Hairspray - ยอดเยี่ยม & Little Children - ไม่เท่าไหร่ ..
   ====== Two Thumbs Up ======
........ Rogers Ejob ...... Chicago Tribute ฯ

====== Best Movie of The Year 2007 ======
......... Joblovenuk @ Chalermthai Pantip.com

==== หนังที่อ่อนหวาน นุ่มนวล และให้ความรู้สึกดีๆแห่งปี ====
.................. พีอาร์ บ้านหมีฯ .........

========= Don't Miss ========
............... ตาจ๊อบ ..............

โดย: Joblovenuk (พีอาร์ฯ ) [6 ส.ค. 50 22:43] ( IP A:58.64.86.253 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
Counter : 2237 Pageviews
ความคิดเห็นที่ 1
    Hairspray ( โอ๊ะโอ๋ คนจะดัง ... ขวางไม่อยู่ ) .... 4 ดาว ....

..........................หนังสือไม่สามารถตัดสินกันได้แค่หน้าปกฉันใดภาพยนตร์เรื่องหนึ่งก็ไม่สามารถตัดสินกันได้จากหน้าหนัง โปสเตอร์หนัง ได้ฉันนั้น... ผมเชื่อว่าหลายๆคน ถ้านึกถึงหนังเรื่องนี้ คงจะนึกภาพหนังทั้งเรื่องมีแค่จอห์น ทราโวลต้า แต่งหญิง แล้วก็โชว์เปิ่น เล่นตลกเหมือนหนังแนวๆคล้ายๆกันนี้ที่ทำออกมาก่อน อาทิพวก Norbit หรือ Big momma's house ( สารภาพเลยครับว่า ผมก็เป็นคนหนึ่งที่คิดแบบนั้น ) ขอบอกไว้ก่อนเลยครับว่าคุณคิดผิดแน่นอน !!

..........................ทันทีที่ทราบว่าจะได้มีโอกาสดูหนังเรื่องนี้ผมก็ทำการบ้านเยอะมากเลยครับ ด้วยการคลิกเข้าไปเช็คเวปบ๊อกออฟฟิศ รีพอร์ต เป็นเวลาประมาณ 5นาที ( ฮา ) เพื่อดูว่ารายได้ตอนนี้ของหนังอยู่ที่เท่าไหร่ และคำวิจารณ์จากต่างประเทศเป็นเช่นไร ซึ่งก็ต้องตกใจ เพราะว่ารายได้หนังค่อนข้างดี และ คำวิจารณ์เฉลี่ยดีมากๆๆ .. ยอมรับว่าวินาทีนั้นยังประหลาดใจอยู่เลยว่า หนังตลก จอห์น ทราโวลต้ามาแต่งเป็นหญิงอ้วนนี่อ่ะนะ ทำไมถึงครองใจนักวิจารณ์ได้ ... อ้อ ผมไม่ได้อ่านเรื่องย่อหรืออ่านบทวิจารณ์ของใครโดยละเอียดก่อนเข้าฉายเลยแม้แต่ชิ้นเดียวครับ ไม่ได้เช็คเวปมะเขือเน่าด้วย ( ฮา )

..........................Hairspray สำหรับผมแล้วเป็นหนังที่เปิดฉากได้สวยงามที่สุดเท่าที่เคยดูหนังมาเลยทีเดียวมันเป็นหนังเพลงครับ มารู้ทีหลังว่าดัดแปลงมาจากละครบรอดเวย์ ปี 2002 ( และผมเดาเอาเองว่า งานรีเมคปี 1988 ไม่น่าจะมีอิทธิพลเท่าไหร่ต่อเวอร์ชั่นนี้ ) และคนที่เป็นตัวดำเนินเรื่องและเป็นหัวใจของหนังเรื่องนี้คือ ดาวรุ่งดวงใหม่ที่แจ้งเกิดอย่างสง่างามที่สุดในรอบหลายปี นิโคล บลอนสกี้ในบทสาวอ้วนผู้มีใจรักการเต้น และใฝ่ฝันจะได้เข้าวงการทีวีและมีคุณแม่ตุ้ยนุ้ยผู้แอ๊บแบ๊ว ( แสดงโดย จอห์น ทราโวลต้า ) ส่วนคุณพ่อก็เพี้ยนไม่แพ้กัน เพราะเล่นโดย คริสโตเฟอร์ วอลเก้น นอกจากนั้นหนังยังมีดาราสมทบระดับพระกาฬที่พลิกบทบาทมาเพียบ อาทิ มิเชล ไฟฟ์เฟอร์ , ควีน ลาติฟาห์ และ เจมส์ มาร์เด้น ( พ่อไซคลอป จาก X men )

.........................ภาพยนตร์เรื่องนี้แม้จะใช้ฉากหลังเป็น เมืองบัลติมอร์ ปี 1960 ดูย้อนยุคมากๆ แต่เนื้อหานั้นทันสมัยจ๋าเลยครับเขาพูดถึงเรื่องความสมานฉันท์ของผู้คนในประเทศ เขาพูดถึงเรื่องการยอมรับความแตกต่างอย่างสันติ พูดถึงการส่งเสริมการทำความเข้าใจและหันหน้าเข้าหากันและผลักดันตนเองไปให้ถึงจุดหมาย ยอมรับในสิ่งที่ตนเป็นอยู่และมีความสุขกับความเป็นตัวของตัวเอง โดยไม่ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เป็นอย่างอื่น หรือพยายามทำตัวให้เป็นแบบที่สังคมเชิดชู .. แน่นอนว่าเนื้อหาของหนังทั้งหมดเล่าเรื่องโดยใช้เพลงและท่าเต้นสุดน่ารักของทีมนักแสดง ... นิโคล บลอนสกี้ โอบอุ้มหนังไว้ในสองอ้อมแขนอวบๆของเธอได้อย่างน่าทึ่งที่สุด ไม่ต้องแปลกใจเลย ถ้าขาคุณจะกระดิกตามจังหวะของเพลงตลอดเรื่อง และบางคนอาจจะแทบอยากลุกขึ้นมาเต้นตามเพลงกันเลยทีเดียว

.........................หากท่านกำลังเครียดจากอะไรก็ตามและกำลังมองหาหนังเพื่อความผ่อนคลาย และเปี่ยมไปด้วยความบันเทิงมากๆๆสักเรื่อง Hairspray คือคำตอบชั้นดีที่คุณกำลังมองหาอยู่หรือใครที่อยากศึกษางานดีไซน์ฉากสำหรับหนังเพลง และการดัดแปลงหนังชั้นดีจากละครเวทีหนังเรื่องนี้ก็คือตัวอย่างอันดีเช่นกัน หรือแม้คุณไม่ต้องการแง่มุมทางศิลปะใดๆคุณก็ยังสามารถเสพหนังเรื่องนี้ได้อย่างมีความสุขสุดยอดเพราะหนังเรื่องนี้จะทำให้คุณเอิบอิ่มไปด้วยความรู้สึกดีๆ แปลเป็นอังกฤษว่า This is very Feel Good movie !! ผมขอยืนเชียร์ นอนเชียร์ นั่งเชียร์เลยแบบเป็นหน้าม้าเต็มตัวเลยครับว่า Hairspray คือหนังที่คุณต้องดูครับรับประกันว่าไม่มีทางผิดหวังแน่ๆ และสิ่งสุดท้ายที่ผมอยากจะพูดก็คือ ... นิโคล บลอนสกี้ ครับ คุณเป็นคนอ้วนน ที่น่ารักที่สุดในโลกเลยครับ .... I love you .....

ป.ล. ขอขอบคุณคุณหน่อยผู้น่ารัก จากสหมงคลฟิล์ม ที่เชิญกระผมไปชมหนังรอบพิเศษนะครับ

หมายเหตุ ... ซาวน์แทรคหนังเพราะมากกกกกกกกกก
เตรียมตัวเสียตังค่าซีดีอีกแล้วววว เฮ่อ ......

โดย: Joblovenuk (พีอาร์ฯ ) [6 ส.ค. 50 22:44] ( IP A:58.64.86.253 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
    Little Children ( สองดาวกว่าๆ )

......................ท๊อดด์ ฟิลด์ ผู้กำกับ In the bedroom กลับมาอีกครั้ง หลังหายหน้าไป 5 ปีเต็มๆ และเขายังถนัดเรื่องของการ " กำกับนักแสดง " อยู่เช่นเคย .. โปรดสังเกตุว่า หนังเรื่องนี้ เปิดโอกาสให้นักแสดง ได้โชว์ฝีมือกันแบบเนื้อๆเน้นๆ ทุกราย เรื่องก่อนก็ชิงออสการ์กันหลายคน เรื่องนี้ก็เช่นกัน แจ้งเกิดกันเพียบ อาทิ แพทริค วิลสัน ( ไม่รู้มาจากใหน ) โนอาห์ แอมเมอริช ในบทที่โรคจิตมากๆ และที่ได้ดีขนาดชิงออสการ์ ก็อาทิ เคท วินสเลท รวมถึง แจ๊กกี้ เอิรล์ เฮลีย์ ในบทแนวๆที่ออสการ์ชอบนักหนา ....

......................หนังเรื่องนี้ให้เวลากับตัวละครมากมาย ตัวละครแต่ละตัวแทบจะสร้างโลกของตัวเองได้เลย แต่เรื่องราวที่มาผูกประสานกัน ดูจะหลวมๆยังไงชอบกล ... เนื้อหาของหนัง พูดถึงเรื่องราวของมนุษย์ ตามประสาหนังดราม่า และก็เพราะเราเป็นมนุษย์ที่ไม่สมบูรณ์แบบนั่นแหละ ทำให้ผมเข้าใจความรู้สึกนึกคิดของตัวละครได้ในระดับหนึ่ง ทุกคนในหนังเรื่องนี้สามารถตราหน้าว่าเป็น Litte Children ได้ทุกคน ไม่ว่าจะคนที่เกือบจะจบปริญญาเอก คนที่มีหน้าที่การงานแสนดี คนที่คิดว่าตัวเองทำเพื่อคนอื่น คนที่เคยได้รับการนับหน้าถือตา หรือคนที่เป็นโรคจิต ฯลฯ แต่ เราก็ไม่ใช่พระเจ้า ที่จะพิพากษาคนโน้น หรือคนนั้น ในเมื่อเราเองก็ไม่ได้มีชีวิตที่สมบูรณ์แบบไปกว่าเขาเลย และ ความสมบูรณ์แบบมีในโลกจริงหรือ ? ตัวละครที่เราเห็นในหนังเรื่องนี้นั่นแหละ กำลังสะท้อนอะไรบางอย่างในชีวิตของเราหรือเปล่า ...

......................ปัญหาก็คือ หนังเรื่องนี้กำลังจะบอกอะไรเราครับ ? และทางออกของปัญหา ในมุมมองของผู้กำกับ หรือคนเขียนหนังสือเล่มนี้คืออะไรครับ ? มนุษย์ทุกคนล้วนต้องการการยอมรับจากคนอื่น ? มนุษย์ล้วนแล้วแต่มีทางเลือก แต่ทางเลือกนั้นจะดีกว่าทางเดิมแน่หรือ ? บางทีทางออกของชีวิตคู่ มันก็ไม่ได้มีคำตอบตายตัวแบบเบ็ดเสร็จ และที่แน่ๆ มันก็ไม่ได้ง่ายขนาดว่า แค่มีเวลาคุยกัน แล้วปัญหามันจะคลี่คลายลงไปได้ แต่ ... การหมักหมมปัญหาต่อไป แล้วพยายามหลอกตัวเองว่ามีความสุข มันคือทางออกที่ดีที่สุดแล้วจริงๆหรือ ? บางครั้ง การมีเงิน มีทุกสิ่งทุกอย่างพร้อม มันก็ไม่ได้ทำให้คนเรามีความสุขได้จริงๆนะครับ แปลกดีเหมือนกัน เรื่องของใจมนุษย์ นี่มันเป็นอะไรที่ " เกินความคาดเดา " ได้เสมอ

โดย: Joblovenuk (พีอาร์ฯ ) [6 ส.ค. 50 23:40] ( IP A:58.64.86.253 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
    ....................... หนังยาวครับ สองชั่วโมง 20 นาที จริงๆแล้วหนังเรื่องนี้เคยมีปัญหากับกองเซ็นเซอร์ จนเกือบจะโดนแบนไปรอบนึงแล้ว เมื่อต้นปี จนผมนึกว่าจะไม่ได้ฉายโรงแล้ว แต่ในที่สุดก็กลับมาได้ ไม่รู้ว่ามีฉากใหนโดนหั่นไปหรือเปล่า แต่เท่าที่เห็น คิดว่าไม่น่าโดนตัดนะครับ เซ๊กส์ซีนแรงๆก็ยังมีอยู่ เคธ วินสเล็ท กับ แพทริค วิลสัน กล้ามากๆ ซึ่งก็ต้องชื่นชมสปิริตนักแสดงของทั้งคู่ ( เล่นได้อารมณ์จริงๆ ) งานนี้เล่นเอาตัวเกร็งเลยครับ โดยเฉพาะช่วงท้ายๆนี้ แบบว่าปวดฉี่อ่ะครับ จะวิ่งไปห้องน้ำมันก็ไกล กลัวพลาดฉากสำคัญ

........................ผมไม่ชอบอย่างนึงก็ตรง วิธีการเล่าเรื่องแบบ Voiceover ของหนังนี่แหละ คือผมเป็นโรคจิตไม่ชอบเสียงบรรยายครับ อยากดูการเล่าเรื่องด้วยภาพมากกว่า จริงๆหนังเรื่องนี้พอดูได้ครับ แต่ไม่ได้ดีเด่ขนาดที่หลายคนเชียร์กันไว้ นักวิจารณ์บางท่านก็เขียนถึงหนังเรื่องนี้ดีจนเว่อร์ คอหนังบางคนก็โพสท์กระทู้ หรือเขียนบล็อคเชียร์ จนเราประเมินค่าไว้สูงไปนิด จริงๆหนังเรื่องนี้บอกผ่านได้ครับ หรือรอดูแผ่นก็ยังได้ ( แต่อาจจะโดนหั่นบางฉากแน่นอนตอนลงแผ่น ) ความคิดเห็นของผมต่อหนังเรื่องนี้ก็คือ ถ้าคุณชอบหนังดราม่า ถ้าคุณชอบหนังที่เน้นความเป็นมนุษย์ หรือเน้นลักษณะนิสัยของตัวละคร คุณจะชอบหนังเรื่องนี้ แต่ถ้าคุณชอบหนังดราม่าสไตล์เข้มข้น ลุ้นตามเรื่องราวของหนัง คุณจะผิดหวังครับ หนังเล่าเรื่องแบบเรื่อยๆมาเรียงๆ ก่อนจะจบลงแบบที่ไม่กระทบใจเท่าไหร่นัก แถมหนังยังจบแบบปลายเปิด คลุมเครือในความรู้สึกของผมอีกต่างหาก ... เมื่อเทียบกับผลงานที่แล้วอย่าง In the Bedroom - ท๊อดด์ ฟิลล์ มือตกลงเล็กน้อยนะครับผมว่า

โดย: Joblovenuk (พีอาร์ฯ ) [7 ส.ค. 50] ( IP A:58.64.86.253 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   คิดว่าผมก็ชอบแบบเดียวกับคุณจ๊อบนะ อยากให้บรรยายด้วยแอ็คชั่น
มากกว่าการเล่าเรื่อง เพราะมันติดตามชมได้แบบกลมกลืน สะดวกในการทำความเข้าใจ
หนังที่ออกมาในแนวทึมๆ ส่วนมากหากผมอ่านเอาจากการวิจารณ์แล้ว
เป็นไม่ได้เงินผมเลยล่ะ คือต้องการจะดูหนัง แบบจบออกมาแล้วชื่นใจ
หากดูหนังออกจากโรงมา แล้วยังต้องมาคิดต่อ หรือมีความรู้สึกว่าหนังมันยังไม่จบ
ขอหนีไกลๆเลยจริงๆครับ ไม่เอาด้วยคนหรอก
โดย: คนยูเอสเอ [7 ส.ค. 50 9:05] ( IP A:24.126.214.44 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   ช่ายคิดเหนเหมือนคนยุเอสเออะ
โดย: แควนหมุแฮมมาเองอะ [7 ส.ค. 50 16:13] ( IP A:125.27.88.249 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   Hairspray เพิ่งดูหนังฉบับดั้งเดิม ของ จอห์น วอเตอร์ มา งานสร้างกระป๋องกระแป๋งมาก(ต้นทุนต่ำแน่ๆ) หนังต๊องดีครับ สนุกดีเหมือนกัน พอดีไปเจออยู่ในกระบะ cd เลหลัง 19บาทเองครับ

ช่วงนี้คุณจ๊อบดูหนังน้อยนะ?
โดย: ขาจรมาเยี่ยม [7 ส.ค. 50 19:26] ( IP A:125.26.75.96 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
    ........เฮ้ๆๆๆๆ กำลังคิดถึง คุณขาจรมาเยี่ยมอยู่เลย นึกๆอยู่ว่าหายหน้าหายตาไปใหน สบายดีหรือเปล่า ( อีกท่านที่คิดถึงก็คุณ Rammstein อ้อ แล้วก็คุณสยามวรรณกรรม กะหนูเกร๋ เกเร อีกคน ที่หลังๆหายหน้าหายตาไป ใครหายไป ผมก็คิดถึงหมดแหละครับ ) ... ช่วงนี้ผมดูหนังน้อยจริงๆด้วยแหละครับ คุณขาจร .. บางทีเล็งหนังไว้ ไปถึงหน้าโรง ไม่มีรอบ ไม่มีฉาย เล่นเอาเซ็งไปเหมือนกัน วันเสาร์ที่ผ่านมา ไปถึงเมเจอร์ รัชโยธินแล้วนะ แต่ไม่มีรอบหนังดู ....

.........อย่างว่าแหละครับ มีลูกแล้ว จะไปดูหนังบ่อยๆมันก็ลำบาก หลายๆทีก็หิ้วตะเลงๆไปด้วย มันก็ไม่สะดวก ลำบากแกด้วย ดีนะที่หนู Movie ไม่ค่อยร้องงอแงในโรงหนังเท่าไหร่ แต่ถ้าร้อง คุณแม่เค้าก็ต้องพาออกไปนั่งข้างนอกแทน อดดูกันไปตามเรื่อง ( อย่างวันนี้ กับ Death Proof ) วันนี้เลือก Death Proof แทนที่จะดู Die hard 4 ไม่รู้คิดถูก คิดผิดนะครับ ผมว่าหนังมันแนวไปหน่อย มิน่าล่ะถึงไม่ได้เงินที่เมืองนอก และเมืองไทยก็คงไม่ได้เงินด้วยน่ะแหละ .... บทสนทนาสไตล์ เควนติน เรื่องนี้ผมว่าค่อนข้างฝืด มีดีแค่ 15 นาทีสุดท้ายกับฉากไล่บี้ กันบนถนน ผมว่าน่าผิดหวังครับ ผมคิดว่า ปกติบทสนทนาของ เควนติน ในเรื่องเก่าๆ มันคมคายกว่านี้นะ ไม่น่าเชื่อว่า หนังเรื่องนี้ติดรายชื่อ ชิงปาล์มทอง ที่คาน์ส กับเขาด้วย ในปีล่าสุดนี้ ... ประหลาดใจทำไมหลายคนเชียร์กันจัง สงสัยเป็นเด็กแนว .. หลงคิดว่าตัวเองเป็นเด็กแนวด้วยคน แต่ขอแก้ข่าว ผมไม่ใช่เด็กแนวอ่ะครับ ฮิฮิ
( หนังก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรนะครับ ถ้าดูหนังมาเยอะ แล้วชอบดูหนังสไตล์ เกรดบีๆ ) เพียงแต่รสนิยมส่วนตัวของผม มันแบบ ชอบหนังเกรด A อ่ะครับ ใครบอกผมรังเกียจหนังตลาด .. จริงๆผมอ่ะ คอหนังคอหนัง สตูดิโอ ฮอลลีวู๊ด ตัวจริง เสียงจริง เลยแหละ ....
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [7 ส.ค. 50 21:52] ( IP A:58.64.86.69 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   smile"
โดย: kate [8 ส.ค. 50 3:59] ( IP A:84.210.103.208 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   Die hard 4.0 สนุกมากครับ ดีกว่าภาคสาม เยอะเลย แต่ผมอยากดูหนังควบของคู่หูจอมซ่า มันกล้าดี ทำหนังสองเรื่องควบ แต่ไหงมาแบ่งเก็บเงินสองรอบกับคนไทยซะนี่ แล้วรอบก็หดจนหาดูสะดวกยาก หาเวลาดูไม่ได้แล้ว
โดย: ขาจรมาเยี่ยม [8 ส.ค. 50 12:40] ( IP A:125.26.74.240 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
    ...... Death Proof ไม่น่าดูหรอกครับ คุณขาจร ผมไปดูมาแล้ว เขียนแจมไว้ในกระทู้พี่บู้ ( ไม่ดูไม่ได้มันส์ นะครับ ) ลองหาดูนะครับ ส่วนตัวแล้วผมไม่ชอบมากกกกก เลยทำให้ผมพาลไม่ไปดู planet terror ด้วย ทั้งๆที่หลายคนบอกว่าสนุก เพราะผมไม่เชื่อในรสนิยมของคนที่ชอบหเดียว เก็บเงินได้ทีเดียว แบ่งสองรอบคงได้ตังมากขึ้น เขาคงคิดงี้มั้ง
นังแนวนี้อ่ะครับ .... ส่วนไดฮาร์ด ไปดูมาแล้ว มันส์ครับ ชอบๆๆ

จริงๆเรื่องนโยบาย แยกหนังควบ เป็นสองเรื่อง เป็นคำสั่งมาจากบริษัทแม่ที่ต่างชาติน่ะครับ ใหนๆก็เห็นว่าหนังคงจะเจ๊ง เลยขายแยกดีกว่า อย่างน้อยก็ได้ตังเพิ่มขึ้นสองเท่า ดีกว่าฉายไปรอบ
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [16 ส.ค. 50 2:18] ( IP A:58.64.89.104 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
    ข้างบนผมพิมพ์อะไรไปหว่า ทำไมมันตกๆหล่นๆแบบนั้นได้ ผมจะบอกว่า ผมไม่ไปดู planet terror ทั้งที่มีหลายคนบอกว่ามันส์ เพราะผมไม่เชื่อมั่นในรสนิยมของคนที่ชอบหนังแนวๆนี้อ่ะครับ ( อ้อ ข้อความมันสลับกันได้ไง งงๆ )

...... Death Proof ไม่น่าดูหรอกครับ คุณขาจร ผมไปดูมาแล้ว เขียนแจมไว้ในกระทู้พี่บู้ ( ไม่ดูไม่ได้มันส์ นะครับ ) ลองหาดูนะครับ ส่วนตัวแล้วผมไม่ชอบมากกกกก เลยทำให้ผมพาลไม่ไปดู planet terror ด้วย ทั้งๆที่หลายคนบอกว่าสนุก เพราะผมไม่เชื่อในรสนิยมของคนที่ชอบหนังแนวๆนี้อ่ะครับ

จริงๆเรื่องนโยบาย แยกหนังควบ เป็นสองเรื่อง เป็นคำสั่งมาจากบริษัทแม่ที่ต่างชาติน่ะครับ ใหนๆก็เห็นว่าหนังคงจะเจ๊ง เลยขายแยกดีกว่า อย่างน้อยก็ได้ตังเพิ่มขึ้นสองเท่า ดีกว่าฉายไปรอบเดียว เก็บเงินได้ทีเดียว แบ่งสองรอบคงได้ตังมากขึ้น เขาคงคิดงี้มั้ง
โดย: พีอาร์ฯ [16 ส.ค. 50 2:23] ( IP A:58.64.89.104 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน