วิธีการดู"สัตว์ประหลาด"ให้สนุก ... โดยคุณแท๊กซี่นิรนาม .....
    ............หลายท่านอาจจะไม่รู้จัก สัตว์ประหลาด.............
........สัตว์ประหลาด คือชื่อหนังไทย ของคุณ อภิชาติพงษ์ฯ...........
......คือหนังไทยเรื่องแรกในประวัติศาสตร์ ที่ได้เข้าชิง ปาล์มทองฯ.......
....และ เป็นหนังไทย เรื่องเดียวที่คว้า Jury Prize ( รองอันดับ 2 ) จากเวทีการประกวด Cannes Film festival มาได้อย่างน่าภาคภูมิใจ....
...หนังได้ฉายในโรงหนังบ้านเรา 4 โรง และทำเงินไปประมาณล้านเศษๆ มีทั้งคนดูที่ชอบสุดขั้ว และเกลียดสุดขีด หลายคนตราหน้าว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังอาร์ต หนังแนว หนังดูยาก เชื่อว่าบางท่านอาจจะเคยชมหนังเรื่องนี้มาแล้ว และอีกหลายต่อหลายท่านอาจจะไม่เคยชม และแม้แต่ไม่เคยได้ยินชื่อหนังเรื่องนี้มาก่อน ลองอ่านบทวิจารณ์ชิ้นนี้ดูสิครับ แม้ว่าท่านจะยังไม่เคยดู ไม่เคยได้ยินหนังเรื่องนี้มาก่อน บทความชิ้นนี้จักได้เปิดโลกทรรศน์ของท่านบ้าง ไม่มากก็น้อยล่ะครับ


วิธีการดู"สัตว์ประหลาด"ให้สนุก

ก่อนอื่นเลย... เปิดใจให้กว้างก่อนดู ถือซะว่านี่เป็นการผจญภัยบทใหม่ ...ผมลองเปรียบเทียบง่ายๆอย่างนี้

คุณชอบฟังเพลงป๊อบเหมือนคนทั่วไป วันดีคืนดีมีความจำเป็นจะต้องไปชมคอนเสิร์ตเพลงแจ๊สหรือดนตรีคลาสสิค ...คุณว่าคุณควรจะคิดว่า "ซวยแล้วตู ...คงน่าเบื่อชิบเป๋ง" หรือ "เอาน่า... ถือซะว่าเป็นประสบการณ์ใหม่ของชีวิต" ครับ? คุณจะไปคิดอย่างแรกล่วงหน้าให้เซ็งตัวเองซะก่อนเพื่ออะไร ทำไมไม่คิดอย่างหลังเผื่อจะได้กำไรชีวิต...

มีนักวิจารย์บางคนบอกว่า"สัตว์ประหลาด"เป็นหนังที่ทรงพลังระดับ"ทำลายมายาคติของปัญญาชนคนชั้นกลาง" ผมเองถึงไม่คิดว่าคนทำเขาจะมีเจตนาอะไรถึงขนาดนั้น แต่ก็มีข้อสังเกตุส่วนตัวอยู่ว่าคนที่ดูมันรู้เรื่องนั้นมีอยู่ 2 ขั้วจริงๆ คือชาวบ้านที่ไม่ค่อยได้ดูหนัง กับคนที่ดูหนังเป็นศิลปะ บางทีที่คนทั่วไปดูมันไม่รู้เรื่องเพราะมักจะคิดอย่างแรกแล้วตีกรอบให้ตัวเองก่อนดู แทนที่จะคิดอย่างหลังเพื่อเปิดใจให้กว้าง

ส่วนท่านที่เข้าใจว่ามันเป็นหนังเกย์ หรือบอกว่ามันมีเสียงตอบรับทั้งชอบทั้งเกลียดสุดๆ นั้นก็ไม่เชิงครับ ธีมของมันไปไกลและเป็นสากลกว่าแค่การเป็นหนังเกย์มาก ส่วนเสียงตอบรับในทางลบอย่างหนักๆนั้นก็มีเฉพาะช่วงแรกที่มันฉายที่คานส์ นั่นเป็นเพราะนักวิจารณ์ส่วนหนึ่งยังย่อยมันผิดวิธี

ทุกวันนี้ คนส่วนใหญ่ในวงการยอมรับว่า"สัตว์ประหลาด"เป็นภาพยนตร์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่ประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทยเคยมีมา คุณไปถามคนทำหนังทุกคนได้เลย ผมมีเพื่อนที่เคยไปงานเทศกาลหนังที่เมืองนอก มันบอกว่าฝรั่งทำหนังทุกคนรู้จัก"อภิชาติพงศ์" และถามถึงแต่โปรเจ็คท์หนังเรื่องใหม่ของเจ้ย

หนังเรื่องนี้มันยิ่งใหญ่ระดับนั้น... คุณจะไม่อยากลองเปิดใจให้มันสักหน่อยเลยหรือ?
โดย: joblovenuk [9 ส.ค. 49] ( IP A:203.118.70.121 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
Counter : 6354 Pageviews
ความคิดเห็นที่ 1
    ไม่รู้เรื่องหรือไม่สนุกก็จะเป็นไรไป... ชีวิตนี้เราเสียเวลากับหนังบ้าๆบอๆมาแล้วกี่เรื่องครับ กับหนังที่คนที่ทำงานเกี่ยวกับหนังเกือบทุกคนคารวะยกย่องมันขนาดนั้นจะเสียเวลาให้มันอีกสักเรื่องก็น่าลองนะ

อยากให้คนที่ไม่เคยดูหรือดูไม่จบไปหามันมาดู หรือคนที่เคยดูแล้วเข้าไม่ถึงมันเลยก็อยากให้เอามาดูอีกรอบ จะลองดูตามแบบที่ผมจะแนะนำให้ดูก็ได้ ...นะครับ

แล้วอย่าลืมเปิดใจก่อนในการดูครั้งนี้อย่างที่บอกไปแล้ว อย่าไปคาดหวังว่ามันจะดูสนุกหรือรู้เรื่อง เพราะ entertain กับ storytelling นั้นเป็นเพียงสองข้อจากห้าข้อของ function of cinema แต่หนังเรื่องนี้มันไปไกลกว่านั้น มันพาคนดูไปสุดโลกเท่าที่ภาพยนตร์เรื่องหนึ่งจะอาจหาญทำได้

แล้วหนังเรื่องนี้มัน paradox ครับ ถ้าคุณไม่คาดหวังว่ามันจะสนุกแล้วมันจะดูสนุกขึ้นมาทันที... ไม่เชื่อลองดู

ลองหาเย็นวันที่ว่างๆ จิตใจผ่อนคลาย ไม่มีใครรบกวน เอามันมาดูอีกครั้ง ขณะดูให้เปิดเสียงให้ดังที่สุดเท่าที่จะทำได้ ...ถ้าไม่ได้ แนะนำให้ใช้หูฟังขณะดู (เพราะจริงๆ"สัตว์ประหลาด"เป็นหนังที่ออกแบบมาให้ชมในโรงภาพยนตร์ชนิดที่ไม่ยอม compromised หรือผ่อนปรนเผื่อคนดูมันทางทีวีเลย มัน demand หรือต้องการจากคนดูระดับหนึ่ง ...เข้าใจนะครับ)


ทีนี้ก็เริ่มได้........ให้คิดว่า..........เรากำลังดูคือหนังตลกปัญญาอ่อนเรื่องหนึ่ง...
โดย: จ๊อบ ก๊อปมาฝาก [9 ส.ค. 49] ( IP A:203.118.70.121 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
    แล้วมันก็ตลกจริงๆคุณ ผมนั่งดูมันทีไรผมยังขำกลิ้งมันทุกที เวลาดู... อย่าไปเอาสาระกับมันมาก อย่าไปตีความ อย่าไปหาสัญญลักษณ์อะไรมันทั้งนั้น คนที่ดูมันไม่รู้เรื่องส่วนหนึ่งก็เพราะอย่างนี้แหละครับ ...คิดมากเกินไป

คือไม่ใช่หนังมันดูแล้วไม่ต้องคิดนะครับ ...แต่เข้าใจว่าคนทำเขาใช้วิธีทำหนังอีกแบบที่เราๆอาจจะไม่คุ้นเคย คือหนังมันจะออกฤทธิ์ได้ก็ต่อเมื่อเราไม่คิดขณะดู ทันทีที่คิด... พังเลยครับ ดูไม่สนุกไม่รู้เรื่องทันที ...เรื่องคิดน่ะ ใจเย็นๆ

สำหรับคนที่ไม่เคยดูแล้วอาจจะยังไม่แน่ใจว่าผมพูดถึงอะไร ผมลองเล่าหนังให้คุณฟังคร่าวๆนะ ลองนึกดูว่ามันตลกหรือเปล่า... หนังเรื่องนี้เป็นเรื่องของหนุ่มบ้านนอกคนหนึ่งกับนายทหาร(ไม่ใช่ยศนายทหาร แต่เขาเรียกนายทหาร ...เท่ห์ซะไม่มี 555) เป็นหนังรักตลกกระหนุงกระหนิงของทั้งสองคน เรื่องเป็นอย่างนี้ครับ...

1.เปิดเรื่องโดยการแนะนำตัวละครนายทหาร หน่วยของนายทหารกำลังปฎิบัติภารกิจ แล้วไปเจอผู้ชายนอนตายแก้ผ้าตูดโก้งโค้ง ทั้งหน่วยก็เลยผลัดกันถ่ายรูปกับศพเป็นที่ระลึก ...ฉากนี้ฮามั่กๆๆ ตอนหามศพกลับ เพื่อนทหารในหน่วยก็ใช้วอจีบดีเจวิทยุไปเดินป่าไป ...โอ้ยยย ถ่ายงามหลายๆ พอตกดึกต้องค้างบ้านชาวบ้าน นายทหารก็เลยเจอพระเอก ...หนุ่มบ้านนอก

2.แนะนำตัวละครหนุ่มบ้านนอก ฉากเปิดตัวบนรถสองแถวก็ฮาอีก ก็พระเอกมันหล่อมั่กๆจนสาวให้ท่าแล้วให้ท่าอีก ปรากฎพอรถทหารมาจอดเทียบ พระเอกมันไปกระหนุงกระหนิงกับนายทหารเฉยเลย... ฮา... ต่อด้วยการติดตามชีวิตของพระเอก ...เขาทำงาน"ปั้นน้ำเป็นตัว"(เด็กโรงน้ำแข็ง)ครับ 555... ช่วงนี้ของหนังใครเคยอยู่ตจว.จะชอบมันมาก เป็นหนังที่ให้ภาพหัวเมืองตจว.งดงามสุดยิดที่สุดแล้ว
โดย: job ก๊อปมาฝาก [9 ส.ค. 49] ( IP A:203.118.70.121 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
    3.ช่วงจีบกัน - ช่วงนี้ขำตลอด ใครบอกว่าหนังเรื่องนี้ไม่สนุกผมก็ไม่เข้าใจว่ามันไม่สนุกตรงไหน เริ่มตั้งแต่นายทหารสอนหนุ่มบ้านนอกขับรถสูบส้วม ...555 หลบฝนมาจีบกันในเพิงหมาแหงนด้วยการให้เทปวงแคลชเป็นของขวัญ สลับด้วยฉากซึ้งๆตอนพากันพาหมาไปหาหมอแล้วหมอบอกว่าหมาเป็นมะเร็ง แล้วจบองก์หนึ่งที่ฉากร้องเพลง

ฉากนี้สุดยอด... เพลงเพราะถ่ายสวยสุดๆ ตอนจบฉากที่หนุ่มบ้านนอกอุตส่าห์ขึ้นไปร้องเพลง"วนาลี"ให้นายทหารนี่ทำเอาคนดูน้ำตาซึมได้เลย

4.องค์สอง - ทีนี้เริ่มเข้าช่วงหื่นของหนังแล้วครับ แต่เจ้ยใช้วิธีเล่าเรื่องที่น่ารักและรสนิยมสูงครับ ดูแล้วไม่ผะอืดผะอมสำหรับคนทั่วไป แล้วนักแสดงก็เล่นกันเลิศมาก เลยดูไม่ประเจิดประเจ้อ เริ่มองก์ที่พากันไปดูหนังแล้วนัวเนียกันในโรงหนัง ตอนที่ผมดูโรง ฉากนี้คนฮากันตรึม... แล้วก็พากันไปเที่ยวป่าเที่ยวถ้ำ ป้าตัวประกอบเล่นได้น่ารักมาก

ฉากเที่ยวถ้ำเป็น pre-fulcrum ของหนัง หนังมันเริ่มส่งสัญญานบอกว่ามันจะพาคนดูไปไหน แล้วมันก็เริ่มปอกเปลือกหัวหอมของตัวละครหลักทั้งสองทีละชั้นๆ ด้วยวิธีการที่แนบเนียนมาก ...คนดูไม่ต้องคิดมากครับ แค่รู้สึกอย่างเดียวก็สนุกน่าติดตามแล้ว
โดย: job ก๊อปมาฝาก [9 ส.ค. 49] ( IP A:203.118.70.121 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
    5.จุดหักกลางเรื่อง - นักวิจารณ์มักบอกว่า"สัตว์ประหลาด"เป็นหนังที่ยิ่งใหญ่และเล่าเรื่องด้วยวิธีพิศดารที่สุดเท่าที่หนังไทยเคยมีมา ส่วนตัวผมไม่แน่ใจ แต่เพื่อนผมที่ทำหนังมันบอกว่าหนังไม่ได้เป็นอย่างนี้ตั้งแต่แรก มันบอกว่าการที่หนังถูกตัดออกเป็นสองส่วนนั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทีหลังในห้องตัด อย่างที่จะอธิบายต่อไปว่าน้ำหนักของ fulcrum มันแรงมาก แล้วเจ้ยกับลี(คนตัด)เลือกใช้วิธีนี้ในการรับน้ำหนัก fulcrum ซึ่งเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ creative มาก (อาจจะมากไปหน่อยในสายตาคนทั่วไป) เมื่อหนังมันหาชีวิตใหม่แบบนี้ของมันเจอในห้องตัด คนทำก็ต้องแก้ปัญหาด้วยการจัดการกับสิ่งต่างๆที่อยู่รายรอบจุดกลางเรื่องให้มันลงตัว

(เพื่อนผมอธิบาย - นักวิจารณ์เข้าใจหนังเรื่องนี้ผิดที่ว่ามันมีโครงสร้างพิศดาร หนังมันก็มี 3 องก์เหมือนหนังที่เป็นหนังทุกเรื่องในโลกนี้นั่นแหละ เพียงแต่คนทำเขาไม่เน้นขับการ transition ระหว่างองก์ให้มันเด่น เข้าใจว่ามันจะไปมีผลต่อ fulcrum กลางเรื่อง เพราะจุดหักกลางเรื่องของเรื่องนี้มันแรงมาก มันแรงจนสะบั้นหนังออกเป็นสองส่วนจนดูเหมือนหนังมี 2 องก์ แต่ถ้าดูเส้นเรื่องดีๆก็จะเห็นว่ามันเป็นหนังปกติครับ ไม่ใช่หนัง 2 องก์แต่อย่างใด)

แล้วเขาทำอย่างไรครับ... เขาทำโดยการผ่อนเรื่องลงก่อนจะยิงเข้า fulcrum เริ่มตั้งแต่ที่สองหนุ่มไปเที่ยวห้างกับป้า ไปเดินเล่นดูแอโรบิคริมบึง แล้วก็มาถึงช่วงที่สำคัญที่สุด ...ไอ้หนุ่มมอเตอร์ไซค์

เรื่องก่อนหน้านี้จะสบายๆ พอมาช่วงที่สองคนขับมอเตอร์ไซค์นั้นคนดูจะรู้สึกว่ามันมีความสุขมาก ...เหมือนฝันเลยครับ

(เขาตั้งใจใช้เทคนิคทางภาพครับ ...เพื่อนบอก)

แล้วตูม...

พระเอกยืนเยี่ยว ...นายทหารเข้ามาทำโรแมนซาติก ตามด้วยฉากอีโรติคที่หื่นที่สุดเท่าที่หนังไทยเคยมีมา

อีกตูม...

พระเอกเดินหายเข้าไปในความมืดอันลึกลับแห่งพงไพร

แล้วผ่อนเรื่องลง... นายทหารขี่มอเตอร์ไซค์กลับ ผ่านถนนแห่งความฝัน แสงสีแห่งเมือง ความงดงามและความโง่เขลาของมวลมนุษย์

(หนังมันส่งสัญญานเตือนหลายครั้งแล้วครับว่ากรูจะเผยโฉมแล้วนะ)

ตูม...

รถของหน่วยทหารวิ่งจนฝุ่นควันแห่งความฝันตลบอบอวลแนวป่า

ตูม...

กลับมาที่ห้องนอนของหนุ่มบ้านนอก ...พระเอกตื่นพอดี ...เงาแดดพาดแบ่งหน้ามันออกเป็นสองส่วน

ตูม...

นายทหารเข้ามาแทนที่พระเอกที่หายตัวไปจากที่นอน หยิบอัลบั้มรูปแห่งความทรงจำของหนุ่มบ้านนอกขึ้นมาดู

ทีละรูป... ทีละรูป...

ฉับ...

หนังเรื่องที่สอง "วิญญาน" ขึ้นมาแทนที่

ทั้งหมดเป็นการหักกลางเรื่องที่อลังการงานสร้างสรรค์ที่สุดเท่าที่ผมเคยดูหนังฟีเจอร์มาเลย (ไอ้ที่พิศดารพันลึกกว่านี้ก็มี ...แต่ไม่ใช่ฟีเจอร์)
โดย: job ก๊อปมาฝาก [9 ส.ค. 49] ( IP A:203.144.193.38 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
    6."วิญญาน"

ไอ้ที่ดูยากจริงๆของหนังเรื่องนี้น่าจะเป็นส่วนที่สองของเรื่องมากกว่า ผมเข้าใจว่าคนทั่วไปที่ดูไม่รู้เรื่องเพราะพยายามดูมัน"เอาเรื่อง"นั่นแหละครับ ถ้าดูแบบนี้ล่ะเหลวแน่... หนังมันเตือนเราด้วยการเขกหัวเรามาแล้วหลายครั้งตอนจะเข้าเรื่องส่วนที่สอง ทำนองว่า "เฮ้ย ๆ ๆ ตื่นๆๆ ไปทัวร์ความฝันกันหน่อย" 555

เพราะฉะนั้นก็อย่าไปสนใจเรื่องราวมันมาก เพราะเรื่องมันก็ไม่มีอะไร นายทหารไปตามล่าสัตว์ประหลาด... ก็สนุกไปอีกแบบ ให้ติ๊ต่างว่าดูหนังผจญไพรก็แล้วกัน ประมาณเพชรพระอุมา ประมาณนั้น... เพียงแต่เป็นเพชรพระอุมาภาคดำดิ่งสู่ก้นบึ้งแห่งจิตวิญญาน ...555

แล้วมันก็ดิ่งไปซะทะลุโลกขนาดนั้น จะไปเอาน้ำยาอะไรกับเรื่องราว ไม่ต้องไปสนเลยครับ ดูเอามันสสส... อย่างเดียว แล้วก็ไม่เกี่ยวกับความโง่ความฉลาดอะไรด้วย คนฉลาดเขาไม่ทำหนังอย่างนี้หรอกครับ ...555 ทำแล้วมีแต่เจ๊งกับโดนด่า โน่น... คนฉลาดเขาต้องทำหนังอย่างต้มยำกุ้งอย่างโคตรรักฯโน่น ทั้งเจ๋งทั้งรวย เรื่องนี้คนโง่ทำให้คนโง่ดูครับ ...อย่าคิดมาก

หนังเขาก็ขึ้นช่วงนี้ไว้เป็นนัยๆแล้วน่ะว่านี่ฉันเป็นญาติกับนิยายปรัมปราเกี่ยวกับเสือสมิง ...ไม่มีเหตุผลหรอกครับ ...ไม่จำเป็น

เนื่องจากช่วงต้นของส่วนนี้เขายังมีเชื้อขององก์สองให้อารมณ์ตามมาอยู่ เป็นอารมณ์ประมาณ"ถวิลหา"ความหื่นของนายทหาร เลยต้องลุยป่าตามล่าสัตว์ประหลาด

(เออแฮะ... วิเคราะห์เองเลยเข้าใจเอง... เข้าใจแล้วครับว่าทำไมเขาถึงเลือกทำมันวิธีนี้ ไม่ทราบจะอธิบายเป็นภาษามนุษย์ยังไง ประมาณไกรทองบุกถ้ำชาละวันก็ต้องอาศัยเทียนศักดิ์สิทธิ์แหวกน้ำ ...ทำนองนั้น เอออ... จริงๆแล้วมันก็สนุกดีนี่หว่า...)

แต่สัตว์ประหลาดมันก็ตามหานายทหารเช่นกัน จนประจัญหน้ากับนายทหาร ...แล้วก็เข้าองก์สาม "การเผชิญหน้า"
โดย: job ก๊อปมาฝาก [9 ส.ค. 49] ( IP A:203.144.193.38 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
    7."การเผชิญหน้า"

ตอนเผชิญหน้ากันเจ๋งสุดยิด ภาษาหนังระดับปรมาจารย์ ก็สมควรล่ะครับที่อาจารย์เขาต้องบังคับให้นักศึกษาไปดูแล้ววิเคราะห์ ใช้ภาพเล่าเรื่องล้วนๆแล้วสนุกสนานตื่นเต้นไม่สับสน แต่คนดูอย่างเราๆดูเอาฮาเถอะครับ สนุกจะตาย ...ผู้ชายแก้ผ้าวิ่งไล่กันในป่า ใครไม่ขำนี่คงเส้นลึกไปหน่อย

บางท่านอาจจะสงสัยครับแล้วไอ้"สัตว์ประหลาด"นี่มันคืออะไร ...มันจะคืออะไร? ผมฟันธงตรงนี้เลย ...มันก็คือไอ้พระเอกนั่นแหละ ไปแก้ผ้าแล้วทาตัวเป็นลายอาคมเขมรมั๊ง ...เซ็กซี่เป็นบ้า 555 เสร็จแล้วก็มาเล่นสัตว์ประหลาด ...อย่าไปคิดมากให้ยากเย็นครับ ...อย่าลืมว่านี่มันหนังตลก ...ใจเย็นๆ ยังไม่ถึงเวลาคิดครับ

นายทหารกับสัตว์ประหลาดก็ไล่ปล้ำกันอยู่ซักช่วงจนนายทหารตกเขา สัตว์ก็โขมยเอาย่ามที่มีวอ(ร์กกี้ทอล์คกี้)ไป นายทหารตามกลับมาหาย่าม เจอซากวัวที่โดนกิน

หลังจากนั้นก็มีลิงเลิงมาเตือนนายทหารด้วยนะ... ถึงสาเหตุที่สัตว์ประหลาดก็ตามล่าเขา แล้วก็อย่างที่บอก ...อย่าคิดมาก ผมยังเคยฝันว่าผมคุยกับแมวเลย คนทำเขาครีเอถีบจะตาย ฉากคุยกับลิงนี่คนฮาทั้งโรง แล้วก็เป็นฉากแนะนำตัวหิ่งห้อย (ฉากที่นายทหารจับปลามาย่างนั่นแหละ) เกริ่นว่าเดี๋ยวจะมีหิ่งห้อยมาเข้าฉากโว้ยยย... สำคัญนา ...สังเกตุหน่อย โอยยย... คนทำเขาช่วยเหลือคนดูสุดๆแล้วครับ ดูไม่ยากร๊อก 555...

แล้วก็มาถึงฉากจบ (coda sequence) ที่ลือลั่นที่สุดแห่งวงการภาพยนตร์ในปีนั้น

8.จบ

ทีนี้แหละครับใครอยากคิดอะไรก็คิดไปเลย แต่ถ้าคุณตามหนังเรื่องได้ติดตั้งแต่ต้น ตอนจบมันจะทรงพลังมหาศาลจนคุณไม่ต้องคิดอะไรอีกเลย มันทรงพลังทั้งภาพ เสียง การแสดง บทสนทนา เอฟเฝคท์พิเศษทางภาพ คนทำใช้เครื่องมือทางภาพยนตร์ทุกชนิดที่มีเพื่อผลทางภาพยนตร์ต่อคนดูในทุกๆด้านที่ระดับความลึกและรุนแรงที่สุดเท่าที่ภาพยนตร์เรื่องหนึ่งจะทำได้ ...กระชากวิญญานของคนดูเพื่อยกระดับจิตใจมนุษย์ครับ

แล้วความที่มันอลังการงานสร้างมาก ผมจึงไม่มีทางจะอธิบายตอนจบออกมาเป็นภาษาคนได้เลย (เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า ...ในบางกรณี ศิลปะสื่อสารได้มากกว่าภาษาพูด) ผมจะไล่เรียงภาพกับเสียงที่ปรากฏในภาพยนตร์ตอนจบให้อ่านก็แล้วกันนะครับ ถ้าคิดว่าอ่านแล้วรู้เรื่องก็ลองอ่านดู
โดย: job [9 ส.ค. 49] ( IP A:203.144.193.38 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
    สัตว์ประหลาดคร่ำครวญโหยหวนวิ่งหายลับไปในทิวป่า

มืดแล้ว... นายทหารจึงล่อมันด้วยการสั่นกระดึงที่ได้มาจากซากวัว

เสียงของบางสิ่งเคลื่อนไหวอยู่ในป่า นายทหารจึงยิงไปที่ต้นกำเนิดของเสียงนั้น

นายทหารเดินหอบเหนื่อยไปตามหาผลงานของตน แต่กลับเจอเพียงซากวัว

ปรากฎหิ่งห้อยที่มาพร้อมกับเสียง"วอ"แห่งความรัก

หิ่งห้อยหวนคืนสู่ที่อาศัยของหิ่งห้อยเรือนหมื่น ...ต้นไม้แห่งแสงสีตระหง่านกลางป่ามืด

วิญญานวัวออกจากร่าง เดินนำหน้านายทหารไป

หิ่งห้อยกระจายหายออกจากต้นไม้แห่งแสงสี พร้อมกับการจากไปของเสียงเพรียกแห่งความรัก

นายทหารทรุดตัวลงคลานดั่งสัตว์ ...กลับไปยังทิศเดิมที่เขาจากมา

...สัตว์ประหลาดปรากฎเป็นเสือโคร่งตัวใหญ่ ...เสียงของมันที่ดังขึ้นคือเสียงหนุ่มบ้านนอกคนนั้น

"กาลครั้งหนึ่ง มีหมอผีคนหนึ่งที่เก่งกล้า ที่สามารถแปลงร่างเป็นสัตว์ได้

สัตว์ที่มีชีวิต ...มีชีวิตอยู่ได้ด้วยความทรงจำของคนอื่น"

นายทหารยังคงคลานกับพื้นอย่างเชื่องช้า ...เจ้าลิงเตือนเขาเป็นครั้งสุดท้าย

นายทหารคนเดียวกันยังคงซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้ดั่งเช่นเมื่อคืนก่อน

เสียงสั่นกระดึงวัวเพื่อล่อสัตว์ประหลาดดังขึ้นมาอีกครั้ง

เสียงปืนกระบอกเดิมลั่นขึ้น...

นายทหารหยุดคลาน... ยกมือของตน ข้างที่เปี่ยมไปด้วยร่องรอยแห่งความทรงจำขึ้นมาสูดดมอย่างทุรนทุราย

แต่แล้วความกลัวก็เข้าครอบงำนายทหาร เขาหยิบไฟฉายออกมาแล้วส่องขึ้นไปบนต้นไม้

สัตว์ประหลาดในร่างเสือโคร่งใหญ่ยืนทะมึนอยู่บนกิ่งไม้ ...ประจัญหน้ากับนายทหาร

วัฎจักรแห่งการค้นหาหยุดแล้ว เสียงป่าดังระงม ขณะที่ร่างอันสั่นเทิ้มของนายทหารค่อยๆสงบลง

สัตว์ประหลาดพูดอีกครั้ง

"แล้วตอนนี้ ...ข้าเห็นตัวเองในที่นี้

แม่... พ่อ... ความกลัว... ความเศร้า...

มันเหมือนจริงมาก..."

นายทหารนั่งฟังสัตว์ประหลาดด้วยความเจ็บปวด

"...เหมือนจริงจนทำให้ข้ามีชีวิตอยู่ได้

...เมื่อข้าได้กินจิตวิญญานของแกแล้ว

เราทั้งคู่ ...ก็ไม่ใช่สัตว์หรือคนอีกต่อไป

หยุดหายใจได้แล้ว..."

เสียงเจ้าสัตว์ประหลาดบิดเบี้ยวจนกลืนไปกับเสียงของป่า

"ข้าคิดถึงแก ...นายทหาร........"

เสียงครวญครางไม่ได้ส่ำ ปรากฎขึ้นเสียดแทงเสียงป่า สลับกับเสียงของเหยื่อ เสียงความทรงจำแห่งความสุข ...เสียงมอเตอร์ไซค์

สายตาของป่ามองมาอย่างพวกเขาอย่างสงบนิ่ง

เสียงสัตว์ประหลาดบางเบาจนยากจะได้ยิน

"เจ้าสัตว์ประหลาด ...เราให้กัน ...วิญญาน ...เลือดเนื้อของกู ...ความทรงจำ"

ภาพในตำนานของการถ่ายวิญญานระหว่างนายพรานและเสือสมิง

เสียงของเหยื่อยังโหยหวน

นายทหารเริ่มร่ำไห้...

เจ้าสัตว์ประหลาดเอ่ยด้วยเสียงสั่นเครือ ...และค่อยๆจางหายไป

"ภายในเลือดทุกหยดของกู

...เพลงของเรา ...เพลงแห่งความสุข

...อยู่นี่ ...ได้ยินไหม"

เสียงของมันถูกแทนที่ด้วยเสียงแห่งป่าและสายลม

...เสียงแว่วของมอเตอร์ไซค์

แล้วป่าก็กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

................จบ...................
โดย: job ก๊อปมาฝาก [9 ส.ค. 49] ( IP A:203.144.193.38 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   ป.ล. ศิลปะมันเป็นอาหารของวิญญาน เป็นสิ่งที่ทำให้มนุษย์ต่างจากสัตว์ เป็นหลักชัยของอารยธรรม เป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตประณีต ถ้าผมเชื่อว่าทัศนคติต่อศิลปะของคนเราเปลี่ยนไม่ได้ ...ผมจะมานั่งเขียนให้เมื่อยตุ้มทำไมล่ะครับ ผมเองก็ไม่ได้เข้าถึงศิลปะตั้งแต่เกิด ก็อาศัยเรียนรู้ อาศัยคนแนะนำ อาศัยครูบาอาจารย์สอนสั่ง ...ก็เหมือนกับคนอื่นทุกคน

ถ้าคนทุกคนที่ชื่นชม ที่รักในศิลปะภาพยนตร์ ถือแต่ว่าธุระไม่ใช่ ขี้เกียงเถียง ขี้เกียจแนะนำ ขี้เกียจเปลืองตัว แล้วเมื่อไหร่ระดับการเสพศิลปะในสังคมไทยมันจะพัฒนาขึ้นเล่าครับ แล้วก็มานั่งบ่นกันด้วยความชอกช้ำระกำใจเวลาหนังดีๆเจ๊งไม่เป็นท่า แต่หนังเลอะๆเทอะๆรวยเอาๆ มานั่งบ่นว่าทำไมจิตใจของผู้คนในสังคมมันหยาบกระด้างอย่างนี้ ...ก็เราเป็นกันซะอย่างเนี้ยนี่ครับ... การเสพศิลปะสำหรับคนทั่วไปมันต้องมีการกระตุ้น การแนะนำครับ คนที่ไหนจะเกิดมาเป็นอัจฉริยะทางศิลปะที่เข้าถึงความงามขั้นประณีตได้โดยเฉียบพลันเล่าครับ มีแต่ลากกันยังไม่ค่อยอยากจะไปเลย

พระท่านว่าธรรมชาติของจิตมันเหมือนน้ำครับ ชอบไหลลงล่าง ก็เหมือนจิตของโลกียสัตว์โดยทั่วไปที่นิยมไปในทางหยาบ ทางต่ำ ...ก็อย่างนั้น แต่ถ้าไม่มีคนคอยทวนน้ำไว้บ้างเลย ...มันก็ได้ไหลลงทะเลกันหมดซะเท่านั้น

หมายเหตุ - แนะนำศัพท์ใหม่
fulcrum แปลว่า จุดหักกลางเรื่อง
มายาคติแบบปัญญาชน .... แปลว่าอาไร ใครรู้ม่างงง ???
คุณแท๊กซี่ฯ แถลงไขว่า มนุษย์ย่อมถูกพันธนาการด้วยภาษาในการเขียน แล้วก็เขียนให้คนชั้นกลางอ่าน(ถึงแม้คนเขียนจะออกไปทางชั้นล่างหน่อยๆก็เถอะ ...555) ยังไงๆมันก็ต้องมีกลิ่นดัดจริตปนอย่างเลี่ยงไม่ได้ ...ไอ้บทความที่ประชดว่าปัญญาชนดูสัตว์ประหลาดไม่รู้เรื่องนั้นน่ะ ...เขียนแบบโคดจะปัญญาชนเลย ยิ่งกว่าผมอีกสิบสี่เท่า 555...
โดย: job ก๊อปมาฝาก [9 ส.ค. 49] ( IP A:203.144.193.38 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
    ......เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย.....
สัตว์ประหลาด หรือ Tropical malady ได้เข้าชิงปาล์มทอง ที่คาน์ส
ปี2004 โดยปีนั้นหนังที่ได้รางวัลปาล์มทอง ( ใหญ่สุดของงาน ) คือ หนังเรื่อง Farenhiet 9/11 ของ ไมเคิล มัวร์ ส่วนรางวัลกรังปรีซ์ ได้แก่ old boy ของ ปาร์ค ชานวุค โดย สัตว์ประหลาด ได้จูรี่ ไพร๊ซ์ ( หรือรองอันดับ 2 ) โดยปีนั้นมีหนังร่วมสายการประกวดดังๆมากมาย อาทิ Motorcycle diaries หรือ 2046 หรือ Edukators หรือแม้แต่ Shrek2 / Ghost in the shell 2 ฯลฯ ผลงานล่าสุดของ คุณอภิชาติพงษ์ เรื่องแสงศตวรรษ ล่าสุด ได้เป็นหนังไทยเรื่องแรก ที่เข้าชิงสายการประกวด เทศกาลหนังเวนิซ ( ชิงรางวัลสิงโตทองคำ ) ผลรางวัลก็คงต้องรอลุ้นกันต่อไป

ภาพพร้อมเรื่องย่อ คลิกได้ที่นี่
https://www.siamzone.com/movie/m/2271
โดย: joblovenuk [9 ส.ค. 49 12:41] ( IP A:202.57.132.195 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
    อ่านมาทั้งหมดแล้ว ทำให้นึกถึงเรื่อง กองทัพสวนสนาม ต่อหน้า ฮิทเลอ ทหารทั้งกองทัพ ถูกสั่งให้ขวาหัน แต่ทหารทั้งกองทับ
กลับฟังผิด กลายเป็น ซ้ายหัน เลยหันซ้าย กัน ทั้งกองทัพ แต่ก็
มีไอ้เณร นอกแถว อยู่คนหนึ่ง ได้ยินว่าขวาหัน ตามความเป็นจริง
มันก็เลยหันขวา อยู่คนเดียว ซึ่งมันก็ทำถูกต้องอยู่แล้ว แต่ถ้าเรายืนอยู่
บนอัศจรรย์ มองลงมา จะเห็นว่า ทหารทั้งกองทัพทำถูก จะมีก็แต่ ไอ้เณรซื่อบื้อ อยู่คนเดียว ที่ดัน ทลึ่ง หันซ้าย ไม่ดูพวกพ้องเลย ว่าคนส่วนมากเขาหันกันไปทางใหน เอาแต่ คิดว่ากูทำถูก อยู่เพียงผู้เดียว
การทำถูกหรือผิดนั้นจะ ตัดสินกันโดย คนสวนมาก ที่เขาเข้าใจกัน
ในทางเดียวกัน ไม่ใช่มากำหนด กันไว้ล่วงหน้า ว่าแบบนี้แหละที่ถูกแล้ว ไม่สามารถที่ จะเปลี่ยนแปลงได้ ที่เล่ามาให้ ฟัง สะยืดยาวนี่
ก็ไม่ได้ คิดค้าน หรือโต้แย้ง เป็นอคติ เพียงแต่ อยากให้มองกันหลายๆมุมนะครับ อิอิอิ เพิ่งฝื้นไข้ มานั่งอ่าน ก็รู้สึกอยากร่วมคิดด้วย

โดย: ตะวัน [9 ส.ค. 49 18:02] ( IP A:125.25.139.251 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
    .......หากท่านตามลิงค์มา กลับสู่หน้าแรกของเวปคลิก........
https://pandagroup.pantown.com/
โดย: จ๊อบ (พีอาร์ฯ ) [23 มี.ค. 50] ( IP A:203.118.72.14 X: )
ความคิดเห็นที่ 12
   ผมว่าหนังดีไม่จำเป็นต้องสูงส่งจนคนทั่วไปเข้าไม่ถึง ซึ่งมีเพียงพวกตนคนไม่กี่คนชมแล้วบอกว่าดี
แถมบอกคนที่ดูแล้วบอกว่าห่วยว่าดูได้ไม่ลึกซึ้ง ซึ่งแค่ไม่กี่ประโยคก็รู้ว่ามันห่วย
โดย: ผ่านเข้ามาอย่าว่ากัน [18 พ.ค. 50 14:05] ( IP A:203.149.16.34 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน