Roundfinger วิจารณ์ คู่กรรม 2013 - เค้าเขียนดี !!
   คู่กรรม: สะพานระหว่างสองฝั่งของเหตุผล

(เปิดเผยส่วนสำคัญของหนังนะจ๊ะ)

ผมรู้สึกเฉยๆ กับหนัง "คู่กรรม" ตั้งแต่ได้ข่าว ยิ่งเห็นฟีดแบ็กช่วงแรกๆ ออกมาก็ยิ่งรู้สึกไม่อยากดู แต่คนข้างตัวรบเร้า อยากดูมาก ถามว่าอยากดูอะไร เธอตอบตาใส "อยากดูณเดชน์" หลังจากปล่อยให้เธอชวนเพื่อนไปสองคนแล้วล้มเหลว ผมจึงยอมไปดูด้วย เรียกได้ว่าเราเริ่มต้นกันเหมือนแกนหลักของหนังเลยทีเดียว ตอนแรกที่ไม่อยากไปดูเพราะ "เหตุผล" แต่ก็ต้องไปดูเพราะ "หัวใจ" (ฮิ้วววววววว)

ตั้งแต่เกิดจนถึงวันนี้ก็ผ่าน "คู่กรรม" มาหลายเวอร์ชั่น ที่จำได้แม่นที่สุดน่าจะเป็นเวอร์ชั่นพี่เบิร์ดกับคุณกวาง-กมลชนก มาดูอีกทีในวันนี้ก็พบว่าเห็นประเด็นเพิ่มเติมจากตอนเด็กๆ อยู่พอสมควร ไม่รู้ว่าเป็นเพราะหนังเรื่องนี้ หรือเพราะวัย หรือเพราะทั้งสองอย่าง

โกโบริ-อังศุมาลิน:
โกโบริ แปลว่า คูน้ำเล็กๆ ส่วนอังศุมาลิน แปลว่า พระอาทิตย์ ซึ่งโกโบริเรียกเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า ฮิเดโกะ ชื่อของทั้งสองคนสื่อสารบุคลิกของทั้งคู่คือ เย็นและร้อน ไหลลื่นและแข็งแกร่ง หยินและหยาง ซึ่งเป็นบุคลิกแบบสลับเพศ โกโบริมีบุคลิกเป็นหยิน (หญิง) ส่วนน้องอังมีบุคลิกเป็นหยาง (ชาย) คือห้าวกว่า กระนั้นก็เป็นเพียงฉากหน้า เพราะส่วนลึกแล้วโกโบริต่างหากที่เป็นหยาง และน้องอังต่างหากที่เป็นหยิน

ตัวละครสองตัวนี้จึงน่าสนใจ เพราะโกโบริซึ่งเป็นชายชาติทหารที่เดินทางมายึดบ้านเมืองเค้าแต่กลับมาทำตัวน่ารัก ส่วนน้องอังซึ่งบ้านเมืองถูกบุกกลับกล้าที่จะแข็งขืนต่อสู้กับกองทัพต่างชาติทั้งที่เป็นผู้หญิง

วนัส:
วนัส แปลว่า ป่า ซึ่งน่าจะสื่อได้ดีถึงขบวนการเสรีไทยซึ่งโดดร่มเข้าไปลงในป่า ก่อนที่จะเข้ามาปฏิบัติการในเมือง

พล็อตเบสิก:
พล็อตหนังพื้นฐานประเภทหนึ่งก็คือความขัดแย้งของตัวละครที่ต้องเลือกระหว่าง "หน้าที่" กับ "ความรัก" / ระหว่าง "เหตุผล" กับ "หัวใจ" ซึ่งเป็นพล็อตทั่วไปที่เราเห็นกันอยู่เสมอ ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่า "ทั่วไป" แล้วจะดีหรือไม่ดี หนังเรื่องนี้เดินเรื่องอยู่บนพล็อตเส้นนี้ตลอดทั้งเรื่อง โกโบริมักเอียงไปทาง "หัวใจ" ยอมทรยศต่อหน้าที่ตัวเองหลายหน ส่วนน้องอังดูเหมือนจะยึด "เหตุผล" มากกว่า รวมถึงคำสัญญาที่ให้ไว้กับวนัสด้วย

สะพาน:
หนังใช้ฉากสะพานบ่อยมากในช่วงต้นถึงกลางเรื่อง มักเป็นจุดที่โกโบริกับน้องอังมาเจอกัน ไม่ว่าจะโดยบังเอิญหรือจงใจ สะพานเป็นสัญลักษณ์ของ "รอยต่อ" หรือ "จุดเชื่อม" ระหว่าง "สองฝั่ง" ที่ยังมี "รอยแยก" และยังไม่สมานกันเป็นเนื้อเดียว ไทย-ญี่ปุ่น สัมพันธมิตร-อักษะ เหตุผล-หัวใจ ชาย-หญิง แข็ง-อ่อน หยาง-หยิน และพระอาทิตย์-คูน้ำเล็กๆ

บ่อยครั้งที่ทั้งคู่เจอและจากกันบนสะพานด้วยความขัดแย้ง และแยกกันไปคนละฝั่ง มีเพียงครั้งเดียวที่น้องอังขึ้นซ้อนท้ายจักรยานและโอบพุงโกโบริ คือตอนที่สะพานพุทธโดนระเบิดถล่ม สะพานพุทธเสียหาย แต่ความจริงใจและห่วงใยของโกโบริกลับสร้างสะพานขึ้นมาในใจของอังศุมาลิน หลังจากนั้นเราแทบไม่เห็นทั้งคู่เจอกันบนสะพานอีกเลย เพราะ "สะพาน" ได้ค่อยๆ หายไปจากใจทั้งสองแล้ว

ท่าน้ำ:
อีกฉากที่เป็นส่วนสำคัญของเรื่องก็คือท่าน้ำที่บ้านของน้องอัง ไม่ว่าโกโบริ ทหารญี่ปุ่น ลุงทั้งสอง หรือกระทั่งวนัส ก็ต้องมาขึ้นที่ท่าน้ำแห่งนี้ ท่าน้ำถูกใช้ในฉากที่บอกถึงการรอคอยอยู่บ่อยครั้ง เช่น ฉากที่โกโบริบอกรักน้องอัง และขอคำรักกลับ หลังจากนั้นฉากนี้ก็จบลงที่น้องอังกำลังรอวนัสกลับมา อังศุมาลินแม้จะมีบุคลิกเหมือนจะเป็น "ฝ่ายกระทำ" แต่ที่จริงตกเป็นฝ่าย "ถูกกระทำ" อยู่ตลอด ไม่ว่าจะเป็นถูกบังคับให้แต่งงาน ถูกคำสาบของคำสัญญาให้ต้องรอวนัส ซึ่งจะว่าไป อังศุมาลินนั้นตกอยู่ในสถานการณ์คล้ายๆ เมืองไทยในตอนนั้น คือถูกบังคับให้ต้อง "แต่งงาน" กับญี่ปุ่น และขบวนการเสรีไทยก็เป็นความลับที่ต้องซ่อนไว้ มีอยู่จริง แต่ต้องไม่ให้ใครรู้ รวมทั้งตัวอังศุมาลินเองก็ไม่ต่างอะไรกับ "ท่าน้ำ" ที่ไม่สามารถทำอะไรใครได้ ได้แต่ "รอ" ว่าจะมีใครมาช่วยหรือจะถูกใครกระทำอะไรอีก

นัวเนียในคืนเมามาย:
ที่เป็นฉากที่ดีที่สุดในเรื่องสำหรับผม (หากไม่นับสองวินาทีที่โกโบริเล่นปูไต่) ฉากนี้บอกเล่าความขัดแย้งในจิตใจของทั้งคู่ และการต่อสู้ระหว่าง "เหตุผล" และ "หัวใจ" ได้เป็นอย่างดี (ผู้หญิงหลายคนบอกว่า "ชั้นยอมตั้งแต่ณเดชน์เอาหัวถูครั้งแรกแล้ว") สำหรับผมแล้วนี่เป็นฉาก "สร้างสะพาน" ของทั้งคู่ เป็นสะพานระหว่างสองฝั่งของเหตุผล
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [16 เม.ย. 56 6:21] ( IP A:124.122.226.178 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
Counter : 1361 Pageviews
ความคิดเห็นที่ 1
   ท่าน้ำครั้งสุดท้าย:
การรอคอย (ตกเป็นผู้ถูกกระทำ) ครั้งสุดท้ายของอังศุมาลินคือการได้พบวนัสที่ท่าน้ำแห่งเดิม เพื่อปลดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระจากคำสัญญา เป็นอิสระจากเหตุผล หลังจากฉากนี้ เราก็ไม่เห็น "ท่าน้ำ" อีกต่อไป เพราะอังศุมาลินไม่ต้องเป็นฝ่ายรออีกต่อไปแล้ว ต่อไปนี้เธอจะเป็นฝ่ายกระทำบ้างล่ะ ซึ่งเป็นการกระทำตามหัวใจซะด้วย

การเจอกันครั้งแรกและครั้งสุดท้าย:
ทั้งคู่เจอกันครั้งแรกตอนเปิดเรื่อง น้องอังว่ายน้ำไปสืบข่าวทหารญี่ปุ่น เป็นการไปด้วย "เหตุผล" ต่างจากตอนท้ายเรื่อง ซึ่งเป็นครั้งแรกที่น้องอัง "ออกจากท่าน้ำ" และพายเรือด้วยตัวเองเพื่อไปหาโกโบริที่บางกอกน้อยด้วยความเป็นห่วง นับเป็นการไปด้วย "หัวใจ" อังศุมาลินได้สลัด "เหตุผล" ออกไปจนหมด และใช้ "หัวใจ" พาตัวเองออกจากท่าน้ำ เลิกเป็นฝ่ายถูกกระทำและเริ่มเป็นฝ่ายกระทำ

บอกรักสองภาษา:
ฉากสุดท้ายที่โกโบริและน้องอังผลัดกันบอกรักด้วยภาษาของอีกฝ่าย แสดงให้เห็นถึงการยอมลดความเป็นตัวเองของแต่ละฝ่ายลง หันมา "พูดจาภาษาเดียวกัน" ซึ่งต่างจากตอนแรกที่แม้น้องอังจะฟังญี่ปุ่นออก แต่ก็แปลความผิดแบบจงใจเพราะอคติส่วนตัว แต่เมื่อใจเปิดแล้วก็ยอมพูดภาษาของโกโบริเพื่อบอกรักโกโบริ (ส่วนตัวแล้วคิดว่าฉากนี้ยาวเกินไป) ฉากนี้จึงบอกเล่าว่า "ท่าน้ำ" ได้เดินทางไปสู่ "อีกฝั่ง" แล้วโดยสมบูรณ์ โดย "สะพาน" ที่เชื่อมสองฝั่งของเหตุผลเข้าด้วยก็คือ "หัวใจ" หรือ "ความรัก" นั่นเอง

หัวใจซามูไร:
ส่วนตัวแล้วผมชอบฉากที่ณเดชณ์พูดประโยคบนโปสเตอร์หนัง "คุณมีเหตุผลของคุณ ผมมีหัวใจของผมก็พอ" ประโยคนี้หากอ่านดู มันชวนกึ๋ยมาก แต่พอออกจากปากณเดชน์มันกลับทั้งซึ้งและน่ารัก โกโบริยังบอกอีกว่า "ตอนนี้คุณอยู่กับผม ความทรงจำดีๆ ตอนนี้จะเยียวยาผมในอนาคต" และบางตอนที่โกโบริบอกกับน้องอังว่าไม่กลัวตาย ก็ชวนให้รู้สึกว่าทหารญี่ปุ่นท่าทางน่ารักบ้องแบ๊วนายนี้ลึกๆ แล้วมีหัวใจซามูไร คือ "อยู่กับปัจจุบัน" และไม่หวาดกลัวอนาคต

รักของเบลล่า:
ดูแล้วอดคิดถึงรักสามเส้าของเบลล่า เอ็ดเวิร์ด และเจค็อบ ในทไวไลท์ไม่ได้ ชายสองคนที่อยู่คนละฝั่ง หญิงสาวที่อยู่ตรงกลางระหว่างคนสองเผ่า เบลล่าอาจจะไม่อยากทำร้ายเจค็อบด้วย "เหตุผล" บางอย่าง แต่แท้จริงแล้วเธอรักเอ็ดเวิร์ดหมด "หัวใจ" เช่นกันกับน้องอัง วนัสนั้นอยู่ฝั่ง "เหตุผล" แน่นอน ส่วนโกโบริย่อมอยู่ฝั่ง "หัวใจ"

สิ่งที่ทำให้ความรักของเบลล่ากับเอ็ดเวิร์ดเป็นอมตะนั้นมิใช่เพราะพอรักกันแล้วทั้งคู่จะเป็นแวมไพร์ที่ไม่มีวันตาย แต่มันเป็นเพราะมันเป็นรักจาก "หัวใจ" ไม่ใช่รักด้วย "เหตุผล" ต่างหาก เช่นกันกับสิ่งที่ทำให้รักของโกโบริและอังศุมาลินเป็นรักอมตะมาจนถึงทุกวันนี้

ฉากจบ:
หนังเลือกจะจบหนังในช่วงรุ่งอรุณ ซึ่งเป็นช่วงที่ "พระอาทิตย์" โผล่ขึ้นจากขอบฟ้าเพื่อเริ่มต้นวันใหม่ โกโบริเองก็ได้เห็น "พระอาทิตย์" หรือ "ฮิเดโกะ" ของเขาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่เขาจะบอกกับ "พระอาทิตย์" ว่า "ทำไมฟ้ามืดอย่างนี้ ผมมองไม่เห็นหน้าคุณแล้ว"

"พระอาทิตย์" ทำให้ "คูน้ำเล็กๆ" อบอุ่น
เช่นกัน "คูน้ำเล็กๆ" ก็ทำให้ "พระอาทิตย์" ชุ่มเย็น

คนญี่ปุ่นผูกพันกับ "พระอาทิตย์" ส่วนคนไทยนั้นใกล้ชิด "สายน้ำ"

สิ่งที่ว่าต่าง แท้จริงแล้วล้วนต้องพึ่งพากัน
สิ่งที่อยู่สองข้าง หากมีสะพานก็เชื่อมต่อกันได้

ท่าน้ำของอังศุมาลินยังอยู่ที่เดิม สายน้ำเล็กๆ ไหลไปอย่างไม่มีวันย้อนกลับ ครั้งหนึ่ง-ในช่วงเวลาสั้นๆ-ทั้งคู่ได้ใช้เวลาร่วมกัน ก็อาจเป็นอย่างที่โกโบริบอกไว้ ตอนนี้คุณอยู่กับผม ความทรงจำดีๆ ตอนนี้จะเยียวยาผมในอนาคต" แต่คนที่ได้รับการเยียวยาจากความทรงจำกลับเป็นอังศุมาลิน ผู้ที่ยังคงนั่งอยู่ที่ท่าน้ำกับความทรงจำดีๆ แม้ไม่มีต้นลำพู

---

เรื่องการเมืองในสมัยนั้นไม่พูดถึงเพราะไม่มีความรู้เลย ส่วนตัวดูแล้วชอบ คิดว่าเป็นหนังที่ตั้งใจทำมากๆเรื่องหนึ่ง แอบลุ้นให้ได้ตังค์ เรื่องตัวแสดงบางคนยังเล่นไม่ดีก็อาจจะจริง แต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นรับไม่ได้ แต่ณเดชน์เล่นดีโคตร ดูแล้วหลงเลย ถ้าเอาหัวมาถูขาทีอาจจะเคลิ้มได้เลยทีเดียว ;P
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [16 เม.ย. 56 6:21] ( IP A:124.122.226.178 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน