Wish us Luck - ขอให้เราโชคดี - หนังสารคดีแฝดสาวนั่งรถไฟจากลอนดอนกลับไทย ?
   Wish us Luck ( ขอให้เราโชคดี ) ..... 3 ดาว .......

............................ตอบโจทย์ได้ดีพอประมาณกับการเล่าเรื่องของสองสาวฝาแฝดแบกเป้เดินทางท่องโลก อืมย์ ไม่สิ นั่งรถไฟจากลอนดอน ผ่านตามเส้นทางต่างๆมาจนถึงกรุงเทพ ว่าไปแล้วมันไฮคอนเซปท์มากๆ เรียกว่าชวนให้ผมตีตั๋วตั้งแต่เรื่องย่อแล้วล่ะ เพราะมันโดนใจผมสุดๆ ด้วยความที่ตัวเองเป็นคนชอบนั่งรถไฟที่สุดในบรรดายานพาหนะทั้งหมด มันเป็นความหลังมาตั้งแต่เด็กแล้วไม่รู้เป็นไง ยิ่งภาพที่เราไม่เคยเห็น ภาพรถไฟเมืองนอกเมืองนา การใช้ชีวิตหรือแม้แต่การโดยสารรถไฟต่างประเทศเป็นอะไรที่เราอยากเห็นเสมอมา ถ้าเจอใครที่รู้จักไปเมืองนอกก็จะขอไหว้วานให้เขาถ่ายภาพมาให้ชม ยิ่งเรื่องนี้มาเป็นหนัง ยิ่งต้องทำให้รู้สึกอยากดูเป็นทวีคูณ แค่ดูวิวดูรถไฟผมก็ว่าคุ้มค่าตั๋วหนังอยู่แล้วครับ เส้นทางแบบนี้เป็นอะไรที่น้อยคนบนโลกนี้จะมีโอกาสได้ผจญภัยไปแบบเค้า ก็คิดดูสิว่ากว่าจะเดินทางจากอังกฤษกลับบ้านใช้เวลาเดือนนึงเต็มๆ เดือนนึงนั้นให้อะไรกับเราบ้างน่าจะไม่มากก็น้อย

............................หนังถ่ายสวยน่าจะสวยกว่าสารคดีระดับทั่วไป งานภาพก็ค่อนข้างเนี๊ยบเมื่อมองว่าถ่ายด้วยกล้องวีดีโอ การจัดวางองค์ประกอบภาพลงตัวไปหมด สวยเหมือนดูโปสการ์ดที่เป็นภาพเคลื่อนไหว นอกจากความสวยของภาพ การวางเฟรมของกล้องแล้ว เราได้อะไรจากมันบ้าง โอเคหนังมี่ความบันเทิงประมาณนึง ชวนให้เราดูตั้งแต่ต้นจนจบแบบไม่มีเบื่อ ไดอะล็อคการสนทนาออกแนวเสียดสีจิกกัดแบบปัญญาชน บางมุขเวิร์ค บางมุขก็รู้สึกหมั่นไส้นิดหน่อย ด้วยความหัวสูงของคนเล่าเรื่อง หนังแอบล้อตัวเองเรื่องความ Cliche ว่าทำไมต้องไปถ่ายหอไอเฟล หรืออย่างประตูชัย เพื่อที่จะบอกว่าเราไปถึงประเทศนั้นประเทศนี้แล้ว ไม่ถ่ายไม่ได้หรือ ? แต่สุดท้ายก็ทำทั้งๆที่เลือกทางอื่นได้ ฟุตเตจจำนวนมากที่ถ่าย ความเห็นส่วนตัวมันน่าจะมีอะไรมากกว่านี้ เรื่องราวของหนังนั้นน่าสนใจแล้ว แต่สตอรี่มันน่าจะมีมากกว่านี้หน่อย เมื่อผ่านกระบวนการคิดอย่างดีแล้ว คำถามคือ แล้วคนดูได้อะไรไปบ้างนอกจากภาพสวย และได้เห็นสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิตของเราๆ ??
โดย: Joblovenuk (พีอาร์ฯ ) [28 มี.ค. 56 22:35] ( IP A:124.122.13.204 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
Counter : 2045 Pageviews
ความคิดเห็นที่ 1
   ............................เมื่อคิดถึงความมินิมอลที่ผู้เล่าเรื่องพยายามนำเสนอ ผมก็รู้สึกว่าการเล่าแบบน้อยได้มากเนี่ย มันต้องเล่าน้อย คนดูเก็ตให้ได้มากๆด้วยนะ ไม่ใช่น้อยได้น้อย หรือน้อยได้สวย ความรู้สึกหลังดูจบ ผมก็แฮปปี้ประมาณนึงที่หนังได้ให้ในสิ่งที่เราต้องการ แต่เมื่อลองมานั่งคิดดูดีๆแล้วผมกลับรู้สึกว่าหนังน่าจะส่งสารอะไรที่ชัดเจนกว่านี้สักหน่อย มันทำให้เรารู้สึกเหมือนว่า โอเค ได้นั่งรถไฟไปกับเค้าจริง แต่ถ้าเป็นเราเราจะไม่ทำแบบนั้น เราจะทำมากกว่านั้น ทำไมในเมื่อมีโอกาสไปตลุยเส้นทางที่ไม่มีใครไปมาก่อน ทำไมไม่ไปให้ถึงที่สุด เช่น เป็นไปได้ใหมที่จะหยุดในเมืองเล็กๆแล้วตะลอนไปใช้ชีวิตแบบบ้านๆ ไม่ใช่นอนอยู่แต่ใน ยูธโฮเทล หรือเที่ยวชมเมืองเล็กๆที่อยู่กลางเส้นทาง หรือลงจากรถด่วนข้ามประเทศ แล้วมาลองนั่งรถไฟธรรมดาที่จอดทุกสถานีเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศ หรือ ... แทนที่จะนั่งๆนอนๆอยู่ในคอมพาร์ทเม้นท์ของตัวเอง ก็น่าจะออกไปเดินตามโบกี้ดูบ้าง ตั้งแต่หัวจรดท้ายขบวนรถมีอะไรน่าตื่นตาใหม ไปนั่งคุยกะเพื่อนร่วมขบวนรถไฟ เจ้าหน้าที่รถไฟ หรือแม้แต่เมื่อรถจอดสถานีเล็กๆที่ไม่ดังมาก ก็วิ่งลงมาถ่ายกะป้ายบ้าง ภาษาท้องถิ่นแต่ละประเทศได้เรียนรู้บ้างใหม นอกจากภาษาอังกฤษ

............................อะไรแบบนี้ เป็นสิ่งที่ผมไม่ค่อยรู้สึกว่าได้พบเห็นในหนัง มันเหมือนเค้านั่งรถไฟไปถ่ายรูป จบ ไม่ได้พยายามที่จะเข้าถึงความเป็นประเทศนั้นๆ หรือความแตกต่างมนต์เสน่ห์ของรถไฟแต่ละประเทศเอาซะเลย หนังให้ความรู้สึกกับความเป็นผู้หญิงเช่น เรื่อง อึบนรถไฟ แต่ก็ไม่ยักกะถ่ายให้เห็นว่าสภาพห้องน้ำบนรถไฟของแต่ละประเทศเป็นอย่างไร ? แถมที่หักมุมอย่างรุนแรงที่สุด จนทำให้ผมแทบหงายหลังและอยากถามผู้กำกับทั้งคู่มากๆก็คือ คิดได้ไง ลงรถไฟที่ฮานอย แล้วจู่ๆบอกแคนเซิลตั๋วรถไฟ ขอนั่งรถบัสมาลงเวียงจันทร์ เพื่อต่อเข้าประเทศไทย อ้าว ใหนยูบอกว่าจะนั่งรถไฟจากลอนดอนมากรุงเทพไม่ใช่หรือ ?? ทั้งๆที่ทั้งคู่ก็นั่งรถไฟมาเกือบตลอดเส้นทางแล้ว น่าจะเกิน 80% ของเส้นทางทั้งหมดแต่กลับยกเลิกภารกิจเอาซะง่ายๆตอนใกล้ถึงฝั่ง ถ้านั่งไปทางฮานอย เข้ากัมพูชา ถึงอรัญประเทศจะสวยหรูงดงามกว่านี้มาก วิวข้างทางถ่ายออกมาดูธรรมดามาก ผ่านหลายประเทศขนาดนั้นน่าจะมีไฮไล๊ท์เด็ดๆมากกว่านี้ ฟังดูที่พูดมาทั้งหมดเหมือนมีแต่ข้อด้อย จริงๆข้อดีก็มีอยู่เยอะอย่างที่เกริ่นไปแล้วย่อหน้าแรก โชคดีที่คู่แฝดเจ้าของเรื่องมีเสน่ห์และก็มีชีวิตชีวาทำให้หนังดูเพลินไปจนจบ แต่จบแล้วกลับทำให้เรารู้สึกว่า นี่คือหนังคุณหนูท่องโลกแบบไม่ติดดิน หรือเวอร์ชั่น ความสุขของกะทิในแบบสารคดีนั่งรถไฟ หรือเปล่านะ ??
โดย: Joblovenuk (พีอาร์ฯ ) [28 มี.ค. 56 22:46] ( IP A:124.122.13.204 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   ป.ล.หนังยังมีฉายที่ House โรงเดียว รอบ 12.00 น. 18.45 น. ถึงวันใหนไม่แน่ใจน่าจะอีกสัปดาห์ โทรเช็คได้ที่เฮ๊าส์ อาร์ซีเอครับ 026415177-8

โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [28 มี.ค. 56 22:48] ( IP A:124.122.13.204 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน