หมวก คือเพื่อนแท้ที่สุดของคุณ ในยามแสงอาทิตย์เจิดจ้า....
   smile หมวก เป็นอาภรณ์ประดับกาย (ศรีษะ) ที่มีประวัติมายาวนานนับพันปี ตั้งแต่มนุษย์เริ่มทำการบันทึกเรื่องราวเป็นตัวอักษร และ รูปภาพ ก่อนอารยธรรมอียิปต์โบราณ มาจนถึงโลกยุคดิจิตัล หมวกเป็นได้ทั้งเครื่องประดับที่ใช้ร่วมกับเครื่องแต่งกายอื่นๆทั่วไป จนถึงเป็นเครื่องหมายที่บอกถึงยศถาบรรดาศักดิ์ ตำแหน่ง อำนาจ และหน้าที่ของบุคคลนั้น

ในอีกด้านหนึ่ง หมวกทำหน้าที่ที่สำคัญที่สุดอันหนึ่ง ไปพร้อมๆกับเสื้อผ้าที่เราสวมใส่อยู่ นั่นคือเป็นเครื่องห่อหุ้มศรีษะ และปกป้องทุกส่วนของใบหน้าเรา ในยามอากาศหนาวเย็น ในเวลาที่ชื้นแฉะไปด้วยละอองฝน ในเวลาที่ลมแรงเต็มไปด้วยละอองฝุ่น และในฤดูร้อนที่แสงแดดแผดเผา

ประเทศไทยเรา มีความเข้มข้นของรังสียูวีสูงมาก เพราะเราอยู่แถบศูนย์สูตร โดยเฉพาะช่วงกลางวัน ระหว่างเดือนมีนาคม ถึง เมษายน ควรจะเป็นช่วงที่หลีกเลี่ยงแสงแดด แต่ผู้คนส่วนใหญ่เลือกออกไปท่องเที่ยว และมีกิจกรรมกลางแจ้งนอกบ้าน โดยเฉพาะจังหวัดที่มีทะเลสาป หรือชายฝั่งติดทะเล เพราะทนอากาศร้อนอบอ้าวไม่ไหวนั่นเอง sadcom

โดย: Vimanmala Trading [26 ก.พ. 51 22:39] ( IP A:118.172.111.166 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
    มีเพื่อนๆอีกไม่น้อยที่ยังไม่ทราบว่า ผลการสำรวจของนักวิจัยไทย ที่ศึกษาความเข้มข้นของรังสียูวี พบว่าค่าความเข้มของรังสียูวีในประเทศไทยโดยเฉลี่ยแล้ว มีค่ามากกว่า 4 กิโลจูนต่าตารางเมตรในหนึ่งวัน (kJ/m2-day) ซึ่งเป็นระดับที่บ่งบอกว่าเป็นอันตรายกับผิวหนังของคนเรา "รังสียูวี" ตัวการร้ายที่ก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทยที่แดดจัดเกือบตลอดปี ผลของรังสียูวีในปริมาณที่น้อย แต่เป็นระยะเวลายาวนาน ก็ยังก่อให้เกิดสิ่งที่ไม่พึงปราถนาต่อหนุ่มสาว และคนที่รักสวยรักงามจำนวนมากมายทั่วโลก นั่นคือ ฝ้า ตกกระ และรอยเหี่ยวย่นของใบหน้าก่อนวัยอันควร cry

ฝ้า มีลักษณะเป็นผื่นสีน้ำตาล มักเกิดบริเวณแก้ม จมูก หน้าผาก คาง บริเวณที่ถูกแสงแดด มักพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย ในอัดราส่วน 12:1 พบมากในวัยกลางคน อายุ ประมาณ 30-40 ปีขึ้นไป แสงแดดเป็นปัจจัย และสาเหตุที่สำคัญที่สุดของการเกิดฝ้า แสงอุตราไวโอเลตทั้งเอ บี และแสง Visible Light เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดฝ้า หรือทำให้ฝ้าเป็นมากขึ้น การละเลยผิวหน้า ไม่ได้ทาครีมกันแดด หรือ เครื่องป้องกัน อาทิ หมวก ร่ม ทำให้เซลล์เม็ดสี(Melanin) ต้องสร้างเม็ดสีเพื่อป้องกันอันตรายจากรังสียูวี จึงเกิดฝ้า กระ รอยหมองคล้ำตามมา mad

โดย: Vimanmala Trading [26 ก.พ. 51 22:49] ( IP A:118.172.111.166 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   pencil ความเข้าใจของเราที่ว่า อาการร้อนบวมแดงที่ผิวหนังตามร่างกายและใบหน้า จากการอยู่กลางแดดนานเป็นชั่วโมง จะหายไปในเวลาไม่กี่วัน เป็นความเข้าใจที่ผิดเอามาก อันตรายจากรังสียูวี มีการสะสมในผิวหนังมาตลอดเวลา ไม่ได้หายไปไหน แต่สะสมต่อเนื่องมาตั้งแต่เรายังเด็ก ตลอดอายุของเรา กว่าจะเห็นผลร้ายแรงก็นานนับสิบปี ตัวอย่างเช่น มะเร็งผิวหนัง จะเกิดการสะสมรังสียูวีมานาน 10 ถึง 12 ปี จึงมักเจอในผุ้สูงอายุ การที่เราแก่ก่อนวัย ผิวหนังเหี่ยวย่น ผิวดํากระด่าง สภาพผิวไม่ดี ต้อกระจก มีภาวะแก้วตาอักเสบ จอภาพของตาเสื่อมหลุดลอก แท้ที่จริงแล้วเกิดจากการสะสมอันตรายจากรังสี ยูวี นานประมาณ 30 ถึง 40 ปี

การเล่นกีฬากลางแจ้งเช่น ว่ายน้ำ เทนนิส และกอล์ฟ ฯลฯ ผิวจะคล้ำดําขึ้นอย่างชัดเจน และภายใน 2 เดือน ผิวชั้นนอกจะผลัดเปลี่ยนกลับมาสดใสเช่นเดิม แต่ความเข้มของรังสียูวียังคงมีอยู่ และถูกสะสมต่อไป มากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับ อาชีพ กิจกรรม และLifestyle ของแต่ละบุคคล danger

โดย: Vimanmala Trading [26 ก.พ. 51 22:58] ( IP A:118.172.111.166 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
    นักวิจัยด้านสุขภาพผิว รวมทั้งแพทย์ผิวหนัง พบว่าสาวๆ หรือหนุ่มๆ ที่ใช้เครื่องสำอางที่ผสม AHA (Alpha Hydroxy Acid - AHA) ซึ่งมีคุณสมบัติในการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิว ติดต่อกันนานๆ มีอัตราเสี่ยงสูงกว่าปกติที่เกิดฝ้า และโรคผิวหนังอื่นๆ ที่เป็นผลมาจากรังสียูวี เครื่องสำอางประเภทนี้ ปัจจุบันพบเห็นมากมายตามท้องตลาด ที่มักโฆษณาสรรพคุณว่าทำให้ผิว และใบหน้าของคุณขาวอย่างรวดเร็วในเวลาไม่กี่สัปดาห์ สารเอเอชเอในเครื่องสำอาง จะช่วยให้ผิวหนังชั้นนอกหลุดลอกออกไปเร็วขึ้น และเซลล์ที่อยู่ลึกลงไปจะเลื่อนขึ้นมาแทนที่ ผิวหนังบริเวณนั้นจึงมีความบอบบาง และไวต่อการเกิดอันตรายจากสิ่งแวดล้อม เช่น อันตรายจากรังสียูวีที่มากับแสงแดด ดังนั้น ผู้ที่ใช้เครื่องสำอางผสมสารเอเอชเอ ต้องระมัดระวังผิวหนังบริเวณนั้นเป็นพิเศษ อย่าให้โดนแสงแดด อาจด้วยการไม่ออกไปอยู่กลางแจ้งในช่วงเวลา 9.00-16.00 น. แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ ต้องสวมหมวกปีกกว้าง, กางร่มกันแดด หรือใช้เครื่องสำอางผสมสารป้องกันแสงแดดทาผิวหนังบริเวณนั้นก็ได้ blink

นักวิชาการด้านสิ่งทอ และสถาบันระดับชาติที่ทำงานวิจัยพัฒนาเกี่ยวกับอุตสาหกรรมสิ่งทอ ในหลายประเทศ เช่นจีน, อเมริกา, เกาหลีใต้ ฯลฯ มีความพยายามมานานนับสิบๆปี เพื่อทำการค้นคว้า วิจัย และพัฒนาเส้นใยต่างๆ ทั้งที่ได้จากธรรมชาติ และจากการสังเคราะห์ทางเคมี จนกระทั่งพบว่าเส้นใยจากพืชประเภทป่าน เช่น เส้นใยจากต้นกัญชา (Hemp Fibre) เมื่อนำมาทอเป็นผืน นอกจากคุณสมบัติที่เหนียว มีความเย็น และไม่ขึ้นรา ยังสามารถดูดซับรังสียูวีได้มากกว่าเสันใยสังเคราะห์ทั่วไป

โดย: Vimanmala Trading [26 ก.พ. 51 23:05] ( IP A:118.172.111.166 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   light รายงานการวิจัยในเรื่องนี้เป็นของ สถาบันฟิสิกส์ และวิทยาศาสตร์แห่งชาติ ประเทศจีน พบว่าผ้าที่ทอจากเส้นใยHemp แม้จะเป็นการทอด้วยเสันใยHemp เพียงครึ่งหนึ่ง สามารถป้องกันรังสี UV (Ultraviolet Rays) ได้สูงถึง 95% และผ้าใบที่ทอด้วยเส้นใยHempทั้งผืน จะป้องกัน UV ได้ 100% ในขณะที่เสื้อผ้าที่ทอด้วยผ้าประเภทอื่นๆ มีประสิทธิภาพในการป้องกันUV เพียง 30-90% เท่านั้น ในเรื่องนี้ ทางอุตสาหกรรมสิ่งทอมีคำที่ใช้กันคือค่า UPF หรือ "The Ultraviolet Protection Factor" เป็นระบบวัดการปกป้องรังสียูวีจากแสงแดดกับวัสดุประเภทผ้าหรือสิ่งทอทุกประเภท คล้ายกับมาตรวัด SPF ของแว่นกันแดด และเครื่องมือหรือสารป้องกันรังสีจากแสงแดดอื่นๆ ผ้าหรือสิ่งทอที่ระบุว่ามีค่า UPF 50% หมายความว่า ผ้าหรือสิ่งทอนั้นยอมให้แสงยูวี ผ่านทะลุไปได้เพียง 1/50 ของรังสียูวีทั้งหมดที่กระทบบนพื้นผิวของมัน นั่นหมายถึงสามารถบล๊อก หรือหยุดรังสีอันตรายนี้ได้กว่า 98% ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งทอ และอุตสาหกรรมสิ่งทอ ก็มีผ้าผืนที่ทอจากเส้นใยพิเศษนี้ และบางส่วนก็นำไปผลิตออกจำหน่ายตามท้องตลาดทั่วไปมานานหลายปีแล้ว ซึ่งค่าสูงสุดที่เห็นส่วนใหญ่จะอยู่ที่ UPF 50%

heart ในที่สุด หมวกในตู้เสื้อผ้า หรือในกล่องเก็บของของคุณ ก็ได้กลับมาทำหน้าที่ที่สำคัญที่สุดอีกครั้งในฤดูร้อน ซึ่งดูเหมือนนับวันจะร้อนอบอ้าว และแสงแดดแผดเผามากขึ้น จากปรากฏการณ์ "ภาวะโลกร้อน" หน้าที่ที่ต้องเป็นร่มเงาห่อหุ้มศรีษะของคุณให้บรรเทาความร้อน และปกป้องใบหน้าของคุณ จากรังสีอุลตร้าไวโอเล็ต หรือที่เรารู้จักดีในนาม "รังสียูวี" ที่มาพร้อมๆกับแสงแดดในหน้าร้อน heart

โดย: Vimanmala Trading [26 ก.พ. 51 23:18] ( IP A:118.172.111.166 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   book เว็บเพจอ้างอิง :

1. https://www.clinicneo.co.th/2007/detailcolumn.php?grp=4&sdata=&col_id=25
2. https://www.coolibar.com/upf-ratings.html
3. https://www.fda.moph.go.th/prac/watch/answer/cosmetic_faq.shtml
4. https://joytotheman.blog.mthai.com/2007/09/page2
5. https://www.kachon.com/mobile/detail.asp?id=448

โดย: Vimanmala Trading [26 ก.พ. 51 23:31] ( IP A:118.172.111.166 X: )


คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน