adeniumhome.pantown.com : บ้านชวนชม
[ลูกบ้านSignIn][เจ้าบ้านSignIn]

   ปฐมบทใหม่ของชวนชม

กระแสของชวนชมยักษ์กลับมาอีกครั้งในปี 2548 โดยต้องยอมรับว่าการที่กระแสชวนชมกลับมาอีกครั้งส่วนหนึ่งนั้นมาจากกระแสโลกาภิวัตน์ในโลกแห่งเทคโนโลยี ข้อมูลข่าวสาร ทำให้การศึกษาแลกเปลี่ยนความรู้กันง่ายขึ้น ผ่านทาง Yahoo Group หรือทาง เวปไซต์ต่างๆ เช่น เวปคนรักโซโค https://www.i-loves soco.pantown.com, Siamadenium.com และอื่นๆที่ตามมา การทำการตลาดกับต่างประเทศที่ง่ายขึ้นทำให้ ชวนชมยักษ์ของไทยเป็นที่ชื่นชอบของชาวต่างประเทศมากขึ้นผ่านทางการทำตลาดของคนหลายคนที่มีส่วนร่วม วันนั้นชวนชมที่ฮอตฮิตติดตลาดก่อนคือ ชวนชมยักษ์สายทางโคราชและ ราชินีพันดอก ทำให้สวนหน้าใหม่หลายสวนเกิดขึ้น รวมทั้งกระแสการกว้านซื้อราชินีกิ่งตอนจากสวนใหญ่ที่เคยเลิกราจากวงการไปพักใหญ่ทำให้กระแสยิ่งแรงเข้าไปใหญ่ ทำให้เกิดการตื่นตัวในวงกว้าง เมื่อยักษ์ราชินีเริ่มอิ่มตัว กระแสของเพชรบ้านนาเริ่มเด่นขึ้นมาจากการประกวดที่งานสวนหลวงด้วยต้นแชมป์ของท่านนายพล ทำให้เกิดการตื่นตัวในไทยก่อนแล้วลามไปนอกจากการทำตลาดจากฝีมือคนไทย จนเมื่อเริ่มอิ่มตัวหรือกระแสกิ่งแม่ก็ไม่ทราบได้ชัดเจน คนก็หันมาเล่นกลุ่มบางคล้า เขาหินซ้อน จนกลุ่มบางคล้าที่ถูกละเลยมานาน ถูกนำมาปัดฝุ่นและเข้าประกวดและได้แชมป์กันมากมาย และจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการบูมอีกครั้งของชวนชมมาจากกำลังซื้อของลูกค้าชาวอินโดนีเซีย

จากปัญหาทางการเมือง การประกวดที่งานสวนหลวงปีล่าสุดไม่มีชาวต่างประเทศคนไทยเข้ามาดูเพื่อเสริมตลาดได้ในตอนนั้นเนื่องจากสนามบินปิด ทำให้การบูมของไม้ทุกตัวหยุดชะงัก รวมถึงสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันทำให้คนระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น แต่ในมุมมองของเจ้าบ้านเห็นว่า การเลี้ยงชวนชม เหมาะอย่างยิ่งที่จะทำเป็นงานอดิเรกเพราะ กำไรต่อหน่วยสูงมากๆ เอาตัวอย่างง่ายๆ ซื้อเมล็ดยักษ์มา เมล็ดละ 2 บาท เพาะแล้วเลี้ยงไว้ สัก 1 ปี คิดว่าขายได้ต้นละ 50 บาทเป็นอย่างต่ำ หักต้นทุนน้ำต้นทุนปุ๋ย ต้นทุนไม่เกินต้นละ 10 บาทกำไรห้าเท่า จะหาสินค้าเกษตรที่ไหนได้กำไรอย่างนี้ แล้วถ้าเป็นกลุ่มไทยโซโค เมล็ดอย่างแพงตอนนี้หาได้ที่ 20 บาท เลี้ยงหนึ่งปี ขายได้ ต้นละ 300 บาท กำไรเป็นสิบเท่าเป็นอย่างน้อย สำหรับผู้ที่มีเวลาและสถานที่ เนื่องจากทำง่าย ขายง่าย และตลาดยังกว้าง แต่อย่างไรก็ตามมีจุดดีก็มีจุดด้อย อย่างที่กล่าวมาแล้วว่า ชวนชม ทำง่าย ทำให้มีคนทำเมล็ดได้มากมาย เป็นหลักล้านเมล็ดในหนึ่งสวนใหญ่ และ หลักหมื่นในสวนเล็ก และในทุกวันนี้ การหากิ่งพันธ์ที่คาดว่าให้ลูกสวย ไม่ได้หายากอีกต่อไป ทำให้ชวนชม ทุกคนทำได้ แล้วจะทำยังไงต่อไป

ในมุมมองของคนหลายคนบอกว่า ของสวยยังไงก็ขายได้ จริงครับ แล้วกี่คนที่จะทำไม้ได้สวยถูกใจคนซื้อ ดังนั้นเราต้องมองถึงความถนัดและข้อจำกัดของเราครับ ขออ้างอิงทฤษฏีของมหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด ที่บอกว่าในการศึกษาหรือจะทำอะไรให้ SWOT ปัจจัยภายในตัวเองและปัจจัยภายนอกก่อน กล่าวคือ ปัจจัยภายใน ตัวเองมีข้อดีข้อด้อยอย่างไร S = Strength หาจุดแข็งของตัวเอง ว่าถนัดทำไม้สวย หรือ มีที่ดินเยอะแรงงานถูก ทำได้เยอะๆดีกว่า ฐานะการเงินดี connection ดี รู้จักคนมาก SKILL พ่อค้าเยี่ยม ก็ควรจับไม้สวยมาปั้น W = Weakness หาจุดอ่อนของตัวเอง เช่น เป็นคนใจร้อน จัดรากไม้ก็ทำขาดทุกที แต่อยากจะทำไม้สวยขาย ก็คงจะไม่เหมาะ เลิกงานเย็นค่ำไม่มีเวลาดูแลต้นไม้หรือไม่ เล่นไม้เยอะก็คงไม่เหมาะเช่นกัน ต่อมาดูปัจจัยภายนอก O = Opportunity โอกาส มีหน้าร้านหรือไม่อยู่ใกล้ตลาดต้นไม้หรือไม่เป็นทางผ่านสถานที่ท่องเที่ยวให้มีคนแวบมาแวะดูได้หรือไม่ ตลาดส่งออกเปิดกว้างขนาดไหน ใช้ประโยชน์กับงานประกวดได้หรือไม่เป็นสิ่งที่ต้องศึกษา สุดท้าย คือ T = Threat ข้อจำกัดเช่น ตัวที่เราจะทำขยายง่าย ล้นตลาดง่ายหรือไม่ หรือ คู่แข่งมากเสื่อมความนิยมโดยง่าย ตลาดนอกไม่แน่นอน บรรยากาศวงการที่ไม่สร้างสรรค์ เป็นต้น หลังจากนั้นค่อยลงมีทำให้สิ่งที่เหมาะสม คิดว่าตัวเองเหมาะจะทำไม้สวยก็ทำไม้สวยขาย คิดว่าตัวเองเหมาะทำไม้ปริมาณก็ทำไม้ปริมาณขาย ไม่มีใครบอกได้ชัดเจนหรอกว่าคุณเหมาะกับแบบไหนเท่ากับตัวคุณเอง (21/03/09)

Pantown.com ใช้คุกกี้ (cookies) หรือไฟล์ข้อมูลขนาดเล็กเพื่อจดจำการเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา จดจำความชอบและความสนใจเพื่อการแสดงผลให้สอดคล้องกับความชอบและความสนใจของผู้เข้าใช้งาน เพื่อเร่งความเร็วในการแสดงผลของข้อมูล เพื่อวิเคราะห์และนำเสนอโฆษณา รวมถึงเพื่อความสะดวกในการให้บริการต่างๆในเว็บไซต์ของเรา โดยคุกกี้นี้จะถูกดาวน์โหลดเก็บไว้ในอุปกรณ์ของผู้เข้าใช้งานเพื่อระบุอุปกรณ์การใช้งานของผู้เข้าใช้ แต่จะไม่ระบุตัวบุคคลผู้เข้าใช้งาน ทั้งนี้การวิเคราะห์อาจทำโดยบุคคลอื่นที่ให้บริการหรือได้ รับมอบหมายให้กระทำการแทนในนามของ Pantown.com เช่น Google Analytics เป็นต้น