Welding-Inspector.pantown.com : สมาคมผู้ตรวจสอบ
[ลูกบ้านSignIn][เจ้าบ้านSignIn]

   FOREX Trade

Forex : foreign exchange คืออะไร?
ฟอเร็กซ์ คือตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราสากล “Foreign Exchange Market” เรียกโดยย่อว่า “FOREX” หรือ “Forex” หรือ “Retail forex” หรือ “FX” หรือ “Spot FX” หรือเพียงแค่ “Spot” ซึ่ง ตลาด Forex (Forex Market) เป็นตลาดการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยมูลค่าการซื้อขายมากกว่า $4 trillion (4 ล้านล้านดอลลาร์) ต่อวัน ถ้าเราเปรียบกับ 25 ล้านเหรียญ ต่อวัน ของปริมาณการซื้อขายของตลาดหุ้นิวยอร์ค คุณจะเห็นความมหึมาของตลาดเงินตราสากล ความจริงแล้วมันก็ประมาณ 3 เท่าของตลาดหุ้นทุกชนิดในโลกรวมกัน นี่คือความยิ่งใหญ่ของ Forex เป็นตลาดการเงิน ที่มีสภาพคล่องสูงมาก ตลาดเปิดทำการซื้อขาย 24 ชั่วโมง ตลอดวันทำการ โดยหยุดทำการซื้อขายในวัน เสาร์-อาทิตย์เท่านั้น บางคนอาจเรียกการซื้อขายนี้ว่าหุ้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว Forex ไม่เหมือนหุ้นสามัญที่ทั่วๆไป เช่น หุ้น PTT, TFEX หรือ SET50 เป็นต้น ซึ่งหุ้นเหล่านั้นถ้าเราซื้อก็เหมือนกับเราเอาเงินไปลงทุนในกิจการ นั้นๆเหมือนเป็นหุ้นส่วนนั่นเองถ้ากิจการนั้นมีกำไร จากผลประกอบการที่ดี ราคาหุ้นก็จะสูงขึ้นเราก็สามารถขายทำกำไรได้

แต่การซื้อขายค่าเงินในตลาด Forex นั้น เพื่อให้มองเข้าใจง่ายๆเราอาจจะเปรียบกิจการที่เราซื้อหุ้นก็คือ เศรฐกิจ ของทั้งประเทศนั้นๆ นั่นเองซึ่งถ้าเราซื้อสกุลเงินของประเทศนั้นไว้ เช่น เงินสกุลยูโร/ดอลลาร์สหรัฐฯ (EUR/USD)ก็คือเราถือค่าสกุงเงินยูโร(EUR)โดยเปรียบเทียบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ(USD) ซึ่งถ้าหากเศรฐกิจของประเทศที่ใช้เงินสกุลยูโรดีขึ้นจะทำให้สกุลเงินของเขา แข็งค่าขึ้นด้วยซึ่งถ้าเราขายตอนนี้เราก็จะได้กำไรนั่นเอง ซึ่งการซื้อขายในตลาด Forex นั้นเราสามารถที่จะซื้อหรือขายได้ตลอด 24 ชั่วโมงในต่อเนื่องใน 5 วันทำการที่ตลาดเปิด จะหยุดการซื้อขายแค่ในวันเสาร์และอาทิตย์เท่านั้น ซึ่งอัตราแลกเปลี่ยนของค่าเงินแต่ละคู่นั้นแต่ละวันจะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ เสมอตลอดเวลาทำให้เราสามารถเก็งกำไรจากตลาดการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราแห่ง นี้ ได้ตลอดเวลา

โดยทั่วไปแล้วอัตราแลกเปลี่ยนของสกุล เงินต่ออีกสกุลเงินหนึ่ง สะท้อนถึงสถานภาพของเศรษฐกิจของประเทศนั้น เปรียบเทียบ กับอีกประเทศหนึ่ง ไม่เหมือนตลาดหุ้น (Stock Market) ของนิวยอร์ค ตลาดฟอเร็กซ์ไม่มีสถานที่ตั้งหรือศูนย์กลาง หรือสำนักงานใหญ่ เหมือนตลาดหุ้นอื่น

ตลาดฟอเรกซ์ ถูกจัดอยู่ในประเภท Over the Counter (OTC) หรือ ธนาคาร “Interbank” ด้วยความจริงที่ว่าตลาดทั้งหมดเดินด้วยการสื่อสารอีเลคทรดนิค ภายในเครือข่ายของธนาคารๆ ตลอด 24 ชั่วโมง

ก่อน ปี ค.ศ. 1990 เฉพราะเศรษฐี และ องค์กรใหญ่ ๆ เท่านั้น ที่สามารคเข้าเทรดในตลาดฟอเร็กซ์ นี้ได้ คุณสมบัติขั้นต่ำคือคุณต้องมี 50,000,000.– (ห้าสิบล้าน) เหรียญสหรัฐ เพื่อเริ่มต้นที่จะเข้าทำการเทรด

ตลาดฟอเรกซ์ จึงถูกจัดให้เป็นตลาดที่ใช้โดยธนาคาร และ องค์กรใหญ่ ๆ เท่านั้น ไม่ได้มีไว้ให้ประชาชนเข้าเทรดเล่นกัน อย่างไรก็ตามความก้าวหน้าทางอินเตอร์เนท การเทรดฟอเรกซ์ได้ถูกจัดโดยเอเยนซี่ต่างๆ ให้เข้าทำการเทรดได้ ด้วยบัญชีรายย่อย ทั้งหมดที่เราต้องมี ก็เพียงแต่ เครื่องคอมพิวเตอร์ และ บริการ Internet เท่านั้นเอง

ตลาด ฟอร์เร็กซ์ (OTC) over the counter
ฟอร์เร็กซ์ OTC ว่าไปแล้วเป็นตลาดเทรดเงิน ที่ใหญ่และป๊อปปูล่าที่สุดในโลก !!!ทำการเทรดโดยบุคคล และ องค์กรต่าง ๆ ทั่วโลก ในตลาด หน้าเค้าเตอร์ (OTC) สมาชิกผู้เทรดตัดสินใจว่าจะเทรดสกุลเงินไหน ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ และความน่าเชื่อถือ ของราคา และประวัติ ของสุกลนั้นต่ออีกสกุลหนึ่ง ผังแสดงค่านิยม ของผู้เทรด ต่อสกุลเงินแสดงว่า เงินดอลล่าร์ เป็นเจ้าศูนย์กลางแห่งการเทรดของบรรดานักเทรดทั่วโลก ถึง 89%ของการเทรดทั้งหมด ยูโรรองลงมา และญี่ปุ่นมาเป็นที่สาม

ทำไมไม่ซื้อหุ้นบุริมสิทธิ์ ทำไมต้องมาเทรดฟอร์เร็กซ์ ?
มีผลประโยชน์นานัปการสำหรับการเทรดฟอร์เร็กซ์ ด้านล่างนี้เป็นเพียงเหตุผลบางส่วนที่ ทำไมคนส่วนใหญ่เลือกเทรด ฟอร์เร็กซ์ไม่มีค่า

1.คอมมิชชั่น ไม่มีค่าเคลียริ่ง ไม่มีค่าแลกเปลี่ยน

2.ไม่มีค่าธรรมเนียม ไม่มีค่าโบรกเกอร์ โบรกเกอร์ได้ค่าตอบแทนจาก อัตราค่าต่างของราคาเสนอซื้อกับราคาเสนอขาย ที่เรียกว่า bid-ask sprade

3.ไม่มีพ่อค้าคนกลาง การเทรดผ่านตลาดสปอต ทำให้ไม่สามารถมีพ่อค้าคนกลาง โดยที่คุณสามารถเทรดโดยตรงกับตลาดที่รับผิดชอบตามราคาที่กำหนดในชาร์ตอัตรา แลกเปลี่ยนคู่สกุลเงิน

4.ไม่จำกัดขนาดของล๊อต ในตลาดเทรดปัจจุบัน ขนาดของล๊อตมีขนาดต่างกัน ขนาดแสตนดาร์ด สำหรับเทรดซิลเวอร์คือ น้ำหนัก 5,000 ออนซ์ ในตลาดสปอตฟอร์เร็กซ์ คุณสามารถเลือกขนาดล๊อตได้เอง ทำให้ผู้เทรดสามารถเลือกล๊อตขนาดเล็กถึง 250 เหรียญ (อย่างไรก็ตามเราจะพูดถึงอีกทีว่า ขนาดล๊อต 250 เหรียญไม่ใช่ว่าดีX

5.ค่าเสปรดต่ำ ค่ารายการบัญชี (bid/ask spread) โดยทั่วไปจะต่ำกว่า 0.1 % ในสภาวะปกติ ดีลเลอร์ใหญ่ค่าเสปรดอาจต่ำเพียง .07% โดยทั่วไปจะขึ้นอยู่กับขนาดของล๊อตที่คุณเลือก

6.ตลาดเปิด 24 ชั่วโมง ไม่มีการที่จะต้องรอที่ทำการเปิด จากเช้าตรู่วันจันทร์ยันเช้าตรู่วันศุกร์ตามเวลาบ้านเรา ตลาดฟอร์เร็กซ์ ไม่เคยหลับ ถ้าคุณเทรดพาร์ทไทม์ คุณสามารถเลือกที่จะ เทรด เวลาไหนก็ได้ เช้า สาย บ่าย เย็น หรือ ขณะที่คนอื่นกำลังฝันหวาน

7.ไม่สามารถปั่นตลาดได้ ตลาดแลกเปลี่ยนเงินฟอร์เร็กซ์ ใหญ่โตมโหรถึกมากจนไม่มีเศรษฐีหรือองค์กรไหน ๆ (แม้กระทั่วเซนทรัลแบงค์) ก็ตาม สามารถที่จะตรึงราคาของสกุลเงินใด ๆ ไว้ได้เกินชั่วขณะ

การเริ่มต้นกับตลาด Forex
หากคุณทุนน้อย แต่สนใจเรื่องการเทรด เทคนิคและการวิเคราะห์กราฟ เป็นเรื่องเดียวกันกับการวิเคราะห์หุ้นครับ เพียงแต่คุณอาจจะต้องรู้เรื่องเศรษฐกิจ และผลกระทบที่มีต่อการขึ้นลงของอัตราแลกเปลี่ยนบ้าง วิเคราะห์กราฟเอง เทรดเอง ได้เอง เสียเอง ระบบเทรด online real-time ตลาดเปิด 24 ชม/วัน 5 วัน/สัปดาห์ ตี 4 เช้าวันจันทร์ ถึง ตี 4 เช้าวันเสาร์ ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำเพียงแค่ $1 ก็สามารถเริ่มเทรดได้

สิ่งที่คุณต้องมีในการจะเริ่มเทรด
1. ทุน เริ่มต้นที่ 0 บาท ครับ เพราะหากเป็นนักเทรดมือใหม่ ผมแนะนำให้ทดลองเล่น demo account ไปก่อน อย่างน้อยๆ 3 เดือน โบรกเกอร์ส่วนใหญ่จะมี demo account ให้เราทดลองเล่นเสมอ

2. คอมพิวเตอร์ - เอาที่ดีๆ หน่อยนะครับ ไอ้ที่แฮ็งบ่อยๆ ไม่ควรเอามาใช้

3. Internet connection - ควรเป็น high speed แล้วนะครับ ถ้ายัง dial-up อยู่ ไม่น่าใช้แล้วนะครับ เพราะทุกอย่างมัน real-time (แต่ผมลองใช้อินเตอร์เน็ตของ มือถือ ก็พอได้นะครับ ถ้าไม่เปิดหลายกราฟ แต่มันจะหน่วงๆหน่อยครับ)

4. โต๊ะคอมฯ และเก้าอี้ที่สบายๆ

5. ทำใจสบายๆ แล้วใช้หลักการณ์และแนวทางในการเทรด ตัดอารมณ์(ความโลภ, ความกลัว, และการเดา) ออกไปให้หมด

การซื้อขายใน ตลาด Forex นั้นจะทำการซื้อขายผ่านจ Forex Broker ซึ่งเป็นโบรกเกอร์ที่ให้บริการซื้อขายผ่านทางอินเตอร์เน็ต ทำให้เราสามารถเทรดออนไลน์ได้ ตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่เช้าวันจันทร์ ถึง คืนวันศุกร์ สำหรับมือใหม่ ยังไม่เคยเทรดเลย ที่เวบอื่นอาจจะแนะนำให้สมัครเปิดบัญชีเทรดกับโบรกเกอร์ของ Marketiva นะครับ เพราะสมัครแล้วมีเงินจริงๆให้เราฟรี $5 (ประมาณ175 1USD:35BTH) ครับและมีเงินปลอมให้เล่น $20000 (เบิกเป็นเงินจริงไม่ได้ เอาไว้ฝึกเทรดอย่างเดียว)
แต่ที่ผมไม่แนะนำก็เพราะว่า Marketiva มีข้อจำกัดอยู่หลายๆอย่างเช่น โปรแกรมที่ใช้เทรดเป็นSoftware ที่ไม่ค่อยยืดหยุ่นเราไม่สามารถเพิ่มเติมในเรื่องของ Indicator หรือ Expert Advisor ได้ซึ่งจะพูดถึงกันในหัวข้อต่อไป สิ่งที่ผมจะแนะนำสำหรับ นักเทรดมือใหม่ก็คือการไปสมัคร บัญชีทดลองกับโบรกเกอร์ที่ ใช้ Software: MetaTrader4 หรือ MT4 ซึ่งเป็นซอฟท์แวร์ที่มีความยืดหยุนและมีเครื่องมือมากมายให้เราเลือก, ประยุกต์ หรือแม้แต่เขียนโปรแกรมสั่งงานให้โปรแกรมเทรดเองตามเงื่อนไขและรูปแบบที่เรา กำหนดก็ยังได้สำหรับคนที่มีพื้นฐานการเขียนโปรแกรม (เราเรียกโปรแกรมเทรดอัตโนมัติว่า EA : Expert Advisor) ซึ่งเมื่อเราลงโปรแกรมแล้วเราจะสามารถทดลองเทรดได้โดยสามารถกำหนดจำนวนเงิน ที่จะลงทุนได้เอง ซึ่งข้อดีของการเริ่มต้นเทรดด้วยโปรแกรมนี้ก็คือ เราสามรถกำหนดค่าเงินลงทุนให้สอดคล้องกับความสามารถที่เราคิดว่าเราจะลงทุน ได้จริงเมื่อเราจะเล่นจริงๆมันจะทำให้เราได้เรียนรู้การเล่นเหมือนจริง มากกว่าไม่เหมือน Maketiva ที่กำหนดเงินมาให้ตายตัวที่ $20000(ประมาณ 700,000 บาท)ซึ่งเราส่วนใหญ่คงจะไม่มีใครลงทุนเริ่มต้นด้วยเงินจำนวนมากขนาดนั้นจึง ทำให้ไม่เหมาะที่จะเริ่มต้นเรียนรู้จากการใช้เงินจำนวนมากขนาดนั้น เราควรทดลองเทรดโดยการกำหนดเงินลงทุนไปในโปรแกรม MT4 ด้วยจำนวนเงินที่เราคิดว่าเราจะสามารถลงเงินจริงได้จะเหมาะสมกว่าเพราะจะทำ ให้เราได้เรียนรู้จากสภาวะการเมือนจริงที่สุดและที่สำคัญกว่านั้นคือเราจะ ได้เรียนรู้การบริหารการลงทุนเท่ากับจำนวนเงินที่เราจะเล่นจริงในอนาคตนั่น เอง

การลงทุนทุกอย่างมีความเสี่ยง ดังนั้นการลงทุนแล้วให้ประสบความสำเร็จได้นั้นคือการ "จำกัดความเสี่ยง" ไม่ใช่การ "กำจัดความเสี่ยง" ยิ่ง ผลตอบแทนเยอะความเสี่ยง ก็ยิ่งเยอะตามไปด้วย ดังนั้นเราจึงควรศึกษาให้เข้าใจก่อน ผมกำลังจะบอกว่าการลงทุนในตลาด Forex เป็นการลงทุนที่ต้องใช้ความรู้ ใช้การคิดวิเคราะห์เข้ามาร่วมด้วย ดังนั้นผมบอกตรงนี้ได้เลยว่าไม่ใช่เป็นงานที่ใครๆก็จะทำได้แต่ผมก็เชื่อว่า ทุกคนที่สนใจและใฝ่ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมมันก็ไม่ใช่เรื่องยากเลยที่คุณจะ ทำกำไรจากการซื้อขายในตลาดแห่งนี้ ดังนั้นเราควรฝึกจากการทดลองเทรดเพื่อเราจะสามารถเรียนรู้ทิศทางของตลาดและ เรียนรู้ตัวเราเองไปด้วย ควบคู่กับการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมไปด้วย

ความรู้เบื้องต้นที่เราจะต้องศึกษาให้เข้าใจก่อนก็จะมีดังนี้
- การศึกษารูปแบบการเคลื่อนเปลี่ยนแปลงของกราฟ, การใช้อินดิเคเตอร์เพื่อหาแนวโน้มของราคา(Trend) และสัญญาณบอกจุดในการเข้าเทรด (Entry Point), การหาจังหวะปิดเพื่อทำกำไร,
- ศึกษาหลักการบริหารความเสี่ยง และ การลงทุนอย่างสมเหตุสมผลด้วยเงินทุนที่มีอยู่
- สังเกตุและจดจำรูปแบบการลงทุนแต่ละครั้งว่าแบบไหนทำให้เราได้กำไรแบบไหนทำให้เราขาดทุน
- ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมและมาใช้ประกอบกับประสบการณ์จากการเทรดแล้วเราจะมี รูปแบบ(Strategy)ในการเทรดที่จะทำให้เราสามารถพยากรการบริหารต้นทุนและกำไร ได้ดังใจเรา