Music and Lyrics + Persuit of Happyness + Volver + Rocky Balbao - ดูหรือยังไม่ดูก็คุยกันได้ ...
    Music and Lyrics ( สี่ห้องใจนี้ มีแต่เสียงเธอ ) ....2 ดาวครึ่ง.....

........................ภาพยนตร์เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าไม่ควรจะดูหนังรอบดึกตอนง่วงๆเพราะจะทำให้อรรถรสในการดูลดต่ำลงไปกว่าครึ่ง ผมไม่มั่นใจว่าหนังมันดีกว่านี้หรือเปล่า หรือเป็นเพราะผมมีสมาธิต่ำเอง หลายคนที่ดูหนังเรื่องนี้มาบอกว่าหนังน่ารักมาก สนุกมาก แต่ผมดูแล้วกลับเฉยๆครับ ทั้งๆที่หนังแนวโรแมนติก คอมเมดี้แบบนี้ถือเป็นหนังที่เข้าทางของผมมาก คู่พระนางก็น่ารัก แถมยังมีเพลงประกอบเพราะๆอีกเพียบเนื่องด้วยเป็นหนังกึ่งเพลง

......................ฮิวจ์ แกรนท์ มาจับคู่กับ ดรูว์ แบร์รี่มอร์ ทั้งคู่นั้นเล่นหนังแนวนี้มาเยอะแล้วแต่ยังไม่เคยมาเจอกันเองเลย ถือเป็นการจับคู่ที่ลงตัวในระดับหนึ่ง แม้ ฮิวจ์ จะชราภาพลงไปมากแล้ว แต่ฉากที่จับมาแต่งเป็นหนุ่มวัย 20กว่าๆก็ยังน่าเชื่อถือ แถมดูมีเสน่ห์ด้วย พอมาเล่นฉากที่หน้าเหี่ยวๆก็ยังดูดี ส่วนดรูว์แม้จะเจ้าเนื้อไปหน่อยแต่ก็น่ารักในสไตล์ของเธอ ถือว่าเคมีเข้ากันอยู่ ผมชอบชื่อหนังภาษาไทยก่อนเข้าไปดูนะ แต่พอดูแล้วกลับชอบชื่อหนังภาษาฝรั่งมากกว่า ผมว่าเสียงมันพ้องแล้วความหมายก็เข้ากันดี มิวสิคแอนด์ ไลริค ( คำร้องและทำนอง ) สองสิ่งนี้ต้องเข้าขากันมากๆ ขาดอะไรไปอย่างก็คงอยู่ไม่ได้

........................พระเอกเป็นอดีตนักร้องพลงป๊อปยุค 80 ตกอับ ส่วนนางเอกเป็นผู้มีปมอดีตบังเอิญเข้ามารับจ๊อบ ช่วยดูแลต้นไม้ให้พระเอก บังเอิญเป็นจังหวะที่พระเอกรับงานเขียนเพลงให้นักร้องวัยรุ่นมา มีโจทย์ที่ต้องทำเวลาเพื่อส่งให้ได้ในไม่กี่วัน ทั้งๆที่พระเอกก็หมดไฟไปแล้ว แถมยังสมองตันนึกอะไรไม่ออก แต่นางเอกเป็นคนที่มีพรสวรรค์ในการแต่งเพลง จังหวะที่นางเอกช่วยแต่งเนื้อเพลงบางท่อนทำให้พระเอกปิ๊ง ก็เลยตื้อมาชวนเขียนเพลงด้วยกัน

.........................ความพยายามในการจูนเข้าหากันของพระนาง รวมถึงช่วยแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดถือเป็นแง่มุมที่ดี แต่บางอย่างกลับแก้ไขไม่เรียบร้อย ความบังเอิญหลายอย่างในหนังผมว่าเกินจริงไปหน่อย รวมถึงปมอดีตที่แก้ไขไม่หมด มันเลยเหมือนเป็นอะไรที่คาใจผม มุขเสียดสีวงการเพลงรวมถึงความไพเราะของเนื้อหาเพลงยังไม่เท่า Dreamgirls ที่ออกมาฉายก่อนหน้านี้ เพลงที่ฮิตที่สุดในหนังก็อยู่ในระดับพอใช้ได้ แทนที่จะเป็นเพราะสุดๆ หนังน่ารักในระดับหนึ่งครับ ถ้าไม่รู้จะดูอะไรก็ดูแก้ขัดได้ครับ แต่ผมแนะนำเรื่องอื่นในโปรแกรมมากกว่า เพราะช่วงนี้มีหนังดีๆให้เลือกดูกันเยอะมาก ที่เอสพลานาด ,พาราก้อน และ เอเพกซ์มัลติเพล็กซ์ แถวลิโด้นั้น มีหนังออสการ์ และหนังน่าดูเข้ามาให้เลือกกันล้นโปรแกรมเลยครับ

ป.ล. ผมลืมไป คนที่เด่นที่สุดในหนัง กลายเป็นดาราสมทบที่เล่นเป็น นักร้องวัยรุ่นซูเปอร์สตาร์สาว คอร่า คอร์แมน ( รับบทโดยเฮลีย์ เบนเน็ทท์ ) แสดงได้โดดเด่นมากๆๆ เรียกว่าขโมยซีนแทบทุกฉาก แจ้งเกิดไปเต็มๆอีกหน่อยสงสัยจะรุ่งแน่นอน

โดย: joblovenuk (พีอาร์ฯ ) [4 มี.ค. 50 20:35] ( IP A:58.10.84.169 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
Counter : 1426 Pageviews
ความคิดเห็นที่ 1
    The Persuit of Happiness ( ยิ้มไว้ก่อน พ่อสอนไว้ ) .... 3 ดาว .....

.........................หลายๆคนคงจะลืมไปแล้วว่า Will Smith นั้นนอกจากจะเป็นราชาเพลงแร๊พแล้ว ก่อนที่เขาจะเป็นพระเอกหนัง Hollywood แถวหน้า เขาเคยแจ้งเกิดจากหนังดราม่าเล็กๆมาก่อน ถ้าจำไม่ผิดคือเรื่อง Six Degrees of Seperation ฝีมือของคุณวิล เรื่องนั้นถึงขั้นชิงออสการ์ ดาราสมทบฝ่ายชายยอดเยี่ยมมาแล้ว ( ถ้าจำไม่ผิดนะครับ ) และต่อมาแม้จะได้เล่นหนังแอคชั่นเกรดเอมาหลายเรื่อง แต่เขาก็ฉลาดพอที่จะเลือกบทที่เอื้อต่อการแสดงฝีมือ จนได้ชิงออสการ์อีกครั้ง จากหนังเรื่อง Ali ทั้งๆที่หน้าไม่ให้สักนิด และอีกครั้งกับคราวนี้ในบทบาทคุณพ่อแสนดีใน Persuit พร้อมรับบทป๋าดัน ดันลูกชายในชีวิตจริงมารับบทลูกชายในหนังซะด้วยเลย

.........................หนังใช้คำว่า ได้รับแรงบันดาลใจจากชีวิตจริงของ คริส การ์ดเนอร์ อดีตเซลล์แมน ที่ปัจจุบันรวยระดับมหาเศรษฐี ทั้งๆที่สมัยก่อนเคยตกต่ำขนาดแทบล้มละลาย ไม่มีที่จะซุกหัวนอน ไม่มีเงินติดกระเป๋า กินอยู่ไม่ต่างจากคนอนาถา .. ภาพยนตร์เรื่องนี้ เล่าเรื่องแบบเรียบง่าย ไม่ฟูมฟาย โฟกัสไปที่ช่วงชีวิตสั้นๆของ คริส การ์ดเนอร์ ช่วงเวลาไม่ถึงปี ก่อนที่เขาจะมีโอกาสเริ่มชีวิตใหม่ ซึ่งจะพลิกผันชะตาชีวิตของเค้าไปตลอดกาล ออกแนว ความฝันแบบคนอเมริกันนั่นแหละครับ

.........................บ่อยครั้งที่ผมมักจะคิดว่า ทำไมนะ คนบางคน หรือบริษัทบางบริษัทถึงไม่เปิดโอกาสให้เราเลย โอกาสที่จะทำให้เราก้าวไปได้ดีกว่าที่เป็นอยู่ในเวลานี้ ..แทนที่ผมจะคิดว่า เราควรก้าวหาโอกาส มิใช่ให้โอกาสก้าวเข้ามาหาเราเอง หนังเรื่องนี้สอนคนดูหลายๆอย่าง โดยเล่าผ่านตัวละครอย่างพระเอก ในการสู้ชีวิตของเขา คนเราถ้าตั้งใจจริงให้ถึงขีดสุด มีเป้าหมายในการดำเนินชีวิต นอกจากแน่วแน่แล้ว ต้องฝึกฝนและไขว่คว้าหาวิธีที่จะไปให้ถึงในจุดที่ฝันไว้ด้วย โดยแอบแฝงการมองโลกในแง่ดีไว้อย่างเต็มเปี่ยม รวมถึงให้ความหวังและความรู้สึกดีๆแก่คนดูอีกด้วย

..........................ปกติแล้วผมไม่ค่อยชอบเทคนิคการเล่าเรื่องแบบ Voice Over แต่สำหรับเรื่องนี้ขอเป็นข้อยกเว้น เพราะผมคิดว่ามันเข้ากับหนังอย่างเหมาะเจาะ วิล สมิธ ให้การแสดงในระดับเยี่ยมยอด เค้าให้การแสดงในระดับที่นิยามคำว่า เลือดตาแทบกระเด็น เห็นเป็นรูปธรรม ได้เลยครับ จะเสียดายก็แต่ผมนึกว่าจะเห็นการทำงานหลังจากนั้นของ ตัวพระเอกซะอีก ว่าทำไง ถึงได้ประสบความสำเร็จขนาดนั้น ... แม้จะเล่าเหตุการณ์สั้นๆ แต่หนังก็บีบอารมณ์คนดูได้อยู่หมัดครับ ทำให้เวลาสองชั่วโมง รู้สึกว่าสั้นนิดเดียว ยังไม่อยากให้หนังจบเลย ไคลแมกซ์หนังทำออกมาง่ายๆ แต่ก็ถึงครับ งานนี้นอกจากคนดูจะรักพี่แกขึ้นอีกจมแล้ว คุณลูก วิล สมิธ ยังพลอยฟ้าพลอยฝนดังไปด้วย ถึงจะไม่ได้ออสการ์มาประดับบารมีแต่ผมเชื่อว่าการแสดงของสองพ่อลูกสมิธคงจะตราตรึงในใจของทุกคนเป็นแน่

โดย: joblovenuk (พีอาร์ฯ ) [4 มี.ค. 50 20:36] ( IP A:58.10.84.169 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
    Volver ( แด่หัวใจ ดอกไม้เหล็ก )

.........................หนังสเปนของผู้กำกับ เปโดร อัลโมโดวาร์ ซึ่งหลายๆคนรวมถึงผมขอเรียกว่าเจ้าป้า เป็นคำพูดในเชิงยกย่องนะครับ เพราะผลงานของเจ้าป้านั้น ถ้าให้พูดตรงๆ ก็ขึ้นชั้นคลาสระดับจักรวาลไปแล้ว ( เกินระดับโลก ) เจ้าป้าทำหนังปีละเรื่อง และหลังๆก็ไม่ได้เข้าชิงออสการ์สาขาหนังต่างประเทศสักเท่าไหร่ มิใช่คุณภาพลดลง แต่คณะกรรมการคงเห็นว่า ขืนให้เจ้าป้าเข้าชิงอีก เด๋วหนังประเทศอื่นไม่ได้ออสการ์กันเลย ก็เลยส่งหนังแกขึ้นชิงในสาขาอื่นบ้างดีกว่า คราวก่อนก็ได้ บทยอดเยี่ยมไปทีล่ะ คราวนี้ป้าแกส่งนางเอกในสังกัด คือ เพเนโลปี้ ครูซ ชิง ออสการ์นำหญิงเลยทีเดียว ( การที่หนังภาษาต่างประเทศจะได้ชิงในสาขาพวกนี้ ถือว่ายากมากเลยทีเดียว )

........................คราวนี้เจ้าป้าแกก็กลับมาในหนังตลกร้ายเช่นเคย เนื้อหาอธิบายยากแท้ๆ เป็นเรื่องราวของครอบครัวที่กลับมาเจอกัน มีพล็อตคู่ขนานสองคู่ คู่นึงคือ ลูกสาวที่พลั้งฆ่าพ่อเลี้ยงโดยไม่ตั้งใจ และแม่ก็ช่วยปิดบังอำพราง ส่วนอีกทางนึง คือผีแม่กลับมาหาครอบครัวอีกครั้ง และเส้นเรื่องทั้งสองเรื่องก็มาโยงขมวดปมเข้าหากันในท้ายที่สุด หนังเรื่องนี้เป็นหนังผู้หญิงโดยแท้ครับ .... ที่น่าชื่นชมอีกอย่างก็คือ เจ้าป้าแกมักจะเล่าเรื่องยากๆให้ออกมาดูง่ายๆเสมอ เราสามารถหัวเราะขบขันในความสนุกสนานของเรื่องราว รวมถึงได้ชื่นชมลีลาการเล่าเรื่องของป้าแกไปได้พร้อมๆกัน ไม่นับการแสดงของดาราแต่ละคนในเรื่อง เจ้าป้าแกไม่ได้เด่นด้วยการกำกับหนังอย่างเดียว แต่ยังกำกับการแสดงได้เก่งหาตัวจับยาก

........................นอกจากจะได้แสดงฝีมือกันแบบเต็มๆแล้ว ศิษย์เก่าเจ้าป้าเปโดร อย่าง เพเนโลปี้ ครูซ ยังมีโอกาสโชว์เสียงร้องสุดไพเราะในหนังอีกด้วย ใครยังไม่คุ้นเคยกับหนังอาร์ต หรือหนังยุโรป แล้วอยากดูหนังง่ายๆสบายๆ ไม่ต้องปีนกระไดดู ผมก็แนะนำหนังของผู้กำกับ เปโดร นี่แหละ หาดูง่าย มีให้เช่าในเมืองไทยหลายเรื่อง ยิ่งถ้าหนังยุคหลัง ส่วนใหญ่ก็มักจะมาฉายในบ้านเรา ตอนนี้รอบฉายของหนังเรื่อง บอลแบร์ ( อ่านอย่างนี้จริงๆครับ ) ยังมีรอบบ้างที่ลิโด้ พาราก้อน แล้วก็ เอสพลานาด เช็ครอบฉายก่อนไปที่โรงได้นะครับ

โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [5 มี.ค. 50 15:15] ( IP A:58.10.84.187 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   น่าไปดูครับ

โดย: ถาวร ราชก๊อตวาลา [7 มี.ค. 50 7:39] ( IP A:125.24.39.173 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
    Rocky Balbao ...... การกลับมาอีกครั้งอย่างสมศักดิ์ศรีของสิงห์เฒ่า
Rocky Balbao ( ราชากำปั้น...ทุบสังเวียน ) .... 3 ดาว ....

..........................ผมเชื่อเลยว่าผู้คนในโลกนี้ร้อยทั้งร้อย ถ้าได้ยินว่า สตอลโลนจะเข็นเอาร็อกกี้กลับมาทำใหม่ในวัย 61 จะต้องหัวเราะเยาะ พร้อมสบประมาทว่า ต้องเจ๊งแน่ๆ ห่วยแน่ๆ เผลอๆจะสมเพชอย่างดูแคลนซะด้วยซ้ำไป ร็อคกี้ผ่านจุดสูงสุดมาแล้ว เช่นเดียวกับตัวสตอลโลน ซึ่งก็เคยก้าวถึงขั้น ชิงออสการ์ มาแล้ว ทั้งสาขา ดารานำชายยอดเยี่ยม และ คนเขียนบทยอดเยี่ยม ... และบางทีคนดูหนังรุ่นใหม่ๆหลายๆคนอาจจะไม่รู้ว่า สตอลโลนนี่แหละ คือดาราชายคนแรกๆที่ได้รับค่าตัวสูงสุดในอดีตมาก่อน ( ไม่แน่ใจว่า 20ล้านหรือ 15 ล้านเหรียญ ) เคียงคู่กับ อาร์โนลด์ ชวาร์เซเนกเกอร์ และในยุคที่ผมเริ่มดูหนังใหม่ๆ ปลายทศวรรษ 80 ซิลเวสเตอร์ สตอลโลนนี่แหละครับ คือไอดอลคนแรกในแวดวงมายาที่ผมหลงไหลคลั่งไคล้

..........................หลายคนดูถูกเขา หาว่าเล่นหนังไม่ได้เรื่องบ้างล่ะ พูดไม่ชัดบ้างล่ะ ฯลฯ แต่ส่วนตัวผมก็ชื่นชมหนังของสไลมาตลอด เพิ่งมายุคหลังที่ผลงานแกเข้าขั้นเลวร้าย บางเรื่องทำลงแผ่นโดยเฉพาะ ผมก็เลยเลิกติดตามแก จนร็อคกี้ กลับมาใหม่เป็นภาคที่ 6 ในฐานะแฟนเก่า ( ยังไม่แก่ ) ก็ขอกลับมาให้กำลังใจพี่แกอีกสักรอบ เผื่อจะเป็นโอกาสสุดท้ายที่จะได้ดูหนังของน้าสไลในโรง แต่เมื่อดูจบผมก็คิดว่า เฮ้ย สำหรับบางคน ชีวิตอาจจะเริ่มต้นที่ 60 ก็ได้นะครับ ......

..........................สตอลโลนพาร็อกกี้กลับมาสู่หัวใจคนรุ่นใหม่ได้อย่างกระแทกใจ ไม่ใช่เพราะความเป็นอันเดอร์ด๊อก ( หรือมวยรอง ) ซึ่งง่ายต่อการที่คนส่วนใหญ่จะเทใจให้อยู่แล้ว แต่เป็นเพราะว่า หนังเรื่องนี้ตอบโจทย์ ตอบความรู้สึกของคนดูส่วนใหญ่ได้อย่างตรงเป้า เงาของสตอลโลนทาบทับกับตัวร็อกกี้จนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน สิ่งที่ร๊อกกี้พูด ก็คงจะเป็นสิ่งที่สตอลโลนต้องการแถลงสู่คนดูนั่นเอง หลายๆช่วงที่ตัวละครร็อกกี้พูดกับเพื่อน พูดกับลูกชายสื่อนัยกลายๆไปถึงคนดูได้อย่างดี มันเป็นทั้งข้อคิด คติสอนใจ แล้วก็แง่มุมดีๆในการดำเนินชีวิตซึ่งใครก็ตามสามารถเก็บไปใช้ได้ทั้งนั้น

............................สตอลโลนกำกับหนังร็อกกี้ภาคนี้ได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ แต่สิ่งที่ดีกว่าก็คือบทหนังที่เขาเขียน หนังให้เหตุผลได้อย่างรัดกุม วางสถานการณ์ได้อย่างถูกจังหวะ รวมถึงสร้างความน่าเชื่อถือให้กับตัวละครและเหตุการณ์ได้อย่างดี ร็อกกี้นั้นได้ใจตัวละครไปตั้งแต่ฉากแรกๆ เสียดายว่าช่วงซ้อมมีให้ดูน้อยไปหน่อย ฉากต่อยกันก็สั้นไปนิด แต่ก็ยังคุ้มอยู่ดี มันส์กว่าดูมวยชิงแชมป์โลกของจริงต่อยกันอีก หนังกระฉับชับไว ดนตรีประกอบซึ่งเป็นธีมเดิมที่ใช้มาแต่ภาคแรกนั้น เชื่อว่าต่อให้คนที่เพิ่งดูหนังก็คงจะต้องคุ้นหู ส่วนคนที่เคยดูภาคก่อนๆมาแล้ว ก็รับรองว่าจะให้อารมณ์หวนระลึกอดีตได้เป็นอย่างดีทีเดียว งานนี้นอกจากร็อกกี้จะพิสูจน์ตัวเองในฐานะ ราชากำปั้นผู้ยิ่งยงแล้ว ตัวสตอลโลนก็พิสูจน์ตัวเองอีกครั้งว่า ในวัย 61 ปี เค้ายังไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าใคร ขิงแก่จี๊ดจ๊าดแบบนี้ สงสัยจะต้องเชิญมาเล่นหนังให้เยอะขึ้นหน่อยล่ะครับ

โดย: Joblovenuk (พีอาร์ฯ ) [7 มี.ค. 50 16:24] ( IP A:58.10.84.244 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
    ชอบเรื่อง The Persuit of Happiness มากเลยค่ะ ดูจนร้องไห้ไปด้วยเลยน่ะ

Rocky Balbao เรื่องนี้ก็มันส์ค่ะ

Music and Lyrics เรื่องไม่ได้ดูค่ะ ชอบคำวิจารณ์คุณจ๊อบจังเลยค่ะ เพียงแค่นี้ก็ไม่ต้องเสียตังค์เข้าไปดูในโรงแร้ววววว ( หัวเราะ ) เพราะมีโรงหนังคุณภาพอยู่ที่เวปนี้เอง
โดย: นางฟ้า [23 ส.ค. 50 12:44] ( IP A:58.64.89.119 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน