= Joblovenuk's อหังการณ์ วิจารณ์ 50 / 50 & Drive =
   50 / 50 ( ไม่ตายก็รอดว่ะ ) ... 3 ดาวครึ่ง ...

............................ห้าสิบ - ห้าสิบ คือโอกาสรอดชีวิตของชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งรักษาสุขภาพเป็นอย่างดีมาตลอดแต่วันหนึ่งดันมาเป็นโรคมะเร็งแถวๆกล้ามเนื้อไขสันหลัง ชื่อโรคเต็มๆเรียกยากมาก หมอบอกว่าเป็นเคสพิเศษที่หาเจอได้ค่อนข้างยากจากความผิดปกติของโครโมโซม บลาๆๆ ถ้าเหตุการณ์แบบนี้เกิดกับเราผมว่าเป็นใครก็คงจะช็อค เพราะเส้นแบ่งระหว่างความเป็นกับความตายมันแทบจะเท่าๆกันอยู่แล้ว แน่ล่ะเราคงจะบอกว่า ไม่เป็นไร เฮ้ย ไหวน่า สู้ได้ สู้ๆ ฉันเอาอยู่ เอาอยู่ บอกแล้วว่าเอาอยู่ .. ส่วนเพื่อนก็คงจะบอกว่า ไม่เป็นไรน่า เด๋วก็หาย ทั้งๆที่ความเป็นจริงเราก็รู้กันดีอยู่ว่า โรคมะเร็ง หรือโรคร้ายบางอย่างนั้น มันแค่คำว่า " สู้สู้ " ไม่มีประโยชน์อะไรหรอก แล้วจะพูดไปทำไม ถ้าไม่พูดหรือพูดมันจะช่วยให้อะไรมันดีขึ้นไปกว่านั้นใหม ? แทนที่จะเสียเวลาไปกับฉากซีนอารมณ์ ความผูกพัน หรือมาทำดราม่าของตัวละครในหนัง เปล่าเลยครับ หนังเข้าเรื่องเร็วมาก แล้วก็ลากคนดูสู่เนื้อหาหลักของเรื่องอย่างตรงไปตรงมาอย่างที่สุด ที่สำคัญด้วยความจริงใจและจริงจังเป็นอย่างยิ่ง !! ผมชอบบทสนทนาในหนังเรื่องนี้มากๆ เพราะความที่มันเป็นการพูดอย่างที่คนเรามักจะพูดจริงๆ ไม่ได้สร้างภาพให้มันดูดีหรือเว่อร์เกินจริงขึ้นมาแต่อย่างใด

............................ง่ายมากที่เราจะนำเสนอแบบบีบคั้นอารมณ์ หรือจะทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นบทเรียนสอนใจ หรือยิ่งกว่านั้นก็คือสร้างเรื่องร้ายๆให้กับตัวละครให้มันดูแย่ๆ แล้วทำให้คนดูรู้สึกมีความสุขขึ้น โดยเห็นความทุกข์ของชาวบ้าน ความฉลาดของคนทำหนังเรื่องนี้คือไม่พยายามเล่าเรื่องให้มันเหนือชั้นหรือซับซ้อนอะไรมากมาย แต่ใช้ตัวละครทั้งหมดผูกพันกันอย่างมีประโยชน์ สร้างเงื่อนไขให้เราเข้าถึงได้ไม่ยาก และสร้างตัวละครที่มีความน่ารัก แต่ไม่ใช่ความสมบูรณ์แบบ คือมีทั้งส่วนที่น่ารักและส่วนที่ไม่น่ารัก เช่นเดียวกับพระเอกก็เหมือนกัน จะมองว่าเป็นมิสเตอร์ไน๊ซ์กายก็ได้ แต่เค้าก็มุมที่ไม่ค่อยดีอยู่ด้วยเช่นกัน นี่แหละครับมนุษย์ ใครแม่.. จะมาฟีลกู๊ดกันได้ทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนรู้ว่าตัวเองเป็นโรคร้ายจะตายมิตายแหล่อยู่ในไม่กี่วัน ระดับพัฒนาการของอารมณ์ตัวละครถือว่าทำได้อย่างราบรื่น หนังเรื่องนี้ต้องบอกว่าเป็นอะไรที่อีโมชั่นนอลมากๆ แม้จะมีเหตุผลในการกระทำทุกอย่างแต่ก็ใช้อารมณ์เป็นใหญ่ เหมือนอย่างชีวิตของมนุษย์เราทุกคนทุกวันนี้เป็นอยู่ ประเด็นสำคัญหนังบอกเราชัดเจนเลยว่า ไม่เคยคิดจะสอนเรา และไม่เคยคิดจะเปลี่ยนแปลงอะไรเรา เพราะว่ามนุษย์นั้นเปลี่ยนแปลงไม่ได้หรอก แต่ ... เราเปลี่ยนวิธีคิดเล็กๆน้อยๆ หรือวิธีที่จะจัดการ ( ดีล ) กับคนอื่นรอบข้างในทิศทางที่ดีขึ้นได้ แล้วเขาก็ไม่ได้บอกให้เราทำด้วย แต่เค้าทำให้เราดูเลย

............................ภาพยนตร์เรื่องนี้แม้จะเป็นแนวดราม่าแต่ก็แฝงความเป็นคอมเมดี้อยู่สูง แถมยังมีมุมโรแมนติกกุ๊กกิ๊กเล็กๆน้อยอีกตะหาก จะมองว่าเป็นคัมมิ่งออฟเอจก็ยังได้ ตัวละครนำทั้งคู่น่ารักมาก กอร์ดอน ลิวอิท ได้อยู่ในหนังดีๆอีกแล้ว รายนี้เป็นดารารุ่นใหม่ที่น่าจับตามากๆ นับวันราศียิ่งจับมากขึ้นทุกทีๆ เล่นหนังรักก็ดี ดราม่าก็ได้ ตลกก็น่าจะไหว ส่วน เซธ โรแกน ผมไม่เคยชอบเลย แต่เรื่องนี้ขอบอกว่า เบรกอารมณ์เครียดด้วยความตลกได้ผลมาตลอด แล้วก็เป็นตัวที่มีเสน่ห์มากๆ ส่วนดารานำหญิงทั้งคู่ก็สอบผ่าน ทั้งนางเอกและ ไบร๊ซ์ ดัลลัส โฮเวิร์ด หนังเรื่องนี้ถือว่าเป็นหนังที่เล่าเรื่องราวของตัวละครที่เป็นมะเร็งได้อย่างสร้างสรรค์ น่าประทับใจและไหลลื่น ให้ข้อคิดงามๆในการเอาไปปรับใช้กับชีวิตของคนเราได้เป็นอย่างดี ในอารมณ์ที่ไม่ยัดเยียด และไม่พยายามมาบิ๊ว หรือจะให้เราฟีลกู๊ดกันแบบหลุดโลกท่าเดียว เพราะคนเราไม่มี ขาวหรือดำจ๋า ไม่มีใครมาคิดบวกกันได้ทุกวี่ทุกวัน หรือคงไม่มีใครจะที่มองโลกแง่ร้ายสุดกู่ท่าเดียวตลอด มันก็ต้องมีบ้างที่บางวันคนเราจะแฮปปี้หรือหดหู่ เพียงแต่ว่าในความเลวร้ายมันก็ย่อมจะมีเรื่องดีๆอยู่บ้าง และในช่วงเวลาสุขสันต์เราก็จงมีสติ และเตือนตัวเองไว้ตลอดว่า ความสุขมันไม่ได้จีรังอยู่ก้บเราตลอดไป อย่าลืมตักตวงแล้วก็ต้องเผื่อใจให้ถึงวันแห่งความทุกข์ไว้บ้าง แล้วชีวิตของเราก็จะดำเนินต่อไปได้เรื่อยๆอย่างน่าพอใจ เป็นหนังที่ต้องดูเลยล่ะครับ ยังมีรอบฉายอยู่เช็คดูแล้วกันครับ

โดย: Joblovenuk (พีอาร์ฯ ) [4 พ.ย. 54 22:37] ( IP A:61.90.13.189 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
Counter : 1071 Pageviews
ความคิดเห็นที่ 1
   Drive ( ขับดิบ / ขับเดือด / ขับดุ ) .... 3 ดาวครึ่ง .....

.....................................เกินคำบรรยาย เกินความคาดหมายสุดๆครับสำหรับหนังเรื่องนี้ หนังเกี่ยวกับสตันท์แมนที่รับจ๊อบทำงานขับรถเสี่ยงตายผิดกฏหมายช่วยอาชญากรหนีตำรวจในยามค่ำคืน โห พล็อตแบบนี้ หน้าหนังแบบนี้ มัน Fast and Furious ชัดๆ แล้ว Fast ทำมาตรฐานสูงไว้ซะขนาดนั้น แล้วหนังเรื่องอื่นมันจะเหลือหรือครับ หนังตำรวจจับผู้ร้าย หรือผู้ร้ายทำอะไรเสี่ยงๆมันก็มีมาแล้วสักร้อยล้านเรื่อง ดูไปก็เบื่อไป ไม่มีความแปลกใหม่อะไรทั้งสิ้น แต่ถ้ามันไม่เจ๋งจริงๆหนังแบบนี้คงไม่ได้รางวัล ผู้กำกับยอดเยี่ยมเมืองคานส์ หรอก จริงใหม แล้วก็ถ้าได้ช่อมะกอกมาแค่นั้นผมก็คงไม่สนหร๊อก แต่ที่คนพูดกันหนาหูว่าหนังมันดีมากๆ ก็เลยต้องทำให้อยากไปพิสูจน์สักหน่อย นี่ถ้าเป็นช่วงปกติ น้ำไม่ท่วมมีโอกาสสูงมากว่าจะอดดู หรือไม่ก็ต้องรอแผ่น วันนี้มีโอกาสแล้ว ก็เลยไปเฮ๊าส์กันครั้งแรกในรอบปีซะเลย ผลลัพธ์ที่ได้กลับมาคือความประหลาดใจเหนือคำบรรยายที่สุด ดูแล้วตื่นเต้น ตะลึง ระทึกใจและอิ่มใจอย่างบอกไม่ถูก อยากหาคนคุยด้วยมากๆ คือหนังเรื่องนี้มันวิเศษจริงๆครับ ไม่ใช่หนังที่เล่าเรื่องอะไรซับซ้อนหรือว่าต้องตีความอะไรมากมาย นี่คือหนังจริงใจที่เล่าแบบตรงไปตรงมา แต่ใส่ความดิบเถื่อน และความตั้งใจลงไปในตัวงานมากๆ ด้วยวิธีการเล่าเรื่องที่เจ๋งสุดๆ และการแสดงระดับเทพของ ไรอัน กอสลิง หนังเลยออกมาเป็นส่วนผสมที่ลงตัวสุดๆ ไม่น่าเชื่อว่านี่คือผลงานของผู้กำกับที่เคย
ทำหนังห่วยๆแล้วก็หายไปจากวงการนานมาก มันเหมือนการค้นพบเพช็รเม็ดงามจากมือของผู้กำกับไฟแรงหน้าใหม่ที่ไม่เคยมีผลงานมาก่อน

.....................................ไรอัน กอสลิ่ง เล่นน้อยแต่ได้เยอะครับ กับบทบาทที่ได้รับ หนังใส่ความรุนแรงลงไปอย่างพอดิบพอดี แค่แววตา การแสดงออกระหว่างตัวละคร เคมีที่เข้ากันของพระนาง ทำให้หนังเรื่องนี้ดูน่าติดตามไปตลอด หนังมีเซอร์ไพร๊ซ์อยู่หลายเรื่องมาก ดนตรีประกอบช่างเข้ากับตัวหนังเป็นอย่างยิ่ง ไม่น่าเชื่อว่าหนังที่ไม่มีฉากใหญ่โต ไม่มีฉากแข่งรถมากมายทั้งๆที่นี่คือหนังที่ว่าด้วยการขับรถ แต่จริงๆสัดส่วนที่เล่นบนถนนมีน้อยมากครับ แต่หนังขับเคลื่อนด้วยตัวละครกับเรื่องราวล้วนๆ ยากมากที่จะเล่าให้เรารู้สึกตื่นเต้น ระทึก และ แปลกใจอยู่ได้ตลอดเวลา มันเหมือนงานของเควนติน ทารานติโน่ ในสไตล์นะครับ แต่เพิ่มความโรแมนส์ กับความหวือหวาของการควบคุมจังหวะอารมณ์ของหนังแบบที่ลงตัวมากๆ เป็นหนังที่ดูง่าย เร้าใจ และ บันเทิงอย่างยิ่งยวด ไม่ง่ายเลยที่จะเล่าได้ออกมาสมบูรณ์แบบถึงขนาดนี้ ขนาดคนดูอย่างผมดูจบแล้วยังอยากก้มกราบโรงหนังเลย ไม่น่าประหลาดที่พระเอกถึงกับจูบปากผู้กำกับตอนได้รับรางวัลแบบนั้น ก็พี่แกทำหนังออกมาได้บาดใจซะขนาดนั้น ฮอลลีวู๊ดรีบดึงตัวไปทำหนังเรื่องใหม่วันนี้ก็เป็นเรื่องที่ปกติมาก เห็นว่าผู้กำกับมาทำหนังใหม่ที่เมืองไทยด้วย ชักอยากดูแล้วว่าหนังเรื่องใหม่พี่แกจะทำได้ดีขนาดเรื่องนี้หรือเปล่า

โดย: Joblovenuk (พีอาร์ฯ ) [4 พ.ย. 54 22:56] ( IP A:58.8.156.233 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   50/50 เข้าใจเลย ต้องเป็นเองถึงจะรู้ และเข้าใจว่า เป็นมะเร็งไม่ได้ง่ายเลย

ในขณะที่มีแต่คนบอก สู้ๆ สู้ๆ แล้งไง .....
โดย: jk [8 พ.ย. 54 11:19] ( IP A:124.120.153.142 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน