วาไรตี้ ผีฉลุย ...ผลลัพธ์ของความพยายามที่จะเอาใจตลาดแบบสุดลิ่มทิ่มประตู
    ............โชคดีเหลือหลายที่ผมไม่ได้ตีตั๋วเข้าไปดูเมื่อครั้งหนังฉายตอนสิ้นปี ทั้งๆที่ตอนนั้น ร่ำๆ เกือบจะควักตังตีตั๋วเข้าไปดูอยู่แล้ว ด้วยหลายเหตุผล ตั้งแต่ นี่คือการกลับมากำกับหนังของคุณ อังเคิล ในรอบเกือบสิบปี แถมตัวหนังยังออกแนวเสียดสีวงการหนังไทยด้วย แถมยังเป็นหนังที่รวบรวมบรรดาผู้กำกับทั่วฟ้าเมืองไทย มาร่วมแสดงรับเชิญคนละนิดคนละหน่อย มากหน้าไปหมดจนจำกันแทบไม่ไหว .. ไม่รู้ว่าเพราะฟ้าลิขิตหรือเปล่า ทำให้ผมพลาดการชมหนังเรื่องนี้ไป จนแผ่นออกมาก็นานนม ก็ยังไม่ได้ดูสักที จนเมื่อวานนี้ ถึงได้เช่าออกมาลองพิสูจน์ดูว่าจะฮาหรือเปล่า ?

............โครงเรื่องของหนังนั้นเก๋มาก มันเป็นเรื่องของ อดีตผู้กำกับหนังสั้นมือรางวัลตกอับ ผู้ฝันอยากจะทำหนังใหญ่ ! 15นาทีแรกของหนังนั้นเล่าได้ฮามาก เพราะมันเสียดสีแวดวงหนังไทยได้เจ็บดี มีหลายมุขที่ดูแล้วขำ ทั้งขำแก๊กและขำตัวดารารับเชิญ แต่หลังจากนั้น กราฟของหนังก็พุ่งดิ่งลง จนกู่ไม่กลับ เห็นได้ชัดว่า คุณอังเคิลนั้น มีไอเดียที่ดี แต่ไม่กล้านำเสนออย่างที่มันควรจะเป็น เค้าเป็นคนทำหนังที่อยู่ในวงการมานานพอสมควร จนรู้ธรรมชาติของคนดู รู้ความต้องการของตลาด และก็พยายามนำเสนอในแบบที่ประนีประนอม คือ เล่าเรื่องที่เค้าอยากเล่า ในแนวทางที่เค้าคิดว่าคนดูอยากดู ( แล้วมันก็เลยออกมาอย่างที่เห็น ) จริงๆถ้าคุณอังเคิล ซื่อสัตย์กับตัวเอง เล่าเรื่องออกมาในแนวทางของตัวเองแบบไม่ประนีประนอม หนังเรื่องนี้มีสิทธิเป็นหนังแนวเสียดสี ตลกร้ายคุณภาพได้ไม่ยาก แต่มันก็อาจจะล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในแง่ของการตลาด เพราะคนดูบ้านเราคงไม่รับ ก็คิดดูสิว่าคนดูหนังบ้านเราเค้าชอบอ้างว่า ไปดูหนังเพื่อความบันเทิงใช่ใหม๊ ไม่ชอบอะไรที่มันหนักๆ ไม่ชอบอะไรที่มันจริงจัง ชอบวิ่งหนีผี ชอบฮาแตก ชอบตลก

............ไม่ผิดถ้าโกยเถอะโยม หรือ ผีหัวขาด จะนำเสนอออกมาเป็นตัวของตัวเองอย่าง จะวิ่งหนีผี ก็บอกมาเลยว่า เราทำหนังตลกวิ่งหนีผีกันล่ะนะ แต่คราวนี้คุณอังเคิล เหมือนพยายามจะรวบทุกตลาดมาอยู่ในหนังของตัวเองให้ได้ ผลมันก็เลยเลอะเทอะอย่างที่เห็น มุขช่วงหลังนั้นน่าเบื่อมาก ทั้งผี ทั้งแก๊กตลกล้วนฝืดกันหมด มันไม่น่ากลัวและไม่น่าขำ แผ่นสองเนี่ยผมแทบอยากกดฟอร์เวิร์ดเร่งให้มันจบไวๆ แต่สุดท้ายที่เหมือนตลกร้ายก็คือ ผลลัพธ์ของหนังเรื่องนี้ มันทำเงินไปพอสมควรในตลาดบ้านเรา แสดงให้เห็นว่า คุณอังเคิลตัดสินใจถูกที่ทำหนังในแบบที่เค้าคิดว่าตลาดต้องการ แต่ผลที่ได้นี่ จะทำให้คนทำหนังบ้านเราจะพลอยไม่เป็นตัวของตัวเอง และจะต้องพยายามทำหนังแบบเอาใจตลาดอย่างหนักขึ้นกว่าเก่า ส่งผลให้หนังโดยรวม คุณภาพคงจะต้องด้อยลงไปอย่างช่วยไม่ได้ ทั้งๆที่หนังเรื่องนี้มีสิทธิที่จะทำได้ดีแบบหนังเรื่อง Living in oblivion เลยทีเดียว อีกประการก็คือ หนังเรื่องนี้ขนาดมุขที่ง่ายสุดๆแล้ว คุณอังเคิลก็ยังอุตส่าห์พูดอธิบายแบบชัดเจนมากๆ เหมือนกับว่ากลัวคนดูไม่เก๊ตมุขอีกตะหาก ...ผู้กำกับหลายคน มักจะสร้างผลงานได้ดีในช่วงแรกๆ แล้วสุดท้ายก็แผ่วๆไป แล้วก็ค่อยๆหายไปเพราะหมดไฟ บางท่านก็สะสมบารมี เพิ่มประสบการณ์ทำหนังดีขึ้นเรื่อยๆ แต่สำหรับคุณอังเคิล สงสัยคงต้องเอาดีทางด้านการแสดงซะแล้วล่ะมั๊งครับ เพราะผมว่า แววการแสดงของพี่แก ในหนังของบุปผาราตรี 2 ยังจะเข้าท่ากว่างานด้านกำกับเยอะเลยเชียวแหละ ให้ 2 ดาวครับ

ป.ล. เพิ่งดู The Fog มาด้วย หนังห่วยพอๆกัน ให้สองดาวอีกเช่นกันครับ
โดย: joblovenuk [4 ส.ค. 49] ( IP A:203.118.73.18 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
Counter : 923 Pageviews
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน