♣ ความสุขของกะทิ ♣ มิใช่ความสุขของคนดูนะจ๊ะ ♣
    ความสุขของกะทิ ( หนึ่งดาวครึ่ง )

กำกับ - เจนไวยย์ ทองดีนอก
บท - เจนไวยย์ ทองดีนอก, งามพรรณ เวชชาชีวะ
นำแสดง - ภัสสร คงมีสุข , สะอาด เปี่ยมพงษ์ศานต์ , จารุวรรณ ปัญโญภาส , น้อย วงพรู , เชอร์รี่ เข็มอัปสร , ไมเคิล เชวนาศัย
แนวหนัง - ดราม่า
ความยาว - 100 นาที

โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [10 ม.ค. 52 15:32] ( IP A:125.25.49.224 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
Counter : 1636 Pageviews
ความคิดเห็นที่ 1
    หนังเรื่องนี้ชื่อว่า ความสุขของกะทิ มิใช่ความสุขของคนดูนะจ๊ะ ... ย้ำ ....
หนังเรื่องนี้คือมุมมองของหนูกะทิ หาใช่มุมมองที่จะพาคนดูไปพบความสุขแต่อย่างใด แน่นอนที่สุดว่าแม้มุมมองของคนส่วนใหญ่อาจจะไม่พบความสุข ความบันเทิง หรือคุณค่าใดๆก็ตามในหนังเรื่องนี้ ก็ไม่ได้หมายความ มนุษย์ทุกคนที่ชม หรือเสพหนังเรื่องนี้ จะไม่ได้รับมุมมอง ไม่ได้รับความหมายดีๆไปซะทุกคนไป อาจจะมีคนจำนวนนึง มากหรือน้อยผมไม่ทราบ ที่อาจจะเก็บเกี่ยวอะไรบางอย่าง ไปจากหนังเรื่องนี้ มันก็เป็นได้ครับ ??

กะทิเป็นใคร ?
กะทิเป็นเด็กสาววัยกระเตาะ ผู้มีชีวิตอยู่ในชนบท กับตาและยาย
ตาและยาย ทำไมไม่พูดถึงแม่ของกะทิ หรือพ่อของกะทิให้หนูน้อยฟังเลย

ครับ ใช่ มันมีที่มา และเหตุผลทั้งหลาย ก็มีการเฉลยสิ้นในท้ายของเรื่อง

ทว่าเหตุผลทั้งหมดนั้นดูยังไงมันก็ฟังไม่ขึ้น ยากต่อการทำความเข้าใจ ชวนแก่การงุนงงว่าทำไมครอบครัวนี้จะต้องทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก ทำไมเหตุผลในการดำเนินชีวิตของครอบครัวนี้ถึงได้ประหลาดพิศดาร ทั้งการใช้ชีวิต ทั้งแนวคิด การแสดงออก ฯลฯ ทุกๆอย่างอ่ะครับ มันเหมือนไม่ใช่ชีวิตจริงๆของคนจริงๆครับ พูดไม่ถูก มันเหมือนเราดูชีวิตของหุ่นขี้ผึ้ง หรือมนุษย์ทดลอง หรือหุ่นยนต์ หรืออะไรสักอย่าง ที่มันไม่ได้จำลองขึ้นมาจากชีวิตคนจริงๆครับ

หนังจำแนกและแบ่งเป็นตอนๆ คล้ายๆ หนังสือที่แบ่งเป็นบทๆ โดยมีข้อความอธิบายความรู้สึกแต่ละช่วงละตอน วิธีนี้อาจจะได้ผลถ้าทำให้ถูกจังหวะ และมีการเล่าเรื่องที่สะท้อนเหตุการณ์เป็นช่วงๆได้อย่างลงตัว ( ขอยกตัวอย่าง หนังเรื่อง Breaking the waves ที่ใช้วิธีนี้ได้อย่างทรงพลัง ) แต่หนังเรื่องกะทินั้น มันใช้วิธีนี้ทำไมครับ เลียนแบบนิยายเหรอ ? เล่าเรื่องต่างๆเป็นภาพให้คนดูเข้าใจไม่ได้เหรอครับ ต้องเอาตัวหนังสือยัดใส่คนดูเหรอ ?

ถ้าหากหนังเฉลยว่า คุณหนูกะทิ เป็นเชื้อสายจากชนชั้นสูง หรือเป็นทายาทมหาเศรษฐี ผมจะไม่แปลกใจเลย แต่นี้ดูเหมือนว่าครอบครัวของกะทิก็เป็นเพียงแค่ปัญญาชนระดับกลางๆที่ไม่น่าจะมีเงินมีทองมากมาย แต่ทำไมการดำรงชีวิตต่างๆถึงได้ดูหรูหราไฮโซปานนั้น บ้านพักริมทะเล คอนโดหรูหรากลางเมือง บ้านทรงไทยระดับหลายล้านกลางชนบท ฯลฯ ประทานโทษ ครอบครัวนี้ทำมาหากินอะไรกันเหรอครับ เป็นทนายเมืองไทยนี่รวยขนาดนี้เลยเหรอ ?? แล้วคำสอนต่างๆไม่ว่าจะเรื่องเกิดแก่เจ็บตาย การรุ่งเรืองแตกดับอะไรเนี่ย ผมก็ไม่เห็นมันจะมีอะไรมากไปกว่าการยัดคำพูดเข้ามาโต้งๆ
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [10 ม.ค. 52 16:01] ( IP A:125.25.49.224 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
    ผมรู้สึกเองว่าหนังเรื่องนี้เป็นมุมมองชีวิตแบบพอเพียง จากสายตาของคนชั้นสูง ของคนที่ไม่เคยสัมผัสชีวิตจริงๆ ผมรู้สึกเหมือนว่าคนเขียนเรื่อง / บท เข้าใจชีวิต และความเป็นไปของชีวิตอย่างถ่องแท้แล้วเหรอ ก่อนจะกลั่นออกมาเป็นภาพและเรื่องราวอย่างนี้ !! เอ หรือว่าคณะกรรมการตัดสินนวนิยายเรื่องนี้ ก็มาแนวคิดแบบเดียวกัน เค้าถึงได้ยกย่องคนที่คิดเหมือนๆกัน ผลก็เลยเป็นรางวัลอย่างที่เราเห็นๆกัน ถ้าเป็นคนอ่านระดับรากหญ้า จะมองเห็นภาพเหมือนอย่างที่ " กลุ่มคนมีเส้น " หรือ " กลุ่มชนชั้นสูง " เหล่านี้รู้สึกหรือไม่ ... ผมแค่สงสัย ....

บทหนังเหรอครับ ? อืมย์ ผมรู้สึกถึงความไม่เป็นธรรมชาติของบทสนทนา หลายฉากนั้นผมถึงกับพูดกับแฟนเลยว่า นี่มันคำพูดของคนปกติเหรอเนี่ย ยังกะภาษาเขียน ? หลายฉากของหนัง ไม่เหมือนภาษาหนัง แต่เหมือนภาษาภาพของละครเวที อาศัยองค์ประกอบภาพเก๋ๆ แต่ไม่สามารถรองรับตัวเรื่องแบบนี้ได้อย่างเหมาะสม ที่แย่ที่สุดคืออารมณ์หนังมันไม่ได้

แถมหนังเรื่องนี้คือหนังปลายเปิดอย่างแท้จริง แต่จะเปิดไปทำไม เปิดไปถึงใหน แล้วความสุขของกะทิคืออะไร ? กะทิจะได้ไปอยู่กับใคร แล้วอาหลาน แฟนลุง มีความสัมพันธ์อย่างไรกับครอบครัวนี้ เค้ามาทำดี เพียงเพราะเป็นหน้าที่ ? หรือว่าต้องการผลประโยชน์อะไรหรือเปล่า ( เพราะมันแสดงออกโจ่งแจ้งเหลือเกิน ) ทำไมตายายกะทิ ถึงไม่ย้ายไปอยู่ใกล้ลูกสาวทั้งๆที่ป่วยหนัก คือมันไม่มีเหตุผลอ่ะครับ พ่อแม่ลูก ถ้ารักใคร่กันดี ไม่ได้ทะเลาะกัน ถ้ารู้ว่าลูกป่วย จะปล่อยให้ลูกไปอยู่ไกลตัวเหรอครับ ? แล้วพ่อของกะทิล่ะ ?? มันเกิดอะไรขึ้นเค้า จะให้คนดูไปเปิดลิ้นชักอ่านเหมือนกะทิเหรอครับ ?? ขนาดแฟนผมดูหนังง่ายๆนะ ดูอะไรๆก็สนุก เจอหนังเรื่องนี้เข้าไปยังด่าเช็ดเลยครับ รู้สึกอายยยังไงก็ไม่รู้ เลือกมาดูหนังเรื่องนี้

ป.ล. ขนาดได้ดูหนังฟรี รอบเช้าวันเด็กนะครับเนี่ย ผมยังรู้สึกแย่ได้ขนาดนี้
ถ้าเกิดต้องตีตั๋วหนัง 120 บาท เข้าไปดูเนี่ย ผมร้องไห้แน่ๆ ....
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [10 ม.ค. 52 16:02] ( IP A:125.25.49.224 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   อะไรมันจะโหดร้ายปานนั้น

ไหนใครต่อใคร เค้าว่าดีนักไง ทำไม คุณจ๊อบแหวกแนวหว่า
โดย: kk [10 ม.ค. 52 21:16] ( IP A:220.255.7.135 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
    ไม่ดูแน่ๆ เพราะแพ้หนังไทยครับ( นอกจากหนังไทยแล้ว พี่มันแย่....พี่แพ้นมใหญ่)
แต่เข้ามาแซวคุณจ๊อบ คนคิดไม่เหมือนคุณจ๊อบต้องเป็นพวกกระแดะหัวสูง??? ปัญญาชนก้นลอยฟ้า??? อมาตยาธิปไตย???
งั้นผมขอเป็นพวกอมาตยาธิปไตยแล้วกันครับ ชื่อมันลิเกๆเพราะดี ( ถึงไม่รู้ว่ามันแปลว่าอะไรก็เหอะ) อิอิ
โดย: บบบบ [11 ม.ค. 52 9:07] ( IP A:124.121.126.119 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
    ไร้สาระ ไร้เหตุผล เสียดายเวลา ห่วยมั่กๆ มั่ก

รู้ว่าห่วยขนาดนี้ ยอมรอคิวต่อแถวจับฉลากเล่นสนุกในงานวันเด็กกับมูวี่ดีกว่า เผื่อได้จักรยานล็กสักคัน ฮิฮิ
โดย: jenny [11 ม.ค. 52 12:25] ( IP A:125.25.48.223 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   ผมยังรอคำวิจารณ์จาก"ผมอยู่ข้างหลังคุณ" กับเหล่าเพื่อนๆในไบโอสโคป ที่นั่นไม่ประนีประนอมดี

ไม่ยอมเสียตังค์ง่ายๆหรอก รัดเข็มขัดครับ
โดย: ขาจรมาเยี่ยม [11 ม.ค. 52 13:53] ( IP A:125.27.254.144 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
    .... ลองเสริชกระทู้ในเวปต่างๆดูสิคุณ kk มีคนด่าหนังเรื่องนี้เยอะมาก ที่ชมก็มี ส่วนใหญ่จะเป็นพวกกระแดะหัวสูง พวกปัญญาชนก้นลอยฟ้า แล้วก็พวกอมาตยาธิปไตยทั้งหลาย จริงๆไม่แนะนำให้เชื่อผมนะ หาหนังมาดู พิสูจน์ด้วยตัวเอง แล้วจะซึ้งครับ

อ่านกระทู้เต็มๆได้ที่ลิงค์นี้ครับ


https://topicstock.pantip.com/chalermthai/topicstock/2009/01/A7406463/A7406463.html
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [3 ม.ค. 53 14:32] ( IP A:202.57.132.197 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน