สบายดีหลวงพระบาง: รักแท้ รักจริง รักใดที่เราเลือก?
   ในสภาพการเมืองเครียด ๆ แบบนี้ การหาหนังเพชฌฆาตอารมณ์ดูสักเรื่อง จึงไม่ต่างอะไรกับการนั่งจิบไวน์แพง ๆ สูดอากาศบริสุทธิ์ระเบียงบ้านยามอรุณส่องยามเช้า แต่การจะหาหนังดี ๆ สักเรื่องรีแลกส์รอยขดสมอง จัดขึ้นหิ้งหนังประทับใจดูจะเป็นโจทย์ที่แก้ไม่ตกสำหรับใครหลายคน เช่น คุณอาจจะคาดหวังหนังอย่าง Avatar แต่ป๋าเจมส์กลับทำออกมาไม่ประทับใจเท่าวันวานที่เคยเสพ Titanic…


การที่เราจะหาหนังดี ๆ ดูสักเรื่องนึงแล้วประทับใจ งานมหรสพอย่างนี้ใช่ว่าจะมีบ่อยครั้ง เฉกเช่นข้าพเจ้านับแต่ปี 2010 มาหนังที่ทำให้ข้าพเจ้าประทับใจจัดขึ้นหิ้งหามีไม่... กระทั่งเหลือบเห็นแผ่นหนัง “สบายดีหลวงพระบาง” โกดังคอลแลคชั่นหนังที่ข้าพเจ้าเก็บไว้นานเติ่งพลันหยิบขึ้นมาดู ขณะดูข้าพเจ้าแสยะยิ้มมีนัยยะ... เมื่อหนังจบปลายนิ้วออกอาการกระเส่าระริกอยากสังวาสคีย์บอร์ด บอกเล่า หนังเรื่องนี้ได้พาข้าพเจ้าเข้าสู่ภวังค์แห่งความประทับใจ เสมือนเติมเต้มส่วนที่ขาดหายไปในใจเราลึก ๆ... และ“สบายดีหลวงพระบาง” ก็คือโจทย์ที่กำลังถูกเฉลยผ่านปลายนิ้วข้าพเจ้าเวลานี้



ก่อนอื่นข้าพเจ้าต้องขอออกตัวก่อนว่า นิสัยส่วนตัวข้าพเจ้าชอบที่จะมองโลกในแง่บวก เห็นโคลนเป็นน้ำ เห็นการอกหักเป็นผงชูรสชีวิต จนอาจจะเรียกว่า “สันดาน” ข้าพเจ้าเลยไม่ค่อยมีเรื่อง เครียด ทุกข์ มาจำศีลสมองเท่าไหร่นัก ยกเว้นธรรมชาติจะเป็นผู้ยัดเยียดให้ “การปล่อยวางคือการให้รางวัลชีวิตสำหรับเรา” จึงไม่แปลกที่สันดานเยี่ยงนี้ บทวิจารณ์ที่ถูกถ่ายทอดออกมาจะเป็นภาษาดอกไม้สร้างความหมั่นไส้ให้คุณผู้อ่านหลายคนสบถด่าอนุรักษ์ฟุดฟิดฟอไฟ รำพึงรำพันหน้าจอคอม...


หลายคนอาจสบถหลังย่ำเท้าด้วยสีหน้าถมึงตึงขณะเดินออกจากโรงหนัง “ห่วยแตกไม่ได้เรื่อง” นักวิจารณ์หนังผู้ช่ำชองหลักวิชาภาพยนตร์แถลงวาทะนิ้วประดุจดั่งตัวเองเป็น “ออลสัน เวลล์ แห่งโลกภาพยนตร์ไทย” ไม่ว่าใครจะถล่มหนังเรื่องนี้ใคร่เหยียบให้จมดิน แต่สำหรับข้าพเจ้ากลับชื่นชมหนังเรื่องนี้อย่างสาระแนเขียนเป้ง เสน่ห์บทหนังที่ดูรวม ๆ แทบไม่มีอะไรเลย แต่หนังก็ได้แฝงแง่คิดเกี่ยวกับนิยาม “ความรัก” ในประเด็นที่ความรักใกล้ตัวเรา “คนที่รักเรา” กับ “คนที่เรารัก” เราควรเลือกอะไร?

โดย: Anurak_sk [4 พ.ค. 53 19:24] ( IP A:58.9.18.214 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
Counter : 5554 Pageviews
ความคิดเห็นที่ 1
   สอน (อนันดา) ช่างภาพหนุ่มลูกครึ่ง ถูก บก. ส่งไปถ่ายรูปที่ประเทศลาว โดยที่เขาเองแทบไม่มีข้อมูลหรือเคยไปลาวสักครั้ง ทั้งที่เขาเองก็มีสายเลือดคนลาวจากพ่อของเขา จึงทำให้ สอน ได้รู้จักกับ น้อย (คำลี่) ไกด์นำเที่ยวส่วนตัว หนังได้วางปมตัวน้อยเอาไว้เพื่อคลายตอนหลัง เมื่อเธอมองความรักระหว่างไกด์กับนักท่องเที่ยว เป็นความรักเพียงชั่วคราว นักท่องเที่ยวหนุ่มเจอไกด์สาวเป็นธรรมดาที่ต้องแจกขนมจีบ หนังได้นำนำตัวตน น้อย ช่วงแรกด้วยการแสดงออกแบบ “ออกมาจากส่วนลึก” พอเหมาะพอดี ไม่ว่าจะเป็นฉากฝรั่งหนุ่มโอบไหล่ น้อย ตอนขอถ่ายรูปแล้วเธอแสดงออกว่า “ฉันไม่โอเคนะ” หรือตอนที่ น้อย เม้าท์แตกน้ำลายแตกฟองกับเพื่อนสาวทางโทรศัพท์ว่าพวกนักท่องเที่ยวมีแต่ชีกอ ขณะเดียวกันเธอก็เหมารวมถึงผู้ชายทั่วไปด้วย







ช่วงต้นเรื่องหนังได้นำเสนอมุมมองความรักน้อยว่าเธอเป็นผู้หญิงที่มีความละเอียดอ่อนในเรื่องความรักให้คนดูเข้าใจตัวตนเธอได้ไม่ยากนัก เธอไม่โอเคกับความรักเพียงชั่วครั้งชั่วคราว จึงไม่แปลกที่ น้อย จะเป็น น้อย แบบในหนัง ข้าพเจ้าเข้าใจมุมมองมองความรัก น้อย ดีว่า ความรักนั้นคือสิ่งละเอียดอ่อนสำหรับคนที่ให้เกียรติคำ ๆ นี้ ความรักไม่ใช่ผ้าอนามัยที่เราจะได้เอามาใช้ซับวันแดงเดือดทิ้งแล้วก็หยิบอันใหม่แปะต่อ สิ่งที่จะทำให้เราเชื่อใจว่าคนที่เขารักเราและเราก็รักเขาจริง จำเป็นต้องใช้เวลาเป็นเครื่องคลายปม ว่าคน ๆ นั้นมีอยู่จริง และผู้ชายคนนั้นก็คือ สอน ผู้ชายที่ฟ้าได้ลิขิตให้คู่กับ น้อย ด้วยความบังเอิญ เมื่อเพื่อนน้อยที่เป็นไกด์นำเที่ยว สอน เที่ยวเมืองปากเซ เกิดงานเข้าไปไม่ได้ เลยต้องโอนงานให้ น้อย แทน น้อย กับ สอนจึงเจอกัน...



ก่อนหน้าที่ สอน และ น้อย จะได้เจอกันครั้งแรกที่ฉากหลบฝน คุณอนุสอน (ผู้กำกับ) ได้พยายามบอกใบ้ประเด็นเรื่องรักแท้ฟ้าลิขิตสำหรับหนุ่มสาวคู่นี้ไว้ก่อนแล้ว จากตอนที่ สอน นั่งรถทัวส์ไปเมืองปากเซ ภาพได้สลับไปมาระหว่าง น้อย กับ สอน ตลอดเวลาเพื่อสื่อภาษาภาพให้คนดูรู้ว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าจุดเริ่มต้นความรักคู่นี้กำลังจะก่อตัวขึ้น

โดย: Anurak_sk [4 พ.ค. 53 19:25] ( IP A:58.9.18.214 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   เมื่อ สอน และ น้อย ออกเดินทาง ซึ่งเป็นส่วนพัฒนาความลึก ความรักตัวละครทั้งสอง ซึ่งถือว่าสำคัญมากสำหรับหนังรักสักเรื่องนึงที่จะน๊อกคนดูอยู่หมัดตอนจบ ซึ่งคุณอนุสอนเลือกที่จะนำเสนอการพัฒนาความรักตัวละครคู่นี้เชิง Road Movie การเดินทาง สร้างปม พัฒนาการ แต่ก็จริงอย่างที่หลายคนว่าไว้ ส่วนนนี้หนังมีเยิ่นเย้อเกินไป แต่ความเยิ่นเย้อก็ยังมีภาพสวย ๆ บรรยากาศเมืองลาวป้อนตาเราสดับอารมณ์


ฉากที่ สอน ฝากคนเอาร่วมไปให้ น้อย ใช้ กับฉากที่เขาซื้ออีแตะให้เธอใส่แทนส้นสูงที่หัก เป็นสองเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้ น้อย เริ่มชอบในตัว สอน ซึ่งการป้อนสองเหตุการณ์นี้ใส่ในหนัง ถือเป็นการเล่าเรื่องหนังรักดี ๆ สักเรื่องนึงให้คนดูประทับใจได้ไม่ยาก มันไม่ประเจิดประเจ้อ กำลังพอดี กับบุคลิกตัวละครอย่าง สอน เพื่อตอบโจทย์ชายในฝันที่ น้อย ถวิลหา...


ถ้าสังเกตตั้งแต่ต้นเรื่อง เราจะเห็นถึงการบอกเล่าของหนังเกี่ยวกับผู้ชายในสเป๊ค น้อย ได้ดีว่า สอน เป็นผู้ชายในอุดมคติที่น้อยเฝ้าถวิล เขามีนิสัยแตกต่างจากผู้ชายทั่วไปที่เข้ามาในชีวิตน้อยหน้านี้ สอน ให้เกียรติผู้หญิง ไม่ชีกอ ถ้าเราเอามาเปรียบเทียบกัน ก็จะเข้าใจการบอกเล่าของหนังดีว่า “ผู้ชายในอุดมคติของน้อยคือ...”

โดย: Anurak_sk [4 พ.ค. 53 19:27] ( IP A:58.9.18.214 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   การพัฒนาความรักตัวละครส่วน Road Movie Love ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกอิ่มเอิบกับหนัง หรือเพราะด้วยหน้าตาที่น่ารักของ น้อย โดนใจคนเขียนหรือไรก็ไม่ทราบ... แม้กว่า สอน จะเริ่มชอบ น้อย ก็ปาเข้าไปกลางเรื่องแล้วก็ตาม นี้จึงดูเหมือนหนังรวบรัดจนเกินไป เพื่อเข้าสู้ประเด็นที่ สอน ต้องตอบโจทย์ตัวเอง “คนที่รักเรา” กับ ”คนที่เรารัก” เราควรเลือกอะไร?” ก็เข้าใจว่าหนังต้องการโปรโมทการท่องเที่ยวลาว หลาย ๆ จึงทำให้บทขาดความเสถียรลงตัวไปบ้าง


สถานที่หลวงพระบางจึงเป็นที่มาของชื่อเรื่อง หัวใจหลักหนัง สถานที่ที่สื่อให้ น้อย รู้จักตัวตนของ สอน มันเป็นคำตอบแห่งความรักที่ใช้เวลาเป็นตัวคลายปม อย่างช่วงกลางเรื่องตอนที่ น้อย เล่าให้สอนฟังว่า ถ้าเรายกพระขึ้นช่วงชีวิตเราจะได้มาเยือนหลวงพระบางอีกครั้ง สอน จึงอาสายกพระแฝงนัยยะ ซึ่งเป็นส่วนที่ทำให้เราเองก็พอเดาใจ สอน ได้ไม่ยากว่าเขาเองก็เริ่มชอบ น้อย บ้างแล้ว และเป็นการปูพรมสู่ฉากจบอันแสนประทับใจจูงคนดูลุกจากเก้าอี้คละรอยยิ้ม


ประเด็นเรื่อง “คนที่รักเรา” กับ “คนที่เรารัก” เราควรเลือกอะไร? หนังได้เพิ่มน้ำหนักประเด็นนี้ให้โดดเด่นขึ้น ด้วยการยกตัวอย่างความรักพ่อ สอน เป็นอนุสรณ์แนวคิดถึงลูก ซึ่งเคยเป็นคนรักเก่า สอน แม่ น้อย ในอดีต แม้พ่อสอนจะแต่งงานกับผู้หญิงอีกคน (แม่สอน) ซึ่งไม่ใช่คนที่พ่อสอนรัก แต่แค่เธอได้อยู่กับคนที่เธอรักก็พอใจแล้ว สอน จึงต้องเลือกที่จะอยู่ในโลกแห่ง “รักจริง” มากกว่า “รักแท้” เพราะคำตอบของหัวใจครั้งนี้นั่นหมายถึง “อนาคต” นี่จึงเป็นตัวอย่างให้ สอน คิดได้ว่าชีวิตนี้ ถ้าเขาต้องแต่งงานกับใครสักคน เขาควรเลือก “รักแท้” หรือ “รักจริง”


นิยามรักบางครั้งก็จำเป็นต้องอาศัยชะตาฟ้าลิขิตแม้ ฝน แฟนสาว สอน จะรัก สอน มากแค่ไหน แต่ สอน ก็รู้ตัวเองดีว่าเขารู้สึกยังไงกับ ฝน ซึ่งในหนังเราจะเห็นได้จากการแสดงความรู้สึกของ สอน ที่เย็นชาแตกต่างจากตอนที่เขาอยู่กับ น้อย อย่างเห็นได้ชัด สอน คุยโทรศัพท์กับ ฝน สอน ดูไม่มีความสุข ไม่เป็นตัวของตัวเองต่างกับตอนที่อยู่กับ น้อย สีหน้า กริยา การแสดงออก และการที่ สอน เอารูปที่เขาถ่ายคู่กับฝนขึ้นหน้าจอโทรศัพท์นั่นคงเป็นแค่การแสดงออกของคนกรุงขี้เหงาคนหนึ่งก็ได้... หลาย ๆ ฉากในหนังได้สร้างมิติเปรียบเทียบ เพื่อสื่อคำตอบให้คนดูทราบ “คนที่รักสอน” กับ ”คนที่สอนรัก” ฝน/น้อยยืนอยู่ตำแหน่งไหน...

โดย: Anurak_sk [4 พ.ค. 53 19:28] ( IP A:58.9.18.214 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   ข้าพเจ้ารู้สึกประทับใจฉากที่ สอน คุยโทรศัพท์กับแม่เธอที่สนามบิน แม่ สอน เล่าให้ฟังว่า ทุกวันนี้พ่อสอนยังคงคิดถึง สอน แฟนเก่าอยู่ร่ำไร ถึงเธอจะรู้ดีก็ยังพอใจเพราะได้อยู่ใกล้ชิดกับคนที่เธอรัก นี่จึงช่วยให้สอนเลือกได้ระหว่าง “คนที่เขารักเรา” กับ “คนที่เรารักเขา” สอน ควรเลือกใคร? เพราะคนที่เราแต่งงานด้วยคือคนที่ต้องอยู่กับเราทั้งชีวิต ความรักไม่เคยอภัยให้กับคนโกหกตัวเอง หนังฝากแง่คิดมุมมองความรักแบบผู้ใหญ่ ถึงเรา การแต่งงาน การใช้ชีวิตคู่ ไม่มีล้อเล่น มันไม่ใช่เรื่องที่ต้องมาอำอึ้งเกรงใจ เราควรเลือกคนที่เขารักเราและเราก็รักเขาด้วย หากผู้หญิงที่เราแต่งงานด้วยเธอรักเรามากมาย แต่เรากลับไม่รักเธอเลยสักนิด ชีวิตคู่ สอน ก็คงเจ็บปวดลึก ๆ ไม่ต่างอะไรกับแม่ของเขา ตัวอยู่กับ ฝน แต่ใจอยู่กับ น้อย รักแท้ของเขา


เมื่อสอนเลือกคำตอบแห่งหัวใจแล้ว จึงนำไปสู่ฉากจบแสนประทับใจ โดยมีสถานที่หลวงพระบางเป็นจุดวางปมและคลายปม น้อย ยังมีมองความรักด้วยความระวังไม่เปลี่ยน เธอไม่ต้องการความรักเพียงชั่วครู่ เธอรู้ดีว่า สอน กับ น้อย อยู่ห่างกัน วัน เวลา สถานที่ จะเป็นเครื่องยืนยันว่านี่คือรักแท้และรักจริง เวลาคือเครื่องพิสูจน์ระหว่างคนสองคน อีก 1 ปี ถ้า น้อย กับ สอน เจอกันอีกครั้งที่หลวงพระบาง ปมความรักคู่นี้จะแก้ได้/ไม่ได้ ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินทั้งคู่ อีก 1 ปี ถ้าเรายังรู้สึกดี ๆ เหมือนเดิม ให้มาเจอกันอีกครั้งที่หลวงพระบาง คำตอบหนังเรื่องนี้ได้สร้างความสุขให้คนดูอย่างข้าพเจ้า แม้ดูสำเร็จรูปไปหน่อยก็ตาม


“สบายดีหลวงพระบาง” คุณภาพอาจจะไม่เทียบเท่าหนังรักอมตะอย่าง Amost to Love Story แต่ประเด็นสำคัญหนังที่ต้องการสื่อ “คนที่เขารักเรา” กับ “คนที่เรารักเขา” เราควรเลือกใคร? ก็ได้ฝากแนวคิดดี ๆ ถึงข้าพเจ้าให้มองความรักเป็นอนาคต ถ้าเปรียบให้คุณเป็น สอน คุณพร้อมจะพิสูจน์ตัวเองให้กับคนที่คุณรักเหมือนฉากจบหนังเรื่องนี้หรือเปล่า? คำว่า “รัก” ใครกันก็พูดได้ ขึ้นอยู่กับว่าพูดไปแล้วคุณเองทำได้หรือเปล่า... นี่สิคำถามตลกร้ายที่น่าขบคิด?


โดยรวมแล้วหนังดูสนุก คุณภาพโอเค ได้แง่คิด คุณคำลี่น่ารักมากมาย ขอบคุณหนังดี ๆ “สบายดีหลวงพระบาง”

โดย: Anurak_sk [4 พ.ค. 53 19:29] ( IP A:58.9.18.214 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านนะขอรับ...
โดย: Anurak_sk [4 พ.ค. 53 19:30] ( IP A:58.9.18.214 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   พูดยากอ่ะเนอะ ว่าเราจะเลือกรักคนที่เรารัก หรือเลือกคนที่เขารักเรา แบบไหนจะดีกว่ากัน

ถ้าเลือกคนที่เขารักเรา แล้วอยู่ด้วยกัน ต่อไปความรักก็จะเกิด รึป่าวก็ไม่รู้
โดย: pam [5 พ.ค. 53 10:09] ( IP A:24.150.221.173 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   เข้ามาแจมด้วยคน เพราะรู้สึกเหมือนคุณอนุรักานั่นละครับ ว่าหนังเรื่องนี้เยี่ยมยอด เข้าถึอารมณ์ได้ดีมากๆๆ ดูแล้วมีความสุข อินไปกับเร่องราวได้ดี กับความรักเรียบง่าย สบายๆ ตามวิถีชิวิตที่อยู่กับธรรมชาติแบบดั้งเดิมที่หาได้ยากในปัจจุบัน ผมดูเรื่องนี้ไปหลายรอบมาก ยามใดที่มีอรมร์สุนทรีย์หัวใจโบยบิน ผมจะนั่งจิบเบียร์เย็นๆสักขวด พร้อมเปิด "หลวงพระบาง " หรือไม่ก็ "wayback in to love " " Love Auctually" หนังแนวนี้ครับ ดูแล้ว อมยิ้มไปด้วย ประหนึ่งว่าเราเป็นพระเอกเชียวฮ๋าๆๆๆๆๆๆๆ....ป่าวหรอก ดุแล้วมีแต่ยิ้ม เปี่ยมด้วยความสุข นะครับ หายเครียด ..ยามที่ความรักกำลังเบ่งบาน ยิ่งดู ยิ่ง หันไปทางไหน ทำไมเห็นแตค่สีชมพูนะ ...เออ...อิอิ สรุปแล้ว เรื่องนี้ผมถือว่า หนังบนหิ้งเช่นกันครับ
โดย: 007 [5 พ.ค. 53 11:14] ( IP A:124.122.61.60 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
    ทันดูหนังเรื่องนี้ในโรงหนังชั้นสอง ( เอ็นเค นวนคร ) ก่อนที่จะโดนปิด
ส่วนตัวเฉยๆกับหนังเรื่องนี้นะครับ คล้ายๆอวตารนั้นแหละ
ให้สองดาวครึ่งเหมือนกัน มันไม่ได้ดีเด่ อย่างที่หลายๆคนยกย่อง
ก็แค่ อารมณ์อยากหวนระลึกความสวยงามของอดีต ของวัฒนธรรม

ขนาดตอนนี้อยู่ริมฝั่งโขง ตรงข้ามเป็นประเทศลาว ความรู้สึกของผม
ผมว่าสองประเทศนี้ ปัจจุบัน แทบไม่มีอะไรแตกต่างกันแล้วครับ
ลาวสตาร์แชนเนล ผมก็ชอบดูนะครับ ตอนแรกๆอารมณ์ดูขำขัน
ตอนนี้ก็ดูเพลินๆเหมือนดูทีวีบ้านเรา ไม่รู้สึกแตกต่างอะไร
สบายดีหลวงพระบาง เป็นหนังที่ บ้านๆมากๆเลยครับ
ยังอ่อนด้อยชั้นเชิงในการถ่ายทอดแบบภาพยนตร์มากๆครับ
ยังดีที่ อนันดา กับ นางเอกลาว ดูดีและขึ้นกล้อง
นอกจากนั้นก็แทบหาข้อดีไม่ได้เลยครับ
สัมผัสไม่ได้ถึงความรักของตัวละครเลยครับ
เมื่อเทียบกับหนังแนวเดียวกัน เรื่องอื่นๆ สบายดีดูด้อยกว่ามากๆๆ
พยายามหาที่เคยเขียนวิจารณ์ไว้ แต่ตาลาย หาไม่เจอ ถ้าวันหน้าเจอ
จะเอามาลิงค์แทรกไว้ให้อ่านนะครับ
โดย: จ๊อบ (พีอาร์ฯ ) [7 พ.ค. 53 12:36] ( IP A:118.172.64.21 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
    เจอแล้วครับ เฮียกู๋ Google ช่วยท่านได้จริงๆ

https://topicstock.pantip.com/chalermthai/topicstock/2008/07/A6777670/A6777670.html

สะบายดี หลวงพระบาง ( สองดาวครึ่ง )

...............แม้ว่าวงการภาพยนตร์ลาวจะห่างหายจากการทำภาพยนตร์จอใหญ่ไปนานถึง 30 กว่าปีแต่พอมีผลงานออกมาอีกครั้งก็ถือได้ว่าออกมาหน้าตาไม่ขี้ริ้วขี้เหร่เท่าไหร่ สันนิษฐานว่าคงจะได้ความช่วยเหลือรวมถึงทีมงานหลายๆส่วนมาจากคนทำหนังฝั่งไทยด้วยแหละ อย่างไรก็ดีหากมองโดยรวมๆแบบตัดคะแนนสงสารออกไป หนังเรื่องนี้ก็ถือว่ายังทำได้แค่เพียงสอบผ่านตามระดับมาตรฐานเท่านั้น ไม่ได้มีคุณค่าน่าจดจำ รวมถึงยังขาดแคลนความซาบซึ้งประทับใจ และไม่มีจุดใหนที่ทำได้ดีเป็นพิเศษ ทั้งๆที่หนังเรื่องนี้พยายามขายโลเกชั่น ขายวัฒนธรรมประเพณี หากแต่คนทำหนังขาดความประณีตและชั้นเชิงในการนำเสนอ เลยทำให้ดูเหมือนเป็นความยัดเยียดเกินเหตุไปหน่อย อย่าลืมนะครับว่าหนังในเชิงพาณิชย์ กับหนังสารคดีนั้นต่างกัน ในเมื่อหนังพยายามพรีเซ้นท์ตัวเองเป็นหนังโรแมนติก Road Movie ที่ว่าด้วยความสัมพันธ์ของตัวละครชายหญิง ต่างสัญชาติ หนังก็น่าจะให้ความสำคัญกับตัวละครมากกว่านี้หน่อย ไม่ใช่ให้ตัวละครโดนกลบกลืนไปโดยสภาพภูมิประเทศรอบข้างไปซะหมด !!
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [10 พ.ค. 53 8:24] ( IP A:113.53.213.16 X: )
ความคิดเห็นที่ 12
    ...............สอน พระเอกช่างถ่ายภาพ ลูกครึ่ง ลาว - ออสเตรเลียน แหม๋ ไม่รู้ว่าตั้งใจให้อิงชีวิตจริงของอนันดาหรือเปล่า หรือว่าอยากเสียดสี ? มาเจอกับ น้องคำลี่ ซึ่งผมจำชื่อในหนังไม่ได้แล้วมาเล่นเป็นมัคคุเทศก์สาวมือใหม่ที่มารับจ๊อบดูแลอนันดาท่องเที่ยวในช่วงอยู่ประเทศลาว การได้มาเจอกัน มีปฏิสัมพันธ์กันในช่วงสั้นๆ ได้เดินทางด้วยกัน และสุดท้ายได้รักกัน ? ( ตอนใหนหว่า ) เท่าที่ประเมินคนทั้งคู่น่าจะมีเวลาอยู่ด้วยกัน เที่ยวด้วยกัน ประมาณสักไม่เกิน7วัน ก่อนจะประทับใจกันและกัน ขนาดว่าพระเอกกล้าทิ้งแฟนสาวสุดเซ๊กซี่ที่เมืองไทย และพร้อมจะไปใช้ชีวิตกับสาวลาว ? โอ้ ชีวิตมันง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ ? จะว่าไปแล้วหนังเรื่องนี้ก็เล่นอะไรง่ายๆแบบนี้ไปทั้งเรื่องแหละครับ เหมือนสารคดีหรือโฆษณาการท่องเที่ยวแห่งประเทศลาวประมาณนั้น หนังเรื่องนี้แทบจะทำตัวไม่ต่างจากการโฆษณาชวนเชื่อลาว โดยมี อนันดา เป็นพรีเซ็นเตอร์ให้ แถมได้ยินว่าอนันดา ไม่รับค่าตัวเล่นหนังเรื่องนี้ด้วย ไม่รู้จริงหรือเปล่า ? มีประโยคเชยๆให้เราได้ยินอย่างเช่น " ผมคิดว่าลาวนี่เป็นประเทศที่สวยยยยมากกก เลิศเลอมากกกก ไม่คิดไม่ฝัน ธรรมชาติงดงาม อยากมาอยู่จัง บลาๆๆๆ " เฮ้ย เมิงเพิ่งจะไปเที่ยวแค่สี่ห้าวันเนี่ยนะ อะไรจะมองโลกแต่แง่ดีได้ขนาดนั้น ?? ทำเป็นฝรั่งในโฆษณา ททท.ไปได้

................พูดตรงๆแล้วผมค่อนข้างชอบหนังเรื่องนี้ด้วยซ้ำที่มันดูคล้ายๆจะปราศจากจริตดีครับ มันดูใสซื่อด้วย เหมือนจะไม่ค่อยปรุงแต่งอะไรมากนัก ไม่แน่ใจว่าเป็นความตั้งใจของผู้สร้างหรือว่าทีมงานไม่รู้ว่าจะใส่อะไรตรงใหนให้เหมาะสมหรือเปล่าก็ไม่ทราบได้ ?? มองเผินๆแล้วหนังเรื่องนี้เหมือนจะเป็น " เด็กโต๋ " เวอร์ชั่นผู้ใหญ่ฉบับหนังโรงเลยด้วยซ้ำ แต่เปลี่ยนโลเกชั่นจากบ้านเด็กโต๋ อ.สะเมิง มาเป็นบ้านเมืองในประเทศลาวเท่านั้นเอง แต่อย่าเปรียบเรื่องมุมมองในการนำเสนอรวมถึงรายละเอียดปลีกย่อยในหนังนะครับ สะบายดียังห่างชั้นกับหนังเรื่องเด็กโต๋ ประมาณ เหวกับฟ้า ครับ สิ่งที่น่าเสียดายที่สุดในหนังเรื่องนี้ก็คือ หนังพยายามเน้นเรื่องฉาก โลเกชั่น และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆในลาวใต้มาก แต่กลับถ่ายภาพออกมาได้ธรรมดาซะเหลือเกิน ยังกะเอากล้องวีดีโอธรรมดาไปถ่าย ไม่ได้มีความงดงามจับตาจับใจเลยสักนิด ถ้าเจียดเงินหาผู้กำกับภาพดังๆของไทยไปถ่ายหนังให้ได้ คงจะได้คุณภาพงานออกมาดีกว่านี้หลายเท่าแน่ๆ รวมถึงมุมมองภาพถ่ายของพระเอกในหนังที่เห็นบอกว่าเป็นช่างภาพมืออาชีพ แต่ผมดูแล้ว เนี่ยเหรอ มุมมองของช่างภาพมืออาชีพ ทำไมมันดูเป็นมือใหม่ ซะขนาดนั้นหว่า ? ตากล้องแถวๆบอร์ดแกลอรี่ พันทิป หรือเวปถ่ายภาพเวปอื่นหลายเวป ยังถ่ายออกมาได้สวยกว่าในหนังเรื่องนี้เป็นกอง !!

.................จะมีอะไรที่แย่ไปกว่าพบว่าไม่มีความรักของตัวละครเกิดขึ้นในหนังรักโรแมนติก ?? เพราะถ้าคุณพบความรักในหนังเรื่องนี้แล้วไซร้ คุณคงเป็นคนที่ตกหลุมรักกับใครก็ได้ กับอะไรก็ได้ กับหนังเรื่องใหนก็ได้เป็นแน่ ? ส่วนตัวแล้วผมไม่มีความรู้สึกเลยว่า พระเอกกับนางเอกจะไปชอบกันตอนใหน เพราะอะไร เมื่อไหร่ ยังไง ? มันไม่มีเหตุหรือสถานการณ์ที่ทำให้คนทั้งคู่เกิดความรักใคร่ชอบพอกันขึ้นมาได้เลยครับ จะมีเหตุผลเดียวที่ทำให้คนสองคน ต่างสัญชาติชอบกันบ้างก็คือ ความพึงพอใจในเรื่องหน้าตาระหว่างกันก็แค่นั้น !! เวลามันน้อยไปและคนทั้งคู่ก็ดูเหมือนไม่นำพาตัวเองเข้าไปสู่สถานการณ์ที่จะทำให้เกิดความรักขึ้นมาได้เลย เรียกว่าทั้งสองคนค่อนข้างมีกำแพง แล้วก็เว้นระยะห่างระหว่างกันได้ค่อนข้างดี ในเมื่อมันมีช่องว่างขนาดนั้น และทั้งสองคนก็เปิดใจให้กันค่อนข้างน้อย เพราะฉะนั้นผมจึงไม่รู้สึกถึงความรักของตัวละคร ( ถ้าอยากรู้เคสกรณีตรงกันข้ามให้นึกถึงหนังอย่าง Before Sunrise ของ ริชาร์ด ลิงเลเตอร์ ) สุดท้ายนี้แอบคิดไม่ได้ว่า ถ้าเปลี่ยนอนันดาออก แล้วเอานิกกี้ พริ้มมาแสดงแทน หนังเรื่องนี้อาจจะขับเคลื่อนไปข้างหน้าอีกแบบ และสามารถได้ก้าวข้ามเส้นบางๆที่หนังไม่พยายามจะก้าวข้ามก็เป็นได้นะครับ
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [10 พ.ค. 53 8:24] ( IP A:113.53.213.16 X: )
ความคิดเห็นที่ 13
   เนื้อหาหนังง่ายๆ เข้าใจไม่ยากไม่งงกับเนื้อเรื่องดีครับ
น่าจะเป็นหนังที่ดูสบายคลายเครียดได้นะ อยากดูครับไม่รู้จะต้องรออีกนานไหม?
โดย: คนยูเอสเอ [10 พ.ค. 53 9:33] ( IP A:174.49.109.41 X: )
ความคิดเห็นที่ 14
   จะว่าไปเรื่องความรัก...นะ..เข้าใจคำว่า คลิ๊ก ไหม๊ จ็อบ คนเรา แม้เจอกันแต่แว๊บเดียว มะนก็คลิ๊กได้แล้ว..มันเหมือนว่า คนนี้ใช่เลยๆ ยิ่งมีเวลาไปไหนต่อไหนด้วยกัน อย่าว่าแต่ 4-5วันเลย แค่1วัน การที่คลิ๊กกันไปแล้ว มันก็ช่วยเพิ่มพูนสิ่งดีๆ ความประทับใจเพิ่มมากมายทวีคุณได้เช่นกัน..ฉนั้น คำถามที่ว่าไปรักกันตอนไหน..หากติดตามดูในเรื่อง ความรู้สึกมันก็ค่อยๆคืบคลานเพิ่มในแต่ละวันนั่นละ.มองเห็นทีละนิดๆๆ จนมารู้สึกตัวอีกที รู้สึกว่าหันใจมันข้ามไปอยู่ลาวแล้วนั่นละ..เรื่องรักมันเป็นเรื่องซับซ้อน และระเอียดออ่น มีหลายแง่หลายมุม มันไม่มีจุดจบ ของคำว่า อะไรคือรูปแบบความรัก...ไม่มีหรอก..รักมันมีหลายแบบมากมาย...หนังเรื่องนี้ จะบอกว่าดูกี่ครั้งก็ยังซึ้ง....ดูไปแล้วประมาณ4ครั้งก็ยังซึ้ง...หนังเร่องนี้จะว่าไป มันโดนตั้งแต่ชื่อเรื่องแล้ว...พอดูๆไป..ยิ่งมาเจอนางเอกน่ารัก กับวัฒนธณรรมที่เหมือนย้อนยุคไทยไป40ปี ยิ่งทำให้ หนังเรื่องนี้บอกได้เลยว่า คลาสสคิ..แม้ในสายตานักวิจาร์หนังจะบอกว่าแย่...แต่ถาพรวม ในสายตานักดูหนังธรรมดาๆ บอกได้เลยว่าทำได้ดี คลาสสคิ น่ารัก มาก...จะว่าไปหากเทียบชั้นเรื่อง The Letter ที่ใครๆๆก้บอกว่าดีนั้น เรทื่องนี้ ไม่ห่างครับ แถมตัวผมเอง..ผมว่า เรื่องนี้ซึ้ง ประทับใจ มากกว่าด้วย..the letter ทำได้ดี แต่เหมือนขาดอะไรไป นิด..ไม่ซึ้งเท่าที่ควรจะเป็น ไม่เศณ้าเท่าที่ควรจะเศณ้า ไม่สามารถเรียกน้ำตาจากดกผมได้ ทั้งๆที่ปรกติ ผมดูหนังหากเรื่องนั้นถึง น้ำตาไหลแน่นอน คนบ่อน้ำตาตื้นนะครับ..ผมยังให้เป็นหนังรักคลาสสิค ที่หาดูได้ยากพอดูออยู่ดีครับ..
โดย: 007 [10 พ.ค. 53 16:26] ( IP A:115.87.29.116 X: )
ความคิดเห็นที่ 15
   เพิ่มเติมให้อีกนิด เรื่อง The letter แค่ฉากแรกที่เปิดเรื่องมา ก็ตกม้าตายแล้ว...ฉากนี้ถ้าดูๆจะนึกว่าเป็นหนังฮอลิวู๊ด นางเอกสาววุ่นกะงาน.เหมือนลอกเลียนแบบมาเลย การจัดฉาก การแอ็คชั่นอะไรต่างๆ พอดูปั๊ฏ นึกไปถึงหนังเทศทันที.....แต่ความรู้สึกที่ถ่ายทอดออกมานั้น มันไม่ได้ครับ มันไม่ถึงแก่น และ มันขัดกับวิถีชิวิตสาวออฟฟิสไทยมากมาย..มันเลยดูขัดๆๆ..จริงๆดูเหมือนจะดีนะครับ แต่ไม่ใช่....มันดูเหมือนกอ้ปปี้ของนอกมาทั้งดุ้นแต่ทำได้ไม่ถึง....จริงๆฉากนี้เปิดได้สวยหากลดความเป็ฯอินเตอร์ลงไป ปรับเปลี่ยนให้มันเป็นแบบไทยๆ จะดูสวยงามมากกว่ามากมาย......นี่ในสายตาคนดูหนังธรรมดานะครับ..อีกเรื่อง..sound track sound effect ผมว่ายังๆไม่ถึงขั้น จริงๆแล้ว ฉากเศร้าๆ หากทำsound effect sound strack ดีๆๆ สามารถเรียก น้ำตาได้กระบุงโกยครับ....หนังหลายเรื่อง ที่ ทำจุดนี้ไม่ดี แล้ว ทำให้เสียไป...เรื่องsound strac sound effect ผมให้ไปดูหนังเกาหลีครับ เท่าที่ติดตามหนังเกาหลีมา...ทุกเรื่องเขาทำได้ดีมากๆๆ หนังทุกแนวเขาทำออกมาได้เยี่ยม....ครับ
โดย: 007 [11 พ.ค. 53 11:53] ( IP A:115.87.28.64 X: )
ความคิดเห็นที่ 18
   หลวงพระบาง
โดย: Apple_2065@hotmail.com [19 มิ.ย. 54 19:00] ( IP A:49.49.81.225 X: )
ความคิดเห็นที่ 19
   เป็นหนังที่ดี น่าดูครับ ทำให้ยิ้มได้ ต่างกับหนังความรักแนวอื่นๆ ใครจะว่ายังไง ผมว่ามันยังดีกว่าหนังความรักแนวอื่นๆซะอีก
โดย: aumpa11_12@hotmail.com [16 ต.ค. 56 13:28] ( IP A:110.77.239.62 X: )
ความคิดเห็นที่ 20
   

ขอบอกว่า....เป็นหนังไทยเรื่องแรกที่ผมนั่งดูจนจบเรื่อง และดูซ้ำอีกเป็น 10 ครั้ง (DVD)คือประมาณว่า ดูครั้งแรก ไม่ค่อยเข้าใจบริบทของตัวละคร เท่าไหร่ อาจจะเป็นเพราะ สำเนียงภาษาและวัฒนธรรม ที่แปลกแตกต่างไป แต่ดูหลายๆครั้งจึงทำให้เข้าใจได้ดีขึ้น  ประทับใจในวิถีชีวิต ประเพณีและวัฒนธรรมของพี่น้อง สปป.ลาว ที่ยังคงรักษาไว้ได้ ต่างจากบ้านเรา ที่นับวันจะเลือนหายไปกับคลื่นคนรุ่นใหม่ ....  ดูหนังเรื่องนี้แล้วทำให้อยากไปเที่ยวหลวงพระบางมาก และโดยเฉพาะนางเอก อาลี่ คำลี่ พิลาวง สวยน่ารัก ดูเป็นธรรมชาติมากๆ ไม่ปรุงแต่งจนเกินไป....

โดย: เจมส์ [7 ก.ค. 58 19:03] ( IP A:119.42.64.205 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน