thaiadd.pantown.com : Thaiadd
[ลูกบ้านSignIn][เจ้าบ้านSignIn]
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกร
สมเด็จพระเจ้าตากสิน มหาราช
เอดีดีเฮ้าส์ หน้าแรก
ถ้าสนใจว่าจ้าง-เริ่มต้นอย่างไร
รู้จัก-เอดีดีเฮ้าส์-
ที่ตั้ง-พัทยา-กทม
ปรับปรุงบ้านเก่า
รีโนเวทบ้านทั้งหลัง
ผู้รับเหมาก่อสร้าง
@KhunMOO-ADD เขียน
รูปภาพต่อเติมบ้าน
คลังผลงานปี๕๐-๕๖
ภาพไปวัดทำบุญ
ภาพ-ท่องเที่ยว
ALL VISIT - ADD HOUSE
ADD HOUSE - เดินทาง @ 1
ADD HOUSE - เดินทาง @ 2
เก็บไว้ก่อน
คุณหมูรวบรวมไว้
@All site บางส่วนของผลงาน
ADD HOUSE ต่อเติมบ้าน
รีโนเวทบ้าน @คุณหมอSathorn
ต่อเติมบ้าน บางหว้า ม ปริญญ
รีโนเวทบ้าน @คุณมาลี,คุณสงวน
รีโนเวทบ้าน รีโมเดล @ รามอินทรา
รีโนเวทบ้าน คุณหมอBhuntharin
ADD HOUSE ต่อเติมบ้าน
รีโนเวทและต่อเติมบ้าน,สัมมากร
ต่อเติมบ้าน ม เศรษฐศิริ@คุณพี
รีโนเวท-ต่อเติมบ้าน @เสนานิคม
ADD HOUSE รีโนเวทบ้าน
My Project สร้างบ้านตัวเอง ตจว
ไซต์งานเอดีดีเฮ้าส์ หลังสุดท้าย 2017
ช่างทิ้งงาน-สิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น
ADD HOUSE - บทความแรงส์ๆ
วิศวกร และ ทีมช่าง ADD HOUSE
รู้จักกันก่อน รู้จักนิสัยใจคอกัน ก็จะทำงานกันง่าย
ไล้ฟสไตล์แนวพุทธ ไปวัดทำบุญ
ไปวัดทำบุญ ไหว้พระธาตุนครฯ
www




[382751]


ต่อเติมบ้าน ต่อเติมครัว รับเหมาต่อเติมบ้าน renovate ปรับปรุงบ้านเก่า ต่อเติมโรงรถ ต่อห้องเพิ่ม รับต่อเติมบ้าน ทำบ้านเก่าให้เป็นบ้านใหม่ รับเหมาก่อสร้างต่อเติม รับเหมาก่อสร้าง ต่อเติมโรงรถ ต่อเติมบ้าน ต่อเติมครัว รับเหมาต่อเติมบ้าน เราทำงานคุณภาพ รับเหมาต่อเติมบ้าน เข็มปูนหกเหลี่ยม เข็มเจาะแบบแห้ง ตอม่อ-ฟุตติ้ง คานปูน-คอดิน เหล็กคานคอดิน เสาเหล็ก-เสาปูน โครงหลังคาเหล็ก ฉนวน-ความร้อน กระเบื้อง หลังคา ไม้เชิงชายหลังคา ฝ้าเพดานชายคา อิฐมวลเบาก่อผนัง ปูนก่อปูนฉาบผนัง เดินท่อ สายไฟ ฝ้าเพดานภายใน ทาสีรองพื้นปูน ทาสีฝ้าเพดาน สีทาผนังภายใน สีทาผนังภายนอก กระจกอลูมิเนียม ประตู-หน้าต่าง ปูกระเบื้องพื้น ห้องน้ำ-สุขภัณฑ์ รั้วบ้านประตูบ้าน ลูกล้อรั้วประตู ล้อสแตนเลสแท้ กระจก-อลูมีเนียม อุปกรณ์-ขายส่ง หิน-ทราย ขายส่ง ภาพผลงานที่ทำ ผู้รับเหมาทิ้งงาน

ชีวิต เหมือนความฝัน   วันเวลาสั้นนิดเดียว

เรื่องราวหน้านี้ .. ผมแค่จำๆเขามาเขียน,ท่านหาอ่านได้ทั่วๆไป 

 

แนะนำตัว..เปิดใจ รู้จักกัน

 
การทำงานและการดำเนินชีวิตประจำวันนั้น ผมไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่า..สิ่งที่ดำเนินไปท่ามกลางการใช้ชีวิตที่ถูกต้องตามเหตุผลอันสมควร ..เป็นเจ้านายคนก็ทำหน้าที่ให้ดี เป็นผู้ให้บริการ เป็นผู้บริหารองค์กรก็ดูแลลูกค้า ซื่อสัตย์ ต่ออาชีพ อบรมสั่งสอนลูกน้องบริวารให้อยู่ในแนวทางที่ดี และ แบ่งปัน จุนเจืออย่างยุติธรรม .. เมื่อทำดั่งนี้แล้ว .. ผลประโยชน์ต่างๆ ก็จะดำเนินไปตามแนวทางที่ถูกต้องทำนองคลองธรรมอย่างอัตโนมัติ ..
 
โดยพื้นนิสัยของผม เป็นคนชอบอ่านหนังสือ ชอบฟังเพลงบรรเลง ชอบเดินทางท่องเที่ยว ชอบอ่านประวัติศาสตร์ ชอบศึกษาปรัชญา โดยเฉพาะปรัชญาอินเดียและปรัชญาตะวันออก .. หากมีเวลาก็จะหาที่สงบๆนอนอ่านหนังสือ แม้เวลาส่วนใหญ่จะหาเวลาว่างยากก็ตาม แต่ ผมก็พยายามพักให้เหมาะกับวัย ..
 
ในเชิงธุรกิจ .. ผมทดสอบ และ ทดลองทฤษฏีความเชื่อส่วนตัวมากมาย .. ส่วนใหญ่มาจากการนำเอาหลักพุทธศาสนามาพิสูจน์ .. เช่น ทาน การให้ / เมตตา / อภัยทาน และ กัลยาณมิตร - สิ่งเหล่านี้ผมไม่ต้องรอพิสูจน์ .. ผมสร้างขึ้น และใช้เป็นกรณีศึกษาเองเลย ..
 
ในงาน ในอาชีพ #รับเหมาก่อสร้างrenovateปรับปรุงบ้านเก่าทั้งหลังและต่อเติมบ้าน www.thairenovate.com #ผลงานเอดีดีเฮ้าส์ ที่ #เอดีดีเฮ้าส์ ทำอยู่นี้
 
หลังจากอดทนสู้..ความล้มเหลวท่ามกลางการเรียนรู้ มานับสิบปี ที่-ไม่เห็นอะไรเลย..แต่ พอห้าปีหลังมานี้ ผมพบว่า หากเราอดทนทำดีให้เพียงพอ หลักการที่พุทธศาสนาแนะนำสั่งสอน นั้นเป็นได้จริง ..พอมันเกิดขึ้น และ ได้พิสูจน์มาระยะเวลาหนึ่ง ก็พอจะบอกเล่าได้ว่า..ที่พระพุทธศาสนาแนะนำสั่งสอนสิ่งต่างๆ นั้น..ใครก็ทดลองทำ-ก็จะสามารถพิสูจน์ด้วยตนเองได้ทั้งสิ้น.. ถ้าเป็นการดำเนินชีวิตไปในวิธีที่ถูกต้อง..ผลที่เกิดขึ้นก็ไม่ต่างกัน ..หากเข้มแข็งอดทนมีศรัทธาเพียงพอ ..ในที่สุดก็จะได้พบ ได้รับคำตอบ ..ครับ
 
ไม่มีอาหารมื้อไหนที่อร่อยกว่าที่เคยทานมาแล้ว เพราะสุดท้ายก็แค่อิ่ม..พออิ่มแล้วก็เหลือ..ไม่สามารถอร่อยได้อีก ก็เลยคิดว่าไม่อยากเสาะหาอีก / ไม่มีห้องพักหรูๆที่ไหนที่สบายกว่าที่เคยได้สัมผัสมา..สุดท้ายก็เท่านั้น ..ก็เลยไม่อยากเสาะหาอีก -ไม่มีเซ็กส์พิสดารที่ไหน ที่จะไปได้ไกลกว่าจุดที่สุดทางกายภาพแล้วความรู้สึกก็กลับมาอยู่ที่เดิม.. ไม่ว่าจะเสพกามกับสตรีวัยเยาว์ที่งดงาม หรือ กับ ดารา นางแบบ ค่าตัวแพง เย้ายวนเพียงใดเพียงใด สุดท้ายก็เท่านั้น..
 
- เป็นไปได้หรือไม่ที่มนุษย์เราปรุงแต่งทุกอย่างขึ้นจนเราติดอยู่กับมัน ไขว่คว้า ดิ้นรนหาเงิน สะสมทรัพย์สิน และ อำนาจไว้เพื่อสิ่งเหล่านี้จนลืมความจำเป็นเดิมๆ - ลืมที่มาของเราไปจนหมดสิ้นแล้ว..
 
เปล่า.. ผมมิได้ต่อว่าใครอื่นที่ทำ หรือ คิดต่างไปจากสิ่งที่ผมเชื่อ .. ผมเคารพในทุกแนวทาง เคารพสิทธิ์ในการดำเนินไปของชีวิตที่แต่ละคนเลือกกระทำ และ แต่ละท่านเลือกเดิน .. ( ครบรอบเอดีดี ครั้งนี้ ดูเหมือนผมจะคิดเรื่องนี้มากขึ้นกว่าปีก่อนๆ ) สงสัยผมจะแก่มากแล้ว จริงๆ
 
ส่วนเรื่องงาน ที่ผมบอกเล่าท่านอยู่เสมอๆ นั้น - เรื่องเลือกผู้รับเหมา ก็เช่นกัน ผมได้ให้ความเห็นไว้พอสมควร และบางครั้งดูแรงไปก็มี คือ เรื่อง..คน-นั้นถ้าดีดีเลย ครับ ถ้าสันดานไม่ดียังไงก็แก้ยาก ..
 
เพราะฉะนั้นเมื่อต้องการช่าง ต้องการผู้รับเหมาไปทำงานให้-อย่าใจร้อน-หรือ-เชื่อมั่นในความรู้ของตัวเองจนเกินไป-วงการนี้ทฤษฎีการบริหารใดๆนำมาใช้ด้วยยาก - ดูคนให้ดีๆ เลือกให้ดี ตกลงกันให้ดี ..
 
ช่างที่ดี ผู้รับเหมาที่ดี ยังคงมีอีกมาก ..ของดีราคาถูก/ไม่มี .. ของดีราคาแพงกว่าแน่ ..หาที่ชัวร์-แบบไม่ต้องเสี่ยง หรือ ให้รู้จักแบคกราวน์ซะหน่อยก็น่าจะเสี่ยงน้อย - ยอมจ่ายแพงกว่า น่าจะดีกว่า..เพราะ ช่างที่ดี ผู้รับเหมาที่ดี ยังคงมีอีกมาก แต่ก็นั่นแหละครับส่วนใหญ่พวกเขาอาจจะยังไม่ว่างมารับทำงานให้ท่านได้ทันที เท่านั้นเอง
 
เรื่องราวในงานก็เป็นเรื่องระหว่างคนกับคน .. ทั้งสิ้น .. ผม และ เอ.ดี.ดี. ทีมของเรา ทำงานด้านนี้ .. โดยหวังว่า การมี เอ.ดี.ดี.อยู่ในสังคม อย่างน้อยก็พอทำประโยชน์ให้ได้บ้าง - " เอ.ดี.ดี. อยากอยากจะอยู่ในสังคมนี้ อยากเป็นผู้รับเหมา ที่สังคมอยากให้มีอยู่ " ไม่ใช่อยู่แล้ว เป็นภาระสังคม ..ให้ต้องคอยหวาดระแวงระวัง .. เราทำตัวแบบนี้ บอกเล่าแบบนี้ ..มานานจนลูกค้าให้ความกรุณาไว้วางใจเรียกเราไปทำงานอย่างต่อเนื่อง ..ตลอดมา
 
เอ.ดี.ดี.จะไม่รับเงินมัดจำใดๆเพื่อรับจองคิวล่วงหน้านานๆ -ก่อนจะรับงานปกติก็จะคุยกันดู สอบถามกันทำความรู้จักกันเบื้องต้น กัน .. เพราะ บางที-คนสองคนที่ต่างก็เป็นคนดี ,เมื่อต้องมาร่วมทำงานด้วยกัน-ทะเลาะกันแทบเป็นแทบตายก็มี .. รู้จักกันก่อนนะครับ ลองอ่าน www.facebook.com/ADDHouseThailand ดู เว็บไซต์ www.thairenovate.com รู้จัก #เอดีดีเฮ้าส์ รู้จักวิศวกร รู้จักครอบครัวช่างประจำ ของเรา .. แล้วท่านพิจารณาให้ดี - จนแน่ใจก่อนที่จะติดต่อว่าจ้างกัน เพราะบางที ไม่แน่ว่าเมื่อรู้จักพวกเรามากขึ้นๆ - ท่านอาจจะไม่ชอบก็ได้
 
.. เราเป็นทีมงานเล็กๆธรรมดาๆ ที่ไม่ได้เก่งอะไรมากไม่ได้รับทำงานได้ทุกอย่าง ทุกประเภทของงานก่อสร้าง แต่ ผมยินดีให้ความเห็นและบอกเล่าในสิ่งที่ผมเคยทำ แต่ถ้าคุณคิดว่า วิธีคิด-สไตล์และผลงานของพวกเราพอยอมรับได้ ก็โทรมาคุยกันมารู้จักกัน ครับ
 
หลักจากคัดสรร และ ลุ้นดูใจวัดใจกันอยู่หลายตลบ ในรอบสี่ปี มาปีนี้เราค่อนข้างแน่ใจว่าน่าจะสามารถสร้างและพัฒนา ทีมช่างของเราทั้ง หัวหน้าช่าง และทีมช่างไฟฟ้า ให้เพิ่มเป็นสมาชิกหลักของ เอ.ดี.ดี.ทีมได้ อย่าเพิ่งเบื่อที่ผมเอารูปพวกเขามาลงบ่อย..นะครับ พวกเขายอมเชื่อว่าเราจะไปด้วยกันได้ ยอมเห็นด้วยกับแนวทางที่ผมวาง และ มีใจให้กับงาน อดทนฟันฝ่าอดทนครั้งแล้วครั้งเล่าต่ออารมณ์ลูกค้าที่เปลี่ยนแปลง หลากหลายในงานต่อเติมบ้าน เพื่อให้งานจบอย่างมีความสุข.. ถึงวันนี้ เอดีดีเฮ้าส์ ได้มีวันที่ลูกค้ากรุณา ยอมรอคิว..ซึ่งเป็นพระคุณอย่างสูงสุด .. ขอขอบพระคุณจริงๆ ครับ
 
ในโอกาสที่ #เอดีดีเฮ้าส์ จะครบรอบ 19 ปี ในปลายปีนี้ ผมไม่มีอะไรจะอวยพรให้ท่าน นอกจากขอให้สิ่งที่ท่านคิดดีทำดี ตอบสนองท่าน คืนสู่ท่านอย่างยุติธรรม ..ไม่ต้องพบกับความเจ็บป่วย หรือ อุปัตวเหตุเภทภัยใดๆ ..
 
สำหรับผม .. แม้ว่าจะยังคงทำงานหนักอยู่ทุกวัน แต่ก็หนีความจริงไปไม่ได้ ผมอายุมากขึ้นแก่ขึ้นอีกปี และ รับรู้ถึงความทะเยอทะยานที่ลดลง..แต่ที่เป็นสุขกว่าปีก่อน คือ รู้สึกพอ รู้สึกเต็ม ใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น มีความสุขไม่ยากเหมือนเมื่อครั้งหนุ่มๆ .. ปัจจุบันสงบได้ง่าย สบายๆ รู้ทันอารมณ์โกรธ ยามที่รู้ทันคนเมื่อโดนหลอก ระงับอารมณ์ทันยามที่ไม่ได้ดังที่คาดหวัง หรือ ถูกกิเลสกามตัญหาทดสอบ และ สงบได้ง่ายขึ้น ..
เอาท์ไซต์ อิน - อินไซต์ เอาท์ ครับ ..ก็เลยเชื่อ อย่างที่เขียนไปนี่แหละ ครับ ว่า พอรู้สึกได้ว่าตัวเองพอ รู้ว่าเต็ม.. ที่เหลือก็ ไม่มีอะไร ...
 
ที่เขียนมาทั้งหมด นี่ ผมได้แปลว่า ผมบรรลุอะไรนะครับ
 
เมื่อ เอ.ดี.ดี. เฮ้าส์ ตกลงรับทำงาน
ลูกค้าของ เอ.ดี.ดี.เฮ้าส์ ไม่ต้องเสี่ยงกับ
ความไม่แน่นอนของช่าง,เรื่องงบบานปลาย
หรือ เรื่องช่างทิ้งงาน เอ.ดี.ดี. เฮ้าส์ รับผิดชอบงาน
และ รับความเสี่ยงทั้งหมดนั้นแทนลูกค้า
 
".. แม้ลูกค้าไม่มีความรู้เรื่องก่อสร้างเลย ลูกค้าเอ.ดี.ดี. เฮ้าส์ ก็จะได้รับงานก่อสร้างที่ได้ฝีมือช่างมาตรฐาน มีวิศวกรให้คำปรึกษาแนะนำ และ ได้รับวัสดุก่อสร้างเกรดดี ตรงตามที่ตกลง ..
 
#เอดีดีเฮ้าส์ " รับเหมาก่อสร้าง Renovate - ปรับปรุงบ้านเก่าให้ใหม่ ให้น่าอยู่ ทำทั้งหลัง - รับเหมาก่อสร้างต่อเติมบ้านพักอาศัย ในพื้นที่ กรุงเทพฯ-ปริมณฑล "
 
- 19 ปี เอดีดีเฮ้าส์ เราทำงานเรารับผิดชอบ -ขอบคุณทุกท่านที่สนใจผลงานของเรา ขอให้ทุกท่านมีความสุข
 
#คุณหมูเอดีดี Owner/ President · A D D HOUSE Pattaya & Bangkok, Thailand Line ID : addhouse e-mail : addbox@hotmail.com Call : 085 180 9994 เอ.ดี.ดี. House สำนักงาน บางนา-สุวรรณภูมิ Tel : (02) 7 6 3 - 7 8 2 8 www.thairenovate.com

Welcome Mother's Day Welcome Home

 

" .. การจะทำงานอะไร ก็ให้เริ่มต้นด้วยความจริงใจ ไม่ว่ากับลูกน้อง หรือกับ ลูกค้าก็ตาม เราต้องเชื่อใจเขา ซื่อสัตย์ต่อเขา..เราถึงจะได้มิตร / ถ้าเราเริ่มต้นคบใคร ด้วยการหาช่อง เห็นว่าเขาดีกับเรา เห็นเขาง่ายใจดี ..หรือ คิดว่าเขารู้น้อยกว่าเรา หรือ รู้ไม่ทันเรา ..แล้วเราก็ฟันราคาเขา ต่อให้ตอนนั้นเขาไม่รู้ เดี๋ยวเขาก็รู้..หมดแหละ " ที่จริงแล้ว..อาจจะเป็นเราต่างหาก ที่ไม่รู้ว่าเขาก็รู้ .. แต่เขาไม่พูด ..เขาจะดูว่าเราเป็นคนยังไง ..

 

จำไว้นะไม่มีใครโง่กว่าใครหรอกลูก.. ถ้าลูกทำอย่างนั้นนะ ในที่สุด .. ลูกจะไม่มีเพื่อน ไม่มีใครคบ ..การคิดการกระทำใดๆ ต่อให้แฝง ต่อให้เฟค ต่อให้เนียน ปานใดก็ตาม .. สิ่งที่ทำไป ถ้าไม่บริสุทธิ์ใจ มันจะสะสมเป็นอกุศลกรรม บาปกรรม มีจริง จริงอยู่มันอาจจะยังไม่ให้ผลในขณะนั้นทันที / แต่ ถ้าถึงวันที่มันมากพอ (เคยได้ยินคำว่า เคราะห์ซ้ำกรรมซัดไหม) เวลาลูกไม่มีงาน ตกต่ำ..ทุกอย่างจะประดังเข้ามา ถึงตรงนั้นต่อให้จะเร่งทำบุญทำกุศลเพื่อฟื้นใหม่ จะเริ่มใหม่ ก็จะยากแสนยาก .. เพราะฉะนั้น ก่อนจะทำอะไร คิดดีๆ ปากกับใจต้องตรงกัน .. อย่าประมาท

ถ้าลูกรักษาสิ่งนี้เอาไว้ไม่ได้ ..ในที่สุด ชีวิตก็จะล้มเหลว ไม่มีความสุข..และ ความล้มเหลวนี้ แหละ อาจจะ บีบคั้น บังคับ ไม่ให้ลูก อดทนพอ ที่จะกลับมาทำดีได้อีกเลย..ความล้มเหลวอาจไม่ใช่ความยากจนก็ได้ เคยเห็นคนรวยเป็นร้อยล้านฆ่าตัวตายไหม คนมีเงินมหาศาลก็ล้มเหลวได้ ความล้มเหลวจะบีบคั้นให้คนลงนรก..บาปกรรมที่สร้างสมเอาไว้ จะตามมาทัน .. และ เมื่อมันให้ผล .. ลูกจะร้องหาใครได้เล่า ลูกก็ต้องรับกรรมที่ลูกทำสิ่งต่างๆเหล่านั้นเอาไว้ ก็ด้วยความคิดที่เย่อหยิ่ง เชื่อมั่น อวดดี ว่าไม่เป็นไรนั่นเอง ..

ในฝัน .. ผมจำได้ว่า .. ผมบอกแม่ไปว่า ทุกวันนี้..ผมยอมเสียเปรียบ ทั้งๆที่จริงก็รู้ทั้งนั้น.. ประสบการณ์มันสอน ..ให้ได้พบกับ " ความเนียน " ระดับสุดยอดมาหลายครั้ง หลายรูปแบบ ซ้ำบ้าง ไม่ซ้ำบ้าง สนุกดีครับ นั่งดูนั่งฟัง ความไม่อยู่กับร่องกับรอยของคำคน .. จนคนในทีมลูกน้องบ้าง วิศวกรบ้าง เจ้านายผมที่บ้านบ้าง..โกรธ ที่ผมยอมเสียเปรียบ..(เขาบอกว่า มันเอาเปรียบหน้าด้านๆ ตกลงไปแล้วเรียบร้อย ขอแก้ ขอเปลี่ยนผมไปยอมทำไม ) แต่ผมบอกเขาว่า ช่างเขาเถอะ (เหมือนไม่มีเหตุผลนะ)แต่ในเมือให้ผมเป็นผู้ตัดสินใจ ผมขอเลือกแบบนี้ .. นี่คือการบริหารจัดการและการฝึกฝนเรียนรู้ และ อดทนทั้งงาน และ ชีวิต..แนวพุทธที่นำมาปรับใช้ / ผมบอกว่า..อย่าไปว่า อย่าไปแสดงว่าเรารู้ทัน เขาเลย เขาคิดเขาทำ ดีหรือไม่ดี ที่จริงตอนพูดตอนทำไม่ใช่เขาไม่รู้ เขารู้ดีหมดแหละ..และสิ่งที่เขาทำเขาสร้างไว้ ก็ของเขาทั้งนั้น..ที่เราทำเราสร้างของเราไว้นี่ก็ของเรา .. ถ้าเราอดทนรักษาตัวรอดพ้นไปได้ ให้อภัยและผ่านไปได้-ในที่สุด ..ทุกอย่างจะกลับมาตอบแทนเรา ทบเท่าทวีคูณ

พื้นฐานจากคำแม่ผม..สอน .. ขยายความได้มากมาย เลยเอามาแบ่งปันกัน ... ผิดพลาดไปขอได้โปรดอภัย ..

ผมฝัน..ว่า แม่สอนทำนองนี้ แต่ มาเรียบเรียงเอาเอง...

 

คุณหมู เอดีดี

 

 

 

 ในงานรับเหมาก่อสร้าง นี่ .. ต้องพบเจอช่าง,เจอคนสารพัดชนิด ถ้าจะอยู่ในอาชีพนี้และทำงานให้ดี ใจต้องนิ่ง ต้องมีศรัทธาในความดีของตัวเอง ต้องอดทนและทำความเข้าใจมาก (ผมเเขียนเอาไว้นานแล้ว)

ถ้าท่านสนใจศึกษาหลักศาสนา ปรัชญา และ อุดมการณ์การใช้ชีวิต การเรียนรู้ศึกษาผู้คนแต่ละชนิดแต่ละประเภท ผมบอกเล่าได้ว่า การทำอาชีพรับเหมาก่อสร้าง เป็นการเรียนรู้จากของจริงทั้งสิ้น ที่จะเข้าใจคนแทบทุกชนชั้นวรรณะ ทุกระดับได้ถ่องแท้พอสมควร .. ผมบอกเล่าได้ว่าวงการนี้นำพาให้เราได้พบเจอคนทุกประเภท (ทั้งลูกค้า,ช่างและผู้รับเหมา) ทั้งที่ดีแสนดี และ สุดยอดความไม่ดี .. ที่หลายกรณีเราจะต้องทำความเข้าใจโดยที่ไม่สามารถนำเอาทฤษฏีใดๆมาใช้ได้เลย นอกจากใช้ธรรมะ ใช้ทฤษฎีแห่งกิเลส ตัณหา ความโลภ หรือ กฏแห่งกรรมเท่านั้น

 

- กินข้าวต้องกินทีละคำ งานต้องทำทีละอย่างไม่มีอะไรที่จะทำปุ๊ปสำเร็จปั๊ป ทุกสิ่งล้วนมีขั้นตอน อย่าเอาแต่เร่งรีบ

- คุณภาพชีวิตจะดีหรือเลว อยู่ที่จิตใจของท่านตัดสินเอง ท่ามกลางอาหารอันโอชะ เครื่องดื่มเลิศรส แต่แฝงด้วยการแสแสร้ง-หลอกลวง มิสู้มีเพื่อนรู้ใจ 3-4 คน นั่งดื่มชาพูดคุยเรื่องสัพเพเหระ 

ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนมีสองด้าน บางครั้งแทบไม่มี ผิด หรือ ถูก สิ่งที่ท่านคิดว่าผิด แต่ผู้อื่นอาจเห็นว่าถูก และ สิ่งที่ท่านขวนขวายต่อสู้เพื่อได้มา อาจจะเป็นสิ่งที่คนอื่นกำลังพยายามสลัดทิ้ง -


ชีวิต มันไม่ได้ดังใจเราเสมอไปหรอก

หลายสิ่งที่ต้องการก็ไม่ได้มา ขณะที่บางสิ่งแม้ว่าจะได้ดังประสงค์ - ก็ดูเหมือนจะไม่สมปรารถนา

เราอาจถูกสอนมาแบบสุขนิยม ในเชิงบริโภคนิยม ว่า..ต้องได้มาดังใจจึงจะมีความสุข แต่เราอาจ..ลืมมองไปว่า ในธรรมชาติ ไม่มีสิ่งใดได้ดังใจ

ไม้ใหญ่ที่ยืนต้นงามสง่า ไม่เคยบังคับแดดฝนได้ดังใจ ..ส่วนต้นอ้อล้อลมนั่นเล่า ก็อาจจะไม่ได้พิศวาสอะไรเลยกับสายลม ..ที่ต้นไม้ทำได้คือ เติบโตไปทีละวันที่ต้นอ้อทำได้คือไม่ต้านแรงลม

หรือ ที่คนเราทำได้ ก็อาจจะเป็นเพียงแค่ดำเนินชีวิตไปตามธรรมดา .. มีความสุขแบบที่ไม่จำเป็นต้องฝืนใจ และ ค่อยๆมีความรักไป ในแบบที่ไม่จำเป็นต้องดิ้นรน

เราอาจถูกสอนโดยหลายสิ่งหลายอย่างรอบๆตัวว่า.. ให้ไขว่คว้าหาสิ่งที่ดีที่สุด
แต่พอได้มาตามประสงค์ มันก็ยังไม่สมความปรารถนา ..ยังมีสิ่งที่ดีกว่ารอข้างหน้าอยู่ร่ำไป..

หรือ ดีที่สุดนั้นไม่มีจริง แต่เหมาะสมที่สุดเท่านั้นหรอก..ที่เป็นไปได้ หรือว่า..ดีที่คือการพอใจในสิ่งที่เรามีอยู่ และ เพียรพยามยามในสิ่งที่ไม่ไกลเกินเอื้อม ไม่แน่ว่าอาจเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเราแต่ละคนแล้วก็ได้

ไม่ใช่เพราะว่าเรามีคุณค่าน้อยกว่าคนอื่น หรือ เราด้อยค่าไม่คู่ควรแก่ “ สิ่งดีที่สุด ” ที่ใครๆอยากได้ หากเป็นไปได้ว่า…เพราะเราเข้าใจแล้วและไม่อยากจะไปแย่งชิงกับใคร ..

สิ่งที่มี และ สิ่งที่เลือก..จึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุดเสมอ  ดีที่สุดเพราะเหมาะสมที่สุด
ดีที่สุดเพราะไม่ทำให้เหนื่อยจนเกินไป  ดีที่สุด เพราะให้เรามีเวลาได้ชื่นชม แทนที่จะต้องเสียเวลาไปกับการวิ่งตามหา ทำตามความต้องการของใคร หรือ แก่งแย่งกับใคร



เราถูกสอนว่า เราต้องตามให้ทันโลก ไม่อย่างนั้นเราจะพลาดบางสิ่งที่คนอื่นชิงได้ไปก่อน
ดูเหมือนว่าโลกทั้งโลกจะเต้นระบำเป็นจังหวะที่เร่งร้อนขึ้นทุกวัน
ในขณะที่บางคนกลับพิศมัยที่จะเยื้องย่างไปช้าๆ

ในการดำเนินธุรกิจ…โลกหมุนเร็วจนเราต้องวิ่งถึงจะตามทัน
และบางวันที่เหนื่อยหนัก ..เราเองก็อาจจะไม่อยากวิ่งตามมัน
บางที..ถ้าเราเดินช้าๆ ในขณะที่โลกหมุนเร็วๆ เราอาจจะทรงตัวได้ดีและอาจมั่นคงกว่านี้ก็ได้

หลายครั้งๆเราก็เลือกที่จะวิ่งตามโลก,ทำตามความคาดหวังของคนรอบข้าง,จนเกือบลืมทำบางอย่างสำหรับตัวเองไป แล้วดันไปเรียกมันว่า คือ การภาระหน้าที่ คือ การช่วยเหลือเกื้อกูล และ หลงภาคภูมิใจอวดใครต่อใครว่านั่นคือการเสียสละที่ยิ่งใหญ่-ที่ผู้ได้รับประโยชน์ต่างยกย่องชมเชย…จนแทบจะกระอักอาเจียนออกมาทั้งๆที่หนังสือที่อ่าน..หลายต่อหลายเล่ม ก็บอกอยู่เสมอว่า..คุณอาจสำคัญก็แค่ช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น..สุดท้ายแล้วไม่มีอะไรเลย
----------------------------------------------------------------
ได้ตามประสงค์มากไป มันก็อาจจะไม่ดี
บางที..ถ้าไม่ได้ดังประสงค์ หรือ..ถ้าไม่ตั้งความหวังไว้มากไปนัก
ชีวิตเราอาจจะสมปรารถนากว่าที่เป็นอยู่ก็ได้

 



ผมหวังว่า เรื่องราวการผ่านประสบการณ์ต่างๆของผมคงจะเป็นประโยชน์ให้แก่ผู้อ่าน หากมีบางส่วน บางช่วงของชีวิตของผมที่บังเอิญไปเหมือน หรือคล้ายกับชีวิตของใครบางคนเข้าก็ต้องขออภัยด้วย ผมเพียงแค่อยากเล่าประสบการณ์จริง ของชีวิตของคน ที่เกิดขึ้นจริง ๆ ซึ่งผมผ่านมันมาได้ด้วยการอดทนต่อสู้

ผมไม่รู้หรอกว่ามันยากหรือง่าย และ ไม่มีสูตรสำเร็จของเส้นทางนี้หรอก นอกจากสิ่งหนึ่งที่พอเชื่อได้บ้างนั่น คือ เราได้เคยทำอะไรกับใครเอาไว้บ้าง  ทั้งหมดนี้ มันคือ ชีวิตที่ผ่านๆมา

แม้ปัจจุบันผมยังกล่าวอ้างไม่ได้ว่า ผมประสบความสำเร็จในสิ่งที่ผมตั้งความหวังเอาไว้ได้ทั้งหมด แต่ บนกำลังใจที่ไม่มีหมด บนวิธีคิดที่ไม่เคยยอมแพ้ ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงเส้นทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนอย่างผมเป็นคนไม่โทษคนอื่น หรือ ใครคนใด ว่าเป็นสาเหตุทำให้ชีวิตของผมต้องเป็นไป ผมกลับยอมรับมันอย่างหน้าชื่น ว่าผมพร้อมจะเรียนรู้จากมันและเอาประโยชน์จากมัน และ นั่นคือ ผมต้องการผ่านการทดสอบนั้นให้ได้

ในการทำอาชีพ รับเหมาก่อสร้าง รีโนเวทบ้านทั้งหลัง และ ต่อเติมบ้าน กับ เอดีดีเฮ้าส์  ๑๗  ปีมานี้

อุปสรรคทำให้ผมเข้มแข็งขึ้น มีความสุขมากขึ้น หรือ อาจเรียกอีกอย่างว่าผมมีความทุกข์น้อยลง นิ่ง และ สงบได้มากขึ้น ไม่ว่าจะพานพบอะไร ถ้าไม่หนักหนาเกินไป ผมไม่ยอมจัดมันเข้าไปอยู่ในหมวดของ ความทุกข์ หรือ ความกังวลอย่างเด็ดขาด เพราะแท้จริงแล้ว มันก็เป็นเพียงแค่ อีกหนึ่งปัญหาของเรา เท่านั้นเอง

ถ้าบุญใดเกิดขึ้นเนื่องจากเรื่องราวนี้ ผมขออุทิศบุญกุศลทั้งหมด แด่ทุกผู้คนทั้งหญิงชาย ที่ผมได้เกี่ยวข้องตลอดเส้นทางชีวิตที่ผ่านมา จนวันนี้ วันที่ผมยังพอมีเวลาได้ค้นหาและทำความเข้าใจ สิ่งที่อยู่ในใจตัวเอง
หากในวันเวลาชีวิตที่ผ่านมา มีม่านใดที่ได้รับความทุกข์จากการกระทำของผมด้วยตั้งใจก็ดี ไม่ตั้งใจก็ดี รู้ก็ดี ไม่รู้ก็ดี โปรดรับเอาบุญกุศลนี้ไป และ โปรดอโหสิกรรมให้แก่ผมด้วย

ส่วนผู้ที่ได้รับความสุขจากผม ในระยะเวลาที่ผ่านมา ผมไม่ถือเป็นการติดค้างบุญคุณใดๆ และ แม้ว่าจะมีผู้คนบางจำพวกได้สร้างบาปเวรต่อผม ผมก็ไม่ถือโทษโกรธเคืองใดๆ ขออโหสิกรรมให้กับทุกผู้คน ขอจงรักษาตัวรักษาจิตใจ อย่าให้กิเลสครอบจนมองไม่เห็นความจริงของชีวิตเลย

 

 


สัจธรรมจากการเชิญความทุกข์และปัญหาของชีวิต นำมาซึ่งความเข้าใจตนเอง ตลอดระยะเวลาที่ผมเกิดมาบนโลกใบนี้ เมื่อย้อนไปมองดูชิวิต และพิจารณาอย่างจริงจัง เราอาจพบว่า การเติบโตมาเป็นผู้เป็นคนคนหนึ่งนั้น ประกอบด้วยรายละเอียดมากมาย เช่น สิ่งที่รวมเป็นส่วนต่างๆขององค์ประกอบแห่งชีวิตของผมในวันนี้

• ประสบการณ์ชีวิตวัยเยาว์ ที่ต้องเปลี่ยนแปลงอย่างหน้ามือเป็นหลังมือจากเด็กชนบทห่างไกล มาใช้ชีวิตในเมือง จากการจุดตะเกียงน้ำมันก๊าดอ่านหนังสือ มาอยู่ท่ามกลางความสะว่างไสวของไฟฟ้า จากการเลี้ยงดูอย่างเข้มงวดที่ไม่เคยคลาดสายตาจากพ่อแม่ จากที่ไม่เคยตัดสินใจด้วยตัวเอง ต้องมาเป็นผู้ที่ต้องรับผิดชอบตัวเองทุกอย่างและต้องปรับตัวต่อสู้ลำพัง เข้าไปอยู่ในโรงเรียนประจำห่างไกลบ้านเกิดนับสี่ร้อยกิโลที่การดูแลของพ่อแม่ชาวนานชาวสวนบ้านนอก ไม่มีทางส่งมาถึงได้ กลายเป็นการใช้ชีวิต เกเร หัวหกก้นขวิดในช่วงวัยรุ่น

มาถึงวันนี้ผมยังรู้สึกแปลกใจไม่น้อย ที่ผมสามารถผ่านชีวิตมาได้ถึงวันนี้ ผมรอดตาย รอดจากการติดยาเสพติด รอดจากการเดินทางผิด ผ่านชีวิตวัยเรียน และ ผ่านมรสุมเหล่านั้นมาถึงวันนี้ได้อย่างไร

ผมผ่านพ้นมันมาได้เพราะการให้อภัยจากพ่อและแม่ และ เพื่อนที่ดีที่สุดในชีวิตคนหนึ่ง(ธนาวัฒิ)ที่เอาใจใส่ ฉุดรั้ง และอุปการะตลอดมาส่งผลให้ผมได้เข้าไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีแห่งใหม่ในกลุ่มของพี่ๆซึ่งเป็นนักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตย์ฯ ซึ่งทำให้ผมได้พบเห็นแบบอย่างของชีวิตนักศึกษาที่ดีที่ผมชื่นชอบ และใฝ่หาอยากจะเป็นเช่นนั้นบ้าง และ นั่นอาจเป็นแรงจูงใจสำคัญ ที่ทำให้ผมพยายามสอบเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยอีกครั้ง

• ประสบการณ์ในวัยทำงาน การใช้ชีวิตลูกจ้าง การใช้จ่าย การอุปการะเลี้ยงดูผู้อื่น การถูกยกย่องให้เป็นคนสำคัญ จนผมรู้สึกว่านั่นคือความสำเร็จของชีวิตไปแล้ว วัยเพียง 29 ปี ผมสามารถรับผิดชอบดูแลปกครองและชี้ทางให้คนหลายคนประสบความสำเร็จได้อย่างไม่น่าเชื่อ จนบางครั้งสำคัญตัวเองผิดไปว่า..ความคิดของผมเท่านั้นที่ถูกต้อง ก็ในเมื่อสิ่งที่ผมคิดและใช้กับตัวเองตลอดมาในชีวิตมันเห็นผลอยู่ตรงหน้าว่า..มันสำเร็จ ผมจึงไม่เชื่อวิธีอื่นหรือ การที่เสนอแนะโดยผู้อื่น ขณะนั้นผมจึงมีความเชื่อมั่นในตัวเองสูงมาก …

“…เราจะเป็นที่ต้องการ เราจะเป็นคนสำคัญ ต่อเมื่อเรามีประโยชน์ต่อผู้อื่นเท่านั้น เมื่อเราเป็นคนสำคัญ ก็จะมีผู้คนมากหน้าหลายตาเข้ามายกย่อง ชมเชยเรา พวกเขาจะชื่นชมและยอมรับเรา จนเราแทบจะลืมไปว่า ก่อนหน้านี้เราเป็นอย่างไรเคยผ่านอะไรมาบ้าง และพวกเขาเคยเป็นอย่างไร เคยทำอะไรกับเราไว้บ้าง แต่ เราจะสำคัญก็แค่ช่วงหนึ่งเท่านั้น……เพราะ ณ วันที่เราไม่เหลืออะไรอย่างนั้นอีก ทุกสิ่งจะสูญสลายไปสิ้นในพริบตา ราวกับว่ามันไม่เคยเกิดขึ้น ราวกับไม่เคยมีใครได้รับอะไรจากเราเลย ยิ่งกว่านั้นแทนที่เราจะถูกปฏิบัติเช่นผู้คนที่กลับสู่สถานะเดิมเพราะเราเคยขึ้นไปถึงจุดที่ทุกคนยอมรับมาแล้ว..เพียงแค่การกลับมาสู่จุดเดิมก็น่าจะเพียงเสมอตัว แต่ความจริงของชีวิตมิได้เป็นไปตามสูตรคณิตศาสตร์เช่นนั้น ผู้คนเขาเรียกสิ่งนั้นว่า ความล้มเหลว และในวันที่เราล้มเหลว จงเข้มแข็งให้มากไว้ อย่าได้ถามถึงอดีตใด จากใครต่อใครที่แม้เราเคยอุปถัมภ์ค้ำชู หรือเคยทำความดีใดๆเอาไว้ทั้งสิ้น เพราะมันจะไม่มีทางได้มาด้วยการเรียกร้อง ถ้ามันจะมี มันจะมีมาเองโดยธรรมชาติเท่านั้น



ผมเรียนรู้ได้อย่างนี้ พบมาอย่างนี้ และ เมื่อผมเข้าใจมัน สิ่งเหล่านี้มีประโยชน์ต่อผมอย่างที่สุด..

สิ่งที่ผมได้รับจากความสำเร็จ และ ความล้มเหลว คือ การเข้าใจความจริงของชีวิต ความเป็นจริงของหัวใจผู้คนมากมายที่ได้เข้ามาเกี่ยวข้องต่อกัน แยกแยะมิตรแท้ มิตรปานกลาง และ มิตรเทียม พร้อมทั้งกำหนดชั้นของการที่จะมอบความสำคัญในโอกาสต่อไปข้างหน้าให้กับผู้คนรอบข้างได้อย่างชัดเจนที่สุด ..

จงเชื่อในสิ่งที่เราได้ทำ ในสิ่งที่เราได้คิด ใคร่ครวญและเลือกมัน.. จงอย่าโลเล ในสิ่งที่เราได้ตัดสินใจเลือกไปแล้วแม้สิ่งที่เราเลือกวันนี้มันจะไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุด เมื่อถึงวันพรุ่งนี้… เพราะเราได้ทำมันลงไปแล้ว..เราจึงไม่สามารถกลับไปแก้ไขมันได้อีก..ไม่ว่าด้วยข้ออ้างหรือเหตุผลใดๆ เพราะถ้าเราทำอย่างนั้น ชีวิตเราจะไร้ค่าที่สุด เพราะแค่การนับถือตัวเราเอง เรายังทำไม่ได้เลย … เราจึงไม่น่าเกิดมา หรือ มีชีวิตอยู่ด้วยซ้ำ


ประสบการณ์ที่ได้รับ จากการผ่านความยากลำบากในแต่ละครั้งของชีวิต ทำได้แค่เพียงบอกเล่าให้กันฟัง มันถ่ายทอดให้กันไม่ได้ ทุกครั้งที่ผมผ่านมันมาได้ ความทุกข์ได้สอนอะไรเพิ่มขึ้น มันบอกเราให้รู้สิ่งใหม่เสมอ แม้ในบางสิ่งที่เราเคยมั่นใจอยู่ก่อน ว่าเรารู้แล้ว มันกลับบอกว่าเรายังต้องเรียนรู้ใหม่ ยังมีอีกมาก และไม่มีวันจบสิ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องราวของหัวใจคน

…ถ้าเราต้องการเข้าใจโลก เข้าใจผู้คนอย่างแท้จริง อย่าได้ไปแสวงหา หรือ คาดหวังที่จะพบความจริงจากภายนอก เราต้องค้นหาจากหัวใจตัวเราเอง…. หาตัวเองให้พบ รู้จักที่จะยอมรับความจริงกับหัวใจตัวเอง อย่าได้หาข้ออ้าง หรือ ข้อแก้ตัวที่จะทำตามใจเราอยู่ร่ำไป เราเป็นใคร เรายอมรับผลของสิ่งที่เราได้ทำลงไปหรือไม่ เราโทษผู้อื่น เราโทษชะตาชีวิต เรามีข้อแก้ตัว สรรหาเหตุผลตามภูมิปัญญาที่เราได้เรียนรู้มาที่จะบอกผู้อื่นว่า.. ทำไม เราจึงทำ หรือ ไม่ทำอะไร

นี่คือ บทเริ่มต้นสำหรับคนที่จะค้นหาตัวเองของผม ที่ผมค่อนข้างแน่ใจว่าได้พบมันแล้ว และได้ทบทวนมันอย่างเป็นระบบแล้วในช่วงเวลาหนึ่ง กว่าจะตัดสินใจบอกกล่าวออกมาว่า ผมจะยึดถือสิ่งเหล่านี้และความคิดเหล่านี้เป็นแนวทางในการทำงานและการดำเนินชีวิตในเวลาที่เหลือ แม้ว่าผมอาจจะมีเพียงวันนี้ก็ตาม ซึ่งกว่าผมจะพบ ยอมรับ และ เชื่อในสิ่งนี้ ผมใช้เวลากว่าครึ่งชีวิต



เวลาเป็นสิ่งสำคัญที่สุด การใช้เวลาอย่างมีค่า การทำทุกวันที่ตื่นขึ้นมาให้ดีที่สุด เป็นสิ่งที่พูดง่าย แต่น้อยคนนักจะจริงจังกับมัน เรามักคิดเสมอว่า เราอายุเท่านี้ยังมีเวลาเหลืออยู่  แต่สำหรับผมแล้ว ผมมีเวลาเหลืออีกเพียง 1 วันเสมอ เท่าที่ผมได้ตื่นขึ้นมา ผมจึงไม่กล่าวโทษใคร ไม่พิพากษาใคร ไม่สรุปชีวิตใครต่อใครว่าควรทำอย่างนั้น ไม่น่าทำอย่างนี้ แต่ยังคงก้าวเดินต่อไป ตามภาระหน้าที่ที่ผมเลือกและมีในชีวิตของผม ไม่คาดหวังและไม่สิ้นหวัง ทำงานทุกอย่างด้วยความอดทนพยายาม เพื่อให้บรรลุฝันที่ผมและครอบครัวของผมต้องการ แม้วันนี้ความสำเร็จนั้นยังไม่ชัดเจนนักอย่างที่ผมต้องการ แต่ผมก็มั่นคงในเส้นทางที่ได้เลือกแล้ว ไม่ว่ามันจะยากลำบากเพียงใด

สำหรับผมแล้วความยากลำบากคือเพื่อนใกล้ชิดที่คุ้นเคยกันมานานแสนนาน ผมไม่เคยรู้สึกว่าความทุกข์ยาก หรือความเจ็บปวดที่ต้องอดทนใดๆ คือสิ่งแปลกประหลาด หรือ สิ่งที่ผมรับไม่ได้ เพราะสิ่งนั้นที่เกิดขึ้นในชีวิตผม เป็นของผมเอง มันได้เกิดขึ้นก็เพราะตัวผมเอง ผมดันไปทำเข้า และ นั่นก็คือผลของมัน เราทำเอาไว้อย่างไร ก็ย่อมจะได้รับผลอย่างนั้น ผมจึงยอมรับ และ พร้อมก้มหน้าชดใช้มัน โดยไม่เคยโทษผู้อื่นเลยแม้แต่น้อย

….. ที่ใดมีความยากลำบากที่นั่นมีความมานะอดทน คู่กันเสมอ ขึ้นอยู่กับว่า ในระหว่างที่เราต้องอดทนอยู่นั้น เราเอาแต่พร่ำบ่น โทษผู้อื่น หรือ เราพยายามเรียนรู้ที่จะเข้าใจตัวเราเอง และ ความยากลำบากนั้นอย่างไร ต่างหาก

ไม่ว่าเราต้องเผชิญปัญหาใดๆก็ตาม ปัญหาตรงหน้า ไม่ได้ใหญ่ไปกว่าตัวของเรา ปัญหาส่วนใหญ่เป็นเรื่องของคนอื่น ไม่ใช่เป็นปัญหาของเราอย่างแท้จริง แต่ที่เป็นปัญหาขึ้นมา อาจเกิดจากความรัก ความคาดหวังหรือความห่วงใยผูกพัน ถ้าเราเข้าใจอย่างนี้ได้ บางทีเราอาจลดปัญหาในหัวใจลงได้กว่าครึ่งหนึ่งของที่เรามี และ เมื่อเหลือเพียงปัญหาของเรา เราก็แยกมันออกเป็น ปัญหาที่จำเป็นต้องแก้ ปัญหาที่แก้ได้โดยตัวเรา แก้ได้โดยอาศัยเวลา หรือ แก้ได้โดยเงื่อนไขต่างๆทางสังคม หรือ ไม่ต้องคิดแก้ไขใดๆเพราะเมื่อเวลามันผ่านไปแล้วเราได้ทำลงไปแล้วย่อมกลับไปแก้ไขไม่ได้ และถ้ามันเป็นเช่นนั้น มันก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป เพราะปัญหาที่แท้จริงก็คือ เราจะทำอย่างไรไม่ไห้มันเกิดขึ้นอีกต่างหาก….

• ผมคิดเสมอ กับข้อความง่ายๆที่ว่า …เราทำวันนี้ดีที่สุดหรือยัง เราได้รับอะไรมาบ้างจากชีวิตที่ผ่านมา เราเลือกที่จะเก็บอะไรไว้ และ เลือกที่จะทิ้งอะไรไป หลายคนเลือกสิ่งงดงามในชีวิตเก็บเอาไว้ชื่นชม แต่สำหรับผมแล้วผมเลือกที่จะเก็บเอาผลจากความทุกข์ ความคึกคะนองสนุกสนาน ความผิดพลาดล้มเหลว ความบ้าระห่ำ ความเสี่ยงทุกครั้งของชีวิตและ ความผิดหวังต่างๆที่เคยเกิดขึ้นไว้เป็นบทเรียน และ จะไม่มีวันให้มันเกิดซ้ำอีกอย่างแน่นอน ส่วนวันเวลาที่เคยได้รับความสุข และ ความสมหวังนั้น ถูกบบรรจุไว้เป็นแบตเตอรี่ที่ไม่มีวันหมด ของชีวิตตลอดเวลาอยู่แล้ว

ความดี ความชั่ว มีอยู่จริง พลังแห่งความดี และ พลังของความชั่วร้ายก็มีอยู่จริง ส่งผลให้คนเรามีความทุกข์ และ ความสุขในจิตใจของเรา มีคนถามผมว่า อะไรคือความสุขกันแน่ ผมตอบไปว่า ผมไม่ทราบหรอกว่า คุณหมายถึงอะไร

แต่ สิ่งที่ผมเรียกมันว่าความสุข นั้น ผมหมายถึง เวลาที่ผมรู้สึกมีความโล่งในสมอง ไม่มีความกังวล ไม่มีความหวาดระแวง ไม่ต้องหาทางแก้ปัญหาที่ตามติดอยู่ สงบ รู้สึกมีพลัง สุขภาพดีไม่เจ็บป่วย มีความมั่นใจ ไม่ลังเลที่จะนับถือเชื่อมั่นในความดี และความบริสุทธิ์ใจในการกระทำใดๆทุกครั้ง ได้ดำเนินชีวิตตามปกติตามสมควรแก่อัตภาพ ไม่ถูกรบกวนด้วยความหวังของผู้คนที่แวดล้อม

- ผมหมายถึงอย่างนี้จริงๆ …. ความสุขของผมจึงไม่ใช่ ภายใต้ระบบแพ้คัดออก แม้ว่าผมจะเคยได้ถูกเลือกให้อยู่ฝ่ายผู้ชนะก็ตาม

• การมีสติที่ได้เข้าใจโลก และ ผู้คนตามความเป็นจริงว่า ทุกคนล้วนต้องดิ้นรน พยายามกันทั้งสิ้น เราจึงไม่มีทางไปสรุปชีวิต หรือ พิพากษาสิ่งที่เขาทำลงไปได้ เพราะผมยังคงเชื่อว่า ไม่มีใครอยากทำไม่ดี ไม่มีใครอยากทำผิด และ ไม่มีใคร อยากเป็นคนที่คนอื่นไม่ชอบหรือผิดหวัง รวมทั้ง ยังเชื่อว่าไม่มีใครอยากเป็นคนไม่ดี

ในวาระดิถีที่ผมได้เกิดมาและดำรงอยู่มาจนถึงวันนี้ ผมคิดเอาเองและถือเอาว่าสิ่งที่เกิดกับผมตลอดมาทั้งชีวิตถ้าชั่งด้วยตาชั่งของผม ซึ่งอาจไม่มาตรฐานนักในสายตาของคนอื่น ด้านของความดี และ ด้านของความไม่ดี น่าจะมีน้ำหนักพอๆกัน.. และ ถ้าวันนี้คือวันสุดท้ายของชีวิตผมพร้อมที่จะตายอย่างมีความสุข โดยไม่ต้องติดค้างอะไรอยู่ในหัวใจของใครอีก และ จะยอมรับผลกรรมที่ยังคงมีอยู่ในที่ผมอาจต้องไปชดใช้ในโลกอื่น

แต่..ถ้าผมยังพอมีเวลาอีกหนึ่งวันของชีวิต เช่นทุกวันนี้ที่ได้มีโอกาสตื่นขึ้นมา.. ทุกๆวันของผมคือกำไรชีวิต ที่ได้มีโอกาสทำดี ทำบุญ ทำประโยชน์ ให้ด้านของตาชั่งแห่งความดีมีน้ำหนักมากขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าผมไม่สามารถจะเอื้อมหยิบก้อนแห่งความไม่ดีออกไปจากอีกฝั่งหนึ่งได้ก็ตาม ที่แน่นอนกว่านั้นก็คือ ผมไม่มีวันยอมให้น้ำหนักในฝั่งนั้นเพิ่มขึ้นได้อีกแม้แต่น้อย

• ท่านคือส่วนหนึ่งของชีวิตผม ผมรู้ดีว่าชีวิตของท่านแต่ละคนนั้นไม่ง่าย ขอให้ผู้คนที่ผมนึกถึงที่ได้รับเรื่องราวนี้ซึ่งผมใช้เป็นอนุสรณ์แห่งการบรรลุเป้าหมายของการมีชีวิตมาถึงวันนี้ จงรับรู้ว่า ท่านคือคนสำคัญคนหนึ่งในชีวิตของผม คือ ผู้ที่ผมยังรัก ห่วงใย และ ระลึกถึงอยู่ ท่านมีผลทั้งโดยตรงและโดยอ้อมเสมอ

ผมจึงหวังให้ท่านอดทนสู้และฟันฝ่ามันไปโดยไม่ต้องคอยหาข้อแก้ตัวใดๆ หรือ หาทางโทษผู้อื่น สักวันท่านก็จะยิ้มได้ทั้งน้ำตา สักวันหนึ่งท่านก็อาจจะเข้าใจมันได้เท่ากับผมหรือดีกว่าผม

ขอบคุณที่ติดตามเรื่องราวของผมและครอบครัว ..หากท่านอนุโมทนาในบุญใดก็ตามที่ผมทำสำเร็จแล้วในการเดินทางครั้งนี้ ขอให้ทุกท่านได้รับผลบุญแห่งการอนุโมทนา และ ขอให้ท่านมีความสุขยิ่งๆขึ้นไป

 โทร. 085 180 9994  ผมยินดีให้ข้อมูล และ ความเห็นเท่าที่ผมรู้ ..ท่านสามารถโทรสอบถาม ปรึกษา เรื่องราวต่างๆ กับผมได้โดยตรง

เราหลายคนได้เดินทางกันมาถึงวัยนี้กันแล้ว ..จริงๆ / ผมยินดีที่ท่านได้แวะเข้ามารู้จักกัน ครับ / ไม่ว่าเรื่องงาน  เรื่อง รีโนเวทบ้าน  เรื่องต่อเติมบ้าน ปัญหาเรื่องช่าง เรื่องสถาปนิก เรื่องวิศวกร เรื่องการก่อสร้าง หากท่านต้องการสอบถามข้อมูล หรือ ปรึกษาผม โทร.หาผมได้ ครับ  ผมยินดีคุยกับทุกท่าน ..แบบสบายๆ เป็นกันเอง / ขอบคุณทุกท่าน ที่ติดตามเรื่องราว ของเอดีดีเฮ้าส์ ครับ / คุณหมู-เอดีดี

 

- สอบถาม-ปรึกษา คุณหมู-เอดีดี Call : 0851809994 LineID : addhouse  ขอบพระคุณอย่างสูง ที่ท่านติดตามผลงานของพวกเราตลอดมา