The Wrestler "เกียรติยศแห่งความฝันประโลมใจ"
   The Wrestler บอกเล่าเรื่องราวชีวิตช่วงบั้นปลาย Randy the Ram Robinson นักมวยปล้ำชะตาสลด เขาต้องคอยรับจ้างปล้ำอินดี้ตามโรงพละโรงเรียนมัธยมต่าง ๆ ทั่วรัฐนิวเจอร์ซีย์ เพื่อแลกกับเศษเงินเท่าหยิบนิ้ว อาหาร รถบ้าน และความเคารพตัวเอง เห็นได้ว่าค่าเหนื่อยเพียงน้อยนิดที่เขาได้จากการปล้ำแต่ละครั้ง ไม่สามารถยัดเยียดข้าวสามมื้อสู่ท้องเขาได้ เขาจึงต้องรับจ๊อบจัดเรียงข้าวของในซุปเปอร์มาร์เก็ตเป็นอาชีพเสริม อาชีพเสริมที่สร้างประสิทธิผลทางการเงินมากกว่าอาชีพนักมวยปล้ำหลักที่เขารัก

แค่เริ่มเรื่อง Aronofsky ก็สามารถบีบอารมณ์คนดูให้คล้อยตามหนังได้แล้ว กับฉากที่ The Ram ต้องกัดนิ้วรับค่าเหนื่อยน้อยนิดจากโปรโมเตอร์หน้าเลือดไร้คำแย้งต่อรอง เมื่อ 20 ปีที่แล้ว The Ram เป็นที่ต้องการตัวของโปรโมเตอร์มวยปล้ำทั่วอเมริกา ปัจจุบันเขาไร้ซึ่งอำนาจต่อรองทางการเงิน ทำได้แค่ปล้ำ รับเงินแล้วแต่บุญวาสนาจะพาไป เมื่อเขาอยู่บนสังเวียนเขาคือสัญลักษณ์แห่งราชัน จากนั้นพอขับรถถึงรถบ้านเช่า สถานะราชันของ The Ram ต้องแปรสภาพสถานะ “ยาจก” ดุษฎีจำใจ ไร้ที่ซุกหัวนอนถูกยึดกุญแจบ้าน ต้องนอนต่อสู้ความหนาวเหน็บนอนบนรถตู้โกโรโกโสตัวเอง ส่องไฟจ้องมองภาพเก่า ๆ ระลึกอดีตประโลมน้ำตา ชายหลังค่อมติดยา บ้างก็มีที่ซุกหัวนอน บ้างก็ไร้ที่ซุกหัวนอน ชีวิต The Ram วนเวียนอยู่กับ “ความฝันสวรรค์” และ “ความจริงอันหดหู่” วันแล้ววันเล่า ผ่านกาลเวลาแห่งชีวิต

The Wrestler ไม่มีทางเป็นหนังดีได้ถ้ากำพร้าผู้กำกับอย่าง Aronofsky รวมถึงคนเขียนบท Robert D Segal ที่ไม่ได้บอกเล่าหนังให้เป็นเพียงแค่หนังกีฬาของคนขี้แพ้คนหนึ่ง หากยังสอดแทรกประเด็นใกล้ตัวคุณ...การจัดสรร การใช้ชีวิตให้เป็น อดีตที่ผิดพลาด ส่งผลให้คนรอบกายรักยิ่งค่อย ๆ เดินจากไป กว่าเราจะมารู้ตัวอีกคราก็ต้องติดหล่ม นิยามมนุษย์ขี้แพ้ในการดำรงชีพ หนังเล่าเรื่องผ่านปรัชญาการใช้ชีวิตที่มีอยู่ให้เป็น โดยมีเรื่องราวในวงการมวยปล้ำมาเป็นเวทีให้ปรัชญาบริบทนี้ร่ายรำบนสังเวียนอย่างถึงกึ๋น! เช่นเดียวกับหนังชกมวยลุงมาร์ตินขึ้นหิ้ง Raging Bull ที่บอกเล่าชีวิตเจ้ากระทิงดุ Jake La Motta ตั้งแต่ครั้นรุ่งโรจน์สู่จุดต่ำสุด

การแสดงมหากาฬของ Mickey Rourke คือจุดแข็งสุดของหนังเรื่องนี้! โดยเฉพาะฉากที่เขาส่องไฟมองภาพเก่า ๆ ช่วงแรก ผสม Sound บีบอารมณ์เรียงเรียงโดย Bruce Springsteen Rourke สามารถสื่อคนดูรู้ถึง ความฝัน ความทุกข์ ความสุข ความผิดพลาด ผ่านแววตานักสู้ผู้เขี้ยวหักคนนี้ Rourke แสดงให้คนดูเข้าใจว่า The Ram คือนักฝันผู้ป่าเถื่อนเพียงเปลือกนอก เขามีชีวิตอยู่เพียงเพื่อมอบความมันส์ผ่านการแสดง เป็นที่รักยิ่งของแฟนมวยปล้ำ แต่เป็นที่ชังได้กระทั่งลูกสาวตัวเอง The Ram ไร้เพื่อนสนิท ลูกสาวเกลียดเขา ชีวิตยามว่างมีเพียง Cassidy (Marisa Tomei) นางระบำเปลื้องผ้าใกล้ปลดเกษียณ เป็นเพื่อนรู้ใจ เข้าใจ เขาเพียงคนเดียว ทั้งคู่ก็ได้เติมเต็มปมด้อยซึ่งกันและกัน Cassidy นางระบำผู้ต้องการ “การให้เกียรติตนเอง” The Ram “หนทางแห่งทางออกปมชีวิตอดีต”

ฉากที่กระชากอารมณ์คนดูสุดยากจะกั้นน้ำตาได้ คือฉากที่ Stephanie (Evan Rachel Wood) ลูกสาว The Ram ไล่พ่อของเธอออกจากบ้านชนิดไม่กลัวนรกถามหา Rouke แสดงท่าทางอาลัยอาวรณ์ขอโทษหลั่งน้ำตาอย่างเศร้าใจแทน ตรงจุดนี้จึงเปรียบได้กับ “ดาบสองคม” ของหนังอย่างเห็นได้ชัด “จุดคม” การแสดงของ Rouke ตีบทแตกสุด ๆ รองลงมาจากฉากบ้าคลั่งในซุปเปอร์มาร์เก็ต “จุดบาด” หรือจุดเสียของหนัง อารมณ์โศกที่ถูกยัดเยียดเข้าไปเกินอนุมานแห่งตรรกะการเดินหนังของดี ๆ สักเรื่องนึง เป็นไปได้หรือว่าการที่คนมาสายคนนึงจะถูกไล่เยี่ยงนี้? อารมณ์หนังกำลังเดินเนิบดุจสายน้ำ เพียงชั่วครู่พายุอารมณ์ก็ถูกกระโหมเชี่ยวกราก จนยากที่คนดู (บางคน) จะปรับอารมณ์ทันได้ คล้าย ๆ ความไม่เสถียรบทหนัง “รักแห่งสยาม” จุดนี้จึงเปรียบได้กับดาบสองคมของหนังที่เห็นได้ชัด ซึ่งก็ถือว่าน้อยนิดนักเมื่อเทียบกับหนัง Oscar ช่วงปีหลัง ๆ ที่ต้องมีข้อเสียอยู่บ้างนิดหน่อย (ยกเว้น Departed)

ถ้าให้ตอบว่า “หนังเรื่องนี้ดีไหม” แน่นอนข้าพเจ้ายืดอกตอบเสียงดังว่า “ดี” แต่ยังไม่ใช่หนังดีที่สุดปี 2008 บทหนังมีจุดบอดอย่างละนิดละหน่อยตลอดช่วง ทำให้อารมณ์กระโดดบ้าง..สะดุดบ้าง.. คล้าย ๆ นั่งจิบไวน์องุ่นอยู่ดี ๆ แป๊บเดียวต้องมาซด 40 ต่อซะงั้น? และด้วยความที่หนังเน้นการแสดงของ Rouke เกินไป เสมือนรายการ Talk show ที่มีเขาเป็นพิธีกรหลัก นั่นจึงเป็นเหตุผลหลักว่าทำไม The Wrestler ถึงไม่ได้ถูกใส่อยู่ใน 5 ลิสต์หนังภาพยนต์ยอดเยี่ยมออสการ์ปี 2008 ปีที่คณะกรรมการเลือกรักหนังที่เน้นบทภาพยนต์ มากกว่าหนังที่เน้นการแสดงหลัก เฉกเช่น Rainman, Beautiful Mind แต่เพียงเท่านี้ The Wrestler ก็ทำให้แฟนมวยปล้ำ/หนังอย่างข้าพเจ้า อิ่มเอมความสุขปนความเศร้าเหลือคณานับแล้ว...
โดย: Anurak_sk [3 มิ.ย. 52 12:38] ( IP A:202.57.132.197 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
Counter : 2159 Pageviews
ความคิดเห็นที่ 1
   ...

โดย: Anurak_sk [3 มิ.ย. 52 12:38] ( IP A:202.57.132.197 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   ไม่น่าเชื่อเนอะ ว่าเป็นนุ
โดย: mutu [3 มิ.ย. 52 14:59] ( IP A:203.156.12.20 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
    ........ คอหนังหลายๆคนก็ยกย่องหนัง The Wrestler เหนือหนังชิงออสการ์หลายเรื่องที่ฉายในช่วงเวลาเดียวกันนะ ส่วนตัวผมยกให้หนัง The Wrestler เป็นหนังระดับกลางๆนะครับ ให้สัก 2 ดาวครึ่ง !! คือคงมองเหมือนนักวิจารณ์เมืองนอกมั๊งครับ ว่าหนังเรื่องนี้มันเป็นงานโชว์ออฟ ของ มิคกี้ รูค อย่างเดียว จริงๆการแสดงของรูค ก็ถือว่าเป็นงานแสดงที่น่าจดจำนะครับ น่าจะเป็นผลงานที่ดีที่สุดของแกเลยด้วยมั้ง และเป็นใบเบิกทางให้แกกลับมาหากินในวงการนี้ได้ใหม่ หลังจากหายหน้าไปเป็นสิบปี !!

........ แต่ถ้ามองถึงตัวงานจริงๆ ผมว่าหนังมันยังขาดอะไรอีกเยอะครับ และบทก็ไม่ส่ง ไม่เอื้อให้กับ รูค ในการเปิดเผยแง่มุมหลายๆด้านของตัวเขามากพอ เราไม่รู้สึกซาบซึ้งอะไรกับสิ่งที่ตัวละครได้รับเลย เพราะสิ่งที่เค้าทำ มันก็สมควรแล้วที่จะต้องเจอแบบนั้น !! บทหนังกับการกำกับหนัง จะเป็นตัวชี้ชะตาทิศทางของหนัง มากกว่าการแสดงของดารานำแค่คนหรือสองคนนะครับ // ฉากพ่อลูก จริงๆถ้าเล่าดีๆ ซึ้งได้แบบตายไปเลยนะ แต่ที่เห็นในหนัง ผมไม่ได้ซึ้งเลยสักนิดครับ ออกแนวสมเพชมากกว่าซะด้วยซ้ำ หนังมันเล่นสูตรสำเร็จเกินไปครับ ไม่แปลกใจเลยที่หนังจะไม่ได้เข้าชิงในสาขาสำคัญๆ ทั้งๆที่หน้าหนังหรือแนวทาง มันน่าจะไปได้ไกลกว่านี้ แต่จริงๆมันก็ไม่ได้ย่ำแย่จนน่าเกลียดนะครับ เพียงแต่ผมรู้สึกว่า มันยังไม่มีอะไรให้น่ายกย่องเท่าไหร่นัก สำหรับผม ถือเป็นหนังระดับปานกลางครับ
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [4 มิ.ย. 52 13:09] ( IP A:202.57.132.197 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
    ชอบหนังเรื่องนี้เหมือนกันคะ ก็อาจจะอยุ่ที่มุมมองของแต่ละคนได้ คือ ณ ที่นี้ ขอลองสมมุติว่าตัวเองเป็น The Ram เราคิดว่าเขา(น่าจะ)คิดแบบนี้นะคะ
The Ram ในสมัยก่อนเป็นคนที่มีชื่อเสียง เขาคิดว่ามวยปล้ำได้เลือกเขาแล้ว ตามภาษาคนที่ขึ้นไปอยุ่ระดับบนโบยบินอยู่บนฟ้า แบบว่าทั้งชีวิตของฉันคือมวยปล้ำ ฉันอยู่บนจุดนี้ได้ต้องสละทุกอย่างที่จะเป็นตัวขวางทางอันรุ่งโรจของเขา บวกกับดังขนาดนี้คงหยิ่งทะนงไม่เห็นหัวคนออื่นไม่ได้นึกถึงจิตใจของคนอื่น(นี่อาจเป็นสาเหตูให้เขาทิ้ง Stephanie ลูกสาวของเขาไป) แล้วก็ตัดมาตอนปัจจุบัน The Ram ไม่ได้ดังเหมือนแต่ก่อน อันนี้เขาเองเข้าใจและรับได้ แต่เขาไม่ต้องการให้แสดงออกมาว่าคนสงสารหรือเห็นใจจากคนอื่น(สังเกตจากไมได้บอกเรืองโรคหัวใจกับนไม่สนิท) ในตอนแรกที่เขารู้ว่าเป็นโรคหัวใจ The Ram ก็ลองฟิตร่างกาย แต่ไม่ไหวตัดใจยอมออกจากสังเวียนแล้วแต่ก็ยังเสียดายอยู่(ดูจากที่เขากลับไปดูการปล้ำของคนอื่น)เขาเริ่มใส่ใจกับงานในห้าง เริ่มคิดถึงการปล้ำเฉยๆแต่ไม่ได้โหยหา ในตอนนี้เขาคิดคิดถึงแค่สองอย่างคือลูกสาว(สำคัญสุด)อย่างสองคือสาวอะโกโก้(รักนะแต่ก็หวังไว้บ้างเป็นคนยนิทที่ยังอยากคบหาอยู่) The Ram รู้สึกอ้างหว้าและไร้ค่า เขาอยากจะไถ่โทษจากลูกสาว(เขายังมีกำลังใจอยู่เพราะสาวอะโกโก้คุยกับเขาอยู่เห็นค่าเขาพูดคยปกติ ไม่ได้แสดงความสงสรหรือเห็นใจ ทำให้เขาร้สึกเหมือนเป็นคนธรรมดาไม่ได้รู้สึก โลกนี้กูแย่มากๆ และลูกสาวที่เริ่มคุยกับเขาเขาเลยรู้สึกว่าจากตนแรกที่ลูกสาวเห็นเขาเหมือนขยะ แต่ตอนนี้เริ่มคุยด้วย แสดงว่าเขาเริ่มดูมีคุณค่าขึ้นมาแล้ว) แต่เขาก็สติแตกเมื่อสองสิ่งสุดท้ายในชีวิตที่เขาใช้ยึดเหนียวจิตใจได้หาไป(ตอนนี้อารมณ์ของถึงจุดสุดๆแล้วมีอะไรมีอะไรมาจี้จุดก็เรียบร้อย) พอกลับไปทำงานห้างและยิ่งเจอคนที่รู้จักเขา(ผู้ชายที่ไปซื้อหมูแล้วทัก)มาเจอเขาแบบนี้แล้วไม่ให้เกียรติและโดนมีดบาด ปรอดแตกแล้วเขาคิดว่า "กูไม่ทนมันแล้ว มึงไม่เคารพกู กูก็ไม่เคารพมึง ในชีวิตนี้ไม่มีอะไรสำคัญแล้ว ไม่มีโอกาสที่สอง กลับไปปล้ำดีกว่าไม่กลัวตาย ตายก็ตายไปสิ ลูกสาวก็ไม่สนใจแล้ว" ตอนที่เขากลับไปปล้ำอารมณ์เหมือนกลับไปอยู่ในโลกแห่งความฝัน ทั้งๆที่เขาก็รู้แต่มันทำให้เขารู้สึกดี The Ram หลอกตัวเองไว้ทำให้เขาบรรเทาความเจ็บปวดในใจได้(เห็นได้จากตอนที่เขาพูดกับสาวอะโกโก้ เขาไม่กลัวเจ็บกายสิ่งที่เดียวที่ทำให้เขาเจ็บคือโลกภายนอก เขายอมอยู่ในความฝันหลอกลวงอันสวยหรู ดีกว่าไปอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงอันโหดร้าย) สาวอะโกโก้ก็คงเข้าใจและรู้ว่ายังไงก็เปลี่ยนความคิดเขาไม่ได้เลยยอมไป (ดูจาก ตอนที่ The Ram เดินออกไปแฟนๆให้การต้อนรับอย่างดีเขาก็โบกมือทักทายยิ้มอย่างเป็นสุข สาวอะโกโก้ก็รู้แล้วว่าความฝันสวยหรูที่เขาบอกคืออยู่ในนี้อยู่ในที่ๆมีคนยอมรับเขา) และตอนจบเขารู้ตัวว่าไม่ไหวตอนที่ขึ้นไปบเชือกแต่เสียงเชียร์(ซึ่งก็อาจจะเชียร์ไปไม่ได้คิดอะไร) แต่ The Ram คิดว่า "นี่ไง สิ่งที่เขาต้องการ ผู้คนรอเขาอยู่ เขาทำให้คนพวกนี้มีความสุขเขาก็สุขในแล้ว ถ้าเขาไม่ทำคนดูก็จะผิดหวัง เขาไม่อยากให้ใครผิดหวังในตัวเขาอีก(ลูกสาวคนเดียวก็เกินพอ) เขาต้องทำ กลิ่นอายของความยิ่งใหญ่อยู่ไม่่ไกล แล้วเขาก็กระโดด....
โดย: รินลิน [17 ก.ค. 53 14:47] ( IP A:125.25.138.228 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
    ข้อเสียที่ทำให้อารมณ์สะดุด

1 ลูกสาวน่าจะสำคัญขึ้นมาอีกหน่อย
2 ฉากก่อนี่จะสติแตก ไม่ค่อยสัมพันธ์กัน น่าจะมีอะไรมากระทบมากกว่านี้ เพื่อที่จะได้บิ้วอารมณ์ให้สูงขึ้น สูงขึ้น ก่อนที่จะ.. สติแตก
3 ฉากจบ.. น่าจะแสดงความอลังการกว่านี้ ตอนี่เขาอยู่บนเชือก เพลงและภาพน่าจะบีบอารมณ์ผู้ชมากกว่านี้ เพื่อที่ตอนเขากระโดดมันจะได้กระเทือนอารมณ์ของผู้ชมให้มากๆๆๆๆ
4 หนังน่าจะสื่อความรู้สึกของตัวเอกกว่านี้ อย่างเรื่องเนี๊ย.. เรา้องมานึกเองว่าตัวเองคิดอย่างนี้ๆๆๆๆๆนะ เราถึงจะอินไปกลับหนัง
โดย: รินลิน [17 ก.ค. 53 14:57] ( IP A:125.25.138.228 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
    ขอบคุณคุณรินลิน ที่แวะมาร่วมแสดงความคิดเห็นนะครับ
ว่างๆแวะมาโพสท์คุยกันอีกนะครับ กลับสู่หน้าแรกของเวปคลิก


https://www.pandagroup.pantown.com/
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [17 ก.ค. 53 20:01] ( IP A:118.172.192.210 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน