Shrek 4 / Toy Story 3 / Ip man 2 .... ภาคต่อทรงคุณค่าแห่งปี !!
   ** Shrek 4 - vs - Toy Story 3 .... ศึกบิ๊กแมทซ์ 2 ค่ายยักษ์ไฟท์นี้สมศักดิ์ศรีสุดๆ **

Shrek Forever after ( สามดาว )
Toy Story ( สามดาว )

..........................ค่ายยักษ์เจ้าของวงการอย่าง Pixar ปีนี้ส่งนักมวยในสังกัดตัวเองได้แก่ Toy Story ลงสังเวียน ป้องกันแชมป์กับคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อสุดๆอย่าง Shrek Forever after ที่โปรดิวเซอร์จากค่ายดรีมเวิร์คส่งท้าชิงบัลลังก์ งานนี้ต่างฝ่ายต่างงัดของดีของตัวเองมาโชว์กันอย่างแพรวพราว กินกันไม่ลงจริงๆ แทบมองไม่เห็นจุดบอดของแต่ละฝ่าย งานนี้คนดูก็สนุกสิครับ ได้ชมผลงานที่คัดสรรมาแล้ว ดูเหมือนทั้งสองงานก็ผ่านกระบวนการทางความคิดมาอย่างลึกซึ้ง แยบยล เพราะงานที่ทำซ้ำหลายครั้งแบบหนังสองเรื่องนี้ ถ้าจะเสริมอะไรให้แปลกใหม่หรือน่าตื่นตาตื่นเต้น มันก็เป็นเรื่องที่ทำได้ยากนะครับ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้ ? และคณะผู้สร้างหนังทั้งสองเรื่องนี้ก็พิสูจน์ให้เห็นกันอีกแล้วว่า คนเราถ้าตั้งใจทำอะไรสักอย่างจริงๆ ก็ไม่แพ้ชาติใด เอ๊ย ค่ายใดในโลก ?? ปีนี้ถือว่าเป็นปีที่หนังอนิเมชั่นมาแรงมาก แม้แต่เรื่องอื่นหรือของค่ายอื่นที่ทำออกมามีคุณภาพสูงเทียบเคียงของพิคซ่าร์ ก็มีหลายเรื่องมาก !!

..........................Shrek 4 อาจจะดูฉีกแนวน้อยไปหน่อย หรือมีธีมที่ซ้ำซากไปสักนิดก็ตาม แต่เนื้อหาที่หยิบปัญหาวิกฤตวัยกลางคนมาเล่น หรือโยงหลายๆอย่างที่เหมือนชีวิตของคนดูเอามาเล่น ตรงนี้ทำให้คนดูรุ่นผู้ใหญ่สามารถสนุกตามกลุ่มคนดูรุ่นเด็กไปด้วยพร้อมกันได้ ต้องบอกว่าเรื่องบางอย่างแม้จะเล่าซ้ำหลายครั้งแล้ว แต่ถ้าเล่าออกมาได้ดี มันก็น่าฟังซ้ำอีกหลายๆรอบครับ ภาคนึ้เค้าก็เล่นเกี่ยวกับเรื่อง What If กับประเด็นความสุขใกล้ตัวที่เรามักจะมองไม่เห็น หรือหลงๆลืมมัน พอสูญเสียไปแล้วก็จึงได้สำนึกว่าตัวเองนั้นมีของดีอยู่กับตัวแต่ไม่ค่อยได้ใส่ใจมัน ต้องมาต่อสู้เผื่อไขว่คว้าหาสิ่งที่ตัวเองเสียไป ? หนังเล่าสนุกตามสไตล์การ์ตูนชุด Shrek มีรายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่ถ้าตามมาแต่ภาคแรกก็ยิ่งสนุกไปกับมันได้ แถมยิ่งเพิ่งได้ดู Shrek 4 D มาจาก Universal Studios ที่สิงคโปร์แล้วด้วย ยิ่งทำให้เพลินเข้าไปใหญ่ เพราะหลายสิ่งหลายอย่างมันมีอะไรเชื่อมโยงกันอยู่น่ะครับ เหมือนได้รำลึกความหลังอีกรอบ

..........................Toy Story 3 เรื่องเล่าจากของเล่นที่มีชีวิต จินตนาการไม่มีวันจบของพิคซ่าร์ ก็ยังต่อมาได้อีกแม้ว่าเจ้าเด็กตัวเอกในภาคแรกโตเป็นหนุ่มแล้ว และของเล่นก็ใกล้จะปลดระวางตัวเอง ทีนี้เขาจะหาทางเล่าเรื่องไปยังไงต่อล่ะ ในเมื่อของเล่นก็ไม่อยากเข้ากรุ ไปอยู่แค่ห้องใต้หลังคา หรือโดนทอดทิ้งอย่างที่หลายๆของเล่นเคยโดนกระทำเมื่อเด็กโตเป็นผู้ใหญ่ ?
นึกย้อนกลับไปถึงของเล่นของเราสมัยเด็กๆ ป่านนี้มันจะเป็นอย่างไรบ้างนะ เราก็หลงลืมพวกเค้าไปหมดซะด้วยสิ ทีมเขียนบทภาคนี้เก่งมากๆนะครับที่สามารถเล่าเรื่องราวที่แทบจะพูดได้ว่าตันแล้ว ให้ออกมาเจิดจรัส และมีชีวิตชีวา มีความสนุกสุขสันต์หรรษาได้ขนาดนี้ ทั้งที่เรื่องราวมันง่ายต่อการเล่าแบบมืดหม่นในแนวทางของ เฮนรี่ เซลิค มากกว่ามาก !! นอกจากเรื่องราวความผูกพันธ์ของตัวละคร คนกับของเล่นแล้ว เนื้อหาที่บ่งชี้ถึงมิตรภาพระหว่างเพื่อน ความผูกพัน ความจริงใจ และความสมัครสมานสามัคคีก็ยังถ่ายทอดออกมาได้จับใจคนดูเป็นอย่างยิ่งครับ ~

โดย: joblovenuk (พีอาร์ฯ ) [13 ธ.ค. 53] ( IP A:124.122.60.249 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
Counter : 1245 Pageviews
ความคิดเห็นที่ 1
   ..........................เมื่อมองในแง่องค์ประกอบรวมๆแล้ว ในฐานะกองเชียร์ดรีมเวิร์ค ผมขอตัดสินว่ามันออกมาสูสีกันแทบทุกประการ ไม่ว่าจะเรื่องงานภาพ เอฟเฟคซ์พิเศษ งานแต่งสี เพลงประกอบ ดนตรีประกอบ ต่างฝ่ายต่างกินกันไม่ลงเลย แต่ในแง่ของความคมชัดด้านภาพ ดูเหมือนแผ่นวีซีดี Toy 3 ที่ผมดูเหมือนจะชัดกว่า Shrek 4 นิดๆ ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะการบันทึกภาพมันทำมาดีกว่าหรือภาพที่เห็นบนจอภาพยนตร์มันชัดไม่เท่ากัน เลยทำให้รู้สึกว่าสีของภาพ และรายละเอียดของภาพใน Toy 3 มันค่อนข้างคมใส และแจ่มชัดกว่า Shrek นิดๆ แต่อาจจะเป็นเพราะว่าโทนสีของ Toy เค้าดูสดใสในขณะที่เนื้อหาและโทนของ Shrek มันค่อนข้างมืดหม่นกว่าก็เป็นได้นะครับ !! หากวัดกันในแง่คุณค่าทางใจที่หนังสองเรื่องนี้มีต่อผม ผมให้คะแนนเท่ากัน ในแง่ความบันเทิงและแง่มุมศิลปะของภาพยนตร์ ผมก็ให้คะแนนเท่ากัน ความประทับใจ ผมให้เสมอกันแล้วกัน Shrek ได้คะแนนความซึ้ง ส่วนอีกเรื่องดูแล้วอิ่มใจ

โดย: Joblovenuk (พีอาร์ฯ ) [13 ธ.ค. 53] ( IP A:124.122.60.249 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   Ip man 2 ( ยิปมัน อาจารย์ บรูซ ลี 2 ) ..... 3 ดาวครึ่ง ....

.........................เสียดายไม่ได้ดูภาคแรก เลยไม่รู้ความเป็นมาของ ยิปมัน ว่าไปไงมาไง แต่ขึ้นภาคสองก็ดูรู้เรื่องนะครับ เป็นช่วงเวลาหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เรียบร้อย ยิปมัน อาจารย์กังฟู หรือมวยจีนแขนงใหม่ ก็อพยพย้ายมาอยู่เกาะฮ่องกง และพยายามเปิดสอนวิชามวยจีนของตัว แต่อุปสรรคก็มีมากมาย เริ่มตั้งแต่สภาพเศรษฐกิจที่แสนย่ำแย่ ผู้คนต้องทำมาหาเลี้ยงปากท้อง ไม่มีเงินมาเรียนวิชากำลังภายในหรอก ? ใหนจะโดนกดดันจากสำนักคู่แข่งที่ส่งลูกศิษย์มาราวี ต้องฟันฝ่าอุปสรรคมากมาย กว่าจะขึ้นมาเป็นปรมาจารย์สอนวิชามวยจีนอันดับต้นๆของฮ่องกงได้ ซึ่งหนังก็เป็นกึ่งๆอัตตชีวประวัติที่อิงจากเรื่องจริงของบุคคลในประวัติศาสตร์ อาจจะมีการแต่งแต้มบ้าง แต่โดยภาพรวมก็คิดว่าเค้าคงจะไม่บิดเบือนออกไปเยอะเป็นแน่ ไม่งั้นคงจะโดนด่า !!

.........................ดอนนี่ เยน เล่นเป็น ยิปมัน ได้อย่างน่าเชื่อถือ อาจจะเป็นเพราะว่าเค้าเก่งมวยจีนกังฟูอยู่แล้วด้วย จึงนำลีลาท่วงท่า มาประยุกต์ให้เป็นคิวบู๊ได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจและที่เหนือกว่านั้นในหลายๆฉากที่เป็นฉากดราม่า ดอนนี่ เล่นได้ถึงอารมณ์ทีเดียวล่ะครับ เรียกว่าเป็นดาราที่ครบเครื่องมากแม้หน้าตาจะไม่หล่อเหลาแต่ก็มีความสามารถที่ชดเชยกันได้หมดจด ที่สำคัญกว่านั้นหนังเรื่องนี้ไม่ได้มีดีอยู่แค่ฉากคิวบู๊ หรือฉากแอคชั่นโชว์มวยจีน แต่หัวใจของมันคือการเล่าเรื่องของผู้ชายคนหนึ่งที่ต้องฝันฝ่าอุปสรรค แต่ก็ก้มหน้าก้มตาสู้ยิบตาอย่างไม่ยอมแพ้ แม้เค้าจะเป็นคนมีฝีมือ แต่ก็อ่อนน้อมถ่อมตน ~ ยิปมัน เปรียบเสมือนตัวแทนของคนจีน ของคนตะวันออกทั้งมวลที่มีความมุมานะ ตั้งใจจริง ทุ่มเทอย่างเต็มที่จนประสบความสำเร็จได้ !!

.........................Ip man 2 มีคติสอนใจคนดูหลายอย่างนะครับ เชื่อว่าถ้าใครรู้จักคิด รู้จักซึมซับสิ่งดีๆจากภาพยนตร์ ก็น่าจะได้ข้อเตือนใจกลับไปบ้างไม่มากก็น้อยครับ ~ แม้ว่าหนังจะมีภาพลักษณ์ชนิดที่ว่า ขาวเป็นขาว ดำเป็นดำ มากไปหน่อยก็ตาม แต่โดยภาพรวมแล้วก็ถือว่าถ่ายทอดความคิด ความรู้สึก อุปนิสัยใจคอแบบชาวตะวันออกได้ลึกซึ้งดีครับ คนจีนก็คล้ายๆคนไทย อาจจะเป็นเพราะเป็นชาวตะวันออกเหมือนๆกัน ช่วงที่เหตุการณ์ปกติก็กัดกันเอง เวลามีข้าศึกจากภายนอก หรือมีศัตรูร่วมกันก็จะจับมือกันร่วมใจร่วมพลังเพื่อจัดการกับศึกนอกก่อน แล้ค่อยมาซัดกันเองต่อ ?? โปรดสังเกตุถ้าจีนไม่ใช้ระบอบเผด็จการหรือคอมมิวนิสต์ที่รวมศูนย์อำนาจไว้ในมือเบ็ดเสร็จนะครับ ประชาชนจะแตกเป็นก๊กเป็นเหล่าแล้วก็ตีกันเอง จนสุดท้ายก็ไม่มีพลังอำนาจไปสู้กับใครเขาได้ !! ต้องเสียบ้านเสียเมืองตกเป็นเมืองขึ้นต่างชาติบ่อยๆ
โดย: joblovenuk (พีอาร์ฯ ) [13 ธ.ค. 53] ( IP A:124.122.60.249 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   .........................หนังหยิบประเด็นเรื่องชาตินิยมและความรักชาติขึ้นมาซัดใส่คนดูแบบไม่ยั้ง ยิ่งถ้าคนดูคนจีนคงจะแทบเดือด ขนาดเราไม่ใช่คนจีนยังรู้สึกเดือดแค้นไปด้วย เพราะเรามักจะรู้สึกเห็นใจคนที่ถูกกดขี่ และไม่มีทางสู้กันเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งคนๆนั้นมีอะไรที่ใกล้เคียงกับตัวเองด้วย ยิ่งทำให้รู้สึกมีอารมณ์ร่วมได้มากขึ้น แถมตัวละครเอกนั้นยังเป็นคนที่น่าเห็นใจ และมีคุณสมบัติของคนดีครบถ้วนอีกต่างหาก ? ภาคนี้ตัวร้ายเป็นฝรั่งอังกฤษ ที่คนไทยเรียกว่าผู้ดี แต่จริงๆน่าเรียกผู้ร้ายชาติชั่วมากกว่า ดูจากพฤติกรรมที่ผ่านมาของคนประเทศนี้ ผมว่ามันคือสัตว์ร้ายสันดานชั่วชัดๆ เพียงแต่มันตัวขาว ไม่ได้แปลว่ามันจะสะอาด น่าชื่นชมตรงใหน น่าเศร้าที่บรรพบุรุษเราแทนที่จะสอนลูกหลานให้รู้ทันฝรั่ง กลับสอนให้ยกย่องเชิดชูฝรั่ง ?

.........................ถ้าผมจะยกย่องหนังเรื่องนี้ให้เป็นหนังกำลังภายในที่ดีที่สุดเท่าที่เคยดูมาก็คงจะไม่เป็นการเว่อร์เกินไป แล้วก็น่าจะเป็นการกลับมาครั้งยิ่งใหญ่อีกครั้งของหนังฮ่องกง หลังจากซบเซาไปนานมาก แล้วก็หวังว่าคงจะไม่เป็นแค่พลุไฟที่สว่างไสวแค่ชั่วข้ามคืน อยากให้มีเรื่องอื่นๆมาสานต่อความสำเร็จแบบนี้อีก ปกติผมเองไม่ค่อยถูกโฉลกกับหนังฮ่องกงนะครับ แต่ผมก็ดูได้ และถ้ามันดี ก็ต้องขอแสดงความชื่นชมกันเอาไว้ครับ เพราะมีหนังไม่กี่เรื่องนะครับที่ผมจะหยิบมาดูตอนห้าทุ่ม จบเที่ยงคืนกว่าๆแล้วจะตาสว่างต่อไปได้อีกเป็นชั่วโมง ด้วยความที่อะดรีนาลีนมันพลุ่งพล่าน จนทำให้ไม่สามารถข่มตาให้นอนหลับลงได้ง่ายๆ !! ไคลแมกซ์ของหนังนั้นน่าตื่นเต้น ลุ้นระทึกมากๆ แถมยังจบด้วยแง่คิดที่งดงามอีกต่างหาก ทึ่งครับกับผู้ชายยิ่งใหญ่ที่ชื่อ " ยิปมัน " คนนี้ !! ขอซูฮก .. ยิปมัน และทีมงานที่ร่วมทำหนังเรื่องนี้ทุกคน ~

โดย: joblovenuk (พีอาร์ฯ ) [13 ธ.ค. 53] ( IP A:124.122.60.249 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   ได้ดูทั้งสามเรื่องเลย
ชอบทั้ง Toy Story 3 & Shrek 4 สนุกกันไปคนละแบบ

Ip Man 2 ชอบมาก หนังแอ็คชั่นแนวนี้ไม่ค่อยพลาด
ชอบฉากต่อสู้ทั้งหมด ทำได้ดีมาก
ที่สำคัญ บทหนังดีมากด้วย
แนะนำให้จ๊อบดูอีกเวอร์ชั่น The Legend Is Born - Ip Man
เปลี่ยนพระเอกเป็น Dennis To หลายคนติดภาพ Donnie Yen ไปแล้ว
แต่ว่าพระเอกใหม่นี่ก็ใช้ได้ กังฟูผ่านสบาย ๆ

Dennis To แสดงเป็นตัวประกอบใน Ip Man 1&2 ด้วย
เป็นเรื่องราวตั้งแต่ยิปมันตอนเด็กถึงช่วงวัยหนุ่ม สนุกดี
สาว ๆ ในเรื่องสวย ๆ ทั้งนั้น เรื่องนี้ตัวร้ายเป็นญี่ปุ่น

ดารารับเชิญเกีรติยศ คือ Ip Chun ทายาทตัวจริงของอาจารย์ Ip Man

โดย: jingjo [13 ธ.ค. 53 9:15] ( IP A:220.255.2.29 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   .... เอ อันนี้ใช่ที่เมืองไทย ขึ้นชื่อไทยว่า ยิปมัน 3 หรือเปล่าไม่แน่ใจ
คุ้นๆเห็นว่ามีแผ่นออกมาเร็วๆนี้ ไม่รู้คือเรื่องเดียวกันหรือเปล่า เด๋วเช็คก่อน ขอบคุณจิงโจ้ที่แวะมาพูดคุยและแนะนำหนังดีๆนะครับ
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [13 ธ.ค. 53 12:39] ( IP A:202.57.132.197 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   เพิ่งเห็น กระทู้ Ip man 2 ของ jingjo ยังอยู่ในบอร์ด movie review

https://www.pantown.com/board.php?id=9908&area=4&name=board8&topic=286&action=view
โดย: job (พีอาร์ฯ ) [14 ธ.ค. 53 13:13] ( IP A:202.57.132.197 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   ดูมาครบหมดเลย ชอบสุดก็ทอยสตอรี่ครับ การ์ตูนที่แอบมีฉากซึ้งๆกะเขาด้วยก็มีครับ อิอิอิ
อิบแมนดูสนุกดีเหมือนกัน แต่หลายฉากเด็กเล็กดูแล้วไม่ค่อยเหมาะมากเท่าไหร่ครับ
โดย: คนยูเอสเอ [17 ธ.ค. 53 1:35] ( IP A:64.2.172.254 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน