Zero Dark Thirty // ARGO = ผ่าแผนปฏิบัติการลับข้ามโลกของหน่วย CIA ??
   Zero Dark Thirty ( ยุทธการล่า บิน ลาเดน )

....................โลกรู้จักชื่อ บิน ลาเดน ผู้ก่อการร้ายระดับนานาชาติ ก็ภายหลังการเกิดวินาศกรรม 9/11 ที่ตึกเวิลด์เทรด สหรัฐ ว่ากันว่า บิน ลาเดน ชาวซาอุที่มีการศึกษาถึงระดับนายแพทย์ เป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ครั้งนี้ รวมถึงการก่อเหตุร้ายในอีกหลายต่อหลายที่ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า หรือเป็นการเซ็ทฉากและการเดาสุ่ม หาเหยื่อ ของเหล่าสายลับ หรือที่เรียกเก๋ๆก็คือ องค์การซีไอเอ นั่นเอง ซึ่งซีไอเอก็ไม่ต่างจากขบวนการลับใต้ดิน หรือองค์กรก่อการ้ายสากลเท่าไหร่นัก ก็ด้วยปฏิบัติการณ์นอกกฏเกณฑ์ สร้างความวุ่นวายไปไม่รู้กี่ประเทศ เข้าไปล้มล้างรัฐบาลบ้าง ไปก่อการจารกรรมบ้าง ไปสร้างความวุ่นวาย ปลุกระดม สนับสนุนกลุ่มกบฏ เลยเถิดถึงขนาดไปประกาศสงครามกับประเทศอื่นเพื่อผลประโยชน์ของประเทศตัวเองบ้างก็มี ดังนั้นการที่ โจร จะออกมาด่าโจร หรือออกมาประกาศสงครามกับโจรด้วยกัน มันก็ดูเป็นอะไรที่ประหลาดที่เราควรจะเอาใจช่วยหรือสนับสนุน ในเมื่อต่างฝ่ายต่างก็เลวไม่แพ้กัน แต่อย่างว่าสมัยนี้ ใครที่ครอบครองสื่อได้ ก็ครองโลกได้ เพราะการมีสื่อและโฆษณาชวนเชื่อทุกๆวัน ก็ทำให้คนทั่วไปโน้มน้าวคล้อยตามหลงเชื่อได้ไม่มากก็น้อย และประเทศนี้ก็ครองสื่อของโลกไปเรียบร้อยแล้ว และคนส่วนใหญ่ก็เลือกรับฟังสารข้างเดียวซะด้วยสิ ขนาดตัวเราเองยังไม่ได้รับฟังความอีกด้านเลย ก็พลอยตัดสินไปแล้วว่า ฝ่ายมุสลิมนั้นเป็นผู้ร้าย ส่วนฝรั่งผิวขาวเป็นพระเอก เป็นผู้ถูกกระทำ คำถามก็คือ โลกนี้ทุกอย่างมันขาว กับ ดำจริงหรือ ความจริงผมเห็นมีแต่เทาแก่ เทาอ่อน กันทั้งนั้น ไม่เห็นจะมีใครดีกว่าใครเลยสักนิด ?

....................หนังเล่าเรื่องของ ซีไอเอ สาวคนนึงที่ทิ้งทุกอย่างในชีวิตเพื่อการตามล่าหาตัวผู้ก่อการร้ายในความคิดของเธอ ทั้งเรื่องก็วนเวียนอยู่กับการตามหาเบาะแส เหมือนงมเข็มในมหาสมุทร ก็คิดดูว่าตามหาตัวชายเคราขาว โพกหัว ในประเทศมุสลิมที่เต็มไปด้วยผู้ชายลักษณะเดียวกันนั้นมันยากขนาดใหน แต่เธอใช้เวลาร่วมสิบปี สืบค้นหา ล้วงความลับ ข้อมูลทุกอย่างมาปะติดปะต่อเพื่อจะไปให้ถึงตัวผู้บงการจนได้ คำถามก็คือ เพราะอะไรผู้หญิงคนนี้ถึงจะต้องยอมทิ้งทุกอย่าง ทำงานเสี่ยงตาย ไปอยู่ในดินแดนที่อันตราย ห่างไกลจากญาติพี่น้องเพื่อนฝูง เงินคงไม่ใช่จุดประสงค์ อุดมการณ์งั้นหรือ หรือว่า ทำเพราะมันเป็นสิ่งที่เธอชอบและต้องทำแค่นั้น ? หนังบอกเราว่าขนาดผู้ชายที่กรำงานแนวเดียวกันมาอย่างหนักยังต้องขอถอนตัวกลับไปทำงานห้องแอร์ เพราะอะไรเธอถึงยังฝืนอยู่ เสียดายที่หนังไม่ได้ให้ข้อมูลอะไรเราเลยเกี่ยวกับตัวละครนี้ การสืบค้นก็เหมือนกับการสืบสวนสอบสวนของตำรวจแต่กินวงกว้างเพราะเครือข่ายขององค์กรก่อการร้ายนั้นโยงใยไปทั่วโลก ฟังดูเหลือเชื่อที่ กุญแจไขทุกอย่างจะอยู่ที่ " เด็กเดินสาร " เพียงคนเดียว และเพียงแค่เข้าถึงคนส่งสารก็สามารถเปิดปฏิบัติการเด็ดหัว ผู้ต้องสงสัยว่าจะเป็นบินลาเดน ได้ถึงที่กันเลยทีเดียว แต่หนังก็พยายามทำตัวให้สับสนคลุมเครือ เหมือนเคว้งคว้างอยู่กลางมหาสมุทร แม้แต่ภารกิจสุดท้าย หนังก็ไม่ได้ให้คำตอบอะไรกับคนดูเลย อาทิเช่น คนนั้นที่ถูกสังหารไป ใช่ บิน ลาเดน แน่หรือเปล่า การที่ผู้หญิงคนนึง ที่ดูทุกอย่างจากภาพ จะชี้ตัวคนร้ายที่ทั้งชีวิตไม่เคยเห็นหน้าได้ถูกตัวล่ะหรือ ?
โดย: Joblovenuk (พีอาร์ฯ ) [13 ก.พ. 56 22:41] ( IP A:124.121.77.154 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
Counter : 3165 Pageviews
ความคิดเห็นที่ 1
   ....................zero Dark Thirty หมายถึงช่วงเวลาเริ่มปฏิบัติการบุกข้ามประเทศจากอัฟกัน ไปยังปากีสถาน เพื่อไล่ล่ากุดหัวผู้ก่อการร้ายซึ่งเชื่อว่ากบดานอยู่ในเมืองหลวงของปากีสถานนั่นเอง โดยหน่วยซีลก็บุกเข้าไปถล่มกันแบบอุกอาจกลางดึกเลย และก็ฆ่าผู้ต้องสงสัยว่าจะเป็นผู้ร้ายไปซะเกลี้ยงก่อนจะขนเอกสาร ข้าวของข้อมูลต่างๆในตัวบ้านออกมา แล้วหนังก็จบโดยไม่มีคำอธิบายอะไรต่อเช่น คนในแหล่งกบดานนั้นมีใครบ้าง เป็น บิน ลาเดน จริงใหม ซึ่งจริงๆซีไอเออาจจะสร้างหลักฐานปลอมก็ย่อมเป็นได้อีกเช่นกัน แล้วแต่ใครจะคิด คนประเทศนี้ว่าไปแล้วก็แปลก ชอบอวดอ้างสิทธิ เสรีภาพของประชาชนตัวเองเหลือเกิน แต่กลับไปริดรอนเสรีภาพ ความสงบในประเทศอื่น โดยเฉพาะประเทศมุสลิม หรือประเทศที่ผู้นำไม่เอื้อประโยชน์แก่ตัวเอง อวดอ้างสรรพคุณว่าตัวเองเคารพสิทธิ ให้การดูแลเชลย นักโทษ ตัวประกัน รวมถึงผู้ที่เป็นปฏิปักษ์กับตัวเองอย่างมีมนุษยธรรม ทั้งๆที่ก็มีหลายครั้งที่ความฉาวโฉ่เน่าเหม็นมันมีออกมาเป็นระยะ เช่น ครั้งที่คุกกัวตานาโม ที่มีการทำร้ายและทรมานนักโทษ รวมถึงจับคนที่ตัวเองสงสัยว่าทำผิด เข้าคุกโดยไม่ต้องตั้งข้อหา ซึ่งก็ไม่ต่างจากบางประเทศที่แม้แต่แค่มีข้อคิดแสดงความเห็นก็มีสิทธิติดคุกยาวแล้ว สุดท้ายหนังก็ดูจะไม่ให้อะไรกับคนดูเลยสักนิด แถมยังแห้งแล้งความบันเทิง มุมมองด้านเดียวอย่างอคติ ผิดกับผลงานที่แล้วของผกก.อย่าง Hurt Locker ที่ยังมีประเด็น มีความชัดเจน แตกฉานกว่านี้แบบชัดเจน คาดว่าหนังคงไปได้ไกลสุดที่เข้าชิงออสการ์นั่นแหละครับ ไม่น่าเกินกว่านั้น

ป.ล. ให้สองดาวครึ่ง

โดย: Joblovenuk (พีอาร์ฯ ) [13 ก.พ. 56 22:43] ( IP A:124.121.77.154 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   Argo ( แผนฉกฟ้าแลบ ลวงสะท้านโลก ) .... 3 ดาว ....

....................พล้อตเรื่องเหลือเชื่อมาก แต่ปะหัวว่าสร้างจากเรื่องจริง แน่นอนล่ะว่าอาจจะจริงไม่หมด หรือจริงบางส่วน แต่ก็มีเค้าโครงจากเรื่องจริงพอสมควร การแต่งเติมก็ต้องอยู่กับดุลพินิจคนดูล่ะว่าน่าเชื่อถือขนาดใหน จริงๆอยากบอกว่าฟังเรื่องราวทั้งหมดทั้งปวงแล้วก็ต้องอุทานว่า " โห นี่มันหนังชัดๆ " ถ้าผมเป็นนายทุนแล้วมีคนมาเสนอไอเดียแบบนี้ผมไฟเขียวทันใด หนังเล่าเรื่องทีน่าจะซับซ้อนชวนงง หน้าหนังที่หนักอึ้ง เครียดๆไม่น่าดู แต่เนื้อใน สนุกเหลือเชื่อ น่าตื่นเต้นสุดประมาณ เหตุการณ์ปี 1979 ที่สถานทูตสหรัฐ ในกรุงเตหะราน อิหร่าน หลังม๊อบคลั่งศาสนาหัวรุนแรงติดอาวุธ บุกเข้ายึดสถานทูตจับเจ้าหน้าที่เป็นตัวประกัน ซึ่งท้ายที่สุด ม๊อบกลุ่มนี้จับตัวประกันไว้นานร่วมปีเศษเลยทีเดียว ไม่น่าเชื่อว่าประเทศระดับอเมริกาไม่กล้าบุกเข้าไปช่วยหรือทำอะไรเลย ทว่ามีกลุ่มเจ้าหน้าที่หกคน หนีออกมานอกสถานทูตได้และเข้าไปขออาศัยกับบ้านทูตแคนาดา ซีไอเอเลยต้องส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปหาทางช่วย โดยปลอมเป็นเจ้าหน้าที่กองถ่ายหนังแล้วหลบหนีข้ามประเทศออกมา หนังปูพื้นคร่าวๆและเล่าเรื่องทั้งหมดอย่างรวบรัด เป็นขั้นเป็นตอน ใส่อารมณ์และความน่าจะเป็นทุกอย่างพอเหมาะ ทำให้เรารู้สึกอินกับตัวละครและพลอยเอาใจช่วยแบบเต็มที่

....................ปฏิบัติการลับครั้งนี้ ถ้าพลาดหมายถึงตายสถานเดียว ผกก.เบน เอฟเฟล็คเก่งมาก ที่ทำให้เรื่องราวเกือบๆชวนหัว แถมยังเหลือเชื่อในความเป็นไปได้ ออกมาลื่นไหล สนุกสนาน เร้าใจตลอดเวลาของหนัง แบบไม่น่าเชื่อ ตั้งแต่เริ่มต้นว่าตัวละครไปไงมาไง แต่ละคนมีใครกันบ้าง ทำไมถึงต้องมาอยู่ร่วมหัวจมท้ายในสถานการณ์ที่คอขาดบาดตาย เกิดการปะทะทางอารมณ์แต่ละคนมากน้อยเพียงใหน บทหนังเป๊ะมากครับ กว่าจะไปถึงไคลแมกซ์ก็เล่นเอาลุ้นกันเหงื่อตกกีบกันเลยทีเดียวโดยเฉพาะฉากที่สนามบินลุ้นสุดๆ คนที่น่าจะเป็นกังวลที่สุดกลับโชว์ฟอร์มได้ดีกว่าใครเพื่อน จริงๆหนังเรื่องนี้พลิกล็อคเพราะไม่เหมือนหน้าหนังที่คิดไว้เลย หนังดูง่าย สนุก เพลิน ในแบบฉบับของหนังตลาดฮอลลีวู๊ด มีจิกกัด เสียดสี เหน็บแนมพอประมาณ แต่รู้จักเล่นในช็อตที่ควรเล่น รู้จักผ่อนในจังหวะที่ควรผ่อน ผกก.เก่งมากเพราะทั้งเล่นและกำกับเองด้วย ดูจบแล้วให้รู้สึกดีกับองค์กรซีไอเอมากๆ ไม่รู้ว่าซีไอเอมาให้ทุนทำหนังและช่วยพัฒนาบทด้วยหรือเปล่า ทั้งๆที่จริงๆผมเกลียดซีไอเอยังกะอะไรดี นี่ล่ะครับ สื่อ หรือ การโฆษณาชวนเชื่อ คนที่ถ่ายทอดเก่ง ทำให้คนดูเชื่อตามได้ในทันใด เป็นอะไรที่น่ากลัวมากๆ สรุปว่าเป็นหนังควรดูด้วยประการทั้งปวงครับ

โดย: Joblovenuk (พีอาร์ฯ ) [13 ก.พ. 56 22:57] ( IP A:124.121.77.154 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน