โหน่ง + เท่ง นักเลงภูเขาทอง VS Inside Man ล้วงแผนปล้นคนในปริศนา
    โหน่ง + เท่ง นักเลงกำมะลอ ( สองดาว )

...................ถ้าหากถามสั้นว่าตลกใหม๊ ผมคงต้องขอตอบว่า แล้วแต่รสนิยมของแต่ละท่านล่ะครับ ถ้าท่านเป็นคนดูหนังประเภท ชื่นชอบดาวตลกเหล่านี้อยู่แล้ว แค่โผล่หน้าออกมา ท่านก็ขำแล้ว หรือว่า พูดอะไรนิด อะไรหน่อย ท่านก็ขำ แบบนั้น ท่านคงไม่ผิดหวังกับหนังเรื่องนี้เป็นแน่ แต่สำหรับบางท่านที่ไม่คุ้นเคยกับมุขตลกประเภทขายคาแรคเตอร์เช่นนี้ เกือบ 2 ชั่วโมงของท่านขณะชม อาจจะเป็นความทรมานอย่างเหลือแสนก็เป็นได้

....................ในเมื่อรู้ทั้งรู้ว่า หนังเรื่องนี้ไม่ใช่แนวทางที่ผมชอบ ทำไมผมถึงยังไปดู ก็ต้องขอตอบว่า จริงๆผมจะไปดู inside man ครับ แต่ถึงโรงเมเจอร์รามแล้ว มันไม่มีรอบที่สะดวกดู ประกอบกับสองสาวที่มาด้วย อยากดู โหน่ง เท่ง ก็ทำไงได้ครับ ก็ต้องเลยตามเลย ผมทำใจไว้แล้วครับ ซึ่งผลที่ออกมาหลังดูจบก็ต้องขอบอกว่า หนังเรื่องนี้ไม่ใช่หนังเลวร้ายอย่างที่คิดไว้ แต่ก็เป็นหนังที่อยู่ในระดับต่ำกว่ามาตรฐานอย่างเห็นได้ชัด ในแง่ของการเล่าเรื่องและการดำเนินเรื่อง

....................ความน่าสนใจประการสำคัญของหนัง โหน่ง เท่ง ก็คือ หนังพาคนดูไปชมภาพเมืองกรุง ยุคปี พ.ศ. 2466 ซึ่งมีการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องแรกในประเทศไทย คือเรื่อง นางสาวสุวรรณ โดยตัวละครหลักของหนังเข้าไปพัวพันกับการถ่ายทำหนังเรื่องนี้

....................หนังมีธีมหลัก ( หรือเปล่า ) ที่น่าจะขยายต่อและให้ความสำคัญมากกว่าก็คือ การรุกคืบของรูปแบบศิลปวัฒนธรรมสมัยใหม่ ซึ่งรับอิทธิพลจากต่างชาติที่เข้ามาแทน ศิลปวัฒนธรรมเก่าแก่ของไทย ซึ่งถ้าเน้นที่ตรงนี้ หนังเรื่องนี้ก็อาจจะกลายเป็น โหมโรง 2 ได้ทีเดียว ถ้าเล่าดีๆ ส่วนพล็อตรองที่ผมพอจะจับได้ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน คือเรื่องราวของ นักธุรกิจการเมือง ที่ใช้การเมืองให้เป็นประโยชน์กอบโกยผลประโยชน์เข้าตัว แต่อย่างว่า หนังไม่ใส่ใจกับเนื้อหาหลัก มัวแต่ไปเล่นตลก โดยอาศัยความสามารถของนักแสดง ผลก็คือ ถ้าคนดูตลก ก็รอดตัวไป แต่ถ้าคนดูไม่เก็ตแล้ว ความรู้สึกตะขิดตะขวงจะประเดประดังตามมาทันที

....................ที่น่าเศร้าก็คือ ตัวละครในหนังเรื่องนี้ ทำในสิ่งที่ต่างจาก ตัวละครในโหมโรงทำอย่างสิ้นเชิง วิธีการแก้ไขปัญหาก็เหมือนคนสิ้นคิด การต่อสู้ก็เป็นไปอย่างไร้ทิศทาง และสุดท้าย คนยี่เก หรือ นักแสดงศิลปะไทยในหนังเรื่อง โหน่ง เท่ง ก็กลับยอมรับความเปลี่ยนแปลง และตอบรับ ศิลปวัฒนธรรมใหม่ ที่กำลังจะเข้ามาแทน สิ่งที่ตัวเองกำลังสืบทอดอยู่ อย่างไร้ข้อโต้แย้ง

....................สิ่งเดียวที่พอจะทำให้หนังเรื่องนี้ไม่ดูเลวร้ายเกินไปนัก ก็คืองานสร้างที่อยู่ในระดับที่เกือบจะดี กล้าถ่ายฉากภายนอกสถานที่ ที่เกือบจะน่าตื่นตา ฉากเมืองกรุง ดูเหมือนฉากในโรงถ่ายมากไปหน่อย แต่ก็ถ่ายออกมาได้สวยดี เสียดายที่รู้สึกจะมีมุมน้อยไปหน่อย ถ่ายไปถ่ายมา อ้าว มุมเก่าอีกแล้วนี่หว่า แต่ก็ชอบฉากรถรางนะครับ แม้จะน้อยไปหน่อย ที่ผมสงสัยมากๆก็คือ ย่านภูเขาทองสมัยนั้น มันกันดารขนาดนั้นเชียวหรือ .. ภูเขาทองดูปลอมๆไปหน่อย แล้วฉากบนภูเขาทองที่มองลงมาแล้ว CG ดูไม่เนียนเท่าไหร่ ดูรวมๆแล้วหนังน่าจะลงทุนไปเยอะ ไม่น่าจะพลาดตรงช็อตเอฟเฟคซ์แบบนี้ ฉากโรแมนติกดูประดักประเดิด หนังเขาพยายามบอกกลายๆให้กับตัวละครอย่างเท่งแล้วว่า ถ้ารู้จักฉวยเอาความเจริญ หรือสิ่งใหม่ๆ เข้ามาให้เป็นประโยชน์กับตัวเองแล้ว เค้าก็อาจจะอนุรักษ์สิ่งเก่าๆ สิ่งดีๆของตัวเองเอาไว้ได้ ( เช่น พยายามเอาโขน ลิเก ฯลฯ มาถ่ายทอดลงบนจอภาพยนตร์ จอซีดี หรืออะไรก็แล้วแต่ ) เพื่อให้สิ่งเหล่านี้ได้คงอยู่ต่อไปชั่วนิรันดร์ แต่สุดท้ายตัวละครก็ไม่ได้เก็บสิ่งเหล่านี้ไปขบคิดเลยแม้แต่น้อย พลอยส่งผลให้คนดูก็ผ่านแล้วผ่านเลย ถามหน่อยสิครับ ใครบ้างที่ดูจบแล้วมาคิดถึง ศิลปวัฒนธรรมเก่าๆของไทยบ้าง แต่สิ่งนึงที่ผมได้สะกิดใจก็คือ .... สุดท้ายแล้ว ภาพยนตร์เรื่องแรกของไทย นางสาวสุวรรณ คงเหลือแค่ภาพถ่าย ไม่กี่ใบที่เราได้เห็นตอนท้ายแค่นั้นหรือ กระบวนการเก็บรักษา มรดกทางวัฒนธรรมของไทย ยังต้องปรับปรุงอีกเยอะ ทั้งๆที่นางสาวสุวรรณ ยังมีอายุไม่ถึง 100ปีแท้ๆ แต่ฟิล์มกลับไม่มีเหลือให้คนไทยยุคนี้ดูกัน น่าเสียดายอย่างแท้จริง

โดย: จ๊อบ [9 เม.ย. 49 12:23] ( IP A:210.86.146.183 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
Counter : 1638 Pageviews
ความคิดเห็นที่ 1
    Inside Man - ล้วงแผนปล้นคนในปริศนา ( เกือบๆสามดาว )

........................หากเทียบระหว่างโหน่ง เท่ง กับ เรื่อง อินไซด์แมนแล้ว ก็ประมาณ ของเก๊ กะ ตัวจริงอ่ะครับ คือขณะที่ โหน่ง เท่ง นั้นเป็นแค่ นักเลงกำมะลอ หรือ ลูกกะจ๊อกที่ฝันอยากเป็นนักเลง คนเก่ง แต่ก็เป็นได้แค่ ไอ้ขี้แพ้คนนึง ( ไม่สิ สองคน ) ขณะที่ อินไซด์แมนนั้น แน่นปึ๊กไปด้วย ตัวจริง ทั้งคาแรคเตอร์ตัวแสดง แล้วก็เรื่องราว รวมถึงการนำเสนอ ที่เล่ากันแบบมืออาชีพ ไม่ใช่เอามือสมัครเล่น มาลองของกับหนังใหญ่

..........................นานแล้วที่สไปค์ ลี ไม่ได้โดดมากำกับหนัง โดยเฉพาะหนังแอคชั่น ทริลเล่อร์ ตลาดจ๋าแบบนี้ ครั้งล่าสุดที่เห็น รู้สึกพี่แกจะแป๊กไปกับหนังดราม่าเล็กๆ เรื่อง 25 hour หนังหวังออสการ์ ที่ไปไม่ถึงฝั่งฝัน ปกติก็มักจะเห็นผู้กำกับผิวสีท่านนี้ทำหนังเฉพาะกลุ่มซะมากกว่า เซอร์ไพร๊ซ์เหมือนกับกับหนังฟอร์มใหญ่แบบนี้ แถมยังรวมดาราดังไว้เพียบ พี่แกจะเอาอยู่ แถมยังเล่าเอาออกมาสนุกใช้ได้

.........................เรื่องนี้จริงๆแล้ว ก็ เป็นหนังแนว ตำรวจ จับ ผู้ร้าย ดีๆนี่เอง แต่เล่าออกมาซับซ้อนนิดนิด หนังวางคาแรคเตอร์ ไว้น่าสนใจ มีรายละเอียดให้จับต้อง ทุกคนมีมิติ มีเหตุและผลของการกระทำ ไม่มีดีสุด เลวสุด จะว่าไปแล้ว หนังบอกเรากลายๆว่า เหตุการณ์มันเป็นยังไง จบแบบใหนแต่แรกแล้ว แต่ปล่อยให้คนดูค่อยๆรับรู้ว่า กระบวนการทั้งหมดมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ซึ่ง ถ้าใครหวังฉากแอคชั่น หรือ กะดูเอามันส์ ก็คงจะต้องผิดหวังไปตามระเบียบ เพราะหนังเรื่องนี้ เหมือนจะเน้นไปที่การหักเหลี่ยมเฉือนคมระหว่างตัวละครมากกว่า ซึ่งก็ต้องอาศัยความสามารถในการแสดงเข้ามามีส่วนเป็นอย่างมาก ซึ่งนักแสดงนำ - สมทบทั้งหลาย ก็ทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไคลฟ์ โอเว่น ซึ่งแจ้งเกิดไปแล้วจากบทคุณหมอจิตๆ ใน Closer ซึ่งส่งให้พี่แกชิงออสการ์ และเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก มาคราวนี้พี่แกมาในบท หัวหน้าโจรปล้นธนาคาร ซึ่งบทร้ายๆแบบนี้แหละ แกแสดงได้ดีนักหนา เล่นเอาซะข่ม แดนเซล วอชิงตัน ที่เล่นเป็นตำรวจและก็น่าจะเป็นคนที่เด่นที่สุดในเรื่องในฐานะพระเอก เรียกว่าแย่งหนังมาเป็นของตัวเองได้สำเร็จ .... ส่วน โจดีย ฟอสเตอร์ เรื่องนี้เรียกว่ามาเล่นสมทบ ซึ่งน้อยครั้งมากที่จะเห็นเจ๊แกมาเล่นเป็นตัวประกอบหลักในหนังใหญ่แบบนี้ เรื่องฝีไม้ลายมือในการแสดงของเจ๊แกหายห่วงอยู่แล้ว

........................แม้ว่าหลายอย่างในหนัง ยังคาราคาซังอยู่ คือมีบางจุดที่พาลให้สงสัยว่า มันจะทำได้แบบในหนังว่าจริงเหรอ หรือว่าอย่าง ที่พวกโจรปล้นธฯคาร ขุดพื้นธนาคาร หนังก็ไม่เห็นเฉลยว่าตกลงแล้วขุดไปทำไมกันแน่ ในแง่ของความบันเทิง ช่วงกลางเรื่อง หนังเอื่อยไปสักนิด อาจพาลให้เบื่อได้ไม่ยาก แต่ก็จบได้อย่างหักมุม น่าจะถูกใจหลายๆคน หนังเรื่องนี้ให้อารมณ์ละม้ายคล้ายไปทาง The usual suspects พอสมควร แต่ดูจะเป็นรองเรื่องหลังอยู่สักเล็กน้อย

โดย: จ๊อบ [9 เม.ย. 49 12:41] ( IP A:210.86.146.183 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
    .................แถมท้ายอีกเรื่องละกัน วันก่อนแวะไป ดู Capote ที่โรงหนังเฮ๊าส์มาด้วย ก็หนังอินดี้ฟอร์มเล็กที่เข้าชิง 5 ออสการ์สาขาหลักปีนี้ รวมถึงหนังยอดเยี่ยมน่ะครับ สาเหตุที่ไปดู ก็อย่างที่รู้กันว่า จะต้องไปดู ฝีมือการแสดงของ ฟิลิปส์ ซีมัวร์ ฮอฟแมน ในบท ทรูแมน คาโพที นักเขียนชื่อดัง ซึ่งเจ้าตัวคว้ารางวัลทางด้านการแสดงนำฝ่ายชาย มาแล้วเกือบทุกเวที รวมถึง ลูกโลกทองคำ และรางวัลออสการ์ ก็เลยอยากไปพิสูจน์ว่าจะเจ๋งสักแค่ใหน

...................หนังแนวดราม่า อัตตชีวประวัติแบบนี้ เป็นหนังแนวโปรดของผมแนวนึงซะด้วย ซึ่งน้อยมากที่จะเจอความผิดหวัง แต่สำหรับเรื่องนี้ หนังก็เรื่อยๆมาเรียงๆ การแสดงของคาโพที ซึ่งออกมาในแนว แต๋วจ๋า กลับไม่ค่อยเข้าตาผมสักเท่าไหร่ เมื่อเทียบกับการแสดงของดารานำชายที่ผมคิดว่าแสดงเจ๋งมากๆในช่วงหลายปีหลังนี้ นักวิจารณ์หลายท่านเค้าบอกว่า บทนี้เปิดโอกาสให้นักแสดงแสดงความสามารถที่หลากหลาย แต่ผมก็แปลกใจที่ไม่ยักกะมีฉากที่เด่นๆ ให้ผมรู้สึกสะดุดใจได้ถึงสิ่งที่เค้าชมๆกันเลย หรือว่าเค้าจะเนียนจนเราดูไม่ออก ประมาณเหมือนตัวจริงอะไรแบบนั้นก็ไม่รู้แฮะ สิ่งเดียวที่ผมดูแล้วติดใจก็คือ หนังสือ in cold blood ( หรือ ฆาตกร ) หนังสือนิยายเชิงอิงจากเรื่องจริง ที่เค้าเป็นคนริเริ่มการนำเสนอแบบนี้ ผมอยากหามาลองอ่านดูบ้างแล้วสิ ว่าที่เค้าเขียนจะเด็ดขาดขนาดใหน จริงๆผมก็ไม่ค่อยอยากเชื่อว่า คนเราจะอ่อนไหวได้ขนาดนั้น และการที่นักเขียนสักคน อินกับสิ่งที่ตัวเองเขียนจนพูดได้ว่า หนังสือเล่มที่เขียนนั้น เปลี่ยนแปลงชีวิตคนเขียนไปได้อย่างสิ้นเชิง มันน่าจะมีอะไรให้เป็นรูปธรรมกว่าที่เห็นในหนังสักหน่อย .... จะว่าไปแล้ว หนังสืออีกเรื่องทีผมเคยอยากอ่านมากๆหลังดูจบ อย่าง ตู้ไปรษณีย์สีแดง ผมยังไม่ได้หามาอ่านสักที ก็ไม่รู้ว่า เรื่องอินโคล บลัด จะมีเวลาไปหามาอ่านใหมหนอ ??

โดย: จ๊อบ [9 เม.ย. 49 12:52] ( IP A:210.86.146.183 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   เค้าขุดไปทำส้วมให้ clive owen อยู่พี่ ซึ่งตอนจบที่ออกมาห้องพัสดุ แกอยู่ในนั้นเป็นอาทิตย์งัย หนังก็บอกตอนแรกๆอยู่แล้ว ที่อยู่ในห้องเหมิือนคุกหน่ะ ที่นอนอ่านหนังสือ วิดพื้นนั่นแหล่ะ คือห้องที่กันขึ้นมาอีกชั้นนึงในห้องพัสดุของธนาคาร อีกอย่างหนังแอบกัดนายทุนตระกูลเก่าๆที่อพยหอบสมบัติมากมายมาอเมริกาสมัยสงครามโลกด้วย แล้วก็ เรื่องสีผิว การแตกต่างทางเชื้อชาติ แล้วก็พวก lobbyist ของ เมกา เองด้วยอ่ะนะ ก็ถือว่าเป็นหนังที่ดีทีเดียว ผมไม่มีดาวให้ เพราะไม่เคย rating หนัง ชอบคือชอบ ไม่ชอบคือไม่ชอบ แค่นั้นอ่ะ
โดย: ฺBroadArrow [9 เม.ย. 49 20:41] ( IP A:124.120.184.249 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน