๐+ Joblovenuk's วิจารณ์หนังรัก รักสุดท้ายป้ายหน้า & Midnight in Paris +๐
   รักสุดท้ายป้ายหน้า ( สองดาวครึ่ง )

.................ชอบรถเมล์มาก ชอบหนังตัวอย่างมากๆ จริงๆตกหลุมรักรถเมล์ คะนึงนิจ มาตั้งแต่ตอนเห็นเธอในหนังเรื่องแรก วัยอลวน 4 แล้วล่ะครับ จริงๆตอนนั้นยังนึกเลยว่าเธอมีดีกว่าจะเป็นแค่ตัวสมทบ น่าจะมีโอกาสเป็นนางเอก เป็นนักแสดงนำฝ่ายหญิงจนได้สักวัน แต่ผ่านไปแล้วผ่านไปเล่า เวลาล่วงเลยมาเกือบจะสิบปีแล้วมั้ง เธอถึงเพิ่งจะได้เป็นนางเอกกะเค้า ก็ยังดีครับ ดีกว่าไม่ได้เป็นนางเอกเอาซะเลย หนังเรื่องนี้เหมือนจะเป็นหนังที่ทำมาเพื่อเธอโดยเฉพาะ แต่น่าเสียดายที่มันล้มเหลวในเกือบจะทุกๆด้าน ทั้งคุณภาพ ความเป็นศิลปะ รวมถึงความสำเร็จทางด้านรายได้ และคงเป็นเรื่องเดียวและเรื่องสุดท้ายที่เธอจะได้เป็นนางเอกกะเค้า น่าเสียดายรถเมล์ของผม ( อุ๊ย ) พล็อตหนังก็โดนแล้วครับ เรื่องราวความรักของสาวออฟฟิศสุดสวย กับเด็กนักเรียนม.ปลาย รักข้ามรุ่น ความแตกต่างทางด้านความคิด วัยวุฒิ คุณวุฒิและอะไรอีกหลายอย่างจะทำให้ความรักของเค้าลงเอยกันได้หรือไม่ ก็ต้องไปติดตามดูในหนัง ถ้าไม่อยากดูก็บอกสั้นๆได้เลยครับว่าหนังเรื่องนี้เค้าจบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง นะจ๊ะ ?

.................รถเมล์ คะนึงนิจ ไม่สวยเท่าไหร่เลยในหนังเรื่องนี้ ทั้งที่เธอมีมุมสวยเยอะมาก ด้วยความที่เป็นคนหน้าตาดี หุ่นดี ดูดี มีเสน่ห์อยู่แล้ว แต่หนังไม่สามารถดึงมุมเก๋ๆ เสน่ห์ของเธอออกมาได้มากเท่าไหร่ ตัวสมทบอย่างเพื่อนๆเช่น หนูเกด ธัญญา เสียอีกที่โผล่มาทีไรก็โฉบเอาความเป็นตัวเองมาข่มนางเอกไปซะทุกฉาก อีกประการก็คือผมว่าเธอร่วงโรยไปพอประมาณ พูดง่ายๆก็คือ เธอเริ่มแก่เสียแล้ว ซึ่งทั้งหมดทั้งมวล เธอดูตรงข้ามกับ อั้ม พัชราภา ในหนัง 30กำลังแจ๋ว เรื่องนั้นอั้มก็แก่ แต่เริ่มค่อยๆสวยขึ้นอย่างเนียนๆ แถมเรื่องราวทั้งหมดก็เสริมส่งให้เธอดูดีขึ้นเป็นกำลัง จริงๆวัยอย่างรถเมล์ยังไม่ถือว่าแก่ ยังแอ๊บกินเด็กได้สบายๆ แต่ถ้าเล่นบทแอ๊บแบ๊ว บ้าบอคอแตกมากไป มันทำให้ตัวละครดูไม่น่ารักเปล่าๆ ? ความต่างประการสำคัญเมื่อเทียบกับ 30 กำลังแจ๋ว ก็คือแม้หนังจะเล่าเรื่องของสาวสูงวัยกับหนุ่มวัยขบเผาะเหมือนกันแต่ตัวละครคิดต่างกันมาก 30 นั้น พระเอกซึ่งเด็กกว่า กลับมีความเป็นผู้ใหญ่และภาวะผู้นำสูงมากจนเรียกได้ว่าทันนางเอก และสามารถนำพานางเอกได้ ขณะที่รักสุดท้ายนั้น นางเอกซึ่งเป็นผู้ใหญ่กว่ากลับต้องลดอายุ

.................ลดอายุในที่นี้หมายถึง ขณะที่ตัวเองเป็นผู้ใหญ่ วัยทำงาน มีความคิดความอ่านแล้วแท้ๆ แต่กลับต้องติงต๊อง ตามเด็กไปด้วย ถึงขนาดลงทุนปลอมตัวแต่งชุดนักเรียนมัธยมปลายเข้าไปแอ๊บ ไปแกล้ง ไปสนุกกับเด็กๆมัธยมปลายถึงโรงเรียน เอ่อ มันไม่เกินไปหน่อยหรือครับป้า ? หนังเล่าเรื่องแบบติงต๊อง บ้าบอเกินไป บทจะซึ้งก็เลยไม่เนียน อารมณ์มันพลิกไม่ทัน เด๋วซึ้งเด๋วติงต๊อง วัยขนาดรถเมล์เนี่ย ไม่น่าจะขอโทษนะครับ ปัญญาอ่อนได้ขนาดนั้น ? ดนตรีประกอบเพราะมาก กับเพลงประกอบเพราะๆไม่อาจจะช่วยหนังได้เอาซะเลย สิ่งที่น่าผิดหวังที่สุดของหนังก็คือ การแคสติ้งครับ นางเอกและพระเอกไม่เหมาะกับบทเอาซะเลย นางเอกดูแก่ไป บ๊องไป โก๊ะเว่อร์ ขณะที่พระเอกก็หน้าแก่เว่อร์ไม่น่าจะมาเป็นนักเรียนม.ปลายได้ หนังมีความไม่สมเหตุสมผลเยอะแยะหลายประการ ด้วยความที่หนังเล่าแบบไม่สมจริง แบบติงต๊อง ทำให้เราพบเจอข้อบกพร่องที่ไม่เข้าท่าเยอะมาก มันจะผลุบโผล่ขึ้นมาประปรายตามท้องเรื่องเต็มไปหมด แล้ววัยของตัวละครในหนังนะครับ มันไม่มีทางที่ความรักจะใสๆ ขนาดที่เห็นในหนังได้แน่นอนครับ
โดย: Joblovenuk (พีอาร์ฯ ) [8 ก.พ. 55 23:11] ( IP A:110.169.141.203 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
Counter : 2884 Pageviews
ความคิดเห็นที่ 1
   .................ความรักแบบเด็กม.ปลาย มันต้องเป็นแบบ รักจัดหนัก ครับ วัยกำลังแตกเนื้อหนุ่ม กำลังฮอร์โมนพลุกพล่าน ยิ่งมาอยู่กับสาวที่ถูกตาต้องใจ แล้วสาวเองก็เป็นใจในสถานการณ์ที่เอื้อต่อการเสียตัวนั้น เป็นเรื่องที่ยากเกินจะเชื่อว่าเค้าจะหักห้ามใจตัวเองได้ครับ จริงๆถ้าหนังเล่นแบบจริงจังบ้าง ซีเรียส ใส่เหตุผลความสมจริงมากกว่านี้ หนังจะดูน่าเชื่อกว่า ไม่ต้องมีฉากเซ๊กส์หรอก แต่วัยขนาดรถเมล์ วัยขนาดพระเอกเรื่องนี้ หน้าตาประมาณนี้ มันเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีใครเข้ามาเลย เป็นไปไม่ได้ที่จะรักษาความหนุ่มความสาวไว้ได้ ในเมื่อท่าทางออกจะขี้เหงาซะขนาดนั้น ? ยกตัวอย่างฉากสั้นๆในหนังวัยอลวน ที่น้องรถเมล์ อยู่ร่วมห้องกะหนุ่มอ้วน รังสิต ฉากสั้นๆที่ตัวละครหยิบถุงยางขึ้นมาจากลิ้นชัก แล้วตัดไป แค่นี้ก็แปลความหมายได้กระจ่างแล้วไม่ต้องมานัวเนียหรือกอดจูบอะไรให้มากความ ซึ่งหนังรักสุดท้ายไม่สามารถทำอะไรแบบนี้ได้เลย พยายามจะมองโลกใสซื่อบริสุทธิเสียเว่อร์ กระนั้นก็ไม่ใช่ว่าหนังจะห่วยแตกสิ้นดีนะครับ หนังยังมีไดอาล็อกที่น่าฟังอยู่หลายช่วง มีบางฉากที่เล่นซึ้งเกือบจะได้อารมณ์ มีคำเปรียบเปรยที่เข้าท่าบ้าง มุขตลกที่ใส่มาฝืดบ้าง ฮาบ้าง ขำบ้างแล้วแต่จังหวะ ถือเป็นหนังรอมคอมที่พอดูได้ แม้จะยอมรับว่าน่าผิดหวังอยู่บ้างก็ตามครับ

โดย: Joblovenuk (พีอาร์ฯ ) [8 ก.พ. 55 23:12] ( IP A:110.169.141.203 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   Midnight in paris ( คืนบ่มรักที่ปารีส ) .... 3 ดาว ....

.................เสียงเพลงแจ๊ซ อารมณ์ถวิลหาอดีต โลเกชั่นปารีสยุค 1920 ที่เต็มไปด้วยศิลปิน กับใครบางคนที่จะมีโอกาสย้อนไปสัมผัสบรรยากาศที่น่ารื่นรมย์ ผลงานล่าสุดของวู๊ดดี้ อัลเลน เรื่องนี้ลายเซ็นผู้กำกับชัดเจนมากๆครับ อารมณ์ขันในแบบของปัญญาชน บทหนังฉลาดๆที่สร้างเรื่องราวที่เหลือเชื่อให้ออกมาเป็น เมจิคคัล เรียลลิซึม ทุกคนที่ดูไม่มีใครมาถามหาความจริงว่าทำไมพระเอกข้ามเวลาได้ กระจกทวิภพมันอยู่ตรงใหน ? อะไรไร้สาระแบบนั้นไม่มีในหนังครับ เพราะหนังทำให้คนดูเคลิ้มและไหลลื่นตามตัวละครไปกับภาพตัวละครที่น่าตื่นตาจากประวัติศาสตร์ได้เนียน ต้องบอกว่าวู๊ดดี้ อัลเลน ผู้กำกับเก่งมากๆ ยากมากนะครับที่จะผูกเรื่องแบบนี้กับตัวละครประเภทนี้ออกมาให้เป็นเรื่องเป็นราวเป็นตุเป็นตะแบบที่เห็นได้ลงตัว

.................คืนบ่มรักที่ปารีส ไม่ใช่หนังรอมคอมแบบใสๆที่จะพาคนดูไปลุ้นกับหัวใจโลเลของใครบางคน แต่มันเป็นภาพสะท้อนความสวยงามของกรุงปารีส ที่จะทำให้ใครบางคนได้หวนคิดถึงคู่รัก และความรักของตัวเองว่ามันใช่จริงๆหรือเปล่า และเมืองนี้ช่างมีมนต์เสน่ห์ให้ใครต่อใครมาค้นหาความรัก และรวมถึง อาจจะเอาความรักมาทิ้งไว้ก็ได้เช่นกัน หนังเต็มไปด้วยรายละเอียดปลีกย่อย ตัวละครที่คนดูอาจจะต้องมีภูมิรู้ด้านศิลปะหรือประวัติศาสตร์มากหน่อย จะเพลิดเพลินไปกับเรื่องราวได้มากขึ้น จัดเป็นหนังสำหรับปัญญาชนนะครับ ควรพกแว่นปัญญาชนไปด้วย เพราะถ้าดูแบบผู้เบาปัญญาก็อาจจะได้ความบันเทิงน้อยหน่อยหรือไม่ได้เลย เพราะอารมณ์ขันแบบของอัลเลน ไม่ใช่สิ่งที่คนดูหนังธรรมดาจะเข้าถึงได้ง่ายๆครับ เรียกว่าหนังเรียกร้องคุณสมบัติบางอย่างจากคนดูด้วย ไม่ใช่จะกวาดคนดูมั่วไปหมดทุกกลุ่มเป้าหมาย

.................งานถ่ายภาพของดาร์ริอุส คอนจิ ขั้นเทพเช่นเคย อัลเลนเลือกซาวน์แทรคในแบบเอาใจตัวเองมากๆ แต่ฟังเพราะสุดๆถ้าดูในหนังนะครับ ถ้าฟังแยกจะไม่ค่อยเพราะเท่าไหร่ หนังถ่ายปารีสสวยมาก ทำให้เรารู้สึกหลงรักได้ไม่ยาก เป็นเมืองที่สวยคลาสสิก ปลอดภัย โรแมนติก น่าค้นหา น่าไปเที่ยว น่าไปเดินเล่น นอกจากจะมีสถาปัตยกรรมงามๆ มันยังมีอะไรๆอยู่ลึกๆภายใต้ความเป็นปารีส ไม่ใช่มีแค่แหล่งช็อปปิ้ง ผมว่าถ้าเราได้ไปเดินเล่นยามค่ำคืน ไม่แน่ก็อาจจะเจออะไรพิเศษๆแบบพระเอกเค้าบ้างก็ได้ ในทางที่ดีนะครับไม่ใช่ทางที่แย่ๆ และที่สำคัญอัลเลนไม่เคยหลงทางเหมือนตัวละครของเค้าในหนัง นอกจากจะพาคนดูไปถึงยังเป้าหมายแล้วเค้ายังแอบแทรกแนวคิด หรือความเป็นตัวเค้าลงมาอยู่เนืองๆ คงมีผู้กำกับในโลกไม่กี่คนที่ทำหนังแทบทุกปี จนวัยร่วงโรยแต่ก็ยังให้ความรู้สึกสดใหม่กับคนดูได้ตลอด เหมือนคนทำหนังวัยหนุ่มสาว เค้าคนนี้ล่ะครับ วู๊ดดี้ อัลเลน
โดย: Joblovenuk (พีอาร์ฯ ) [8 ก.พ. 55 23:46] ( IP A:110.169.141.203 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   

โดย: joblovenuk (พีอาร์ฯ ) [8 ก.พ. 55 23:48] ( IP A:110.169.141.203 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน