✔✔The Social Network .... เก่งแต่เหี้ย ใครจะอยากคบเป็นเพื่อน ?✔✔
   The Social Network ( สามดาว )

กำกับ - เดวิด ฟินเชอร์
บท - แอรอน ซอว์กินส์
นำแสดง - เจสซี่ ไอเซนเบิร์ก , จัสติน ทิมเบอร์เลค
แนวหนัง - ดราม่า
ความยาว - 115 นาที

โดย: joblovenuk (พีอาร์ฯ ) [8 ธ.ค. 53 16:10] ( IP A:124.122.29.41 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
Counter : 1319 Pageviews
ความคิดเห็นที่ 1
   ...........................The Social Network สมควรโดนแบน ข้อหา “มีเนื้อหาขัดต่อความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน” ทั้งเรื่องผมเห็นว่ามันเป็นเรื่องของมนุษย์กลุ่มหนึ่งที่ต่อสู้กัน และพยายามทำทุกอย่างเพื่อเอาชนะกันและกัน จุดมุ่งหมายเพื่อชื่อเสียงและความสะใจล้วนๆ เพราะเงินทองดูเหมือนจะเป็นเพียงของแถมจากความสำเร็จก็แค่นั้น ทุกคนในหนังเรื่องนี้ ไม่มีตัวใหนที่เป็นคนดีพร้อม และเลวสมบูรณ์แบบ !! ถ้าความพอเพียง พอดี คือนิยามของคนดีในสังคมไทย หนังเรื่องนี้คือทุกสิ่งที่เป็นด้านตรงข้ามกับคนดีในอุดมคติของพวกเราทั้งสิ้น ? ทุกคนในหนัง ล้วนถูกปลูกฝังขึ้นมาเพื่อให้เป็นผู้ชนะ เป็นที่ 1 เป็นผู้ประสบความสำเร็จ และเป็นคนที่จะกอบโกยทุกอย่างเอาไว้ในกำมือ ชื่อเสียง ความสำเร็จ การได้รับการยอมรับจากผู้คนคือความฝัน เป้าหมายของอเมริกันชนเหล่านี้

............................จะเรียกว่าเป็นหนัง anti - hero หรือด้านมืดของ american dream ก็ว่าได้ ชนชาติเค้าถูกปลูกฝังขึ้นมาเพื่อเป็นผู้นำ ผู้ชนะ และทุกคนที่ล้มเหลวก็จะถูกลืมจากประวัติศาสตร์ มีศัพท์ที่เรียกพวกนี้ว่า ไอ้ขี้แพ้ ( loser ) และคงไม่มีใครในประเทศนั้นอยากเป็น คงไม่มีใครในหมู่พวกเค้าที่รู้จักคำว่า " พอ " หรอกครับ !! และถ้าพวกเค้าพอ พวกเค้าก็คงไม่มีประเทศขึ้นมา คงกลายเป็นแค่ประชาชนชั้น 2 คงไม่ได้เป็นใหญ่ในโลกกว้างแห่งนี้ !! ถ้ามาร์ค ซัคเคอเบิร์ก รู้จักพอเพียง เค้าก็คงไม่ทำเวปอย่าง Facebook ขึ้นมาให้ยิ่งใหญ่แพร่ไปทั้งโลกเช่นทุกวันนี้ ก็คงยึดหลักทำรังแต่พอตัว ทำเวปอยู่แค่ชาวหมู่บ้านเค้าแค่นั้น พวกเราก็คงไม่ได้ใช้บริการเวปเครือข่ายสังคมที่ฮอตฮิตอย่างที่เป็นทุกวันนี้แน่นอนเลยเชียว ถามว่าเค้าผิดเหรอที่อยากดัง อยากเด่น อยากรวย อยากเจ๋ง ... ก็คงไม่มั้ง

............................ไอเดียและความคิดสร้างสรรค์ เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ประเทศอเมริกันเจริญและพัฒนาขึ้นมาอย่างที่เห็นทุกวันนี้ และพวกเค้าก็ทำทุกวิถีทางที่จะปกป้อง " ประดิฐมากรรมทางความคิด " ของพวกเค้า ในขณะที่ถ้าเป็นแง่คิดแบบคนไทย หรือชาวพุทธ เจอใครขโมยไอเดีย หรือแย่งผลงานไปเป็นของตัวเอง เช่นเพื่อนจิ๊ก หัวหน้าแฮปผลงานไปเอาหน้าซะเอง หรือว่าโดนคนที่ใหญ่กว่าฉกฉวยไอเดียไป ส่วนใหญ่ก็มีแต่คนยอมทำใจ คิดว่าซวยหรือทำอะไรไม่ได้ ขณะที่ในประเทศอเมริกาหรือประเทศที่เจริญแล้ว เค้ายอมสู้ทุกอย่างเพื่อปกป้องงานความคิดของเค้า มีการฟ้องร้องกันสนุกสนาน ต่างจากเมืองไทยที่เงินซื้อได้ทุกอย่าง .. แต่มาดูดีๆ บางทีแล้ว เงินอาจจะซื้อได้หลายอย่าง เงินซื้อเพื่อนได้ ซื้อความสุขได้ ซื้อสุขภาพดีได้ ซื้อได้หมด .. สรุปว่าหนังก็สอนให้เราบูชาเงินล่ะสิเนี่ย ?
โดย: joblovenuk (พีอาร์ฯ ) [8 ธ.ค. 53 18:28] ( IP A:124.122.29.41 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   ............................หากอเมริกามีหน่วยงานทางวัฒนธรรมที่มีมันสมองน้อย สงสัยเค้าก็คงสั่งแบนหนังชนิดนี้ ยกเว้นซะแต่ว่า เค้าสนับสนุนหนังที่ตัวละครมีพฤติกรรมเยี่ยงนี้ !! บังเอิญว่าไม่ใช่ และผู้เฝ้าระวังทางวัฒนธรรมของเค้ามีสมอง และเข้าใจว่า คนดูบ้านเค้าก็มีสมอง ต่างจากประเทศล้าหลังบางประเทศที่คนของรัฐทำตัวโง่ดักดาน !! The Social Network เป็นหนังที่ปรุงแต่งจนคล้ายนวนิยายมากๆ แม้จะอิงจากเรื่องจริงบ้าง แต่ก็อย่างว่าแหละครับ 85 % คงจะตีไข่ใส่สีซะสนุก ขณะที่ 15 % ที่เหลือคงเป็นเรื่องโกหกทั้งเพ เพราะงั้นสิ่งที่คุณเห็น สิ่งที่คุณฟัง โปรดใช้วิจารณญาณอย่างมากทุกครั้งในทุกๆเรื่อง เพราะทุกอย่างล้วนเป็นมายา ทว่าเรื่องราวความเป็นมาของเจ้าพ่อ Facebook ก่อนจะปั้นเวปจนโด่งดัง ก็ถูกเล่าออกมาเป็นหนังได้เข้าท่า และดูเพลินพอประมาณครับ ไม่น่าเบื่อ

............................ใครบอกว่า มีเงินเยอะ ขาดเพื่อน ไร้มิตรแท้ จะต้องกลายเป็นคนที่น่าสงสาร เป็นผู้ที่ล้มเหลวในการดำเนินชีวิต บางทีอาจจะเป็นตรงข้ามก็ได้ ความสุขของคนเราอยู่ที่ใหน อยู่ที่มีเงินเยอะเหรอ อยู่ที่มีเพื่อนเยอะเหรอ อยู่ที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานสูงเหรอ ? บางทีอาจจะไม่ใช่ทั้งหมดก็ได้ มันอาจจะเป็น การมีความสุขในสิ่งที่ตัวเองและทำในสิ่งที่ตัวเองถนัดให้ออกมาดีก็ได้ บางครั้งแค่คิดดีก็ไม่ได้หมายความว่าเค้าเป็นคนดีเสมอไป การคิดดีของใครบางคนอาจจะเป็นแค่การโชว์ไอเดียว่าข้าเจ๋งก็ได้ !! แต่ถ้าความคิดของเค้าคนนั้น สร้างประโยชน์ให้แก่ประชาชนโดยรวมแล้วไซร้ ผมว่าก็หยวนๆให้เขาไปก็แล้วกัน เพราะผมเชื่อว่ามนุษย์ทุกคน ล้วนมีข้อดี ข้อเสียในตัวของเค้าเอง คงไม่มีใครเลวทั้งหมด หรือดีทั้งหมด ในเมื่อเราเองก็ไม่ได้ดีเด่แล้วจะไปตัดสินใครเขาทำไมกันล่ะครับ ?
โดย: joblovenuk (พีอาร์ฯ ) [8 ธ.ค. 53 18:32] ( IP A:124.122.29.41 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   ปรัชญาล้วนๆ....
โดย: mylove [9 ธ.ค. 53 8:50] ( IP A:118.173.172.38 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   เก่งเนอะ ยังเด็กอยู่เลย ทำ FB จนรวยเป็นอภิมหาเศรษฐี
โดย: jingjo [9 ธ.ค. 53 9:27] ( IP A:220.255.2.70 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
    ... เค้าเป็นคนเก่งจริง ตรงนี้ต้องยอมรับ เรียกว่าเด็ก " เนิร์ด " ก็ได้นะ
คนพวกนี้มักจะหัวดี แล้วก็ทุ่มเทสุดๆ อยู่ในโลกของตัวเอง รักสันโดษ
มีปัญหาในการเข้ากับสังคม หรือชาวบ้านชาวช่อง จะว่าไปแล้วก็ตลกดี
คนที่ไม่มีเพื่อนเลยสักคน หรือเข้ากับคนอื่นไม่เป็น แต่ ... เป็นคนที่
เปิดโอกาสให้คนทั้งโลกได้เจอเพื่อน หรือผูกสัมพันธ์ชาวบ้าน

แปลง่ายๆก็คือ คนทำเวปหาเพื่อนที่ใหญ่สุดในโลก แต่กลับไม่มีปัญญา
หรือไม่สามารถหาเพื่อนตัวเป็นๆได้เองแม้แต่คนเดียว ??
คือถ้าบุคลิกของนาย ซัคเคอเบิร์กนี่ เป็นเหมือนในหนังจริงๆล่ะก็
ผมว่าคงไม่มีใครอยากคบเท่าไหร่หรอก ต่อให้รวย ต่อให้เก่งก็เหอะ

อ้อ แล้วอย่าลืมนะ จิงโจ้ .. เค้าทำโปรแกรม เขียนเวปเก่งก็จริง
แต่ไอเดียในการทำนั้น มาจากของคนอื่น หรือเรียกง่ายๆ ไปขโมยเขามานะ
สุดท้ายก็เลยต้องจ่ายเงินยอมความด้วยตัวเลขสูงถึง 65 ล้านเหรียญ
นี่ไม่นับที่ต้องเสียให้กับหุ้นส่วนอีกก้อนใหญ่นะ แต่ยังไงซะ ก็ยังรวยอยู่ดี
เห็นเค้าสรุปตอนจบว่า ธุรกิจเฟสบุคตอนนี้มีมูลค่าสูงถึง 25000 ล้านเหรียญสหรัฐทีเดียว
โดย: joblovenuk (พีอาร์ฯ ) [9 ธ.ค. 53 12:58] ( IP A:202.57.132.197 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   จ่าย ๆ ไปเหอะ ยังไงก็คุ้ม ไม่ขาดทุน รวยจะตาย
แล้วทำไม Hi5 ทำไม่ได้อย่างนี้บ้าง สงสัยใครเป็นเจ้าของ Hi5
โดย: jingjo [9 ธ.ค. 53 17:40] ( IP A:220.255.1.59 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
    ก็นั่นไง จิงโจ้ ทีมทนายฝั่งเจ้าพ่อ FB เค้าก็เลยพูดจาหว่านล้อมเสร็จ
ก็ยอมๆความซะ คดีความก็จะได้จบกันไป ไปหาเงิน ทำงานกันต่อ
จ่ายไปสัก 100 - 200 ล้านเหรียญ ขนหน้าแข้งก็ไม่ร่วงหรอก !!
ยังเหลือเงินมหึมา ใช้ทั้งชาติก็ไม่หมด สบายไปเลย
แค่คิดเร็ว จับธุรกิจให้ถูกจุด ได้ที่ปรึกษาดีๆ
นั่นสิ ทำไม ไฮ 5 ทำไม่ได้เท่า ? ผมมองว่าลูกเล่นมันผิดกันนะ
จุดมุ่งหมายในการใช้งานก็ผิดกัน facebook มันเป็นอะไรที่จริงจังกว่า
เจ้าของไฮ 5 เป็นใครก็ไม่รู้ แต่เคยได้ยินว่าเมืองนอกมันไม่ค่อยฮิตเลย
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [9 ธ.ค. 53 23:25] ( IP A:124.122.227.122 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   ได้เจอมาแล้วเมื่อเร็วๆนี้เอง เด็ก" เนิร์ด " อย่างที่จ็อบว่า เป็นคนเก่งจริง หัวดี เรียนหนังสือเก่ง แต่เค้าจะอยู่ในโลกของตัวเอง รักสันโดษ
ไม่มีเพื่อนฝูงในชีวิตจริงๆเลยสักคน แต่ ... เค้าเปิดโอกาสให้คนทั้งประเทศได้เจอเพื่อน สร้างกลุ่ม สร้างก๊ก สร้างตัวตนหลอกๆให้ตัวเองดูเป็นฮีโร่ขึ้นมา

น่าอนาจใจและเศร้าใจที่ว่า ในชีวิตจริงๆเด็กคนนี้มันมีโลกส่วนตัว มันขาดความรัก ความสุขที่แท้จริง ขาดความอบอุ่นจากครอบครัว และเพือนฝูง ไม่อยากจะคิดว่าอีกหน่อยเด็กคนนี้มันจะมีจุดจบเช่นไร ตราบใดที่เค้ายังคงตกอยู่แต่ในโลกมืด และไม่รีบตื่นออกมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงของชีวิต น่ากลัวมากๆค่ะ
โดย: รี่482 [14 พ.ค. 54 19:46] ( IP A:124.120.15.188 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
   หนังเรื่องนี้มีการดัดแปลงมาจากชีวิตจริงของผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊ค ฉะนั้นสิ่งที่หนังเรื่องนี้นำเสนอจึงไม่ใช้เรื่องจริงร้อยเปอร์เซ็น ดูเพื่อความบันเทิงครับ อย่าไปคิดมาก
โดย: ผ่านมาโพสต์ [27 พ.ค. 56 21:02] ( IP A:171.7.139.181 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน