o - The Hurt Locker + Who are you = ไปดูมาแล้ว !! - o
    The Hurt Locker ( หน่วยระห่ำ ปลดล็อคระเบิดโลก ) .... สามดาวครึ่ง .....

........................ขอขอบคุณคณะกรรมการ Oscar ที่มอบรางวัลหนังยอดเยี่ยมให้กับหนังเรื่องนี้ ทั้งๆที่หนังเรื่องนี้ไม่ใช่หนังแนวออสการ์เลยแม้แต่น้อย ทำให้ผมได้มีโอกาสชมภาพยนตร์ดีๆเรื่องนี้ในโรงภาพยนตร์ เพราะถ้าหนังแห้วออสการ์สาขาหลักๆก็มีความเป็นไปได้สูงมากว่าผมจะรอชมหนังแบบนี้ทางแผ่นที่บ้าน และอรรถรสในการชมก็คงจะลดลงไปมาก เพราะรายละเอียดด้านภาพและเสียงและความน่าตื่นตาของเหตุการณ์ในหนัง ยังไงเสีย ในจอโรงหนังมันก็เต็มอิ่มกว่าเยอะ ผมขอชื่นชมเลยว่า คณะกรรมการ Oscar ปีนี้ช่างตัดสินได้เหมาะสมกับคุณวุฒิจริงๆครับ ปกติแล้วตัวเองก็ไม่ค่อยจะเห็นด้วยกับการตัดสินในหลายๆครั้ง แต่ปีนี้ขอบอกว่าโดนใจมากมายครับ เหตุผลที่ทำให้หนังเรื่องนี้ได้รางวัลนั้น นอกจากความเป็นหนังดีของมันแล้ว ต้องบอกว่าหนังถึงพร้อมในแง่ความบันเทิง แถมยังสะท้อนผลกระทบจากสงครามในเชิงจิตวิทยาได้อย่างลุ่มลึก แถมองค์ประกอบโดยรวมๆของหนังทุกส่วนยังทำได้อยู่ในระดับดีเลิศ แล้วแบบนี้จะไม่ยกรางวัลให้ได้ไง ?

........................The Hurt Locker เป็นหนังที่ถ่ายทำได้สมจริงมากๆ แถมยกกองถ่ายไปบู๊กันถึงประเทศตะวันออกกลาง ไม่น่าเชื่อว่าหนังทุนต่ำจะเนรมิตงานโปรดักชั่นได้เนี๊ยบขนาดนี้ครับ ทึ่งจริงๆครับ .. นอกจากความจริงจังน่าเชื่อถือของหนังจะสูงแล้ว งานถ่ายทำยังทำให้เรารู้สึกเหมือนกับได้ไปปฏิบัติการณ์อยู่กับตัวละครกันเลยทีเดียว เสียงระเบิด เสียงควัน และความตาย ห่างกับตัวเราแค่ปลายจมูก แค่ปลายสัมผัสเท่านั้น !! หลายฉากหนังสร้างความหวาดผวาให้กับคนดูได้มากมาย จนเราสัมผัสได้ถึงความน่าหวาดหวั่น ความกลัวตาย ความน่าขนหัวลุกของสงคราม และความเกลียดชังที่มนุษย์พึงมีต่อกัน มันเป็นอะไรที่บอกไม่ถูกจริงๆครับ ตลอดทุกวินาทีของหนังเรื่องนี้ทำให้ผมนึกถึงภาพทหารและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติภารกิจใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย เชื่อว่าความรู้สึกของพวกเค้าก็คงไม่ต่างกับตัวละครในหนังเรื่องนี้ ที่ทำงานของพวกเค้าคือ " สมรภูมิ " มันคือ " สงคราม " และทหารที่อยู่ในสนามรบย่อมพร้อมที่จะต้องตายทุกเมื่อ แต่ใครล่ะจะอยากตาย

........................เห็นการทำงานของทหารสหรัฐ ความพร้อมในการออกสู่สนามรบของพวกเค้า เทียบกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลไทยแล้ว ก็ได้แต่ส่ายหัว ขนาดเขาใช้เครื่องไม้เครื่องมือพร้อม มียุทธโธปกรณ์อย่างดี ยังมีการสูญเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่เป็นจำนวนมาก แต่นั่นคือการป้องกันอย่างรัดกุมที่สุดแล้ว ดูวิธีการเก็บกู้ระเบิดของเขา ดูความพร้อมในการลาดตระเวณ เห็นสภาพที่มั่นทางทหารของเขาแล้ว เหลียวกลับมามองของไทยเราบ้าง ไม่อยากจะคิดเลยครับ ?? มันช่างต่างจากที่เราเห็นในภาพข่าวทางทีวีซะนี่กระไร ? ทำไมเราถึงไม่มี รถเกราะฮัมวี่ที่กันกระสุน และกันแรงระเบิดได้ดีๆ อย่างของอเมริกันใช้ กองทัพไทยหมดเงินไปกับการซื้ออะไรกันเหรอครับ ? ทำไมถึงให้รถเก๋ง รถกะบะธรรมดา ออกไปลาดตระเวณกันจนโดนระเบิดตายกันไปแล้วไม่รู้เท่าไหร่ ? ผมเชื่อว่าเราจะป้องกันการสูญเสียได้อีกเยอะมาก ถ้ามีการทำงานอย่างรัดกุมและเครื่องไม้เครื่องมือที่ดีอย่างของฝรั่ง อย่างเช่น ถ้ารถฮัมวี่โดนระเบิดตูมขึ้นมาจริงๆ อาจจะกระเด็น แต่อย่างน้อยคนในรถก็ยังไม่ถึงกับตาย การเข้ามาซ้ำด้วยอาวุธสงคราม ก็จะทำอะไรไม่ได้ หน่วยหลังก็ยังมาช่วยได้
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [16 มี.ค. 53 13:20] ( IP A:58.8.85.173 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
Counter : 1386 Pageviews
ความคิดเห็นที่ 1
    ........................แคทเธอรีน บิกเกโลว์ ผู้กำกับหญิงออสการ์คนแรกในประวัติศาสตร์ ฯ ผมคงต้องยกเครดิตให้กับเธอครับ เธอสมควรแก่รางวัลทุกสถาบันจริงๆครับ ไม่รู้ทานดีหมีอะไรมาครับ เธอท๊อปฟอร์มมากๆ แล้วก็สร้างงาน Masterpiece ที่สมควรยกย่องอย่างที่สุด ทั้งๆที่งานก่อนหน้านั้นก็ไม่ได้มีความหวือหวา หรือมีวี่แววว่าเธอจะทำงานดีๆขนาดนี้ได้มาก่อนจริงๆ ? หนังเรื่องนี้เป็นหนังแอคชั่นดราม่า ที่มันส์มากๆๆ ระทึกทุกวินาทีของหนังจริงๆ ขนาดฉากในใบปิดที่ดูน่าจะเป็นไคลแมกซ์ จริงๆอยู่ตั้งแต่ต้นเรื่องนะครับ แล้วหนังก็ควบคุมอารมณ์แบบระทึกขวัญ ลุ้นต่อเนื่องได้ตั้งแต่ต้นจนจบ ทั้งๆที่หนังยาวถึง 131 นาที !! หากคุณจะดูหนังแบบบู๊เอามันส์ คุณก็จะไม่ผิดหวัง หรือถ้าหากต้องการดูหนังที่เจาะลึกถึงห้วงความคิดของตัวละคร คุณก็จะถึงอารมณ์เช่นกัน หนังเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางศิลปะ งานกำกับภาพทำได้เนี๊ยบสุดๆ มุมกล้อง และจังหวะตัดต่อนั้นไม่น่าเชื่อว่าผู้หญิงจะทำหนังแมนๆออกมาได้เจ๋งขนาดนี้ได้ไง ? นักแสดงนำและสมทบของหนังเรื่องนี้ก็ถือว่าเล่นกันได้สมบทบาทสุดๆ โดยเฉพาะ เจเรมี่ เรนเนอร์น่ะ น่าได้ออสการ์ด้วยซ้ำ ~

........................พระเอก เจเรมี่ เรนเนอร์ ไม่น่าเชื่อว่าเล่นหนังมาเป็นสิบปี แต่ยังไม่เคยมีใครค้นพบในฐานะ นักแสดงชายชั้นดี มาก่อน จนเพิ่งมาแจ้งเกิดได้สำเร็จในหนังเรื่องนี้ แถมยังไปไกลถึงขั้นได้ชิงออสการ์นักแสดงนำด้วย ซึ่งก็สมควรด้วยประการทั้งปวง .. น่าชื่นชมที่ผกก.เลือกนักแสดงโนเนมเกือบทั้งหมดมาเล่น ทำให้เราเชื่อถือในตัวหนังได้มาก และโชคดีมากที่นักแสดงหลักๆเล่นได้ดีกันโดยพร้อมเพรียง เลยทำให้หนังดูน่าเชื่อถือขึ้นมาอีกเป็นกระบุง ~ เจเรมี่ เรนเนอร์สะท้อนความรู้สึกและแสดงออกโต้ตอบสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างถึงกึ๋นจริงๆ จากหนุ่มห้าวๆที่ก้าวเข้ามาสู่สนามรบ จากคนที่พบกับความเฉียดตายมาหลายครั้งจนชินชา และกลายเป็นผู้เสพติดความตาย จากทหารหาญที่แข็งแกร่งกลายเป็นมนุษย์ที่ควบคุมตัวเองไม่ได้ !! สงครามไม่ได้ฆ่าเพียงชีวิตมนุษย์เท่านั้น มันยังทำลายความเป็นมนุษย์ของเราไปอีกด้วย การแสดงออกซึ่งความบ้าบิ่นมุทะลุในการกู้ระเบิดของพี่แก บางทีมันก็เป็นแค่การพยายามพิสูจน์ตัวเองว่าตัวเองยังมีชีวิตอยู่ !! ทั้งๆที่ในความคิดผม จริงๆแล้วแกน่ะ ตายไปแล้ว เพียงแต่แกยังไม่รู้สึกตัวเองว่าแกตายจากความเป็นคนปกติไปเสียแล้ว และที่น่าเศร้าก็คือการตายของแกนั้นไม่มีใครสักคนที่จะสังเกตุเห็น

ป.ล. แอบเซอร์ไพร๊ซ์ที่เห็นพระเอกดังอย่าง กาย เพียรซ และ ราลฟ ไฟน์ส โผล่มารับเชิญแบบแว่บๆ

หมายเหตุ - หนังยังมีรอบฉายอยู่ 3 โรง ที่ เซนทรัลเวิลด์ / พาราก้อน / เฮ๊าส์ อาร์ซีเอ ครับ รีบๆไปดูกันเถอะครับ หนังดีๆแบบนี้ ไม่อยากให้พลาดจริงๆ ~

โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [16 มี.ค. 53 13:20] ( IP A:58.8.85.173 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   Who are you ( ใคร .. ในห้อง ) .... สองดาวครึ่ง ....

.......................ความเครียดสะสมและความห่างเหินของผู้คนในสังคม ล้วนเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเจ็บป่วยทางจิต ให้กับใครต่อใครได้ไม่ยาก นี่ยังไม่นับความเป็นมนุษย์แบบสังคมเมืองในยุคปัจจุบันที่ทุกวันนี้ต่างคนต่างไม่พยายามที่จะสื่อสารเข้าหากันอีกแล้ว เราทุกคนต่างเงียบใส่กัน เราเลือกที่จะประหัตประหารกันไม่ว่าจะด้วยท่าที คำพูด ความเห็น ยิ่งพูดกันน้อยลง เข้าใจกันน้อยลง ความรู้สึกในด้านลบก็จะค่อยๆกัดกินใจเราไปทีละน้อยๆ อย่างช้าๆ จนวันนึงเมื่อมีปัจจัยภายนอกหรือเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นกับเราแรงๆ บางทีถ้าใครที่จิตไม่เข้มแข็งพอ หรือว่าไม่มีใครคอยประคับประคองหัวใจ หรือคอยเหนี่ยวรั้งเอาไว้ ไม่แน่ว่ากว่าที่คนรอบข้างจะรู้ตัว มันก็อาจสายเกินแก้ เคยมีคนบอกเอาไว้ว่า จิตใจคนเรามันช่างซับซ้อน ยอกย้อน รวมทั้งมีกลไกในการป้องกันตัวอยู่หลายชั้น ทั้งนี้ทั้งนั้นทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับตัวเรา ล้วนมาจากใจบงการ แต่คนเราจะหลอกตัวเองไปได้ตลอดจริงๆหรือ ?? ( ขนาดจิตแพทย์บางคนยังอยู่ได้ด้วยการหลอกตัวเองเลย - ฮา )

.......................Who are you ? เป็นหนังทริลเล่อร์ - จิตวิทยา ที่สะท้อนชีวิตคนเมือง และสภาพจิตที่บิดเบี้ยวของผู้คนยุคปัจจุบันได้อย่างน่าสะเทือนใจและน่ากลัวไม่ใช่น้อย แม่ลูกที่วันๆแทบไม่ได้เจอหน้ากัน ลูกไม่ยอมออกมาจากห้องนานร่วม 5 ปี แต่คุณแม่ก็ยังมองว่าไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ? ส่วนลูกสาวบ้านข้างๆก็ใช้ชีวิตแบบตัวคนเดียว คุณแม่มัวแต่ไปทำงานนอกบ้าน แถมยังมีกิ๊กใหม่อีก ? จะว่าไปแล้วก็ไม่ต่างจากชีวิต ครอบครัวของวัยรุ่นยุคนี้ แบบว่าตัวใครตัวมัน พ่อแม่ก็หาเงินหาทองไป เอามาปรนเปรอ ส่วนลูกๆก็อยู่ในโลกของตัวเอง ติดเกมส์ ติดเพื่อน ติดแฟน ฯลฯ คนสองรุ่นต่างหมกมุ่นอยู่แต่ในโลกของตัวเอง โดยไม่พยายามปรับจูนเข้าหากัน ไม่หาทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ? ด้วยคำพูดแบบไทยๆที่ว่า " ไม่เป็นไรหรอก " อะไรๆก็ไม่เป็นไร ถ้าถามว่าใครผิด ผมมองว่า มันก็ผิดด้วยกันทุกฝ่ายแหละ แทนที่จะชี้หน้าว่าอีกฝ่ายผิด จะดีกว่าใหม ถ้าทุกคนหันหน้ามาพูดกัน ยอมรับความจริงอย่างที่มันควรจะเป็น

.......................จีรัง - ยั่งยืน ความสุขที่แท้จริงของชีวิตมาจากใหน ? พุทธศาสนาสอนให้เข้าหาความสงบ เมื่อเราทุกข์ ก็ต้องมองหาสาเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์ แล้วก็หาทางแก้ไขปัญหาที่ทำให้เกิดทุกข์นั้น ในหนังก็มีการพูดถึงคล้ายๆลัทธิๆนึงที่ตัวละครเข้าไปนับถือ เชื่อฟัง ซึ่งเมื่อตั้งใจดูและคิด ผมมองว่าสิ่งที่เจ้าของลัทธิ who are you ? สอนนั้นก็ไม่เชิงเป็นความเชื่อที่ผิดซะทีเดียว ทุกอย่างที่เราคิด ที่เราเป็น who we are ต่างมาจากภายในทั้งสิ้น และถ้าจะแก้ปัญหาก็ต้องแก้จากภายในครับ มิใช่ภายนอก มนุษย์เราส่วนใหญ่มักจะไขว่คว้าหาสิ่งที่อยู่นอกกาย หาความสงบสุข หาทางออกของชีวิต หาสิ่งปลดปล่อยปลดเปลื้องพวกเราจากความทุกข์ โดยตะกายหาจากสิ่งที่อยู่ไกลตัว โดยลืมไปว่าสิ่งที่อยู่ใกล้ตัว สิ่งที่จับต้องได้ต่างหาก คือหนทางช่วยเหลือให้คุณพ้นจากห้วงทุกข์ ? ความสุขจากภายนอก หรือ " หนทางรอด " จากสิ่งไกลตัวล้วนแล้วแต่เป็นภาพลวงตา บางทีสิ่งที่มีพลังที่สุดในโลกนี้ ก็อาจจะเป็นพลังจิตของมนุษย์นี่แหละครับ ถ้าคิดว่าเราทำได้ เราก็จะทำได้ !!
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [16 มี.ค. 53 13:41] ( IP A:58.8.85.173 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   .......................ใครในห้อง เป็นหนังที่ดูสนุกสนานพอประมาณ มันเป็นหนังที่มีส่วนดีและส่วนแย่ผสมปนๆกันครับ เนื่องจากหนังมีตัวละครหลักแค่ 3 ตัว และมีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในบ้านเป็นส่วนใหญ่ จึงเป็นเรื่องยากของมือเขียนบทที่อาจจะไม่ได้เชี่ยวชาญปัญหาเกี่ยวกับแง่ปมทางจิตวิทยาในการหาลูกเล่นมาแต่งแต้มเรื่องราวให้เข้มข้น ? พูดตรงๆเลยก็คือ หนังเรื่องนี้เขียนบทให้เจ๋ง ค่อนข้างยากครับ มันมีทางเลือกให้กับการเฉลยเรื่องราว ทางออกตัวละครอยู่ไม่กี่ทาง ซึ่งก็ทำให้หนังไม่เกินการคาดเดา ? หนังใส่เรื่องราวแฟลชแบ็คความเป็นมาของตัวละครน้อยไปนิด วางปมกับตัวละครไว้แต่ก็คลี่คลายไม่หมด หนังสั้นมากแล้วก็รู้สึกดูแล้วยังไม่อิ่ม ความแรงยังน้อยไปนิด เมื่อเทียบกับคอนเซปท์ที่ดูเหมือนจะแรงกว่ามากๆ !! จังหวะของหนังถือว่าควบคุมได้ดี แต่ความน่ากลัวและความตื่นเต้นของหนังนั้น ส่วนใหญ่มาจากสิ่งที่ผมจินตนาการไว้ซะมากกว่า คือไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในหนัง แต่เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหนือจากหนัง และสิ่งที่ซ่อนอยู่ระหว่างบรรทัดของหนังเรื่องนี้ !!

โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [16 มี.ค. 53 13:41] ( IP A:58.8.85.173 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   ชอบๆๆมากๆ อยากไปดูมั่งจังเลย ทำงัยจะได้ดูเนี่ย
โดย: m [16 มี.ค. 53 13:43] ( IP A:78.100.35.202 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
    ที่กาตาร์ มีโรงภาพยนตร์บ้างหรือเปล่าครับ ?
เขาให้หนังต่างประเทศเข้าไปฉายได้หรือเปล่า มีหนังในประเทศใหม ?
ถ้าไม่มี ยังไงก็คงจะต้องพึ่งแผ่นผี หรือแผ่นดีวีดี แทนกระมังครับ
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [16 มี.ค. 53 14:13] ( IP A:58.8.85.173 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   ดีจริงๆที่จ๊อบเห็นใจทหารเจ้าตุ้ยดูเรื่องนี้เเล้ว ก็ให้คิดหลายๆอย่างยิ่งมาดูเรื่อง
Green Zone ยิ่งบู๊หนักขึ้นไปอีกดูเเล้วก็ต้องเห็นใจทหารที่ดีๆ เเละก็มีคําถามในใจ
ว่า..เขารบไปทําไหม...รบเพื่อใคร...จ๊อบต้องไปดูเรื่องนี้นะเจ้าถ้าชอบหนังบู๊ๆ

ถึงจะรบฆ่ากันเเต่เนื้อเรื่องก็มีหลายๆๆอย่าง ที่เราไม่เข้าใจว่าทําไมเราต้องไปรบ
ไปฆ่าคนประเทศอื่นเพื่ออะไร ในบ้านเมืองตัวเองเเท้ๆยังเเย่คนไม่มีงานทําไม่มีบ้านอยู่
ทหารก็คือทหารไม่ว่าจะมาจากไหน ก็ต้องฟังคําสั่งผู้นําซึ่งบางครั้งก็หาความจริงใจไม่ได้

ดูเรื่องนี้เเล้วยิ่งทําให้ไม่มีความเเน่ใจในเจ้าหน้าที่รัฐทบาล คือพูดอย่างเเต่ทําอีกอย่าง
นี้เป็นเรื่องจริงเลยจ๊อบ พูดมากไปเดี๋ยวเจ้าตุ้ยก็อยู่ไม่สุขอีกไปละจ๊อบ
โดย: เจ้าตุ้ย [17 มี.ค. 53 9:37] ( IP A:72.178.92.46 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
    Green Zone ก็น่าดูอยู่นะครับแม่ตุ้ย แต่หลังๆผมชักเอียนหนังบู๊น่ะครับ
ไม่รู้เป็นไง หาหนังบู๊ๆแบบมันส์สะใจ ถึงใจ มีน้อยเสียเหลือเกินครับ

แต่ก็ไม่แน่นะครับ อาจจะหาโอกาสไปดู วันพุธ วันนี้ 60 บาทด้วย
แถมเรื่องนี้ก็เข้าฉายที่โรงหนังใกล้บ้านด้วยครับ แต่ส่วนตัวจริงๆวันนี้อยากไปดู Hachi หนังหมาญี่ปุ่นยอดกตัญญูที่รีเมคจากเวอร์ชั่นเดิม ที่เคยดูแล้วชอบมาก ( หนังญี่ปุ่น ) หรือไม่ก็หนังรักอย่าง Dear john มากกว่าแต่ต้องถ่อไปถึงเมเจอร์ รังสิตน่ะครับ

ดีนะครับที่ทหารอเมริกัน เป็นทหารอาชีพจริงๆ ทำตามคำสั่ง ตามนโยบายของประเทศ ตามผู้นำจริงๆ ไม่เหมือนทหารบางประเทศ ( ฮิฮิ ) ที่ดูเหมือนจะทำงานแบบ ... เฮ่อ .. อย่าให้พูดดีกว่า อิอิ จะว่าไปแล้วผมว่าทุกประเทศคงเหมือนกัน คือถ้าเปลี่ยนงบที่ใช้ไปในการซื้ออาวุธ หรือทำศึกสงคราม เอามาพัฒนาประเทศ คงช่วยคนในประเทศนั้นๆได้เยอะเลยเชียว คนเรานี่ก็แปลกแท้ๆนะครับ แทนที่จะเอาเงินไปช่วยคน กลับไปทุ่มเทกับการจ่ายเงินซื้อสิ่งที่ฆ่าคนได้

การเมืองเรื่องตัณหาจริงๆนะครับ คุณสมัครท่านพูดไว้ .. นักการเมือง รัฐบาล ความฉ้อฉล ความไม่โปรงใส บางสิ่งที่เรารู้แต่พูดไม่ได้ ดูเหมือนจะมีกันแทบทุกประเทศ ... ถึงอย่างไรที่ผมอยากชื่นชมรัฐบาลอเมริกันก็คือ ดูเหมือนเค้าพยายามทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ของประเทศ และคนในชาติจริงๆ ( หรือเปล่าหว่า ) แต่ขณะที่รัฐบาลของประเทศกำลังพัฒนาหลายๆประเทศ ดูไม่ค่อยใส่ใจตรงนี้ แต่กลับไปใส่ใจเรื่องของตัวเองซะมากกว่า ทำยังไงจะกอบโกยให้ได้มากๆๆ
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [17 มี.ค. 53 15:20] ( IP A:125.25.12.197 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   สำหรับหนังเรื่อง Who are you ผมไม่ขอแสดงความเห็นนะครับ เพราะยังไม่ได้ดู...

แต่กับ The Hurt Locker นี่ยอมรับว่าหนังเขาดีจริง ๆ แม้จะไม่ลึกเท่า Platoon แต่ก็ได้ความสมจริงเข้ามาแทรกอารมณ์ในส่วนนี้ ถ้าคณะกรรมการออสการ์รุ่นเก่ายังไม่ถูกเปลี่ยนออกให้รุ่นใหม่เข้ามาแทน Avatar ก็น่าจะเข้าวิน แต่สองปีหลังมานี้กระแสหนังอินดี้ค่อนข้างมาแรงตามแนวคิดของคณะกรรมออสการ์รุ่นใหม่

ขอบคุณครับสำหรับบทความเขียนดีมากครับ!
โดย: Anurak_sk [18 มี.ค. 53 20:15] ( IP A:58.9.187.72 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   เพิ่งดู hurt lockerจบ เป็นหนังที่ดูแล้วก้อสนุกระดับนึงอ่ะ ดูแล้วกดดันตาม เล่นกะความรู้สึกของคนดูที่มีต่อหน่วยกู้ระเบิด โดยเฉพาะหัวหน้า James มาในแนวห่ามๆไม่กลัวตาย เป็นทหารที่บ้าบิ่น แต่ลึกๆแล้วมีความอ่อนโยน จนผลสุดท้ายไม่สามารถที่จะใช้ชีวิตประจำวันกะลูกเมียตัวเอง ต้องกลับมาเป็นหน่วยกู้ระเบิดเหมือนเดิม

ตอนสุดท้ายเนี่ย ตกลงเด็กที่ชื่อเบคแฮมไม่ตายใช่ป่ะ เพราะเห็นโผล่มาตอนหลัง แล้วJames ก็อึ้งๆ
โดย: pam [28 มี.ค. 53 3:54] ( IP A:24.150.221.173 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน