$$ หมาอภินิหาร กับ ขวดใส่มหาสมุทร ...... ภาพยนตร์ไทยรสประหลาด $$
   Dog god and full water ( หมาอภินิหารกับขวดใส่มหาสมุทร ) .... 3 ดาวครึ่ง .....

ผู้กำกับ + เขียนบท - อมร หะริณนิติสุข
แนวหนัง - อินดี้ / ดราม่า
ความยาว - 110 นาที

โดย: joblovenuk (พีอาร์ฯ ) [7 ธ.ค. 53 22:11] ( IP A:124.121.200.98 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
Counter : 2080 Pageviews
ความคิดเห็นที่ 1
   .............................หลายครั้งในชีวิตของผมนะ ที่ผมรู้สึกว่ามีหนังบางเรื่องมันกวักมือเรียกและเลือกให้เราเข้าไปดูเค้า ? มันเหมือนเป็น sense หรือสัมผัสพิเศษบางอย่างที่บอกไม่ถูกครับที่ทำให้เรารู้สึกพิศวาสหรือเกิดความปรารถนาลึกๆให้เราอยากดูหนังบางเรื่องขึ้นมา คิดดูสิครับ ลิโด้ กับ เฮ๊าส์ ปีๆนึงมีหนังนอกกระแสฉายกันกี่เรื่อง แทบนับไม่ถ้วน บางเรื่องก็ดังมาก บางเรื่องก็ดังน้อย บางเรื่องก็ไม่ดังเลย บางทีเราอ่านวิจารณ์แล้ว อ่านเรื่องย่อ ดูตัวอย่างหนังก็แล้ว เช็คกระแสก็แล้วแต่เราก็ยังไม่ไปตีตั๋วดู แต่กับหนังบางเรื่อง เราไม่ต้องฟังใคร เราแค่เห็นหน้าหนังเราก็รู้สึกว่า เฮ้ย นี่คือหนังต้องดู และ Doggod ก็คือ 1 ในไม่กี่เรื่องที่ทำให้ผมต้องถ่อสังขารไปถึงสยามสแควร์ และ ก็ใช่เลย ผมคิดไม่ผิดจริงๆ มันคือหนังที่โดนใจมาก

.............................Doggod and Full water เป็นหนังอินดี้แนวแปลก ที่ว่าด้วยเรื่องราวของแม่ลูกจรจัดคู่นึง กับผู้ชายที่เมาหนักจนอยากกลายเป็นหมา ?? คนทั้งสองจะเกี่ยวพันกันอย่างไร และหมามาเกี่ยวอะไรด้วย ขวดใส่มหาสมุทรมันมีความหมายอย่างไร และจะใส่ได้จริงหรือไม่ ต้องไปพิสูจน์กันเอาเองครับ มีฉายที่ลิโด้โรงเดียว รอบ 18.30 น. เหลืออีกแค่สามรอบก็จะออกโรงแล้ว น่าเสียดายแทนคนที่ไม่มีโอกาสไปชมจริงๆครับ !! หนังเล่าเรื่องอย่างนิ่งเนิบ ค่อยๆพาเราไปละเลียดชมชีวิตของแม่ลูกจรจัดซึ่งอาศัยท้องสนามหลวงเป็นที่หลับนอนแล้วก็หากินแถวนั้นด้วยการเก็บขยะ ครึ่งหลังก็สลับไปเล่าเรื่องของคนอกหัก หมดอาลัยตายอยากในชีวิต เบื่อกับความไม่ซื่อสัตย์หลอกลวง จนอยากเลิกเป็นคนอีกต่อไปแล้ว

.............................ไม่ใช่ว่าหนังจะถ่ายทำกันแบบทุนต่ำ โนดารา แล้วก็เล่าชีวิตของคนชายขอบที่ดูน่าสงสารไปเรื่อยๆแบบไม่มีจุดหมายนะครับ ผมคิดว่าผู้กำกับชัดเจนมากในสารที่ตัวเองต้องการนำเสนอ หนังถ่ายทอดของชีวิตแม่ลูกคู่นี้ โดยเปรียบเทียบกับอีกหลายชีวิตที่ผ่านไปผ่านมา ตัดกับคนรวยบางคนในรถเก๋งคันหรูที่วันๆอยู่กับตัวเลข ตลาดหุ้น การค้ากำไร ขาดทุน เงินๆทองๆ จับเงินหลายสิบล้าน แต่ใบหน้าเต็มไปด้วยความเศร้าหมอง !! หนังตั้งคำถามกับเราว่า ชีวิตคืออะไร ความสุขของคนเราอยู่ตรงใหน และจุดแห่งความพอดีมันควรจะวัดกันอย่างไร ? ทุกวินาทีผ่านไปอย่างเชื่องช้า แรกๆหลายคนอาจจะสงสารแม่ลูกจรจัดที่อยู่กันอย่างลำบาก แต่อีกหลายนาทีต่อมา เราอาจจะรู้สึกสมเพชตัวเองที่เริ่มรู้สึกว่า บางทีเราเองนั่นแหละอาจจะเป็นคนที่มีความสุขน้อยกว่าแม่ลูกคู่นี้ด้วยซ้ำ !!
โดย: joblovenuk (พีอาร์ฯ ) [7 ธ.ค. 53 22:46] ( IP A:124.121.238.74 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   .............................หมาอภินิหาร กับขวดใส่มหาสมุทร อาจจะได้รางวัลส่งเสริมความพอเพียงดีเด่นก็ได้ ถ้าหากว่าเป็นหนังสตูดิโอ หรือมีหน่วยงานทางวัฒนธรรมที่ใหนอยากเอาหน้า ส่งรายชื่อไปแจกโล่ห์ แต่จริงๆแล้ว หนังก็ไม่ได้ชี้นำเรื่องความพอเพียงซะทีเดียว หนังแอบแฝงคำถามเชิงสัญลักษณ์ไว้มากมายในหนังเรื่องนี้ แล้วแต่คนดูจะหยิบโยงเรื่องใหนเข้าหากัน มันสามารถตีความได้หลายรูปแบบมาก นอกจากนั้นยังนำเสนอในรูปแบบของความเหนือจริงอยู่หลายรอบ บางอารมณ์ก็เป็นการจิกกัดแบบเสียดสีตลกร้าย แต่เราก็ได้แต่แอบขำ หึหึ อยู่ในลำคอ ? แม้จะดูเหมือนเป็นหนังหนักๆและชวนให้ปวดหัว แต่จริงๆหนังมีความบันเทิงสูงนะ แถมยังเล่าเรื่องในลักษณะของหนังใบ้อีกด้วย ใช้คำบรรยาย อธิบายแค่ในไดอาล๊อกที่จำเป็นเท่านั้น แต่อารมณ์หนังโดยรวมไม่มีสะดุดเลยครับ

.............................ครึ่งหลังของหนังพาคนดูให้หลุดออกไปจากโลกความเป็นจริงทุกที ก่อนจะกระแทกคนดูอย่างจัง กับทุกปมที่ประเดประดังกันเข้ามาและคลี่คลายด้วยการเหมือนจะบอกว่า สุดท้ายเราก็คือสิ่งมีชีวิตเล็กๆสิ่งนึงที่เวียนว่ายอยู่ใน วัฐสงสาร ถ้าเราปล่อยวางลงสักนิด ยึดมั่นถือมั่นให้น้อยลงหน่อย ลดละเลิกการเสพติดและบูชาวัตถุนิยม หรือระบอบทุนนิยม หรือพูดง่ายๆก็คือ บูชาเงินให้น้อยลง ชีวิตเราก็จะพบความสุขที่แท้ได้ไม่ยาก ก็ดูอย่างคนจรจัดสิ แค่เค้ามีเงิน 15 - 20 บาท พอกินข้าวไข่เจียว หรือมีขนมถั่วให้ลงถึงท้อง แค่นั้นเขาก็มีความสุขแล้ว แล้วเราจะเอา ไอโฟน แบล็คเบอรี่ หรือเฟอร์นิเจอร์ต่างๆที่มันสิ้นเปลืองไปทำไมให้เยอะแยะ มันทำให้ชีวิตมีความสุขจริงหรือ ? คิดกันบ้างนะครับ ชีวิตทุกวันนี้ ดิ้นรนเพื่อเงิน ไขว่คว้าเอาโน้นเอานี้ แล้วต้องมีเท่าไหร่ถึงจะพอ ? ลองคิดดูครับว่า ขวดของคุณยังต้องการน้ำอีกมากน้อยเท่าไหร่ ... ถึงจะเติมเต็ม ?

โดย: joblovenuk (พีอาร์ฯ ) [7 ธ.ค. 53 22:56] ( IP A:124.121.238.74 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   แถมตัวอย่างหนังให้ชมครับ สำหรับคนที่คงไม่มีโอกาสดู

โดย: job (พีอาร์ฯ ) [7 ธ.ค. 53 22:57] ( IP A:124.121.238.74 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   แถมหนังแปลกๆอีกเรื่อง อันนี้หนัง Romantic - comedy นะครับ
แต่ ......


เป็นหนัง ทอม ดี้ เรื่องแรกในประวัติศาสตร์หนังไทยฉายโรงอ่ะ

โดย: job (พีอาร์ฯ ) [7 ธ.ค. 53 23:40] ( IP A:124.121.238.74 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   เพลงประกอบแต่ละเพลง เพราะโคตรๆๆๆ

โดย: job (พีอาร์ฯ ) [7 ธ.ค. 53 23:42] ( IP A:124.121.238.74 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   ไอเดียแปลกดีครับ ไม่รู้ว่ามีอะไรดลใจให้เขาคิดทำหนังเรื่องแนวนี้นะ
แต่ก็ยังแอบเห็นความเว่อแบบไม่สมจริง(หากจินตนาการมันบอกมาเช่นนั้น) ที่หนังไทยส่วนมากมักจะทำออกมากันลักษณะนี้ คือกลัวว่าคนดูจะฉลาดไม่พอในความคิดหรือเปล่าอะไรแบบนั้น

หลายเรื่อง หลายฉาก หลายความคิด บางครั้งมันก็ต้องปล่อยให้คนดู เขาคิดตามเนื้อเรื่องไปด้วยน่าจะดีกว่า อย่ายัดเยียดเรื่องความคิดเห็นส่วนตัวให้คนอื่น

อีกสองเรื่องน่าจะเป็นหนังรักกุ๊กกิ๊กแบบหนุ่มสาววัยกำลังฝัน ซึ่งระยะหลังๆมานี่หนังไทยหลายเรื่อง ก็ทำให้คนดูรู้สึกรักหนังไทยมากขึ้นมาบ้างแล้ว(อย่างระนาดเอก-เพื่อนฉันเป็นต้น)
โอกาสได้ดูได้สัมผัสหนังแนวนี้ สำหรับคนที่อยู่ไกลบ้านห่างเมืองอย่างพวกเรา คงแทบมองแทบไม่ค่อยจะเห็นหนทาง แม้จะมีคอมพิวเตอร์เป็นสื่อเชื่อมแล้ว

หลายเรื่องขนาดเป็นหนังฟอร์มใหญ่ แต่พอไปถึงทางโน้นเขาเอาเข้าโปรแกรมฉายแค่โรงสองโรงทั่วอเมริกา เพื่อให้รู้ว่าเป็นหนังนำเข้าและได้ตีตั๋วฉายจริงตามกฏหมายของเขา
หลังจากนั้นก็ปั๊มเป็นแผ่นออกวางขาย หรือให้เช่าอย่างที่เป็นกันอยู่ในทุกวันนี้

แม้แต่หนังที่เคยโด่งดังอย่าง องค์บาก1 ชื่อน่ะขายได้แน่นอนอยู่แล้ว พอทำ ต้มยำกุ้ง กับ องค์บาก 2 ผลที่ตามมากลับไม่ประสบผลสำเร็จดังที่คาดไว้
น่าเสียดายที่โทนี่ จา พนม ยีรัมย์ ปฏิเสธโอกาสดัง ที่ทางฮอลลีวู๊ดยื่นให้ ไม่งั้นป่านนี้เขาก็เป็นแบบเจต ลี เฉิน หลง ไปตั้งแต่ช่วงนั้นไปเรียบร้อยแล้วล่ะครับ
โดย: คนยูเอสเอ [8 ธ.ค. 53 1:42] ( IP A:174.49.110.161 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
    ... ลงว่าเป็นภาพยนตร์ ผมว่ามันต้องมีการปรุงแต่ง มีจุดไม่สมเหตุผลอยู่แล้วครับพี่คนยูเอสเอ
ตรงนี้ผมไม่ได้ตะขิดตะขวงใจอะไรนะครับ ตอนที่ดูก็ยอมรับนะครับว่าพยายามมองเหมือนกัน
ดูว่าชีวิตคนจรจัด จะเป็นแบบนั้นจริงหรือไม่ เค้าทำรีเสริชชีวิตคนหนักแน่นแค่ใหน ?
แต่ดูจนจบแล้วผมก็ไม่คิดว่าเค้าพยายามยัดเยียดไอเดียอะไรนะครับ
ตรงข้ามผมกลับคิดว่าเค้าเปิดโอกาสให้คนคิด ตีความ หลากหลายมากมาย
มีหลายส่วนในหนังที่ผมไม่แน่ใจว่า ผมเข้าใจถูกต้องหรือเปล่าด้วยซ้ำ
ช่วงท้ายหนังยังแอบแฝงประเด็นการเมืองอยู่ค่อนข้างเยอะ แถมซัดกันแบบตรงๆไม่มีกั๊กอีกต่างหาก

เรื่องธุรกิจหนังที่สหรัฐผมเองก็ตอบลำบาก แต่การเอาหนังต่างประเทศสักเรื่องเข้าฉายวงกว้างผมว่ามันยากมาก
ถ้าไม่ใช่หนังที่ฮิตจริงๆ หรือหนังที่จะมีโอกาสทำเงินในวงกว้างได้
เพราะเท่าที่สังเกตุ คนอเมริกันไม่นิยมชมหนังภาษาต่างประเทศแบบมีซับ
เคยได้ยินว่าหนังเฉินหลงบางเรื่องที่เคยเข้าฉาย ก็ฉายแบบพากษ์อังกฤษด้วยซ้ำ
อเมริกาจะว่าไปแล้วก็เป็นประเทศชาตินิยมนะครับ หนังดีๆหลายเรื่องต้องเอาไปรีเมคเป็นหนังสัญชาติตัวเอง ถึงจะยอมไปดูกัน ??
กรณี โทนี่ จา พนม ที่ไม่ยอมไปเล่นหนังฮอลลีวู๊ด ถ้าจริงก็นับว่าน่าเสียดาย
อาจจะตกลงผลประโยชน์ไม่ได้ หรืออาจจะได้บทที่ไม่ถูกใจก็ได้มั้งครับ
หนังไทยที่ไปฉายโรงสองโรง ถ้าไม่ได้อยู่เมืองใหญ่อย่าง LA หรือ NY คงจะยากที่จะมีโอกาสดูแน่ๆเลยครับ
ส่วนใหญ่หนังพวกนี้ก็มักจะเป็นหนังอาร์ต หนังนอกกระแส อย่างเช่นล่าสุด ลุงบุญมีระลึกชาติก็น่าจะได้ไปฉาย
เห็นว่าได้เป็นตัวแทนหนังไทยไปชิงออสการ์ปีนี้ด้วย ถ้าหลุดไปถึงรอบ 5 เรื่องสุดท้ายก็คงจะดี แต่ก็คงยากอีกแหละ
โดย: job (พีอาร์ฯ ) [8 ธ.ค. 53 7:48] ( IP A:124.121.180.32 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   แสดงว่า ลุงยู ต้องใจวัยรุ่นอยู่แน่ๆเลย ชอบแนวกุ๊กกิ๊กเหหมือนกันเลยค่ะ.
โดย: kk [8 ธ.ค. 53 8:05] ( IP A:211.243.40.39 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   ต้องตามดูแน่นอนค่ะคุณจ๊อบ...ขอบคุณที่เอาหนังดีๆมาบอกกัน
โดย: myloveforyou [8 ธ.ค. 53 8:20] ( IP A:118.173.217.57 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
    สัปดาห์นี้มีหนังไทยเข้าฉายชนกันถึง 3 เรื่อง
แต่มีเรื่องเดียวที่ผมรู้สึกว่าน่าดู ก็คือ ยามาดะ ซามูไร อโยธยา
สร้างจากเรื่องจริงในประวัติศาสตร์ แต่คงจะมีการปรับเปลี่ยนเยอะครับ
เรื่องราวของนักรบซามูไรญี่ปุ่น ที่ได้ดิบได้ดี มาเป็นเจ้าเมืองของไทย
อยากอ่านประวัติศาสตร์ของแท้มากๆ ยังเสริชหาไม่ค่อยเจอ
ได้ยินว่า เค้าเป็น 1 ใน candidate ที่แย่งชิงบัลลังก์อยุธยาด้วยนะ
แต่ไม่สำเร็จ เลยโดนเนรเทศไปเป็นเจ้าเมืองห่างไกล ....
สุดท้ายคนที่สังหารเค้า ก็คือคนไทยด้วยกันนี่แหละ พระเจ้าประสาททอง ??
แต่ในหนัง คงไม่บอกหรอกมั้งครับว่า นักรบที่สู้เพื่อเมืองไทยคนนี้ ..
ตายโดยฝีมือคนไทย อีกเช่นเคย !!

โดย: job (พีอาร์ฯ ) [8 ธ.ค. 53 9:23] ( IP A:124.121.180.32 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
    ซามูไร อโยธยา ซาดิสม์เอาเรื่องเชี่ยวนะ คล้ายองค์บาก 2 เหมือนกันผมว่า
แต่ถ่ายได้คมชัดน่าดูครับ หากมีโอกาสไปฉายทางโน้น ผมต้องขอดูโรงใหญ่ครับ
หนังเช่าไปดูที่บ้าน มันไม่ค่อยมันสะใจ เท่ากับไปดูโรงใหญ่ ที่ได้เห็นหน้า ได้ยินเสียง พวกฝรั่งเขาเป่าปากกระทืบเท้ากันด้วย
แบบนั้นทำให้อารมณ์รักชาติ พุ่งปรี๊ดๆๆๆๆๆๆๆขึ้นไปอีกหลายองศาเลยละครับ
โดย: คนยูเอสเอ [9 ธ.ค. 53 6:45] ( IP A:174.49.110.161 X: )
ความคิดเห็นที่ 12
   อยากดูยามาดะ ชอบแนวนี้
โดย: jingjo [9 ธ.ค. 53 9:25] ( IP A:220.255.2.64 X: )
ความคิดเห็นที่ 13
    .... ต้องคมชัดสิพี่ คนยูเอสเอ ก็ข้างบนนั้นเค้าเอาลงยูทูป ด้วยคุณภาพแบบ Full Hd นะครับ อิอิ
หนังเรื่องซามูไร อโยธยา คงยากที่จะไปเข้าโรงที่โน่นมั้งครับ ผมว่า
ได้ยินว่า ตัวดาราสมทบ ที่เล่นกับพระเอกญี่ปุ่นนั้น เป็นนักมวยไทยดัง
ชื่อ บัวขาว ที่เคยไปต่อย K 1 อะไรหรือไงเนี่ย ผมก็ไม่ค่อยได้ติดตามเท่าไหร่
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [9 ธ.ค. 53 9:25] ( IP A:202.57.132.197 X: )
ความคิดเห็นที่ 14
   ใช่ครับบัวขาวนี่สาวญี่ปุ่นตอมยิ่งกว่าเขาทรายอีก เพราะรูปร่างดำล่ำบึ๊กถูกใจสาวยุ่นมาก
แถมการได้แช้มป์เค-1ตั้งสองสามครั้ง บัวขาวก็รวยเอาเรื่องในสายตาสาวๆที่โน่น
ป่านนี้ได้เมียญี่ปุ่นไปรึยังก็ไม่รู้นะ อิอิอิ
โดย: คนยูเอสเอ [10 ธ.ค. 53 3:52] ( IP A:64.2.172.254 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน