- Joblovenuk's วิจารณ์ Invictus / Fast 5 / Source Code -
   Invictus ( ไร้เทียมทาน ) ..... 3 ดาว .....

..................................ขอบรรยายคุณงามความดีของหนังเรื่องนี้สักหน่อยเหอะครับ เพิ่งได้ดูเมื่อคืนวานนี้เองแบบสองเรื่องควบ เก็บตกมาจากร้านเช่า Pointo แถวซอยรางน้ำ หนังเรื่องนี้ถือว่าเป็นหนังดังและก็กะว่าจะหามาดูนานแล้วแต่ไม่มีโอกาสดูสักที เปิดดูแบบไม่หวังเท่าไหร่ Invictus เป็นหนังเกี่ยวกับทีมรักบี้ของประเทศอัฟริกาใต้ ซึ่งเดิมทีก็ไม่เก่งกาจอะไรเท่าไหร่ แต่ต้องมารวมตัวเพื่อลงเล่นเวิลด์คัพ ในฐานะที่ประเทศตัวเองเป็นเจ้าภาพ ซึ่งประเทศในขณะนั้นก็เพิ่งผ่านการเลือกตั้งและเพิ่งได้ประธานาธิปดีผิวดำคนแรกของประเทศ ได้แก่ เนลสัน เมนเดล่า หนังถ่ายทอดอิงจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในประวัติศาสตร์ ช่วงเวลานั้นเต็มไปด้วยความสับสน เพราะเดิมทีอัฟริกาใต้ปกครองโดยชนส่วนน้อยผิวข้าวมาตลอด ซึ่งก็กดขี่พวกผิวดำมานับหลายสิบปี พอตัวเองหมดอำนาจและต้องมาอยู่ใต้ปกครองของผู้นำผิวดำ ตัวเองก็เกิดกลัวกลัว แถมยังรู้สึกเหยียดๆพวกผิวดำอยู่กลายๆ แน่นอนว่าคนผิวดำก็รังเกียจและแค้นเคืองพวกฝ่ายขาวด้วยเช่นกัน ถ้าแมนเดล่า เป็นคนอื่น พอมีอำนาจแบบนั้นก็คงต้องล้างบางแน่นอน ? แต่บังเอิญไม่ใช่ แมนเดล่า ใช้เวลานานนับ 30 ปีในคุก โทษฐานที่เป็นนักโทษการเมือง คือโดนตัดสินแบบอยุติธรรมให้ต้องติดคุกเพราะเรื่องการเมือง แทนที่เค้าจะคั่งแค้น เค้าใช้เวลาในนั้นศึกษาทุกอย่าง ทั้งความคิด ยุทธิวิธี ฯลฯ ของพวกผิวขาวละเอียด

..................................เห็นได้ชัดว่า ถ้าเราอยากเอาชนะศัตรู เราต้องศึกษาศัตรูให้ลึกซึ้งถ่องแท้ถึงที่สุด ต้องให้รู้ว่าเค้าคิดอย่างไร เค้าทำอย่างไร เค้าเป็นอย่างไร แม้จะออกจากคุกมาเป็นผู้นำประเทศตอนแก่มากๆแล้ว แต่แมนเดล่าก็ทำงานยิ่งกว่าผู้นำหนุ่มแน่นซะอีก แทบไม่มีเวลาเป็นของตัวเอง แทบไม่มีเวลานอน ยังมีกะใจเอาเวลางานแบ่งมาช่วยส่งเสริมด้านการกีฬา เพื่อสร้างความปรองดอง และสร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวของคนทั้งชาติ เพราะเค้ารู้ว่ากีฬา มีส่วนสำคัญที่ทำให้ชาติกลับมาเป็นปึกแผ่นได้ ? ใครจะคิดว่า ชาติที่แตกต่างทางเผ่าพันธ์และความคิดอย่างสองขั้ว จนไม่น่าจะประสานกันได้ ก็กลับมารักใคร่กลมเกลียวกันได้ก็ด้วย " กีฬา " ดูแล้วยังอดตกใจในบทสนทนาหลายช่วงไม่ได้ที่เขียนได้คมคายสุดๆ แล้วก็ใส่ลงมาถูกจังหวะแถมฉลาดมากๆด้วย ถ้ารู้จักเล่นการเมืองให้เป็น กีฬาก็ใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองได้เช่นกัน ? แมนเดล่าบอกว่า มันง่ายมากที่จะทำสิ่งที่พวกเค้าทำ และสิ่งที่พวกเค้ากลัวว่าเราจะทำ แต่การให้อภัยต่างหากคืออาวุธที่ทรงพลังที่สุด ความเมตตานี่เองที่จะเป็นตัวที่ทำให้ประเทศชาติก้าวไปข้างหน้า อย่างชื่อทีมรักบี้อัฟริกาใต้ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการเหยียดผิวและความภูมิใจของพวกผิวขาวในอัฟริกาใต้ เมื่อมีโอกาส แมนเดล่าก็ไม่สั่งยกเลิก แต่กลับเชิดชู และเอื้อหนุน เปิดใจกว้าง และทุ่มใจให้อย่างเต็มตัว เพื่อสร้างปึกแผ่น

..................................Invictus เป็นหนังที่ส่งเสริมความสามัคคี ปรองดอง และสมานฉันท์ที่ผมอยากให้คนไทยรวมถึงคนทั้งโลกทุกคนได้ดู ไม่เฉพาะแต่นักการเมือง มันมีคุณค่าเยอะมาก และมีประเด็นแฝงที่สอนใจเราทุกคน เราไม่ต้องรอให้ใครมาบงการว่าเราควรทำแบบนั้นแบบนี้ เพื่อให้ทุกคนหันหน้าเข้ามาหากัน ไม่จำเป็นต้องอ้างอิงอะไรให้ทุกคนยึดเหนี่ยว แต่เราเริ่มต้นได้ด้วยตัวของเราเองนี่แหละ จากจุดเล็กๆไปยังจุดใหญ่ๆ อย่างกีฬาก็เป็นอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้พวกเราทุกคนเปิดใจเข้าหากันได้ ถ้าใช้ให้เป็น เราบอกว่าเราไม่รังเกียจฝ่ายตรงข้าม แต่อย่างเรื่องเล็กๆอย่างการทำงานร่วมกันเนี่ยต้องเริ่มทำใจให้ได้ เรื่องอื่นๆก็ต้องค่อยๆเปิดใจ อย่าลืมว่าเราคือคนชาติเดียวกัน ไอ้ประเภทที่ปากบอกว่าปรองดอง สมานฉันท์ แต่ลับหลังสั่งทำร้ายทำลายกันเนี่ย ขอให้ลดละเลิกได้แล้ว ตัวอย่างที่ไม่ดี ก็ช่วยๆกันประจาน ช่วยกันตักเตือน การปรองดองสมานฉันท์ ต้องลงมือทำ ไม่ใช่ดีแต่พูด หนังเรื่องนี้ถ้าทำโดยคนทำหนังผิวสีผมจะไม่แปลกใจเลย แต่นี่ผู้กำกับคือผิวขาวรุ่นเดอะ อิสท์วู๊ด ซึ่งแก่งั่กแล้ว แต่ยังทำหนังปราดเปรียวเหมือนหนุ่มแน่นแถมความคิดที่อยู่ลึกๆทำให้ผมแปลกใจไม่ได้ว่า คนรุ่นนั้นความคิดและใจเขาจะเปิดกว้างได้ขนาดนี้เชียวหรือเนี่ย ? นับถือครับ

โดย: Joblovenuk (พีอาร์ฯ ) [29 พ.ค. 54 10:44] ( IP A:124.121.235.62 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
Counter : 2800 Pageviews
ความคิดเห็นที่ 1
   Fast Five ( เร็วแรงทะลุนรก 5 ) .... 3 ดาว ....

.............................ภาคแรกถ้าใครจำไม่ผิดหนังเรื่องนี้คือหนังตำรวจจับผู้ร้ายธรรมดาที่มีรถซิ่งมาเป็นเครื่องชูโรง แต่ภาคต่อๆมาก็เริ่มมีตัวละครสะเปะสะปะและเหตุการณ์มากมาย รวมถึงเปลี่ยนสถานที่ไปเรื่อยๆเพิ่มความเร้าใจ จนหนังมาประสบความสำเร็จลงตัวจริงๆก็คือในภาคที่ 4 นั่นแหละครับ ที่ทุกอย่างมันเริ่มกลมกล่อม จนมาถึงภาค 5 ใครจะคิดว่าหนังเฟรนไซส์รถแข่งที่ทำออกมาเอาใจวัยรุ่นขาซิ่ง ขาโจ๋ เด็กแว๊นท์ จะสามารถกลายเป็นหนังที่ครองใจใครต่อใครทั่วโลกได้ในแบบที่เป็นอยู่นี้ ที่ผมบอกประสบความสำเร็จไม่ใช่ในแง่ของรายได้นะครับ เพราะจริงๆหนังเรื่องนี้ทำเงินทุกภาคครับ แต่ผมหมายถึงประสบความสำเร็จในการทำให้มันออกมาเป็นหนังที่ดี มีคุณค่า น่าประทับใจและน่าจดจำต่างหากครับ หนังเรื่องนี้มีจุดเด่นตรงที่ตัวละครมันไม่ขาวจัด ดำจัด แต่เป็นตัวเทาๆ เป็นพระเอกแบบแอนตี้ฮีโร่ ชัดเจน ห่าม ดุ แกร่ง แม้จะเป็นคนนอกกฏหมายแต่ไม่ใช่คนเลว เพราะกฏหมายบางครั้งมันก็ไม่เข้าท่า อย่างที่หลายๆคนก็เข้าใจดี แต่ไม่มีปัญญาไปทำให้มันดีขึ้น ตัวละครในหนังเรื่องนี้ก็คือตัวแทนความคิดที่หลายๆคนอยากทำ แต่ทำไม่ได้ !!

.............................Fast Five ถือเป็นหนังภาคต่อทรงคุณค่าอีกเรื่อง ที่นับว่าทำได้ดีอย่างเหลือเชื่อ เพราะงานสร้างภาคต่อจากหนังที่สนุกๆและดีนั้นยากที่จะคงความสดใหม่ แล้วก็รักษาระดับความมันส์ไว้ได้ตลอดเรื่องเช่นนี้ ทีมบท และฝ่ายกำกับต้องเก๋า และมีฝีมือจริงๆจึงจะทำให้ทุกอย่างออกมาลงตัว ภาคนี้เปิดเรื่องกันที่ประเทศบราซิล เมื่อฝ่ายพระเอกถูกมอบหมายให้รับงานที่เหมือนจะไม่มีความสำคัญงานนึง คืองานขโมยรถ ก่อนที่จะถูกหักหลังจนทำให้ฝ่ายตัวพระเอกต้องสืบค้นว่า ในรถที่ปล้นมามันมีอะไรสำคัญจนถึงต้องฆ่าแกงกันให้เลือดตกยางออก จากนั้นก็เริ่มหวนคิดถึงปฏิบัติการเอาคืน ถือเป็นงานใหญ่ส่งท้ายเพราะหนึ่งในตัวละครสำคัญกำลังจะต้องวางมือเนื่องจากเขากำลังจะมีลูก ? แน่นอนว่า งานปล้นเงินจากมาเฟียใหญ่ในบราซิลผู้มีอิทธิพลล้นเหลือไม่ใช่งานง่ายๆของพวกเค้าแน่นอน งานนี้จึงต้องมีการใช้ตัวช่วย ซึ่งก็คือตัวละครสำคัญๆจากภาคก่อนๆให้เข้ามาช่วยกันซิ่ง และปล้นเหนือเมฆกันอีกสักครั้ง แน่นอนว่าตัวช่วยที่มาแต่ละตัวก็จี๊ดจ๊าดโดนใจกันทุกคนเลยครับ โดยเฉพาะตัวละครสาวเซ๊กซี่ที่ขาดไม่ได้สำหรับหนังแนวนี้ ?

.............................หนังเรื่องนี้ถูกอัดไว้ด้วยดนตรีประกอบเร้าใจ เพลงจังหวะมันส์ๆ การตัดต่อรวบรัดฉับไว และการใส่ฉากบังคับที่ต้องบอกว่ามาอยู่ในช่วงถูกจังหวะเสมอๆ มีหลายอย่างที่ผมคาดไม่ถึงในหนัง ซึ่งหนังแอคชั่นชั้นดีควรจะมีแบบนี้แหละครับ มีหักมุม มีเซอร์ไพร๊ซ์ และแผนการทุกอย่างที่ตัวละครคิด เราไม่ควรจะนึกออกทั้งหมดตั้งแต่แรก ไม่งั้นจะไปดูมันส์ยังไงล่ะครับท่านผู้ชม ? หลายๆอย่างถูกบิดและปรับเปลี่ยนตามสภาวะการณ์ได้ตลอด และทุกอย่างในหนังล้วนดึงเราคนดูให้เข้าไปอินและร่วมส่งกำลังใจให้ตัวละคร สังเกตุนะครับตัวฝ่ายพระเอกไม่มีใครใช้ปืนเลยด้วยซ้ำ แต่ฝ่ายเลว และฝ่ายตำรวจอาวุธครบมือ แต่กลับสามารถเล่าเรื่องให้เรารู้สึกเชื่อได้ว่า เฮ้ย ฝ่ายนึงมีอาวุธ อีกฝ่ายไม่มีอาวุธ แต่มันสู้กันได้ไงให้ดูแล้วน่าเชื่อถือ ? ไม่โม้ ไม่เว่อร์เกิน ? ฉากไคลแมกซ์ช่วงท้ายถือว่าเล่นได้วินาศสันตะโร สะใจคอแอคชั่นมากๆ แถมยังกระตุ้นอะดรีนารีนสุดๆ แล้วยังออกมาถูกใจคนดูให้แฮปปี้กันถ้วนหน้าอีกต่างหาก ไม่แค่นั้นยังมีฉากเด็ดปิดท้ายอีกต่างหาก บอกได้เลยว่าเฟรนไชส์รถซิ่งเรื่องนี้คงไม่ปิดลงง่ายๆแน่ๆ แล้วต่อให้มีอีกกี่ภาค คนดูก็พร้อมที่จะยอมเสียตังตีตั๋วกันเข้าไปดูอยู่ดี ในเมื่อมันทำออกมาได้ถูกใจทั้งวัยโจ๋ และคอหนังทั่วโลกซะขนาดนี้ ?

โดย: joblovenuk (พีอาร์ฯ ) [29 พ.ค. 54 10:48] ( IP A:124.121.235.62 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   Source Code ( แฝงร่างขวางนรก ) .... 3 ดาว .....

................................พระเอกได้รับภารกิจลับให้ข้ามเวลาไปอยู่ในร่างของผู้ชายคนหนึ่งบนขบวนรถไฟที่กำลังจะถูกวินาศกรรมในอีก 8 นาทีข้างหน้า ภารกิจของพระเอกก็คือ ค้นหาให้ได้ว่าระเบิดอยู่ที่ใหน ใครวางระเบิด เพื่อที่จะหยุด หรือหน่วงเวลาการเกิดวินาศกรรมเอาไว้ให้ได้ เพราะถ้าทำไม่ได้ ก็จะเกิดวินาศกรรมต่อเนื่องในรูปแบบที่รุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆตามมา ? แต่การที่จะค้นหาระเบิด หรือแม้แต่มือระเบิด รวมถึงมูลเหตุแรงจูงใจต่างๆ ภายในเวลาแค่ 8 นาทีและผู้ต้องสงสัยเต็มขบวน รวมถึงขอบเขตของขบวนรถก็ไม่ใช่เล็กๆ เป็นงานที่ยากมากเป็นอย่างยิ่ง และบางทีสิ่งที่เห็นก็ไม่ได้เป็นอย่างที่คิด นอกเหนือจากภารกิจที่ต้องทำแล้ว มันมีอย่างอื่นให้ต้องขบคิดอีกด้วยหรือไม่ ? เค้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร และจะหาทางออกจากสถานการณ์ที่ชวนสับสนคราวนี้แบบใหน ? แน่นอนว่า 8 นาทีย่อมไม่มีใครทำสำเร็จ เพราะฉะนั้นเค้าจะได้เวลา 8 นาทีซ้ำแล้วซ้ำเล่า ย้อนกลับไปเพื่อแก้ไขจุดอ่อน ข้อบกพร่อง และค้นหาหนทางให้จงได้

................................Source Code ถือเป็นหนังทริลเล่อร์ที่ประสบความสำเร็จตามโจทย์ตัวเองชัดเจน แม้จะมีกลิ่นอายของหนังหลายเรื่อง และเชื่อว่าได้แรงดลใจมาแน่นอน แต่ก็ผสมผสานสิ่งละอันพันละเล็กละน้อยจากหนังหลายๆเรื่องในอดีต จนกลายเป็นส่วนผสมที่ลงตัวกลมกล่อม มีความเป็นตัวเองอย่างชัดเจน ที่ชัดเจนมากๆก็น่าจะเป็น Groundhog Day ที่พระเอกได้มีโอกาสย้อนกลับไปครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อแก้ไขความผิดพลาดของตัวเอง ได้สำนึกถึงความนิสัยไม่ดีของเค้า หรือ Jacob's ladder ที่กลิ่นฉุนมาก มีหลายจุดที่พ้องตรงกัน และแม้แต่ Inception หรือ Matrix ที่ก็มีส่วนละม้ายอยู่บางส่วนด้วย แต่ที่สำคัญ ดันแคน โจนส์ ควบคุมอารมณ์หนังแบบระทึกขวัญได้ดี สร้างบรรยากาศกดดันและความตื่นเต้นเร้าใจอยู่ได้คงที่ตลอดทั้งเรื่อง เล่นเอาคนดูลุ้นตามแบบหายใจไม่คล่อง และบีบคั้นมากๆ บทหนังถือว่าเขียนได้ฉลาด และมีเหตุมีผลอยู่ในตัวพอสมควร การตัดต่อที่กระชับฉับไว ทำให้หนังดูตื่นเต้นขึ้นมากโข

................................จุดเด่นของหนังคือดูสนุกเร้าใจ สร้างความงุนงงให้กับคนดูได้ดี แต่ก็ปิดประเด็นได้เคลียร์ แม้ว่าฉากจบอาจจะดูอุดมคติไปนิด เพราะหนังดูดาร์คมาตลอด จริงๆไม่จำเป็นต้องให้คนดูรู้สึกดีขนาดนั้นก็ได้ และถ้าหนังหักมุมแบบนั้น บางทีมันก็คล้ายๆกับหักล้างความสมเหตุสมผลของหนังที่ปูวางไว้ตั้งแต่ต้นไปพอสมควร เพราะซอสโค๊ดมิใช่ไทม์แมชชีน ? ถ้าผมเป็นผู้กำกับจะเลือกฉากจบที่เข้าท่าลงตัวกว่านี้ ไม่จำเป็นต้องเอาใจคนดูสุดๆ เอาง่ายๆเลยคือจบแค่ฉาก pause แล้วขึ้นเครดิต แค่นั้นก็หรูแล้ว เพราะความจริงคนดูก็รู้อยู่แล้วว่าอะไรคืออะไร ไม่จำเป็นต้องจินตนาการหลุดโลกไปขนาดนั้น ? อย่างไรก็ดีแม้จะสรุปไม่สวย แต่ก็ถือว่าเป็นทางออกที่พอรับได้ครับ พระเอก เจค จิลเลนฮาล กับ โมนาแฮน ก็เข้ากันได้ดี อารมณ์แบบโรแมนติกของทั้งคู่พอเข้ากันไหว แต่ก็ไม่หลุดคอนเซปท์ความเป็นทริลเล่อร์ชั้นดี ซึ่งปกติไม่ค่อยจะหาได้ง่ายๆนักในระยะหลัง ? งานสร้างของหนังถือว่าทำได้สมราคาครับ และภาพรวมก็ถือเป็นหนังคุณภาพชั้นดีอีกเรื่องที่น่าจะสละเวลาไปดูกันครับ ..
โดย: Joblovenuk (พีอาร์ฯ ) [29 พ.ค. 54 12:44] ( IP A:124.121.235.62 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   

โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [29 พ.ค. 54 12:44] ( IP A:124.121.235.62 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   ยังไม่ได้ดูเลย

เพิ่งไปดู Insidous มา สนุกใช้ได้

เดือนหน้า เรื่อง ลัดดาแลนด์ มาฉายแล้ว เราไปดูแน่
โดย: jingjo [30 พ.ค. 54 23:02] ( IP A:220.255.2.143 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   เรื่องแรกกินใจดูมานานแล้ว เรื่องที่สองกับสามก็คิดว่าอยากดูครับ
โดยเฉพาะเรื่องที่ 3 ชอบแนวนี้ มีเมื่อไหร่ก้ไปดุกันทุกทีเหมือนกัน
โดย: คนย๔เอสเอ [30 พ.ค. 54 23:21] ( IP A:174.49.110.161 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
    เมืองไทย Insidous เพิ่งลงโรงเหมือนกัน คุ้นๆว่าอ่านวิจารณ์ในหนังสือผ่านๆเห็นเค้าว่าไม่ค่อยน่ากลัว ตกลงสนุกหรือเปล่าอ่ะ ส่วนลัดดาแลนด์หนังทำเงินบ้านเราเยอะ 112 ล้านแล้ว แปลกใจค่ายนี้ทำไมมันทำกระแสเก่งจริงๆ มีคนบอกว่าสนุกก็มี แต่เสียงส่วนใหญ่บอกว่างั้นๆ ก็แปลกใจถ้างั้นๆแล้วทำไมยังมีคนแห่ไปดู ?? ก็ถ้าดูแล้วคิดเห็นเป็นไงก็มาเล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ หรือจะเก็บภาพแถวโรงหนังมาฝากอีกก็ยิ่งดี อิอิ .. ช่วงนี้หนังซัมเมอร์เริ่มทยอยเข้าแล้วนะครับพี่คนยูเอสเอ เดี๋ยวนี้ค่าตั๋วหนังบ้านเราก็แอบขึ้นราคากันจนน่าเกลียด รู้สึกไม่ค่อยอยากไปโรงหนังเท่าไหร่เลย ยกเว้นโรงบางโรงที่ยังใช้ราคาเดิมอยู่
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [31 พ.ค. 54 7:15] ( IP A:124.121.194.168 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   Insidious ไม่น่ากลัวหรอก แต่มันตกใจมากกว่า ฮ่าาาาาาา
ผีฝรั่งมันเหมือนหุ่นมากกว่า ไม่น่ากลัวเท่าผีเอเซีย
หนังเดาเรื่องยาก อยากให้มีภาคต่อ

เราก็สงสัยเหมือนกัน ทำไมหนังผีค่ายนี้ทำเงินทุกเรื่องเกินร้อยล้าน

เรื่อ SuckSeed ก็จะมาฉายเดือน กค คงไม่ดู พวกหนังวัยรุ่น ไม่ใช่แนวเรา
โดย: jingjo [31 พ.ค. 54 9:25] ( IP A:220.255.1.118 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน