ใครจะรู้!!ว่ายุคนี้พวกดาราสาวๆเขาวิ่งโร่เล่นของ ทำเสน่ห์ ให้แฟนรักผัวหลงกันเป็นแถว..!!
   ถ้าจะกล่าวถึงวิชาเสน่ห์เมตตาหลายๆคนอาจจะนึกถึงการลงนะหน้าทอง นะสาลิกาลิ้นทอง ซึ่งเป็นวิชาที่มีมานานหลายร้อยปีผ่านยุคผ่านสมัยสืบทอดต่อๆกันมา วิชาลงนะหน้าทองและนะสาลิกาลิ้นทองมีทิศทางคล้ายๆกันคือลงเพื่อให้เป็นเมตตามหานิยม
เด่นทางด้านติดต่อค้าขาย เจรจา หรือเข้าหาคนรัก ซึ่งวิชาเหล่านี้จะไม่ก่อเกิดผลอันใดเลยถ้าบุคคลที่มาทำการลงวิชานี้ไม่ได้รู้แจ้งในวิชาจริง จะมีสักกี่คนที่เป็นผู้ลงวิชานี้ได้จริง
ถ้าในยุคก่อนหน้านี้ประมาณ10-20ปีทุกคนก็ต้องนึกถึงเทพเจ้าแห่งลุ่มแม่น้ำนครชัยศรีคือหลวงพ่อเปิ่นแห่งวัดบางพระ จังหวัดนตรปฐม ท่านลงนะหน้าทอง และสาลิกาลิ้นทองให้กับศิษย์มาหลายสิบปี แม้ถึงเวลานี้ท่านจะมรณะภาพจากพวกเราไปแล้วแต่ทางวัดก็ยังคงสืบสานตำนานนี้อยู่ ถ้าสนใจก็ตรงไปเลยได้ที่วัดบางพระ ส่วนใหญ่แล้วเมื่อก่อนผมจะไปลงกับหลวงพ่อเปิ่นแต่พอท่านสิ้นผมก็มาลงกับพระอาจารย์ติ่ง ที่กุฎิด้านหลังโบสถ์ใหม่ ข้างๆพิพิธภัณฑ์ แต่เนื่องด้วยเดี๋ยวนี้เวลาไม่ค่อยมีอายุอานามก็แก่มากแล้วก็เลยต้องค้นหาอาจารย์ในเมืองเพื่อสะดวกในการไปลง ใช้เวลาแสวงหาอยู่หลายปีไปมาก็หลายที่ก็ใช้ได้ไม่เหมือนวัดบางพระ จนรู้สึกเบื่อ เพื่อนๆน้องๆที่บริษัทเองก็ถามว่าจะไปลงที่ไหนดี ผมเองก็ไล่ให้ไปวัดบางพระก็ไม่ยอมไปบอกไกลไม่สะดวก บังเอิญมีเพื่อนต่างบริษัทคุยกันทางแชท แนะนำให้ลองไปพบอาจารย์ฆราวาสท่านหนึ่งดูอยู่แถวจรัญฯเดิมทีท่านอยู่ที่ทานตะวันข้างเดอะมอลล์งาม แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะดีไหมเพื่อนก็ลองให้ศึกษาในเว๊บต่างๆที่ศิษย์ลงเผยแพร่ดูแล้วค่อยตัดสินใจ เมื่อได้ลองค้นหาและสืบประวัติดูจึงค้นพบว่าที่มาของวิชาอาจารย์ท่านนี้ไม่ธรรมดา สืบวิชามาทางสายหลวงปู่ศุข ต่อโดยตรงมาทางกรมหลวงชุมพร โดยผ่านคุณตาที่เป็นนายทหารระดับพันเรือเอกในสมัยเมื่อท่านยังดำรงตำแหน่งใกล้ชิดรับใช้ฝ่าพระบาท แถมคุณตายังเป็นศิษย์เอกหลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก เลยไม่ธรรมดาเลยทีเดียวสำหรับคนหลายๆท่านที่พอจะทราบเรื่องพระเกจิมาบ้างนับว่าสายของท่านมาทางตรงเลยทีเดียว ปัจจุบันท่านอาจารย์ผู้นี้ใช้นามอาจารย์เสือเพื่อเผยแพร่วิชาที่ท่านได้เรียนรู้มา ไม่ว่าจะเป็นการสักยันต์ การลงนะหน้าทอง นะสาลิกาลิ้นทอง การทำพระเครื่อง เครื่องราง ทุกประเภท ตั้งแต่ทำของหรือของกัน ท่านเป็นรอบด้าน โดยเฉพาะนะหน้าทอง นะสาลิกาลิ้นทองของท่าน ชื่อเสียงเรียกได้ว่าเจ้าแรกของสายฆราวาสเลยทีเดียวของในยุคนี้ นับตั้งแต่หลวงพ่อเปิ่นท่านมรณะภาพไป ผมก็มองว่าอาจารย์เสือท่านนี้ละลงได้แบบเต็ม100% เป็นเพราะท่านได้หัดเรียนและหัดลงมาตั้งแต่เด็กจนเรื่อยมา เรียกว่าเป็นวิชาแรกที่ได้เรียนมาแบบครบเต็มสูตร ไม่ใช่เหมือนบางสำนักพึ่งหัดลงหัดเรียนมาไม่กี่ปีตามกระแส เปลี่ยนชื่อเปลี่ยนสำเนียงให้ดูหรูหราฟังแปลกหูแต่ก็ไปไม่รอด ลงให้ศิษย์ไปแล้วไม่ได้ผล อาจารย์เสือยังคงกำหนดในการลงแบบเดิมทุกประการ และเพิ่มเสน่ห์แบบรุนแรงด้วยการลงน้ำมันพรายแท้ๆแทนน้ำมันว่าน108ที่ท่านใช้อยู่ประจำ ท่านบอกว่า"คนสมัยนี้ชอบของเร็วแรง แบบลงปุ๊ปเห็นผลปั๊ป" จึงเป็นสโลแกนติดปากที่ศิษย์อาจารย์เสือได้ยินจากท่านเป็นประจำว่า" ของอาจารย์เสือลองได้ ให้ไปลองเลย วันนี้เดี๋ยวนี้ไม่ต้องรอ ถ้าไม่ดีให้กลับมาด่ากันเลย" เรียกได้ว่าเสียงจริงวิชาจริงกล้ารับประกันกับศิษย์ถ้าไม่แน่จริงคงไม่กล้าเป็นแน่แท้ จึงไม่แปลกใจเลยที่ทุกๆวันจะเห็นคนมากหน้าหลายตาเดินทางสู่ชมรมและสำนักของท่านอาจารย์เสือเพื่อทำการลงนะหน้าทองนะสาลิกาลิ้นทอง กันเป็นจำนวนมาก นะหน้าทอง คือตัวยันต์ประเภทหนึ่งที่นำมาลงทั้งผ้ายันต์ พระเครื่อง หรือใช้พระเวทย์ในการเรียกมนต์เมตตามหานิยมให้คนเห็นแล้วรักแล้วหลงในรูปด้วยเสน่ห์เล่ห์กล ทางอาจารย์เสือจะนำมาลงที่หน้าด้วยการลงเหล็กจารแบบไม่มีรอย ต่างจากวัดบางพระที่ทำการสักน้ำมันลงบริเวณตรงรอบหน้าไปเลย แผ่นทองที่ใช้ก็แล้วแต่ว่าศิษย์ต้องการจำนวนเท่าไหร่ สำหรับคนที่ต้องการปริมาณหลายแผ่นเช่น9แผ่น 21แผ่น ก็ให้เตรียมทองไปเอง ใช้ทองแท้100% แผ่นใหญ่เท่านั้น เมื่อลงครบ108แผ่นกระโหลกก็จะเป็นทอง ดังเช่นเคยมีตำนานเหล่ากล่าวถึงการลงนะหน้าทองว่าครั้งหนึ่งเมื่อเจ้าขุนนายได้ไปลงนะกับหลวงศุข วัดปากคลอง พอได้ลองลงครบ ทั้ง108 ถึงตายกระโหลกก็มิไหม้ไฟ สลายไปตามแรงเพลิง กับสุขสว่างไม่รู้ดับ นี้คือที่มาของกระโหลกทองคำ คือการลงแผ่นทองครบ108แผ่น 108ยันต์ เรียกได้ว่าสุดยอดวิชาที่หาใครในยุคนี้จะลงได้ มีแค่ที่นี้ที่เดียว ส่วนการลงนะสาลิกาลิ้นทอง เป็นตัวยันต์ก็ได้ หรือเป็นเครื่องรางก็ได้ ถ้าเป็นตัวยันต์ก็นิยมมาสักยันต์ หรือลงไว้ที่ลิ้น หรือทำผ้ายันต์ ส่วนถ้าเป็นเครื่องรางก็จะนำไม้เมตตาต่างๆมาแกะเป็นรูปนกสาลิกาพกติดตัวเป็นเสน่ห์ยิ่งนัก ในส่วนของอาจารย์เสือท่านปลุกได้ทุกอย่าง แต่ส่วนมากนิยมลงให้ที่ลิ้นเพื่อการเจรจาต่อลอง พูดให้คนรัก คนหลง คนเชื่อ คนนิยมชมชอบ เคยมีขนาดประสบการณ์คนลงสาลิกาลิ้นทองไปเคยขอบ้านจากแม่ยายได้หลายสิบล้านมาฟรีๆ ก็มีมาแล้ว จึงมิควรพลาดเลยทีเดียว ส่วนตัวผมได้รับความเมตตาจากท่านอาจารย์เสือมานานหลายปี ถึงจะไม่ใช่ศิษย์เก่าแก่ แต่ก็นับว่าเป็นศิษย์ใกล้ชิดอีกคนหนึ่ง ต้องชื่นใจและดีใจกับประสบการณ์ต่างๆที่เพื่อนๆน้องๆได้เขียนเพื่อบอกกล่าวให้สังคมได้รู้ว่า ไสยศาสตร์มิได้น่ากลัวอย่างที่คิด ถ้าเรารู้จักที่จะใช้ให้เป็น อาจารย์เสือท่านสอนวิธีการต่างๆอย่างถูกต้องครบถ้วน ถ่ายทอดวิชาความรู้ให้ศิษย์ทุกคนโดยไม่หวง น่าปลื้มใจจริงๆ ผมได้เรียนรู้มากมายจากท่าน จนรู้ว่าหนทางที่เหมาะกับตัวเราคือทางใด อย่างน้อยท่านก็สอนการให้รู้จักตนเอง อย่าเก็บความทุกข์ เพราะความทุกข์วิ่งเข้าหาเราทุกวัน แต่ความสุขเราต้องวิ่งหาเอาเอง เพราะฉนั้นใช้ชีวิตให้มีความสุข ชีวิตเราสั้นนัก จนทุกวันนี้ผมมีความสุขมากจากเคยมีปัญหาชีวิตครอบครัวแตกร้าว จนทำให้การงานมีปัญหา ลามไปทุกเรื่องจนแทบอยากฆ่าตัวตาย แต่มาพบท่านอาจารย์เสือต้องยอมรับในวิสัยทัศน์ท่านว่าเหมาะกับมุมมองของคนยุคใหม่จริงๆ ถ้าน้องๆ หลานๆยังค้นหาตนเองไม่เจอ หรือยังไม่รู้ว่าปัญหาของตนเองจะแก้อย่างไร และคิดว่าทางไสยศาสตร์นั้นอาจจะใช้กับเราได้ ถ้าคิดว่าเราเปิดใจลองสัมผัสดูบ้าง อาจจะเป็นทางออกของเราก็ได้ คนเราทุกคนไม่ได้มีทางออกเหมือนกันทุกๆคน อาหารที่คนอื่นชอบกินเราอาจจะไม่ชอบก็ได้ เพราะฉนั้นจงเป็นตัวของตัวเอง ถ้าจะไปหาท่านอาจารย์เสืออย่าไปเพราะผมชักจูงใจไป แต่ไปหาเพราะเราศรัทธาและคิดว่าสิ่งนี้มันใช่..!! ก็ค่อยตัดสินใจไป แต่ถ้าคิดว่าไปแค่ลอง ต้องบอกว่าอย่านะครับ ของแบบนี้ล้อเล่นไม่ได้ การส่งพานครูให้อาจารย์แล้วถือว่าเป็นผู้มีครู ถ้ามาเล่นๆไม่ปฏิบัติตาม ผมเห็นสภาพไม่สวยมาหลายรายแล้ว ผมเดินเข้าออกสำนักบ่อยได้รับเรื่องราวต่างๆของพวกที่ขาดศรัทธามาเยอะ ถ้าไม่คิดว่าเชื่อแน่..แนะนำว่าอย่าไป อาจารย์เสือท่านไม่ขาดแคลนลูกศิษย์หรอกครับ..ได้ข่าวมาจากวงในว่า ตอนนี้มาเลเซีย สิงค์โปร์ และฮ่องกง กำลังแย่งตัวอาจารย์เสือให้ไปอยู่ประจำ ซื้อทั้งบ้าน ทั้งรถให้ ปัจจัยรายเดือนอีก ท่านอาจารย์เสือนยังเฉยอยู่เลย ถ้าท่านตัดสินใจไปคราวนี้พวกของเก๊คงหน้าบานเป็นแถว ศิษย์อย่างเราๆคงขาดที่พึ่งเป็นแน่แท้ ต้องรีบๆไปหานะครับก่อนจะหมดโอกาศ

***ประกาศ*** ที่ตั้งของ ชมรมอนุรักษ์การสักยันต์ไทย สำนักสักยันต์ อ.เสือ เข็มเทวดา ได้ย้ายที่ทำการใหม่จากกรุงเทพ มาตั้งอยู่ที่พัทยาใต้ เป็นการถาวร เพราะฉนั้น ศิษย์ที่มีความตั้งใจจะพบอ.เสือ ต้องเดินทางไปหาท่านที่พัทยาใต้เท่านั้น และควรโทรจองล่วงหน้าเพราะมีคนไปพบท่านมากมายจนอาจไม่มีเวลาเพียงพอสำหรับศิษย์ทุกๆคน จึงควรนัดจองคิวจะเป็นการดีที่สุด สถานที่ตั้งเดินทางสะดวกมากๆ อยู่ริมถนนที่จะมุ่งหน้าไปพัทยาใต้ เมื่อคุณเดินทางมาจากกรุงเทพ โดยใช้เส้นทางถนนสุขุมวิทเมื่อถึงเมืองพัทยา ให้สังเกตป้ายจะเห็นว่ามีพัทยาเหนือ พัทยากลาง และพัทยาใต้ ให้เลี้ยวเข้าพัทยาใต้ เพียงแค่200เมตรโดยประมาณ สำนักจะอยู่ทางขวามือ มีรูปปั้นฤษีเท่าองค์จริง 2 องค์ กันสาดน้ำฝนสีส้มสลับเหลือง เด่นแต่ไกลไม่มีพลาดแน่ๆ ส่วนท่านที่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัวแนะนำให้ใช้บริการรถตู้ที่บริเวณอนุเสาวรีย์ชัย ค่าโดยสารไม่เกิน 100บาท มาลงที่ปากทางพัทยาใต้ แล้วเดินเข้ามาก็ได้ พัทยาถือว่าเป็นเมืองท่องเที่ยว ไม่ไกลจากกรุงเทพ เดินทางมาเพียงชั่วโมงกว่าๆก็ถึง สะดวกกว่าขับรถในกรุงเทพเสียอีก ท่านสามารถเดินทางมาพักผ่อนไปในตัวยิ่งดี เบอร์โทรติดต่อ (089)4488-422 วันและเวลาทำการ วันจันทร์ อังคาร พฤหัส และศุกร์ ควรนัดลวงหน้า เพราะมีศิษย์ผู้ศรัทธามาพบมากมาย เกรงว่าจะไม่สะดวก
สามารถดูเว๊บของสำนักได้ที่ https://www.importancetattoo.com
หรือรับชมเครื่องรางยอดนิยมของทางสำนักได้ที่ https://www.vatemon.com

โดย: ข่าวยุคใหม่ [19 เม.ย. 57 1:54] ( IP A:180.183.0.52 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live


คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน