่ะ สุดยอดอ่ะ

เราว่ามันพลาดๆๆ อ่ะ ที่นายไม่มีอย่างว่ากับเธอคนนั้น ไม่งั้น เค้าอาจจะชอบผู้ชายก็ได้ แล้วอีกเรื่องนึง มันก็เป็นความพอใจส่วนตัวของคุณอ่ะน่ะ ที่จะมอบอะไรให้เค้า แต่เท่าที่อ่านมาอ่ะ ถ้าคุณไม่มีประโยชน์ เค้าคงไม่มาหาคุณแน่ๆๆ (เค้าและคู่ขา เค้าคงคิดว่า คุณน่ะ ...... โลกนี้มันโหดร้ายว่ะ (ตอบคำถามกระทู้นี้ โดนด่ากลับแน่ๆๆ) ... มีอีกหลายความคิดที่ยากเสนอแต่ไม่กล้า ยังไงก็ ขอให้ จขกท. รับรู็ ว่่าเจตนาบริสุทธิ ในการตอบ ทุกคนมีสิทธิื์ คิดใช่ไหมค่ะ ขอบอกนิดนึงได้ไหมถ้าจะเอาไปทำ หนังเราคิดว่ามันไม่น่าสนใจ อ่ะ ปรับบทได้ไหม 555 เพราะ ตัวเอกผู้ชาย อ่ะ มันดูโง่ จนไม่น่าจะมีอยู่ในโลกนี้ อ่ะ

แจกเบอร์ด้วยเพื่อโทรมาด่าน่ะ 555

ปล. อันนี้หวังดี ไม่ได้ยียวน น่าจะพบจิตแพทย์สักนิดอ่ะ
โดย: เต่า 0896643325 [29 เม.ย. 53 15:24] ( IP A:58.8.145.49 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
    สาวๆนี่ล่ะนะ พอเจอผู้ชายซื่อไป ดีไป ก็บอกว่าโง่
แล้วก็ชอบผู้ชายร้ายๆ พอโดนฟันแล้วทิ้ง โดนหักอก ก็มาร้องห่มร้องไห้ หาว่าผู้ชายดีๆไม่มีอยู่ในโลก ?? วนเวียนไปวนเวียนมาเป็นลูป
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [29 เม.ย. 53 19:08] ( IP A:125.25.241.190 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   พูดตรงๆได้ ไม่ว่าหรอก

เพราะจะว่าไป ตอนนั้น เราก็ยอมโง่ มาตั้งนาน
โลกนี้แม่งก็งี้แหละ มีแต่พวกสูบเลือดสูบเนื้อ และใส่หน้ากากแสนดีเข้าหา
ชินละ

คืออันนี้ไม่ใช่บทนะ
เปนแค่เรื่องราวตัวผมเอง ที่กะว่า จะเอาไปแปลงเปนบทอีกที
จะมีการลำดับเหตุการณ์ใหม่

ปล ขี้เกียจหาจิตแพทย์ เพราะว่า รู้สึกว่าตอนนี้ตัวเองปกติดีนะ
ถึงจะชิน กับความรุนแรง กับหลงใหลก็เถอะ
โดย: ตัวประกอบปิงปิง [29 เม.ย. 53 22:22] ( IP A:183.89.172.85 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   อิอิ นั้นก็สู้ต่อไป คนเราต้องรักตัวเองก่อนจะไปรักคนอื่น

เป็นกำลังใจให้ จขกท.

โลกนี้มันโหดร้าย อะเรื่องจริง แต่มันก็ไม่ได้เลวร้าย เลือกคบคนอ่ะ คบได้ทุกคนเราก็เลือกคบแต่เฉพาะส่วนดีของเค้า คนเรา มันก้อมีทั้งดีและไม่ดี แต่นายปิงปองต้องรักตัวเองให้มากกว่านี้ ปล. เต่าคิดว่า ตอนนี้ปิงปองคงรักตัวเองมากกว่าคนอื่นอยู่แล้ว ใช่ไหมล่ะ

อีกเรื่องนึง เรายากแนะนำอ่ะคิดว่าเพื่อนแนะนำเพื่อนน่ะ อย่าหาว่าเสือกเลย ในมุมมองของผู้หญิง ถ้า she คนนั้นกลับมาอีก ก้อขอให้คบให้อยู่ในขอบขอบ ไม่งมงายอีกต่อไป เราเชื่อว่าถ้าเค้ามีเรื่องต้องพึงนาย เค้าต้องกลับมาอีกแน่ เราไม่ชอบเลยพวกพี่เอาความรัก มาเปงเครื่องต่อรองกับคนอื่นน่ะ พวกนี้ แม่งเห็งแก่ตัว คบไม่ได้ อ่ะ
โดย: jong jong [30 เม.ย. 53 9:11] ( IP A:58.8.135.141 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   อีกเรื่องนึงที่คาใจ มากมาย แค่นอนกอดอย่างเดียวจริงๆๆ หรือเนี่ย

.............. ของถามตามตรงคุณไม่ได้เป็นเกย์ ใช่ไหมเนี่ย แบบเนี้ย เด็กเนิ้ล ของแท้เลย 5555

พลาดๆๆ จริงๆๆด้วย ถ้า she ได้ลองของชายแท้ คิดว่าไม่น่าหลง ของเทียมไปได้ -*-
โดย: jong jong [30 เม.ย. 53 9:16] ( IP A:58.8.135.141 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
    เรื่องจริงประมาณ 90 - 95 % ไม่ได้แปลว่าจริงทั้งดุ้นนะเออ เต่า
ว่าแต่ คุณปิงปิง เป็นชายแท้หรือเปล่า พี่ก็ไม่แน่ใจนะ อิอิ ( แซวน้า )
ถ้าน้องเขากลับมาคราวหน้า แบบว่า เอาความรักมาต่อรองอะไรแบบนี้
ก็สรุปว่าให้ฟัน ชับๆๆๆ ซะเลยใช่ป่าว หมวยเต่า คราวนี้ เปี้ยนๆทอมๆ คงจะตกกระป๋องกันแน่ๆ ถ้าเจอของแท้เข้าไป .. เอ แต่ถ้าของแท้ลีลาไม่ดี อาจจะแพ้ของเทียมก็ได้ หรือเปล่าหว่า หมวยเต่าเคยลองของเทียมมะ 55555
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [30 เม.ย. 53 15:45] ( IP A:61.90.9.185 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
   lol ผู้ชายดีๆก็ยังมีเหลือด้วย :)
โดย: pam [30 เม.ย. 53 19:24] ( IP A:24.150.221.173 X: )
ความคิดเห็นที่ 12
   5555 คิดว่างั้น ถ้า she เค้ากลับมาอีก แล้วเอา ความรักมาเป็นเครื่องต่อลอง แนะนำ ให้ทำอย่างพี่จ็อบว่า ไหนๆๆ ก้อแลกกันสะเลย สมราคา หนูว่า

อีกเรื่องที่ถามตอบด้วยความสัจจริง ไม่เคยรอง ของปลอมเลยอ่ะ ความเห็นส่วนตัว คิดว่า มันคงไม่อุ่นเท่าของจริงไปได้ ฮ่าๆๆ
โดย: jong jong [3 พ.ค. 53 9:16] ( IP A:58.8.144.142 X: )
ความคิดเห็นที่ 13
   ชีวิต นาย น่าสงสารอะ
คิดไม่ออกเรยว่า ถ้าเกิดขึ้นกะพี่น้องเรา
เราจะเสียใจขนาดไหน
โดย: เฉ่า เพื่อนกันครับ [3 พ.ค. 53 16:26] ( IP A:58.64.82.157 X: )
ความคิดเห็นที่ 14
   ไม่ได้เปนเกย์ครับ
ผมไม่เคยมีไรกับเธอน่ะ แต่มีอะไรกับคนอื่นแทน (หลังจากเลิกกันแล้ว)
เหมือนสติแตก แต่ตอนนี้หายแล้วนะ

ถ้าเขากลับมา คงไม่รีเทรินละ เพราะผมปลงแล้วอะ ตัดแล้วจริงๆ
โดย: ตัวประกอบปิงปิง [6 พ.ค. 53 8:14] ( IP A:183.89.213.234 X: )
ความคิดเห็นที่ 15
   อ่านจบแล้วนะครับ
โดย: F1RST [15 ส.ค. 54 15:55] ( IP A:110.169.246.122 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน