บทวิจารณ์ภาพยนตร์: The Social Network อัจฉริยะผู้เหงาหงอย...
   The Social Network ดัดแปลงจากหนังสือ The Accidental Billionaires ว่าด้วยเรื่องราวความสำเร็จในชีวิตของ Mark Zuckerberg มหาเศรษฐีที่อายุน้อยที่สุดในโลก ซึ่งได้ Jesse Eisenberg มารับบทนี้ ก่อนอื่นข้าพเจ้าต้องขอออกตัวว่า เป็นแฟนหนังผู้กำกับ David Fincher มาตั้งแต่ Seven แล้ว และเรื่อง Fight Club ก็จัดอยู่ในหนึ่งภาพยนตร์โปรดปรานข้าพเจ้า ด้วยเอกลักษณ์สไตล์การกำกับเฉพาะตัวดึงความ Dark ในจิตใจตัวละครหนังของเขาพล่ามบทสนทนามุกตลกร้าย แดกดันวัฒนธรรมสังคมอเมริกันชน วัตถุนิยม สมมุติปัจจัยขยะ อย่างเจ็บแสบ และกับใน The Social Network ก็เหมือนกัน David Fincher ได้นำเสนอมุกแดกดันตลกร้ายประเด็นความคิดให้ต่างออกมาให้ข้าพเจ้าขบยิ้มสนองนัยยะแก อาทิ มุกที่ท่านประธานมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดแดกดันระบบการศึกษา “นักศึกษามหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเชื่อว่าการสร้างงานดีกว่าการหางาน” หรือมุกขายโฆษณา Banner กิ๊กก๊อกใน Facebook

โดย: Anurak_sk [9 มี.ค. 54 10:38] ( IP A:58.9.22.182 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
Counter : 7723 Pageviews
ความคิดเห็นที่ 1
   อัจริยะผู้คิดต่างอย่าง Mark Zuckerberg จึงเป็นคนที่ขาดไม่ได้ในโลกธุรกิจ ขณะเดียวกันในโลกธุรกิจ เมื่อเราให้กำเนิดสินค้าแตกต่างได้แล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้อีกอย่างคือ “ความเห็นแก่ตัว” ถ้าคุณต้องการสร้างบริษัทตัวเองให้ยิ่งใหญ่เท่า Mark Zuckerberg จำเป็นที่วันนี้คุณจะต้องเป็น “Devil” ก่อนที่จะเป็น “God” ให้คนเยินยอคุณพรุ่งนี้

โดย: Anurak_sk [9 มี.ค. 54 10:41] ( IP A:58.9.22.182 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   ขณะที่ตัวละครอย่าง Mark Zuckerberg จัดอยู่ในประเภทสีเทาคล้ำซึ่ง David Fincher ถือว่านำเสนอพัฒนาการตัวละครตัวนี้ถูกทางแล้วเพราะในชีวิตจริงคนเป็นเจ้าของธุรกิจระดับนี้ คงไม่มีใครดีเข้าข่ายพ่อพระหรือเลวเข้าข่ายนรกไม่ต้อนรับ แต่กับ 2 ตัวละครนำอย่าง Sean Parker (Justin Timberlake) และ Eduardo Saverin (Andrew Garfield) ที่มีส่วนช่วยในการพัฒนาความลึกของจิตใจ กลับถูกนำเสนอต่างกับตัวละคร Mark Zuckerberg เกินสมดุล โดยเฉพาะระหว่างเขากับ Eduardo Saverin

โดย: Anurak_sk [9 มี.ค. 54 10:41] ( IP A:58.9.22.182 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   Sean Parker ดำ เลว กระล่อน ผู้เติมเต็มความ Dark ให้ Mark Zuckerberg เป็น Devil ต่างจาก Eduardo Saverin ที่พยายามจูง Mark เดินอยู่บนเส้นทางแสงสว่าง ซึ่งแม้ตัวหนังจะไม่ได้โฆษณาเยินยอ Mark Zuckerberg แต่ก็เถียงไม่ได้ว่าหนังกำลังเข้าข้างคดี Eduardo Saverin อยู่ ทำให้ตัวละครตัวนี้อยู่คนละสีกับ Mark และ Eduardo แตกต่าง สว่าง ใสซื่อ บริสุทธิ์ จึงไม่แปลกที่เราจะรู้สึกได้ว่า Mark Zuckerberg หักหลังเพื่อนรักของเขาจริง ๆ และ Sean เข้าข่ายเพื่อนปรสิตคบไม่ได้ ทั้งที่นี่เป็นเพียงแค่ภาพยนตร์แนว Biography ข้อมูลเท็จจริงย่อมไม่ถูกต้อง 100% เราเองมีสถานะแค่คนนอกจะไปรู้ได้ไงหล่ะว่า เรื่องราวเป็นอย่างที่ David Fincher กำลังพิพาก Mark Zuckerberg อยู่หรือเปล่า?
โดย: Anurak_sk [9 มี.ค. 54 10:42] ( IP A:58.9.22.182 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   ในโลก The Social Network ตัวละคร Eduardo Saverin จึงมีสถานะเป็นเหยื่อของ Mark Zuckerberg และ Sean Parker ขณะที่ Mark Zuckerberg เองในมุมมองคนดู ตลอดร่วม 2 ชั่วโมงของหนัง เขามีสถานะไม่ต่างอะไรจาก “เหยื่อ” ให้คนดูพิพากษาเขาทั้งที่ตัวเราเองก็ไม่รู้ว่าสิ่งที่ David Fincher เล่าอยู่ข้อมูลจริงเท็จแค่ไหน...

โดย: Anurak_sk [9 มี.ค. 54 10:43] ( IP A:58.9.22.182 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   ตัวละคร Mark Zuckerberg มีมิติที่น่าสนใจ ซึ่ง Jesse Eisenberg ก็แสดงบทเด็กเนิร์ดเข้าข่าย Autism Man (โรคออทิซึม) หมกมุ่นความคิดตัวเอง มั่นใจสูง ย้ำคิดย้ำทำ บกพร่องการเข้าสังคม หยิ่ง ยโส ได้ดีมาก ๆ เขา ทำให้ตัวละคร Mark Zuckerberg ดูน่าหมั่นไส้ เห็นใจ ชื่นชมความฉลาด การแสดงออกเขาแม้บางเรื่อง Mark ไก่อ่อนความรู้ เขาจะใช้ความฉลาดมาเป็นปมเด่นขวางโลกกับคนที่อยู่ตรงหน้าถีบตัวเองให้สูงไม่ให้ใครต้อนเขาง่าย ๆ

โดย: Anurak_sk [9 มี.ค. 54 10:44] ( IP A:58.9.22.182 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   ขณะเดียวกันมันก็บ่งถึงความเป็นเด็กหัวรั้นและปมหลังในอดีตบางอย่าง ที่เสมือนเป็นแรงผลักดันให้เขาทำตัวงี่เง่าแบบนี้ เห็นได้ในหลาย ๆ ฉากที่ Mark ก้าวร้าว พอสักพักเมื่อเขารู้สึกสำนึกผิดก็จะถูกแสดงออกมาที่แววตา การแสดงออก อาทิ ฉากที่เขาง้อให้อดีตแฟนสาวร้านอาหารมาปรับความเข้าใจ, ฉากที่เขาตำหนิ Sean Parker ไม่น่าหยาบคายกับเพื่อนรัก Eduardo Saverin ทั้งที่ตัวเองก็เพิ่งทำร้ายจิตใจเพื่อน (รัก) คนเดียวที่เขามีไปหยก ๆ จนไปสู่ฉากแดกดันเจ็บ ๆ ตอนจบที่หญิงสาวพูดกับเขาหลังจากที่ Mark เพิ่งอธิบายให้เธอเข้าใจว่าเขาคนไม่ใช่คนไม่ดี “คุณไม่ใช่คนงี่เง่าหรอก Mark แค่คุณคือคนที่พยายามทำตัวเองให้งี่เง่า”

โดย: Anurak_sk [9 มี.ค. 54 10:45] ( IP A:58.9.22.182 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   ความก้าวร้าวแล้วสำนึกผิดแล้วสำนึกผิดเล่า ความบกพร่องในการเข้าสู่สังคม บทสนทนาแฝงตรรกะหัวรั้น พยายามทำตัวให้งี่เง่ากับคนที่แสดงอาการต่อต้านเขา มันเป็นตัวละครที่ดูมีปัญหาทางจิตเข้าข่ายมนุษย์ Autism Man (โรคออทิซึม) ผสมกับปมเก็บกดบางอย่างในหัวใจเขาที่แสดงออกมาทางแอ็คติ้งกระวนกระวายตลอดเวลาเหมือนคนสมาธิสั้น Jesse Eisenberg เข้าถึงบทบาทชนิดตีบทแตกกระจุย ซึ่ง David Fincher สามารถเล่าเรื่องพัฒนาการตัวละครตัวนี้เข้าถึงคนดู เกิดความรู้สึกเห็นใจเขา หมั่นไส้เขา ด้วยบทสนทนาเชิงพล่ามขวางโลกแฝงตรรกะ ข้าพเจ้าเองค่อนข้างเห็นใจ Jesse Eisenberg หลังจากชมหนังเรื่องนี้จบ เชียร์สุดตัวอยากให้เขาได้ออสการ์นำชาย แต่โชคไม่ดีเอาซะเลยที่ในปีนี้เขาต้องมาเจอคู่แข่งสุดหินอย่าง Colin Firth จากเรื่อง King Speech ที่ทำผลงานจากบทบาทกษัตริย์ผู้ติดอ่างได้โดดเด่นกว่าบทบาทเด็กเนิร์ดอัจฉริยะผู้นี้...

และหาก Mark Zuckerberg มีอาการของโรคออทิซึมอยู่จริง เขาจะมีความเหมือนกับตัวละครอย่าง Forest Gump ตรงที่ชอบย้ำคิดย้ำทำ มีสมาธิกับสิ่งที่ตัวเองสนใจสูง (แต่แสดงออกต่างกัน) มีปัญหาด้านการพูด เข้าสังคม ดันปมเด่นลบปมด้อยจนประสบความสำเร็จทางธุรกิจ จะต่างกันก็คือ เรื่องราวชีวิต Forest Gump เปรียบได้กับ ขนนกสีขาวปล่อยวางให้กระแสลมนำพา ตลอดชีวิตของ Forest เขาไม่สร้างภาระให้ตัวเอง ไม่มีวาระ นัยยะ ซ่อนเร้นต่อทุกอย่างที่เขาทำ แม้เขาเกิดมาไม่สมบูรณ์ เขาก็ไม่เคยคิดร้ายใคร ไม่เห็นแก่ตัว เขาแค่ทำตามคำสั่งสอนของแม่ หมวดแดน เจนนี่ ไม่ดิ้นรน ยึดติด ไม่วางว่านี่คือภารกิจ จนประสบความสำเร็จทางธุรกิจบวกด้วยโชคช่วย

ขณะที่ตัวละคร Mark Zuckerberg เปรียบได้กับปลีกนกที่คอยกำหนดทิศทางการบินสู่เป้าหมาย เขาทำ Facebook ด้วยแรงขับภารกิจ เขาดูมีอดีตขื่นขม เขายึดติด มั่นใจตัวเองสุดโต่ง สร้างภูมิคุ้มกันตัวเองด้วยการขวางโลกต่อคนที่มีท่าทีทำร้ายเขา เขาเลือกที่จะกำหนดเส้นทางที่ตัวจะไป (สร้างงานให้ตัวเอง) แทนที่จะเป็นขนนกให้คนอื่นพัดพา (เพื่อให้มีงานทำอยู่ในอำนาจผู้อื่น) บวกด้วยโชคช่วยจนประสบความสำเร็จเหมือนกับ Forest Gump

แต่ตัวละครอย่าง Forest Gump ไม่มีอยู่จริงบนโลกใบนี้ และในเรื่องจริงคงไม่มีใครมหัศจรรย์เท่าเขา ขณะที่ตัวละคร Mark Zuckerberg มีตัวตนอยู่จริง ๆ บนโลกใบนี้ หนังเรื่อง The Social Network จึงดูเข้าถึง จับต้อง ได้มากกว่า

ในส่วนของฉากจบ ข้าพเจ้ารู้สึกชอบมาก เรียบง่าย คมคาย กล้องค่อย ๆ ซูมไปที่ หน้า Facebook Rooney Mara อดีตแฟนสาว Mark แรงบันดาลใจโดยบังเอิญให้ Mark สร้าง Facebook เขาคลิ๊กขอเธอเป็นเพื่อน แล้วกล้องก็สลับภาพไปมาระหว่างหน้า Facebook Rooney Mara สลับใบหน้า Mark ค่อย ๆ ซูมเข้าไป แววตา Mark ตั้งความหวัง เขาเริ่มกด Refresh ถี่ขึ้น ๆ เพื่อหวังว่า Rooney Mara จะรับแอดแล้วยกโทษให้กับเขา มันเป็นฉากจบเรียบง่าย คมคาย ชวนเห็นใจ แสดงให้เห็นถึงความเหงาเบื้องลึกในหัวใจมหาเศรษฐีที่อายุน้อยที่สุดในโลกผู้นี้ ในโลก Social เขาคือคนดัง เขาคือราชัน เขาคือคนที่มีคนขอแอดเป็นเพื่อนนับหมื่นนับแสน แต่ในโลกแห่งความเป็นจริงเขากลับไม่มีเพื่อน (รัก) เลยสักคน “Mark Zuckerberg อัจฉริยะผู้เหงาหงอย”

โดย: Anurak_sk [9 มี.ค. 54 10:46] ( IP A:58.9.22.182 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
    อ่านแล้วชอบ ขอบคุณสำหรับบทวิจารณ์ดีๆนะครับ
โคลิน เฟิร์ธ อาจจะไม่ได้เล่นดีกว่ามากนัก สำหรับบทนำชาย แต่ผมคิดว่า สิ่งที่มีเหนือกว่าของเพิรธก็คือ เครดิตสั่งสมในผลงานที่ผ่านมาครับ
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [11 มี.ค. 54 16:56] ( IP A:124.122.30.225 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน