อรหันต์ซัมเมอร์ & Water Horse & Be kind Rewind ..ทายสิเรื่องใหนเจ๋ง ??
    Water Horse ( สองดาว )

................หนังเรื่องนี้ให้อารมณ์เหมือนหนังการ์ตูนโดเรม่อน ตอนโนบิตะผจญโลกล้านปีนั่นแหละครับ แบบเด็กพระเอกเก็บไข่ไดโนเสาร์ได้ แล้วก็เอาไปฟักเลี้ยงที่บ้านตอนหลังโตก็ต้องเอาไปปล่อยทะเลสาบ แล้วก็ได้ผูกสัมพันธ์ระหว่างกันเป็นความผูกพัน ความประทับใจ แต่ทว่าหนังโนบิตะชุดนั้นสร้างความประทับใจได้มากกว่า Water horse แบบเทียบกันไม่ได้ จำได้ว่าตอนไปดูโนบิตะ กับไดโนเสาร์น้ำตลุยโลกล้านปี ในโรงหนังสมัยเด็กๆนั้นนะ ความสนุกยังจำได้ถึงทุกวันนี้เลยล่ะครับ ... water horse มีดีกว่าเขาอย่างเดียวก็คือทุนสร้างเยอะ ทำซีจีเอฟเฟคซ์ไดโนเสาร์กับคนได้สมจริงสมจัง แต่ตัวเรื่องราวกลับเล่าแบบหนังเด็กมากไปหน่อย ใสซื่อ และใช้แนวที่ใสๆตั้งแต่ต้นจนจบ ถ้าให้ผมเป็นผู้กำกับรับรองว่าจะต้องมีคนตายหลายรายในหนังเรื่องนี้แน่นอน เพราะหลายคนมันสมควรตายจริงๆ หรือไม่ก็อย่างน้อยต้องมีฉากพวกชั่วๆโดนกัดหัวขาด แขนขาด เลือดกระจาย ผมคงจะแก่เกินกว่าจะมาดูหนังแนวๆนี้ได้สนุกล่ะครับ เพราะหนังเด็กที่เหมาะกับโลกเรามันน่าจะแนว Pan's Labyrinth มากกว่า แปลกใจเหมือนกันที่เห็นดาราระดับ เอมิลี่ วัตสัน และ เบน เชปปลิน ที่หายไปนานกลับมาแสดงในหนังแนวๆแบบนี้ สรุปไม่มีอะไรน่าจดจำครับเรื่องนี้

โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [15 ส.ค. 51 13:36] ( IP A:202.57.132.197 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
Counter : 2026 Pageviews
ความคิดเห็นที่ 1
    อรหันต์ซัมเมอร์ ( เกือบๆสามดาว )

...............คอลเลคชั่นหนังชุดล่าสุดที่เพิ่งดูมา หนังเรื่องนี้มีดีกว่าใครเขาเพื่อน แม้จะไม่เพอร์เฟคอะไรมากมาย แต่ถือว่าน่าจดจำและน่านำมาพูดถึง อรหันต์ซัมเมอร์ เป็นหนึ่งในสองหนังที่เกี่ยวกับพุทธศาสนาที่เพิ่งทำออกมาในช่วงหลัง อีกเรื่องอะไรหว่า การ์ตูนพระพุทธเจ้าหรือเปล่าไม่แน่ใจ ? และเป็น 1 ใน 2 หนังที่มีตัวนำเป็นกลุ่มเด็ก อีกเรื่องก็คือดรีมทีม เรียกว่าหนังเรื่องนี้เล่นของยากสองเด้งเลย เพราะต้องทำหนังเด็ก แถมยังมีประเด็นหลักว่าด้วยพุทธศาสนาอีก แล้วจะเล่ายังไงให้มันออกมาเป็นงานบันเทิงเชิงพาณิชย์เพื่อให้ขายคนดูให้ได้ ?? แถมงานชิ้นนี้ยังเต็มไปด้วยรายชื่อของทีมงานที่แทบจะไม่คุ้นชื่อ มีเพียง ก้องเกียรติ โขมศิริ แห่งลองของ คนเดียวที่พอจะรู้จักและมีชื่อติดอยู่ในทีมเขียนบท การที่หนังออกมาได้ลงตัวขนาดนี้ต้องถือว่าให้เครดิตอยู่พอสมควรทีเดียว เสียดายที่ผมไม่ได้ดูหนังเรื่องนี้ในโรงหนัง เพราะมันเป็นหนังที่พวกเราชาวพุทธสมควรจะออกไปดูกันเยอะๆ มันคือหนังที่สมควรจะได้เงินมากกว่าที่ควรจะเป็นครับ เพื่อที่พวกเราจะได้มีโอกาสดูหนังไทยในแนวทางที่หลากหลายอย่างที่ต้องการ

...............ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นหนังย้อนยุคอารมณ์ถวิลหาอดีตอันงดงามซึ่งใครหลายคนที่ผ่านพ้นวัยยุคนั้นมาแล้วน่าจะถูกใจเป็นพิเศษ หนังเล่าเรื่องของการบรรพชาอุปสมบทของบรรดาสามเณรในวัดชนบทแห่งหนึ่ง ซึ่งไม่รู้อยู่แถวใหนแน่ แต่วัดสวยมากและมีโลเกชั่นงามสุดๆแถมยังดูสงบอย่างบอกไม่ถูก! เป็นการบวชหมู่ช่วงซัมเมอร์ ภาษาอังกฤษชื่อหนังเรื่องนี้ใช้ชื่อว่า Summer Course ซึ่งตรงกับตัวเรื่องราวเอามากๆ แต่พาลให้เราคิดไม่ได้ว่า คำว่า Summer Course ของคนสมัยนี้ล้วนแล้วแต่เป็นการส่งลูกหลานไปเรียนและเที่ยวเมืองนอก ผลาญเงินพ่อแม่เล่น โดยไม่รู้ว่าสักกี่คนจะได้ไปศึกษาหาความรู้ แทนที่จะส่งลูกหลานไปแร่ดไปใจแตกต่างประเทศไกลหูไกลตา ทำไมพ่อแม่ผู้ปกครองรุ่นใหม่ๆ โดยเฉพาะคนมีตัง ถึงไม่รู้จักส่งลูกหลานไปบวช ไปศึกษาหาความรู้ ไปศึกษาธรรมะ ไปอบรมขัดเกลาบ่มนิสัยในวัดชนบทกันบ้าง ... มิน่า ลูกหลานพวกไฮโซคนมีตังเด๋วนี้ถึงได้ทำตัวและมีนิสัยอย่างที่เราเห็นๆกันในปัจจุบัน !! บางทีการสอนให้มีไอคิว มันทำได้ง่ายกว่าการสอนให้มี E.Q. นะครับ คิดเหมือนผมใหม ?

................อรหันต์ซัมเมอร์ ย่อยเกร็ดธรรมะและแก่นแท้ของพุทธศาสนาออกมาเป็นคำสอนที่ย่อยง่าย และไม่ทำให้คนดูรู้สึกว่าโดนยัดเยียดเพราะว่าถูกใส่เข้ามาในช่วงเวลาที่เหมาะเจาะ บทหนังเรื่องนี้เขียนได้อย่างสละสลวยและกลมกล่อมมากๆ ฟังแล้วเพลินจริงๆครับ ถ้าพระสงฆ์ส่วนใหญ่ของบ้านเราเทศน์ได้เหมือนบทหนังเรื่องนี้ผมว่าคนคงอยากเข้าวัดกันบ่อยๆ และถ้ามีหนังอิงศาสนาสามารถเล่าได้แบบนี้บ่อยๆหรือดีกว่านี้ ผมว่าต้องเรียกศรัทธาให้คนดูหนังไทยตีตั๋วเข้าไปดูกันได้เพิ่มขึ้นแน่ๆ !! หนังไม่มีช่วงเวลาที่น่าเบื่อ และได้สอดแทรกความสนุกสนานเพลิดเพลิน มุขขำๆ รวมถึงจูงอารมณ์คนดูได้หลายแนวแถมพลิกไปพลิกมาด้วย เสียอย่างเดียวตรงช่วงที่พยายามดราม่าหนังยังทำได้ไม่ถึง หนังยังมีบางจุดที่เหมือนพยายามผูกปมไว้แต่ไม่ยักกะเฉลยปมให้ เช่นความสัมพันธ์ระหว่าง หลวงลุง กับ อรุณ ภาวิไล รวมถึงจุดสำคัญที่สุดที่ว่า ทำไม ข้าวปั้น และ นะโม ซึ่งมีบุคลิกสลับขั้วกัน จะเปลี่ยนแปลงไปได้มากมายในทางโลกในช่วงระยะเวลาที่ผ่านไปหลายปี ?? การที่เด็กหัวดีที่เข้าใกล้แก่นธรรมมากที่สุดจะกลายมาเสียคนโตขึ้นเป็นโจร ขณะที่เด็กท่าทางไม่เอาถ่าน จะโตมาเป็นพระที่น่าเลื่อมใสที่สุด มันเกิดขึ้นได้เพราะอะไรกัน ?? โดยเฉพาะอย่างยิ่งหนังบอกด้วยว่า การที่เค้าอดสึก ต้องจำใจอยู่ในร่มกาสาวพักตร์เกิดขึ้นเพราะความจำเป็นบังคับ
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [15 ส.ค. 51 13:37] ( IP A:202.57.132.197 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
    ................หนังยังแจกแจงคาแรคเตอร์ของตัวละครได้ไม่ดีเท่าไหร่ ทำให้คนดูจำยากว่าใครเป็นใคร มีตัวละครหลักๆอยู่ห้าตัว แต่หน้าตาท่าทางดันคล้ายๆกัน เลยแยกแยะไม่ออก ยกเว้นคนที่ต้องตั้งใจดูมากๆ แถมตัวละครรองๆหลายตัวยังขโมยซีนเก่งกันจนน่าเกลียดแถมหนังยังเปิดช่องให้มาก โดยเฉพาะเจ้าเด็กตัวอ้วนยักษ์ ซึ่งเป็นกรณีเดียวกับที่ แจ๊ค แฟนฉัน ขโมยซีนได้ แต่ในแฟนฉันนั้นเขาดีไซน์คาแรคเตอร์ตัวละครได้ดีกว่า และหาตัวแสดงที่หน้าตาและบุคลิกแตกต่างจนคนดูจำได้แม่นยำ พระในหนังก็หน้าตาหล่อไปหน่อยนะครับ ดูแล้วไม่น่าจะรอดมือสีกาไปได้ !! จุดที่ผมชอบในหนังที่สุดก็คงจะเป็นเรื่องของงานกำกับภาพ ซึ่งถ่ายภาพออกมาได้อย่างสวยงามมากๆๆ วัดในหนังและโลเกชั่นต่างๆดูสวยและสงบร่มรื่นมากๆ งานโปรดักชั่นรวมๆก็ดูดีมีชาติตระกูล โปรดักชั่นดีไซน์ทำงานได้เลิศ ออกแบบฉากและหาพร็อพต่างๆมาได้อย่างสมจริง ดนตรีประกอบก็แต่งได้เพราะและเข้ากับหนังมากๆ เห็นสะพานมอญและบรรยากาศของหนังแล้ว ทำให้อยากกลับไปเที่ยวสังขละบุรีอีกจัง อยากถ่ายภาพได้สวยๆเหมือนที่หนังเขาเก็บภาพมาได้ ไม่รู้ไปตั้งกล้องกันตรงใหน มุมมองเยี่ยมมากๆ ใครชอบดูหนังสนุกๆ ดูแล้วได้อะไรกลับไปคิด ดูแล้วได้พบทางออกของปัญหาตัวเอง ความสงบของชีวิต เรื่องนี้ไม่น่าพลาดครับ หามาชมแล้วจะรู้ว่า ภาพยนตร์ไทยดีๆยังมีอีกเยอะครับ !!

ป.ล. เสียดายมากเมื่อคืนมัวดูหนังเรื่องนี้ เลยไม่ได้ดูเรื่องจริงผ่านจอ ที่เขาไปทำรายการเกี่ยวกับพระที่สอนให้ชาวบ้านเลิกเคารพพระพุทธรูป ... จริงๆแล้วถ้าคนเราเข้าถึงศาสนา เข้าถึงธรรมะ มันก็อยู่ในใจเรา ไม่ได้อยู่ที่เศษอิฐเศษปูนเสียหน่อย คนเราชักจะห่างไกลแก่นแท้ของธรรมะเข้าไปทุกที ทุกที ยึดมั่นถือมั่น ยึดติดอะไรกันก็ไม่รู้

โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [15 ส.ค. 51 13:38] ( IP A:202.57.132.197 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
    Be kind Rewind ( ใครจะว่า ....หนังข้านี่แหละเจ๋ง ) ...สองดาวกว่าๆ ...

.................อุตส่าห์ลางานไปดูเพราะว่าเป็นโอกาสเดียวที่จะทันดูหนังเรื่องนี้ในโรงหนังสุดท้ายก็ต้องผิดหวังเล็กๆจนได้ ส่วนตัวแล้วตัวเองเป็นคนที่ค่อนข้างชอบให้กำลังใจหนังนอกกระแส โดยเฉพาะหนังนอกกระแสที่มีความโดดเด่นรวมถึงมีหน้าหนังที่ค่อนข้างโดนใจแบบหนังเรื่องนี้อยู่แล้ว จะว่าไปแล้วการที่เราจะควานหาเพชรเม็ดงามจากท้องมหาสมุทรอันกว้างใหญ่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอยู่แล้วนี่นะ เท่าที่ผมสังเกตุก็คือ หนังนอกกระแสในยุคสองสามปีหลังนี้หาเรื่องที่ถูกใจ หรือถึงพร้อมในด้านคุณภาพและความบันเทิงได้ยากเสียจริงๆเลยนะครับ หลายต่อหลายเรื่องมักจะขาดนิดโน่นหน่อย โดยเฉพาะความลงตัวในชิ้นงาน อาจจะเป็นเพราะว่าหนังนอกกระแสส่วนใหญ่ในยุคหลังนั้นเป็นผลงานมาจากงานกำกับชิ้นต่อๆมาของผู้กำกับที่เริ่มดังแล้ว หรือไม่ก็เป็นอดีตผู้กำกับอินดี้ที่แปรผันมาทำงานสตูดิโอแล้ว เลยไม่ค่อยมีความสดใหม่เหมือนกับตอนที่ตัวเองมีผลงานชิ้นแรกๆ ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็เช่นกัน ดูเหมือนว่าการแยกทางของคนเขียนบทมือเจ๋งอย่าง ชาร์ลี คอฟแมน ส่งผลกระทบต่อตัวงานของ มิเชล กอนดรี้ มากพอสมควรจนแอบคิดไม่ได้ว่าสงสัยผลงานเรื่องดังเรื่องนั้นของกอนดรี้ สงสัยจะต้องให้เครดิตคนเขียนบทมากกว่านะเนี่ย !!

.................หนังเรื่องใหม่เรื่องนี้พาพวกเราคนดูกลับไปพบกับยุคปลายของระบบม้วนเทป VHS ที่เด็กๆสมัยนี้คงเกิดไม่ทัน แต่ถ้าเป็นคนที่ดูหนังตั้งแต่ยุคสิบกว่าปีก่อนก็คงต้องเคยเช่าหรือซื้อหนังแบบม้วนเทปกันมาบ้าง ที่บ้านผมยังมีกองอีกเป็นกะตั๊กจนเครื่องเล่นพังไปแล้ว สารภาพเลยว่ายังมีม้วนหนัง VHS อีกหลายเรื่องที่ผมซื้อลดราคามาจากร้านเช่าที่ยังไม่ได้เปิดดูก็ยังมีเลยครับ .. หนังเล่าเรื่องราวของสองหนุ่มสติเฟื่องที่ดันไปทำม้วนวีดีโอในร้านเช่าพังเกือบหมด ด้วยความที่ตัวเองต้องรับผิดชอบดูแลร้านเช่าหนัง ก็เลยจำเป็นต้องหาทางแก้ไขให้ม้วนวีดีโอกลับมาอยู่ในสภาพที่ให้เช่าได้ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเค้าไม่ไปหาม้วนมาสเตอร์มารีไร๊ท์เข้าไปแทนของเดิม แต่กลับคิดวิธีด้นสดพิศดารขึ้นมา ซึ่งก็คือการลงทุนถ่ายทำหนังทั้งเรื่องขึ้นมาแทนต้นฉบับ เรียกว่าเป็นหนังรีเมคแบบโฮมเมดของแท้ !! แต่ทว่าการทำหนังหนังโฮมเมดนั้นมันจะให้ผลลัพธ์ที่งดงามขนาดที่คนที่เช่ามาดูต่อ รู้สึกชื่นชม ไม่ตะขิดตะขวง รวมถึงถูกใจจนกลายเป็นกระแสเรียกลูกค้ามาเช่ากันเต็มร้านอย่างที่ในหนังทำได้จริงๆเหรอครับ ? หนังอาศัยเล่าเรื่องแบบเพี้ยนๆ เอาเฮฮาอย่างเดียวโดยไม่เน้นความสมจริง ซึ่งการที่จะทำได้ระดับนั้นจะต้องอาศัยการเล่าเรื่องที่สนุกอย่างฉกาจฉกรรจ์ถึงจะทำให้คนดูเชื่อได้สนิทว่า เหตุการณ์พรรณนี้มันเกิดขึ้นได้จริงๆในโลก !! ถ้าไม่แล้วไซร้ คำถามที่คนดูรู้สึกก็จะเกิดตามมาอีกพรวนใหญ่เชียวล่ะครับ

..................แจ๊ค แบล็ค ยังคงรับบทบ้าๆบอๆเพี้ยนๆหลุดโลกเหมือนเดิมเช่นเดียวกับที่ผ่านๆมา จนอดคิดไม่ได้ว่าสงสัยแกคงฉีกตัวเองให้หลุดจากคาแรคเตอร์แนวๆนี้ไม่ได้แหง๋ๆ ด้วยคาแรคเตอร์ที่ออกเพี้ยนๆแบบนี้ รวมถึงเพื่อนคู่หูผิวสีที่ออกแนวเอ๋อๆ แถมนางเอกที่ดูต๊องไม่แพ้กัน ส่งผลให้หนังดูน่าสมเพชมากกว่าดูตลกขบขันครับ แถมยังไม่เอื้อที่จะทำให้คนดูเกิดความซาบซึ้งไปกับเรื่องราว ทั้งๆที่มันน่าจะออกมาประทับใจได้ไม่ยาก !! หนังเล่าเรื่องไปอย่างเอื่อยๆ จุดที่น่าจะขับเน้นก็คือช่วงกระบวนการทำหนังแบบบ้านๆ ก็กลับเล่าอย่างรวกๆ ช่วงที่ไม่น่าจะเล่นอย่างพวกพล็อตรอง เรื่องราวของศิลปินแจ๊ซอะไรนั่นก็ขับเน้น ทำให้ภาพรวมของหนังดูอิหลั่กอิเหลื่ออย่างบอกไม่ถูก !! จริงเหรอครับที่คนดูหนังจะมีสมาธิกับการดูหนังที่ความยาวแค่ 20 นาที ? ถ้าหนังยาวกว่านั้นจะไม่มีสมาธิดู ? จริงหรือที่ว่ากระบวนการทำหนังบ้านๆแบบนี้จะทำให้คนดูชื่นชมยิ่งกว่าหนังสตูดิโอระดับออสการ์หลายๆเรื่อง ? ถ้าหนังสั้นๆให้เช่ามีอิทธิพลขนาดทำให้คนดูคลั่งไคล้กว่าหนังยาวฟอร์มใหญ่ได้แล้วไซร้ ไฉนยังไม่เคยเห็นหนังสั้นให้เช่า หรือหนังสั้นโฮมเมดทำขาย ออกมาให้ได้ชื่นชมกันบ้าง ? การที่ใครสักคนเช่าหนังมาดูแล้วเห็นหนังอะไรก็ไม่รู้มาแทนหนังที่ตัวเองตั้งใจจะดู ... เขาโง่พอที่จะไม่ใส่ใจอะไรเหรอครับ ?
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [15 ส.ค. 51 13:40] ( IP A:202.57.132.197 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
    ...................หนังเรื่องนี้มีแรงบันดาลใจที่ดี มีไอเดียในการนำเสนอที่ดี รวมถึงมีการเสนอแนวคิดต่างๆเข้าไปในหนังได้อย่างน่าสนใจ แต่ยังขาดแรงจูงใจของความน่าเชื่อถือ และขาดมุขตลก ขาดเทคนิคและลูกเล่นในการเล่าเรื่องให้ฮาอยู่อีกเยอะครับ มันพยายามนำเสนอแนวคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ที่พยายามหาทางเอาตัวรอด ไม่ใช่เพื่อการแสดงผลงานหรือศิลปะให้เป็นที่ประจักษ์ แต่เป็นแค่งานขยะที่ต้องการทำแบบสุกเอาเผากินเท่านั้น !! โปรดสังเกตุว่าคนทำทั้งสองคนนั้น ไม่ใช่คนรักหนัง ไม่มีช่วงใหนของหนังที่บอกเลยว่าเขาชอบหนัง เขาทำไปเพียงเพราะหน้าที่ และสัญชาติญาณ และความตั้งใจที่ดีเท่านั้น ผมเชื่อว่าคนทำหนังทุกคนย่อมมีความตั้งใจในการทำงานอยู่แล้ว ไม่มากก็น้อย แต่สิ่งที่จะเป็นตัวชี้คุณค่าคือผลลัพธ์ของชิ้นงานเท่านั้นครับ การที่ใครก็ไม่รู้ สามารถทำหนังขึ้นมาแล้วได้รับการยอมรับมากกว่างานต้นฉบับดั้งเดิมนั้นคือจุดดีที่อยากให้คนดูได้รู้ว่า เราเองก็สามารถทำได้นะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผมไม่เห็นด้วยที่หนังจะบอกว่า ใครก็ไม่รู้สามารถเอาหนังมารีเมคยำใหญ่ใส่สารพัดแล้วหนังก็ออกมาฮิตได้ โชคดีที่ช่วงท้ายของหนังสรุปจบได้ค่อนข้างดีทำให้ภาพรวมของหนังไม่ย่ำแย่เกินไปนัก อะไรคือความหมายของภาพยนตร์ ภาพยนตร์ควรจะเป็นความบันเทิงที่พวกเราคนดูทุกคนได้มีส่วนร่วม ได้แชร์ความสนุก ความประทับใจร่วมกันมิใช่หรือ ? ทำไมหลายต่อหลายครั้งเราถึงต้องกลับมาเจอกระทู้สงครามของคนที่ทะเลาะกันเพียงเพราะมีความเห็นไม่ตรงกันในเรื่องของหนังเรื่องเดียวกันที่ดูกันมาแท้ๆ

โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [15 ส.ค. 51 13:42] ( IP A:202.57.132.197 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   อรหันต์ฯดูแล้วสนุกดี แต่ตอนต้นเรื่องไม่ค่อยดีเท่าไหร่

เริ่มจะดูเข้าใจก้เกือบๆปลายเรื่อง รวมๆแล้วก็ใช้ได้
........................

Water Horse ดูยังไงก็ไม่เข้าใจ ขนาดลูกชายยังดูไม่จบเลย
.....................................

Be kind Rewind เรื่องนี้ยังไม่ได้ดูเลยค่ะ
โดย: kk [15 ส.ค. 51 16:12] ( IP A:220.255.7.169 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
    รหันต์ซัมเมอร์ ดูไม่จบอ่ะ หลับไปก่อน คิคิ ง่วงโคตร ๆ

ชอบ Water Horse มากกว่า น่ารักดี
โดย: jenny [15 ส.ค. 51 16:28] ( IP A:125.25.11.235 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   ชอบอรหันต์ซัมจ้า สนุกดี แบบได้ขอคิดสำหรับเด็กๆๆ รุ่นๆๆแบบในหนัง อ่ะจ้าๆๆ
โดย: ฟร้อน [15 ส.ค. 51 18:57] ( IP A:124.13.132.72 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
    ชอบวอเตอร์ฮอร์สครับ อาจเป็นเพราะเคยเป็นแฟนพันธ์แท้ต่วยตูนพิเศษ ก็เลยซึมทราบเรื่องราวของล็อคเนส และ เนสซี มานานแสนนาน พอได้ดูหนังก็เลยรู้สึกสนุกดี รวมทั้งการอ้างอิงเหตุการณ์สถานที่ในหนังก็จับประเด็นที่น่าสนใจอย่างระบบศักดินา(เจ้าของที่ดิน) ระบบอุปถัมป์ในกองทัพ รวมถึงเรื่องเอ๊าต์สวิตช์ ซึ่งลิงค์ไปถึงหนังพูดเยอรมันอย่าง The Counterfieter ( ถึงวอเตอร์ฮอร์ส จะส่งผ่านข้อมูลเรื่องนี้เพียงแผ่วเบาก็เถอะ.....แต่คำว่า เอ๊าต์สวิตช์ ไม่ว่าจะพูดเบาแค่ไหน ผลกระทบทางใจก็ยังรุนแรงมหาศาลอยู่ดี)
ในความรู้สึกผมเองไม่ได้รู้สึกว่าหนังเรื่องวอเตอร์ฮอร์ส จะแพ้โดราเอมอนตอนไข่โนบิตะเท่าไหร่เลยครับ ออกจะชอบดูอะไรเบาๆ น่ารักๆอย่างนี้บ้าง หลังจากเครียดจาก 13 hour และ The Bridge มาหมาดๆ

อย่างที่คุณจ๊อบว่าล่ะครับ หนังเรื่องเดียวกันเห็นต่างกันได้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ถ้าทุกคนคิดเหมือนกันหมด ป่านนี้มนุษย์ยังรับประทานอาหารดิบๆ แล้วก็ยังไม่รู้วิธีติดไฟด้วยซ้ำครับ

ป.ล. อีกสองเรื่องยังไม่ได้ดูครับ อรหันต์ซัมเมอร์นี่ไม่ดูแน่ๆ ส่วน Be kind rewind นี่ยังไงก็ต้องดูครับ ( เพื่อรำลึกถึงร้าน บล็อค บัสเตอร์ สาขา วิลล่ามาร์เก็ต)
โดย: บบบบ [16 ส.ค. 51] ( IP A:124.121.121.150 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   ยังไม่ได้ดูเลย
โดย: panz [16 ส.ค. 51 8:14] ( IP A:124.121.96.98 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
    ...... Water Horse นี่มีประเด็นเชื่อมโยงไปถึง เอ๊าต์สวิตซ์ เลยเหรอพี่ นึกไม่ค่อยออกสงสัยผมช่วงนี้แห้งแล้งจินตนาการไปหน่อย ว่าแต่ The Bridge นี่ใช่หนังสารคดีที่คนไปโดดสะพานตายหรือเปล่านะครับ คุ้นๆ 13 hour นี่หนังไรหว่า นึกไม่ออก ?? เมื่อคืนใหนพี่ตะวันบอกว่า กินแค่ชั่วโมงสองชั่วโมง ไหง๋กลับมาออนกันดึกจังหนอ อิอิ
โดย: Job (เจ้าบ้าน ) [16 ส.ค. 51 13:20] ( IP A:202.57.132.197 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
   สวัสดีค่ะคุณจ๊อบ และเพื่อนๆทุกๆคน
แวะมาทักทายค่ะ อยากไปดู อรหันต์ซัมเมอร์ คงจะสนุกนะค่ะ เที่ยวที่แล้วไปดูว้าก้อมา สนุกมากๆค่ะ
และขอบคุณมากๆค่ะ
โดย: ชมพู่ [17 ส.ค. 51 3:50] ( IP A:213.114.231.233 X: )
ความคิดเห็นที่ 12
   อรหันต์ซัมเมอร์
เห็นเพือน ดูกัน ชอบ กัน
โดย: แคทค่ะ [17 ส.ค. 51 5:01] ( IP A:92.196.108.220 X: )
ความคิดเห็นที่ 13
    ว้า สงสัยคงหมายถึง ว้อ หมาบ้าหมาสนุก อะไรนั่นแน่ๆเลย
ได้ยินว่าหนังไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่มีแฝงประเด็นการเมืองด้วย
ไว้แผ่นออกจะรอหามาชมครับ จริงๆมาฉายควบที่โรงใกล้ๆบ้านด้วย
แต่ยังไม่มีเวลาไปดูเลยน่ะครับ
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [17 ส.ค. 51 12:54] ( IP A:202.57.132.197 X: )
ความคิดเห็นที่ 16
   วิจารณ์.. ก็สาดน้ำลายใส่หนังอะล่ะ ดีไม่ดีก็พ่นๆไป ดีแต่ปากทั้งนั้น
จะให้ไปเขียนบทหนังเองก็ทำไม่ได้อีก ...รึว่าทำได้?
อ่ะท้าเลย พวกวิจารณ์หนังทั้งหลายน่ะ เคยคิดจะเขียนบทหนังปะ?
ถ้าเคยคิดแล้วเคยลงมือรึยัง?
แล้วถ้าลงมือทำแล้ว....มีผลงานของคุณได้ทำหนังปะ?
ราคาสมองพวกวิจารณ์หนังก็แค่เศษขี้เล็บของคนเขียนบท

ท้าอีกครั้งนะ ใครแน่ในบรอดนี้ ใครวิจารณ์เก่งขั้นเทพ เขียนบทหนังแล้วทำออกฉายเข้าโรงให้ได้ซิ อยากดูสภาพสมอง+ความสามารถ ว่าคุณมีกึ๋นพอมั้ย

ถามอีกนิดนะ
เวลาจะมีหลักยังไง?
หลักการณ์มีกี่ข้อ?
แต่ละข้ออะไรบ้าง?

รึว่าดูหนังจบแล้ว กู ชอบ/ไม่ ชอบก็เขียนล่ะ วิจารณ์ก่อนเลยหลักการณ์ไม่มี
โดย: ฆ่า [22 ต.ค. 51 17:44] ( IP A:58.10.213.184 X: )
ความคิดเห็นที่ 17
    .... สำหรับผม เขียนวิจารณ์หนังไม่ต้องมีทฤษฏี ไม่ต้องมีหลักการ มีแต่หลักกู กูอยากเขียน กูก็เขียนโว้ยย อยากอ่านก็อ่าน ไม่อยากอ่านก็ไม่ต้องอ่านโว้ยยย 5555 ถ้าเขียนวิจารณ์ไม่เป็น ก็อย่าสะเออะมาออกความเห็นอะไร ถ้าเขียนวิจารณ์ได้เก่ง ก็มาเขียนให้อ่านหน่อยสิ
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [22 ต.ค. 51 21:45] ( IP A:125.25.33.103 X: )
ความคิดเห็นที่ 18
   ผมชอบเรื่องWater Horse มากครับ นึกถึงสมัยเด็กๆที่ชอบเรื่อง ฟรี วิลลี่ และ กอลิร่าอินเดอะ มิท น่ะครับ คือความผูกพันธ์ระหว่างคนกับสัตว์น่ะครับ
///// ส่วนตัวผมชอบการวิจารณ์ของคุณจ๊อบเจ้าบ้าน และคอภาพยนตร์ทุกท่านน่ะครับ โปรดพิมพ์มาให้อ่านมากๆนะครับ
ได้อ่านและจะได้เป็นแนวทางในการชมภาพยนตร์น่ะครับ
อย่าง 007 ที่จะเข้าพรุ่งนี้ ผมสามารถดูได้ 60 บาท ก็...รออ่านอยู่นะคร๊าบ
โดย: องค์รักษ์จั่น [5 พ.ย. 51 10:46] ( IP A:61.19.222.31 X: )
ความคิดเห็นที่ 19
   ตามลิงค์มา กลับหน้าแรกคลิกทางนี้

https://www.pandagroup.pantown.com/
โดย: joblovenuk (พีอาร์ฯ ) [27 พ.ย. 51 8:05] ( IP A:125.25.41.102 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน