WatchMen + ม.3 ปี4 เรารักนาย + ก้านกล้วย 2 .... ห่วยกว่าที่คิด !!
    WatchMen ( สองดาว )

.........................Wolverine - The X - Men Begin คือหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่ตอบเงื่อนไขตามโจทย์ได้อย่างค่อนข้างแม่นยำ ในขณะที่ WatchMen นั้นสอบตกโดนสิ้นเชิง ผมไม่แน่ใจว่าเวอร์ชั่นหนังใหญ่ หยิบเนื้อหามาจากฉบับการ์ตูนหรือเปล่า ? อาจจะใช่ หรืออาจจะไม่ก็ได้ ถ้าการหยิบเนื้อหาที่เขียนไว้เมื่อยุคสงครามเย็น มาปัดฝุ่นทำใหม่ในยุคนี้ โดยยกสภาพภูมิหลัง และแนวคิดล้าสมัยแบบนั้นมาใช้ตามที่ผมคาดเดาล่ะก็ นี่คือความคิดที่ผิดพลาดตั้งแต่เริ่มต้นเลยทีเดียว !! สิ่งที่ผมสงสัยก็คือ ทำไมเค้าจะต้องใช้ฉากหลังเป็นยุคสงครามเย็นด้วย ในเมื่อประวัติศาสตร์มันเป็นสิ่งที่เราทุกคนรับรู้กันหมดแล้ว แล้วจะมีอะไรเหลือให้เราตื่นเต้นอีกเหรอครับ ?

.........................ซูเปอร์ฮีโร่มาเป็นทีมแบบกลุ่มใหญ่ แถมหลายหน้า หลากรุ่น การไม่โฟกัสลงไปให้ชัดแถมเล่าเรื่องอย่างสะเปะสะปะ แถมเลือกให้ผลัดกันเล่าเรื่องอีกถือเป็นการทอดทิ้งคนดูอย่างไม่น่าให้อภัย ความสติวิปลาสของซูเปอร์ฮีโร่ ไม่ใช่ประเด็นที่แปลกใหม่ วิธีการเล่าเรื่องก็น่าเบื่อ ยืดยาดอยู่แล้ว แถมยังใช้ Voice Over กันเกือบตลอดเรื่องยิ่งไปกันใหญ่ บทสนทนาของตัวละครก็ติดลิเกกันเกินไป ดูเหมือนคนทำหนังพยายามเหลือเกินที่จะฉีกแนวใหม่ๆให้กับหนังเรื่องนี้ แต่เป็นการทดลองที่ล้มเหลว !! ผมไม่เข้าใจว่า จะพยายาม อาร์ต ไปทำไมกันนักหนา ทั้งภาพและบทพูด ?? ความวิกลจริตของตัวละคร สามารถเล่นประเด็นได้โดยใช้กระบวนความคิดที่ซับซ้อน หาใช่ความรุนแรงของภาพแต่อย่างใด !!

.........................เสียดายศักยภาพของดารานักแสดงหลายคนในเรื่อง ที่ถูกคอสตูม และหน้ากากพรากเสน่ห์ไปซะสิ้น !! พูดตรงๆเลยก็คือ หนังเรื่องนี้ไม่มีใครดูดีเลยสักคน ~ ฮีโร่ก็สติแตก ชาวบ้านก็สติแตก คนดูเลยต้องสติแตกตามไปด้วยเหรอครับ ... ไม่เอาน่า ... สันติภาพของมนุษย์ที่เกิดจากความร่วมมือร่วมใจเพราะกลัวศัตรูคนเดียวกัน มันจะยืนยงไปสักแค่ใหนกันเชียว ก็รู้ทั้งรู้อยู่ว่า ธาตุแท้ของมนุษย์ยังไงก็ชอบเห็นความพินาศย่อยยับของคนอื่นอยู่แล้ว ? ไม่ต้องแปรสภาพเป็นมวลสารที่มีพลังยิ่งใหญ่ เทียบเท่าพระเจ้าก็น่าจะมองออก แล้วไฉนคุณฮีโร่เหาะไปได้ถึงดาวอังคาร กลับคิดเรื่องแค่นี้ไม่ออก ? สันติภาพชั่วคราวมันจะมีประโยชน์ตรงใหนกัน หรือจะพยายามให้เป็นตลกร้ายผมก็ไม่เก็ตอยู่ดี !! สรุปแล้วก็คือ ไม่เห็นต้องเล่าเรื่องอะไรให้มันซับซ้อนโดยเปล่าประโยชน์เลยครับ ถ้าประเด็นมีแค่นี้ก็เล่ามาแบบซื่อๆ จริงใจๆ ยังจะดูมีอะไรมากกว่ากันเยอะครับ ~
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [14 ส.ค. 52 13:11] ( IP A:125.27.49.2 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
Counter : 1654 Pageviews
ความคิดเห็นที่ 1
    ม.3 ปี 4 เรารักนาย ( หนึ่งดาวครึ่ง )

......................Msn ถูกหยิบมาใช้เป็นสื่อรักในหนังไทยเป็นครั้งที่ 2 ในรอบปีแล้วถัดจาก ความจำสั้นแต่รักฉันยาว ทว่าเป็นการนำเสนอในมุมมองที่ไม่น่าเชื่อถือสักเท่าไหร่นัก ผมเชื่อว่าความรักผ่าน Msn เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ และก็เกิดมาเยอะแล้วด้วย แต่การเริ่มต้นและความคืบหน้าของความรัก ไม่น่าจะเป็นอย่างที่เห็นในภาพยนตร์เรื่องนี้ !! พนันว่าคุณเหมันต์ เชตมี และทีมเขียนบท คงจะเลยวัยแชทผ่านเน็ทไปนานมากแล้ว และอาจจะจินตนาการไม่ออกว่าความรักมันจะเกิดได้อย่างไร ถ้าหากว่ารีเสริชหาข้อมูลจากหนุ่มนักแชท สาวนักแชท ตัวจริง แล้วยืมตัวมาช่วยคิดเรื่อง ผมว่าน่าจะสร้างเรื่องราวให้ออกมาได้ดู " จริง " กว่านี้นะครับ !! แต่ก็ไม่แน่ บางทีอาจจะเป็นความคิดของคนทำหนังก็ได้ ที่ต้องการบิดเรื่องราวให้ดู " เว่อร์ " ดูเกินจริงไปทุกอย่าง เพื่อสร้างเสียงหัวเราะให้คนดูก็เป็นได้ !! หลายต่อหลายช็อตเราจะเห็นความประหลาดมนุษย์ ที่คนทั่วไปเขาไม่เป็นกันอยู่เยอะไปหมด ~

......................ม.3 เป็นวัยที่กำลังฮอร์โมนรุนแรง เริ่มมีความรัก อยากลองอะไรใหม่ๆ กล้า ท้าทาย และยังคิดแบบไม่ไตร่ตรองอะไรนัก จะว่าไปแล้ว พฤติกรรมเช่นนี้ก็เป็นการแสดงออกของวัยรุ่นทั่วไป แล้วก็เป็นแบบนี้ไปจนถึงช่วงปีสุดท้ายของการเรียนมหาลัยเลยมั๊ง ? ธรรมชาติของหนุ่มสาวนักแชทที่หยอดกันไปหยอดกันมาแบบนี้นะครับ ถ้าเจอกันตัวเป็นๆนะครับ เกือบร้อยทั้งร้อยไม่มีเหลือครับ ขอบอก !! ยิ่งอยู่ไกลหูไกลตาแบบนี้นะครับ One Night Stand ทั้งน้านนน ลองถามเพื่อนๆคุณที่มีประสบกาม เอ๊ย ประสบการณ์สิครับ ใครบ้างกล้าตอบว่าไม่เคย ? แล้วขอถามต่อ หัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่ ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะ ถ้ามีหนุ่มไม่รู้หัวนอนปลายเท้า ข้ามจังหวัดมาจีบลูกสาวคุณ คุณจะรู้สึกอย่างไรครับ ? จะสนับสนุนให้ลูกสาวมีความรักกับไอ้หนุ่มที่ใหนก็ไม่รู้เหรอครับ ? โปรดสังเกตุว่า คุณแม่คุณลูกสาวในหนังเรื่องนี้ มีความสัมพันธ์กันอย่างแนบแน่นมากๆๆ และคุณแม่ไม่เคยปรามคุณลูกเรื่องการแชทของลูกสาวเลยแม้แต่น้อย ??

......................ภาพยนตร์เรื่องนี้ ถ่ายทอดความผูกพันระหว่างแม่ลูกได้อย่างน่ารักน่าชังครับ เป็นหนังที่เหมาะสำหรับการนั่งดูในครอบครัวร่วมกันเพื่อความบันเทิง นอกจากคุณลูกจะชี้ให้คุณพ่อคุณแม่เห็น หรือคุณพ่อคุณแม่จะชี้ให้คุณลูกเห็นถึงความ " ไม่ปกติ " ในหนังเรื่องนี้ ? ทุกคนในครอบครัวก็จะได้แลกเปลี่ยนความเห็นถึงความไม่สมเหตุสมผลของหนัง ความน่าขันแบบที่ผมคิดว่าคนทำไม่ตั้งใจให้ขำ ? ผมเชื่อว่าเสียงหัวเราะจะเกิดขึ้นพร้อมกันแก่ทุกคนในครอบครัว รวมถึงคุณพ่อคุณแม่ ก็จะได้มีโอกาสสอนหรือแนะนำการวางตัวที่ดี ต่อสถานการณ์ปัจจุบัน เมื่อคุณลูกมีความรัก หรือเริ่มคบกับเพื่อนต่างเพศ หรือการใช้ชีวิตในประเด็นอื่นๆ ? การพูดคุยในประเด็นเหล่านี้ก็จะเกิดขึ้นได้อย่างไม่ยัดเยียด และลูกๆก็จะไม่รู้สึกว่าถูกกดกันอะไรมากเกินไปนัก ~ แล้วถ้าจะให้ดีนะครับ ก็หยิบ " วัยอลวน 4 " มาดูกันต่อพร้อมถกประเด็น " เซ็กส์ในวัยเรียน " ก็คงช่วยให้ครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกันมากขึ้นนะครับ ผมว่า ~

โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [14 ส.ค. 52 13:15] ( IP A:125.27.49.2 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   ก้านกล้วย 2 ( สองดาวครึ่ง )

..........................ก้านกล้วย 2 เป็นหนังภาคต่อที่ทำออกมาได้ไม่ดีเท่าภาคแรก แต่ก็ไม่ได้ถึงกับทำออกมาย่ำแย่จนน่าประนามสาปแช่งแต่อย่างใด ! โดยภาพรวมของตัวหนัง ต้องขอชื่นชมในแง่ของงานภาพอนิเมชั่น ที่ทำได้ดีขึ้นกว่าภาคที่แล้วอย่างเห็นได้ชัด ถือเป็นการเติบโตในสายงานนี้ของบ้านเราที่น่าชื่นใจ !! ฉากเปิดของหนังนี่ทำได้น้องๆงานของ ดิสนีย์ หรือ พิคซ่าร์เลยนะครับ ผมรู้สึกนึกถึงหนังอย่าง TarZan ขึ้นมาเลยเชียวแหละ เล่นเอาขนลุก !! ทว่าสิ่งที่เราแตกต่างจากอนิเมชั่นของต่างชาติก็คือ เนื้อหาของภาพยนตร์อนิเมชั่นครับ หรือพูดง่ายๆก็คือ ความซับซ้อนในส่วนของงานเขียนบทนั่นเองครับ !! ก้านกล้วย 2 ยังไม่มีส่วนใหนเลยที่กล้าฉีก เล่าเรื่องในทางที่แปลกใหม่ หรือ เพิ่มมิติให้กับเรื่องราวมากนัก

.........................สูตรสำเร็จจ๋า ถูกใส่เข้ามาอย่างต่อเนื่องในหนังเรื่องนี้ ตัวละครแบนราบ มิติเดียว ดีสุดขั้ว ชั่วสุดขีด ธรรมะปราบอธรรม ฯลฯ แล้วหนังก็พยายามเบรกจนคนดูหัวทิ่มทุกครั้ง ที่หนังเริ่มจะดราม่า หรือเริ่มจะเข้าโหมดซีเรียส เหมือนจะกลัวว่าคนดูจะเครียด และรับไม่ได้ เลยต้องใส่ฉากความน่ารัก หรือ มุขตลกเด็กๆ หรือความคิกขุ ลงมาอย่างต่อเนื่อง ?? หนังพยายามปลุกกระแสชาตินิยม แล้วปลูกฝังความรักชาติ ด้วยการโยนความเลวทั้งหมดไปให้ชาติเพื่อนบ้าน ฟังดูเหมือนตำราเรียนไม่ผิดเพี้ยน ?? ประวัติศาสตร์เป็นวิชาที่สนุก และมีความยืนหยุ่นสูง สามารถพลิกแพลงไปทางใหนก็ได้ไม่ตายตัว การพยายามสอนให้คิดตามกรอบอย่างเดียว ก็ไม่ต่างจากสอนให้เด็กท่องจำ แบบ นกแก้ว นกขุนทอง ซึ่งผมคิดว่าการเรียนการสอนแบบนี้ควรจะเปลี่ยนแปลงได้แล้ว ~

..........................หากต้องเลือกระหว่างความรับผิดชอบต่อครอบครัว หรือประเทศชาติ คุณว่าคนเราควรจะเลือกสิ่งใหนก่อนกันแน่ ? เสียดายที่หนังไม่ได้สะท้อนแง่มุมลึกๆอย่างเช่น ก้านกล้วยเป็นช้างที่ยึดติดใน ความก้าวหน้าของหน้าที่การงาน ตำแหน่ง ยศฐาบรรดาศักดิ์ หรือคำเยินยอ จนลืมให้ความสำคัญกับลูกเมีย ครอบครัว ฯลฯ คือหนังไม่พยายามวางตัวให้เป็นหนังที่คิดมากน่ะครับ พยายามเล่าอย่างง่ายที่สุด สอนแบบเบาที่สุด แล้วก็พยายามหาทางออกให้กับตัวละครอย่างนิ่มนวลที่สุด ผมเลยรู้สึกว่าคนทำหนัง ค่อนข้างละเลยความรู้สึกของคนดู กลุ่มที่อายุเกิน 20 ปี ไปสักนิดครับ !! อาจจะเป็นเพราะ หนังวางตัวกลุ่มเป้าหมายไว้ชัดเจนว่า ส่วนใหญ่มีอายุเท่าไหร่ และทำเพื่อขายกลุ่มนั้นกลุ่มเดียว ภาพรวมมันก็เลยออกมาแบบนี้ ?? และดูเหมือนคงอีกนานที่เมืองไทยจะมีอนิเมชั่นสำหรับคนดูวัยผู้ใหญ่ อย่างแท้จริง !!

ป.ล. คาแรคเตอร์ตัวการ์ตูน ดีไซน์ได้น่ารักดี โดยรวมๆ ยกเว้นอย่างเดียวคือตัวก้านกล้วย กับ ชบาแก้ว ที่ผมคิดว่า ตัวเล็กไปหน่อย ภาคที่แล้วดูในโรง คิดว่าดูดี แต่ภาคนี้ดูในจอทีวี ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่าว่า ดู ก้านกล้วย ไม่มีสง่าราศี สมกับเป็นช้างศึกพระองค์ดำเลยพับผ่า ตัวเล็กๆอย่างไรชอบกล ?

โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [14 ส.ค. 52 15:51] ( IP A:125.27.49.2 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   ดูหลายรอบแล้ว ดูมันทุกวัน ตั่งแต่แผ่นออกเนี้ย อิอิ โดยรวมแล้ว ก็สนุกดีค่ะ
โดย: kk [14 ส.ค. 52 20:06] ( IP A:220.255.4.29 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   ขอเม้นท์เรื่องม.3ปี4เรารักนายดีกว่านะพี่จ๊อบ เพราะเพิ่งดูมาจากเคเบิ้ลแต่ดูแบบไม่ปะติดปะต่อเท่าไหร่...เพราะหนังดำเนินเรื่องไม่นาสนใจ เรื่อยๆ จนเกินไป ทำให้ไม่ชวนติดตาม...ตัวพระเอกในเรื่องที่เป็นหมอก็ดูเวอร์ไปในฉากที่บินไปหานางเอกจากกทม.ไปภูเก็ตในตอนเช้าแทบทุกวันแล้วกลับมาเข้าชั้นเรียนต่อ...อย่างอื่นก็อย่างที่พี่จ๊อบเม้นท์ไปแล้ว...แล้วอีกอย่างบทสรุปของเรื่องง่ายเกินไป...เหมือนๆหนังทั่วๆไป...
โดย: myloveforyou [15 ส.ค. 52 13:04] ( IP A:118.173.216.170 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   สวัสดีครับ

ยังไม่ได้ดูทั้ง3เรื่องเลย ก็ขอบคุณสำหรับคำวิจารณ์
Watchmen กับ ก้านกล้วย ผมยังไม่ค่อยมีไอเดีย แต่ ม.3ปี4 นั้น ผมก็ว่าน่าจะไม่ค่อยเวิร์ก เพราะมันมีหนังแนวๆรักวัยรุ่นออกๆๆมาหลายเรื่องแล้ว ยิ่งได้ยินจากคุณจ๊อบอย่างนี้ ยิ่งนึกไม่ออกว่าจะดูยังไงให้รู้สึกสนุก...
โดย: ท่าใน [16 ส.ค. 52 20:01] ( IP A:58.9.161.112 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   Watchmen (สามดาว) เรื่องนี้เห็นต่างครับ ผมชอบ

ก้านกล้วย 2 (กินไข่) เพราะผมทนดูได้ไม่จบครับ ไม่รู้เพราะเว็บไซด์การเมืองบางเว็บที่ผมเข้าอ่านประจำหรือเปล่า? ที่ทำให้ผมชักทนดูหนังแนวคลั่งชาติพันธุ์ ชักจะไม่ไหว จำได้ว่าภาคแรกผมสนุกกับหนังเรื่องนี้ได้อยู่นะ ถ้ากลับไปดูอีกครั้งจะยังรู้สึกสนุกแบบเดิมได้อีกหรือไม่ ก็ไม่รู้
โดย: ขาจรมาเยี่ยม [18 ส.ค. 52 13:07] ( IP A:125.27.245.38 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   ผมชอบ ม3 ปี4 ครับ ดูแล้วยิ้มแล้วแอบหัวเราะคนเดียว สองรอบแหละ จนแม่บอกว่า บ้าหรือเปล่า 5555
โดย: นายสาคู [18 ส.ค. 52 14:54] ( IP A:125.25.155.185 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน