วิธีจัดการผัวขี้โมโหของชาวมูเซอแดง
   วิธีจัดการผัวขี้โมโหของชาวมูเซอแดง รี่ก็อปปี้มาจากเว็บคู่สร้างคู่สมให้อ่านกันค่ะ

ในสังคมชนเผ่าชาวดอยนั้น พวก “มูเซอแดง” ถือว่าเป็นชนเผ่าที่ชายหนุ่มหญิงสาวมีเสรีภาพทางเพศมาก

ข้าพเจ้ารู้สึกตื่นเต้นตกใจเมื่อผู้นำหมู่บ้านมูเซอแดงคนหนึ่งบอกว่า

“การจับลูบไล้หน้าอกหญิงสาวที่ไม่มีสามีนั้นไม่ใช่เรื่องผิดกฎประเพณีชนเผ่าเขาแต่อย่างไร”

น่าแปลกเหมือนกันที่ชนเผ่ามูเซอแดงนี้ไม่ถือเรื่องความบริสุทธิ์ของหญิงสาว เมื่อหย่าร้างกันแล้วทั้งฝ่ายหญิงฝ่ายชายก็สามารถไปหาคู่ครองคนใหม่ได้ ไม่มีใครรังเกียจแต่อย่างไร...

รูปแบบการแต่งงานนั้น พวกมูเซอแดงเป็นสังคมแบบผัวเดียวเมียเดียว คือมีคู่ครองอยู่กินด้วยกันได้เพียงคนเดียว(ไม่เหมือนเผ่าม้งหรือเผ่าแม้วที่ฝ่ายชายสามารถมีภรรยาหลายคนอยู่ในบ้านเดียวกันได้) หญิงชายมูเซอแดงมักแต่งงานกันในช่วงอายุ 15-17 ปี แต่ปัจจุบันการศึกษาได้เข้ามามีบทบาทสำคัญ ทำให้คนแต่งงานกันเมื่ออายุมากขึ้น...

เมื่อหนุ่มสาวเกิดรักใคร่ชอบพอกันก็จะขอร้องให้พ่อแม่ไปสู่ขอเจรจาตกลงแต่งงานกัน พิธีแต่งงานของพวกมูเซอแดงนั้นเป็นไปอย่างเรียบง่ายที่บ้านของฝ่ายหญิงในตอนค่ำ มีการเชิญคนเฒ่าคนแก่มาเป็นสักขีพยานไม่กี่คน

ฝ่ายชายและฝ่ายหญิงจะฆ่าไก่ฝ่ายละ2-3ตัวเพื่อทำอาหารเลี้ยงคนเฒ่าคนแก่ที่มาร่วมงาน ไม่มีสินสอดทองหมั้นแต่อย่างใด

มีผู้นำด้านพิธีกรรมดั้งเดิมที่เรียกว่า “โตโบ” มาจุดเทียนร้องสวดคาถา อบรมสั่งสอนการใช้ชีวิตคู่ให้บ่าวสาว พร้อมใช้ด้ายขาวมัดมือให้ แล้วให้ทั้งคู่ดื่มนำจากแกวเดียวกันจนหมด มีความเชื่อว่าถ้าใครทำน้ำหกหรือหยดลงพื้น ก็จะเกิดความไม่เป็นมงคลแก่ชีวิตของคู่สมรส

หลังเสร็จสิ้นพิธีแต่งงานแล้ว ฝ่ายชายต้องอยู่ช่วยงานในครอบครัวของฝ่ายหญิงเป็นเวลา 1-2 ปี แล้วจึงสามารถแยกตัวออกไปสร้างเรือนใหม่ จากนั้นจึงพาฝ่ายหญิงมาช่วยงานในครอบครัวพ่อแม่ฝ่ายชายอีก 1-2 ปี แล้วจึงสามารถแยกตัวออกไปสร้างเรือนใหม่อยู่กันตามลำพังได้

; หากทั้งคู่ทำไร่ทำสวนได้ผลผลิตมาก อีกทั้งสัตว์เลี้ยงมีความอุดมสมบูรณ์ดี ก็จะทำการฆ่าหมูตัวใหญ่จัดเลี้ยงฉลองกินแขกกันขึ้นภายในหมู่บ้านเป็นที่ครึกครื้นสนุกสนาน โดยการกินเลี้ยงฉลองกันนี้จะมีขึ้นเมื่อใดก็ได้แล้วแต่ความพร้อมด้านเศรษฐกิจของแต่ละคู่ครอง ถ้าไม่พร้อมจะไม่จัดเลี้ยงแขกก็ได้ ไม่มีใครว่ากัน

เมื่อใช้ชีวิตคู่อยู่กันไปนานเข้า รักเราก็กลายเป็นรักร้าวขึ้นได้ในบางครั้งบางคราว ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่มักมาจากพวกผู้ชายไม่ขยันทำงานทำการเหมือนก่อน เอาแต่ดื่มเหล้าทุกวันเป็นประจำ หนักเข้าถึงขั้นเมายาบ้าไปเลยก็มี ลูกเมียจะกินจะอยู่อย่างไรไม่สนใจ ปล่อยปละละเลย ไปตามยถากรรม

ความเบื่อหน่าย และตึงเครียดในครอบครัวเลยทำให้ฝ่ายหญิงใช้อาวุธที่สำคัญ นั่นคือ “ปาก” พร่ำและบ่น..บ่นและพร่ำ..จนรำคาญใจ สามีทนฟังไม่ไหวจึงใช้กำลังเข้าปราบปรามให้หยุดพูดจาสั่งสอน บางครั้งเกิดตะลุมบอน ญาติพี่น้องเพื่อนบ้านต้องเข้าห้ามปราม และเอาตัวทั้งคู่ไปสอบสวนตามกฎกติกาของหมู่บ้าน

อย่างกรณีของ “นางนามีแต๋” ถูกสามีขี้เหล้า เช้าเมา เย็นเมา เมาทุกวันซัดฝ่ามืออรหันต์เข้าที่กกหูซ้ายโทษฐานพูดจาด่าทอสามีขี้เหล้า เล่นเอาหูดับไปหลายวัน แต่ตกเย็นย่ำทั้งคู่ก็ยังคงอยู่ในกระท่อมร่วมกัน หุงข้าวต้มแกงร่วมกัน ไม่มีใครติดใจใคร และสามีก็ยังคงเดินหน้ากินเหล้าต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

จนกระทั่งวันหนึ่ง......

ลูกชายของนางนามีแต๋อันเกิดจากสามีเก่าที่ไปทำงานในเมืองกลับมาเยี่ยมบ้านบนดอย เพื่อนบ้านที่ทำหน้าที่คล้ายบ่างช่างยุ รีบแจ้นเข้าแอบรายงานลับให้ทราบว่า

“ระหว่างที่นายไม่อยู่บ้านไปทำงานในเมืองนั้น พ่อเลี้ยงของนายมันชกกกหูซ้ายแม่นาย ตีกันวุ่น แม่นายสู้แรงไม่ได้ ถ้านายไม่จัดการมันจะได้ใจ จงอย่าปล่อยให้มันลอยนวลนะเจ้าลูกผู้กตัญญูเอ๋ย”

แรงอะไรหรือจะเท่าแรงยุยง เมื่อมีเพื่อนบ้านพูดจาหนาหูเข้า ลูกชายผู้รักแม่ยิ่งกว่าเมียจึงรีบไปแจ้ง “ผู้นำหมู่บ้าน” ให้รีบตกลงแก้ไขปัญหาระหว่างพ่อเลี้ยงกับแม่ของตน หาไม่แล้วจะลงดอยไปแจ้งตำรวจในตัวอำเภอ เอาความกันให้วุ่นวายบรรลัยกันไปข้างหนึ่ง โดยไม่สนใจว่าปัจจุบันน่ะ แม่ของตนกับพ่อเลี้ยงเขาอยู่ก ันเป็นปกติสุขดีแล้ว..

เมื่อมีเจ้าทุกข์มาแจ้งความ ผู้นำหมู่บ้านต้องทำหน้าที่เรียกประชุมกันทันทีที่บ้านผู้ใหญ่บ้านเรียกตัวนางนามีแต๋และสามีมาพร้อมกันต่อหน้าชาวบ้านทั้งหลายที่ละทิ้งการงานในไร่ในสวนมาฟังการพิพากษาคดีความ

สามีละอายใจยอมรับว่า ซัดกกหูเมียขี้บ่นจริง ๆ และให้คำมั่นสัญญาว่าจะไม่ทำอีก........

ซึ่งตามกฎหมายอันเป็นจารีตของหมู่บ้านมูเซอแดงบ้านห้วยแห้ง อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน เขาถือปฎิบัติและใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ปี พ.ศ.2546 ว่า

“ผู้ใดทำร้ายภรรยาสุดที่รักด้วยการ ตบ ตี ชก เตะ แบบไม่บอบช้ำมาก(ชนิดที่เรียกว่า “ลงไม้ลงมือแบบทะนุถนอม”) จะต้องถูกปรับเป็นเงิน 300 บาท หากบอบช้ำเจียนตายจะส่งตัวผู้ลงมือทำร้ายไปให้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองดำเนินการต่อไป”

ที่ประชุมเห็นว่าสามีนางนามีแต๋มีความผิดจริงจึงสั่งลงโทษปรับสามี 300 บาท

สำหรับเงินค่าปรับ 300 ยาทนั้น "คนเฒ่า" ที่เป็นผู้นำฝ่ายปกครองความสงบสุขของหมู่บ้านที่เรียกตำแหน่งว่า "อาดอ" (ไม่ใช่ผู้ใหญ่บ้าน) จะได้รับ 30 บาท

"ผู้นำด้านพิธีกรรม" ดั้งเดิมที่เรียกตำแหน่งว่า "โตโบ" จะได้ 20 บาท เป็นค่าเหนื่อยในการทำหน้าที่ตัดสินคดีและอบรมคู่ความ

แล้วสั้งให้หักไว้ "ผู้บาดเจ็บ" คือนางนามีแต๋ (ฝ่ายเมีย) 150 บาท รวมเป็น 200 บาท

ที่เหลืออีก 100 บาท นำไปซื้อขนม ลูกอมต่าง ๆ มาแบ่งปันให้ "สักขีพยาน" ชาวบ้านที่มาร่วมฟังการพิพากษาคดีความให้กินร่วมกัน

และหากต่อไปสามียังบังอาจทำร้ายภรรยาอีกก็จะถูกปรับเงินเพิ่มอีกเท่าตัว เป็น 600 บาท 1200 บาท และ 2400 บาท เพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ

ฝ่ายลูกชายตัวดีเห็นพ่อเลี้ยงถูกปรับเงินต่อหน้าชาวบ้านไปแล้ว ก็เกิดความภาคภูมิใจที่ช่วยเหลือแก้แค้นแทนแม่ของตน รีบบึ่งมอเ ตอร์ไซค์คู่ชีพไปทำงานในมืองตามเดิม

ส่วนผัวนางนามีแต๋ก็เดินทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยมมาหาข้าพเจ้า สารภาพบาปว่า

“ผมไม่มีเงินค่าปรับหรอก เอาไปกินเหล้าหมดแล้ว เงินที่ถูกปรับไปน่ะ ผมขอยืมเมีย (นางนามีแต๋)มา..”

เรื่องโดย พิมุข ชาญธนะวัฒน์
โดย: รี่482 [4 ก.ย. 50 16:47] ( IP A:58.8.104.188 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
Counter : 5771 Pageviews
ความคิดเห็นที่ 1
    เจนนี่ซื้ออ่านประจำค่ะ หนังสือคู่สร้างคู่สมอ่ะ ฉบับล่าสุดนี้ก็อ่านเจอเรื่องเด็ดๆอยู่เรื่องหนึ่งเหมือนกันค่ะ กำลังเข้ากับชีวิตจริงของใครบางคน ฮิฮิ กร๊ากกกกกกกกกกกกก อ่ะจ๊ากกกกกก ไว้เจนนี่ว่างๆจะเข้ามาเล่าให้อ่านบ้างน่ะคะอิอิ
โดย: jenny ( แม่น้องมูวี่ ) [5 ก.ย. 50 12:36] ( IP A:58.64.89.249 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   เรื่องรัยคะน้องเจนนี่ บอกได้มั้ยเอ่ย พี่ก็พึ่งซื้อเล่มล่าสุดมาอ่านพึ่งจบไปเหมือนกันค่ะ เดี่ยวลองกลับไปอ่านใหม่เผื่อจะสดุดเข้ากับเรื่องที่น้องเจนนี่ว่า
โดย: รี่482 [5 ก.ย. 50 18:21] ( IP A:58.8.112.9 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
    เรื่องที่ซ่อนเงิน ( ผัว ) ค่ะพี่รี่ ลองอ่านดูสิคะ ตลกมากๆค่ะ ฮิฮิ อยู่หน้าที่ 34 ผู้หญิงเม้าท์แตกอ่ะคะ เจนนี่บอกให้พี่จ๊อบอ่านแระ คิคิ
โดย: jenny ( แม่น้องมูวี่ ) [5 ก.ย. 50 20:19] ( IP A:58.64.89.249 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
    แวะมาอ่านแล้วครับ พี่รี่ ตลกดี อิอิ
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [6 ก.ย. 50] ( IP A:58.64.89.249 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
    แวะมาอ่านครับ
โดย: บู้ [9 ก.ย. 50 19:31] ( IP A:124.121.123.10 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
    แล้วคนไทยเรา มีวิธีจัดการ สามีขี้โมโหกันอย่าไงบ้างค่ะ อยากทราบไว้ เผื่อไว้ใช้กับชีวิตตัวเอง ในวันข้างหน้านะ 55555
โดย: fairy [18 ก.ย. 50 15:37] ( IP A:58.64.86.144 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   โอโหที่เล่ามาข้างต้นไม่เป็นความจริงเลย(เสียหายหมดเลย)
โดย: po.vit@thaimail.com [15 ม.ค. 53 10:11] ( IP A:203.172.211.116 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   เอ๋..แล้วครูพิมุขเป็นหนึ่งในสักขีพยานหรือเปล่าน้อ..?
โดย: nar-uchol@hotmail.com [12 พ.ค. 53 23:31] ( IP A:203.172.199.250 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   โอโหที่เล่ามาข้างต้นไม่เป็นความจริงเลย(เสียหายหมดเลย)
โดย: serijasa@hotmail.com [8 ต.ค. 53 14:34] ( IP A:124.157.239.16 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
   แต่สมัยนี้ ผู้ชายมูเซอเจ้าชู้มากไม่สงสารลูกเมียเลย ไม่รู้เพราะเปงสันดานหรือคุณธรรมเสื่อมลง
โดย: ir_up@hotmail.com [4 ก.ย. 55 22:47] ( IP A:202.29.56.224 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน