kmitl.pantown.com : รวมพลชาววิศวะลาดกระบัง
[ลูกบ้านSignIn][เจ้าบ้านSignIn]

   In Memoriam of Dr. Punya Thitimajshima (B.Eng. Batch #18)

Mercedes-Benz CLS-Class
https://autos.yahoo.com/mercedes-benz/cls-class/

Punya Thitimajshima (1955 - 2006), a Thai professor in the department of telecommunications engineering at King Mongkut's Institute of Technology Ladkrabang (KMITL), is the co-inventor with Claude Berrou and Alain Glavieux of a groundbreaking coding scheme called turbo codes. Turbo codes began in Geneva at the 1993 IEEE International Conference on Communications. Berrou, Glavieux and Thitimajshima showed for the first time that it was practical to build reliable communication systems that operate very close to the "Shannon Limit" i.e., very close to the capacity of an Additive White Gaussian Noise (AWGN) channel. Many coding theorists in the audience thought they made the “usual 3 dB mistake” and reacted in disbelief. To everyone’s surprise, the claims of the Turbo Coding inventors were substantiated and many research groups, including notably NASA's Jet Propulsion Lab at Caltech, reproduced the same astounding performance curves claimed in the paper. Of all practical error correction methods known to date, turbo codes, together with low-density parity-check codes, come closest to approaching the Shannon limit, the theoretical limit of maximum information transfer rate over a noisy channel.

Thitimajshima was educated at King Mongkut's Institute of Technology at Ladkrabang, where he earned his Bachelor's degree in control engineering and Master's degree in electrical engineering. Later he went to École Nationale Supérieure des Télécommunications de Bretagne and Universite de Bretagne Occidentale in France, where he studied telecommunications engineering and received a doctoral degree in 1993 for a dissertation titled "Systematic recursive convolutional codes and their application to parallel concatenation." Thitimajshima joined the faculty of KMITL in 1995 as a lecturer and became associate professor.

Professor Thitimajshima was the recipient of the IEEE Information Theory Society Golden Jubilee Award given at the 1998 International Symposium on Information Theory, Massachusetts Institute of Technology (MIT), Cambridge, MA. In 2003 he received the Outstanding Technologist Award presented by the Foundation for Promotion of Science and Technology under the Patronage of His Majesty the King of Thailand. He passed away on May 9, 2006 at the age of 51.

References:

https://gladstone.systems.caltech.edu/EE/Courses/EE127/EE127B/handout/berrou.pdf
Channel Coding: The Road to Channel Capacity by Forney and Costello
https://ieeexplore.ieee.org/xpl/freeabs_all.jsp?&arnumber=4282117
https://www.4shared.com/office/WqgdIzDU/intro.html
https://www.itsoc.org/honors/golden-jubilee-awards-for-technological-innovation
https://www.itsoc.org/publications/nltr/98_sum/sum98.pdf
https://en.wikipedia.org/wiki/Turbo_code
https://tmo.jpl.nasa.gov/progress_report/42-120/120D.pdf
https://www.kmitl.ac.th/dslabs/10th_turbobook/
https://www.ecti.or.th/TurboCodeApplications/
https://www.kmitl.ac.th/dslabs/TurboCodes/
https://www.thaitechnoaward.com/Punya.pdf

---------

ตามหาคำตอบตัดสัญญาณมือถือเฉพาะจุด... ไม่มีอะไรที่วิศวกรไทยทำไม่ได้ ( IT Digest ไทยรัฐ วันที่ : 11/5/2548 19:19 )

ความสะดวกสบายในการสื่อสาร เป็นสิ่งที่ประชาชนทุกคนในประเทศไทยต้องการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้โทรศัพท์มือถือ ในการติดต่อสื่อสาร แต่จากกรณีกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และจังหวัดสงขลา ได้ก่อวินาศกรรม โดยใช้ระเบิดแบบสั่งงานทางสัญญาณโทรศัพท์มือถือหลายครั้ง จนทำให้รัฐบาลต้องใช้วิธีจัดระเบียบซิมการ์โทรศัพท์มือถือแบบเติมเงิน (พรีเพด) เพื่อเก็บข้อมูลลูกค้าทั้งหมด ไว้ตรวจสอบการใช้งานย้อนหลัง

การจัดระเบียบซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือแบบพรีเพด โดยการขึ้นทะเบียนจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ซิมการ์ดใหม่และซิมการ์ดเก่าที่มีการใช้งานอยู่แล้ว จำนวน 21.5 ล้านใบ โดยซิมการ์ดใหม่ผู้ซื้อต้องยินยอมให้มีการบันทึกข้อมูลจำนวน 5 รายการ ประกอบด้วย เลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ชื่อ-นามสกุลผู้ซื้อ เลขที่บัตรต่างๆ ที่ทางราชการออกให้ ชื่อร้านค้าและชื่อผู้ขายพร้อมลายเซ็นลงในแบบฟอร์ม โดยข้อมูลทั้งหมด จะถูกรวบรวมไว้ที่ผู้ให้บริการแต่ละราย

ส่วนการขึ้นทะเบียนซิมการ์ดเก่าจำนวน 21.5 ล้านใบนั้น ขณะนี้ ยังไม่มีแนวทางการปฏิบัติและมาตรการที่ชัดเจน ในเบื้องต้น นายจาตุรนต์ ฉายแสง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลงานกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที ได้เสนอให้ใช้วิธีการตัดสัญญาณซิมการ์ดที่ไม่ขึ้นทะเบียนตามระยะเวลาที่กำหนด แต่ยังใช้งานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และจังหวัดสงขลา

ด้านผู้ให้บริการ ประกอบด้วย บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทคและบริษัท ทีเอ ออเร้นจ์ จำกัด บริษัท ฮัทชิสัน ซีเอที ไวร์เลส จำกัด กลับบอกว่า ไม่เห็นด้วย เพราะจะส่งผลกระทบกับผู้ใช้บริการในพื้นที่ภาคใต้ทั้ง 14 จังหวัด นอกจากนี้ ยังต้องใช้ซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นมาเฉพาะในการตัดสัญญาณ

ล่าสุด รองนายกรัฐมนตรี ยังยืนยันว่า หากผู้ใช้ซิมการ์ดเก่า ไม่มาขึ้นทะเบียนตามระยะเวลาที่กำหนด (ที่จะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้แต่ต้องน้อยกว่า 3 เดือน) จะต้องถูกตัดสัญญาณ เพราะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และจังหวัดสงขลาเป็นหลัก โดยเอกชนควรมาร่วมมือกันในการแก้ปัญหาอย่างจริงจังและรวดเร็วที่สุด

IT DIGEST ไม่รีรอที่จะต่อสายไปถึงผู้บริหารที่เกี่ยวข้องในบริษัทผู้ให้บริการ แต่ละรายเพื่อสอบถามถึงปัญหาในเชิงเทคนิคต่างๆ ที่ทำไม่ไม่สามารตัดสัญญาณเฉพาะพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และจังหวัดสงขลาได้ แต่กลับไม่ได้รับความร่วมมือในการตอบคำถาม ให้หายสงสัยไปในคราวเดียว ยังดีที่เราได้รับความกรุณาจาก รศ.ดร. ปัญญา ฐิติมัชฌิมา อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมโทรคมนาคม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ในตอบข้อข้องใจของผู้สนใจเทคโนโลยีโทรคมนาคมทั้งหลาย

อาจารย์ปัญญาเริ่มต้นอธิบายว่า ตามทฤษฎีแล้ว สถานีฐานที่ตั้งอยู่ตามสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศ จะมีรัศมีการให้บริการประมาณ 5 กิโลเมตร ทำหน้าที่เพียงแพร่กระจายสัญญาณ จากสถานีส่งแม่ข่ายที่ส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลเท่านั้น โดยสถานีแม่ข่ายและสถานีฐานแต่ละแห่ง จะมีความสัมพันธ์กันทั้งระบบลักษณะคล้ายๆ รังผึ้ง ส่วนลักษณะและรายละเอียดต่างๆ ของระบบเครือข่ายการแพร่กระจายสัญญาณ จะขึ้นอยู่กับการออกแบบของผู้ให้บริการแต่ละราย

อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมโทรคมนาคมฯ ลาดกระบัง อธิบายถึงลักษณะของระบบเครือข่ายแพร่กระจายสัญญาณว่า สามารถแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบหลักๆ คือ ระบบแพร่กระจายสัญญาณลักษณะดาว ระบบแพร่กระจายสัญญาณแบบวงแหวน และระบบแพร่กระจายสัญญาณแบบผสมระหว่างลักษณะดาวและวงแหวน ส่วนการวัดความสำคัญของสถานีฐานจะวัดจากรัศมี การให้บริการและคุณภาพของสัญญาณเป็นหลัก นอกจากนี้ ลักษณะภูมิประเทศและสภาพแวดล้อมยังมีผล ต่อรัศมีการให้บริการและคุณภาพของสัญญาณด้วย

“ผู้ให้บริการส่วนใหญ่จะตั้งสถานีแม่ข่ายที่กรุงเทพฯ เมื่อมีผู้ใช้งานโทรศัพท์สัญญาณก็จะถูกส่งจากซิมการ์ดมายังสถานีแม่ข่าย ก่อนส่งต่อไปยังชุมสายที่กระจายอยู่ทั่วประเทศแต่น้อยกว่า สถานีฐานเพื่อบันทึกรายละเอียดการใช้งานและตรวจสอบข้อมูลต่างๆ เช่น โปรโมชั่น ชื่อและยอดค้างชำระที่จะมีผลต่อการอนุญาตให้ใช้บริการ เป็นต้น หลังจากนั้น ชุมสายก็จะค้นหาข้อมูลและส่งสัญญาณต่อไปยังสถานีฐานที่ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการ หมายเลขเรียกเข้าทั้งภายในระบบเดียวกันและต่างระบบและส่งเข้าเครื่องรับต่อไป” อาจารย์ปัญญาอธิบายรายละเอียดเพิ่มเติม

มาถึงข้อสงสัยว่า การตัดสัญญาณซิมการ์ดเฉพาะผู้ที่ไม่ลงทะเบียนหรือ เฉพาะกลุ่มไม่สามารถทำได้หรือไม่นั้น อาจารย์คนเดิมยืนยันว่า ไม่จริง เพราะการตัดสัญญาณซิมการ์ดสามารถทำได้ 2 รูปแบบ คือ ตัดสัญญาณทั้งสถานีฐานและการตัดสัญญาณเฉพาะบางเลขหมาย โดยการตัดสัญญาณทั้ง 2 วิธี สามารถเลือกทำได้ทันที เพราะการตัดสัญญาณจะใช้ซอฟต์แวร์ที่มาพร้อมกับ อุปกรณ์เครือข่ายที่ใช้งานร่วมกันทั้งระบบ

“การตัดสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่สามารถทำได้ทันทีและเลือกรูปแบบได้ โดยจะเห็นว่า การตัดสัญญาณทั้งระบบปัจจุบันก็มีการร้องขอจากหน่วยงานด้านความมั่นคงอยู่เป็นระยะ ส่วนการตัดสัญญาณเฉพาะเลขหมายก็มีการทำอยู่เป็นปกติ เช่น การระงับการใช้งานผู้มียอดค้างชำระ เป็นต้น ขณะที่การตัดสัญญาณเฉพาะพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และจังหวัดสงขลาที่ไม่แสดงตนก็สามารถทำได้ แต่อาจจะต้องใช้เวลาสร้างแบบจำลองและทดสอบผลอีกสักระยะ” อาจารย์ปัญญา อธิบาย

อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมโทรคมนาคมฯ อธิบายเพิ่มเติมในเชิงเทคนิคว่า การตัดสัญญาณซิมการ์ดจะถูกควบคุมมาจากสถานีแม่ข่ายด้วยซอฟต์แวร์เฉพาะ ของแต่ละยี่ห้อเครือข่ายด้วยการกรอกข้อมูลและคำสั่งต่างๆ ลงไป โดยการตัดสัญญาณจะต้องใส่รหัสผ่านและมีขั้นตอนการรักษาความปลอดภัยต่างๆ พอสมควร อย่างไรก็ตาม ในฐานะวิศวกรโทรคมนาคมไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้ แต่จะคุ้มค่าการลงทุนหรือไม่หากลงมือทำ ส่วนในทางเทคนิคก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ที่กล่าวมาข้างต้น คือ การไขข้อข้องใจจากนักวิชาการด้านวิศวกรรมโทรคมนาคม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เกี่ยวปัญหาเชิงเทคนิคต่างๆ ตามทฤษฎี เพื่ออธิบายหักล้างสิ่งที่ผู้ให้บริการยกขึ้นมาอ้างว่า ไม่สามารตัดสัญญาณซิมการ์ดที่ไม่ขึ้นทะเบียนตามระยะเวลาที่กำหนด แต่ยังใช้งานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และจังหวัดสงขลาในอนาคตได้ เพราะจะส่งผลกระทบกับผู้ใช้บริการในพื้นที่ภาคใต้ทั้ง 14 จังหวัด

เมื่อเป็นเช่นนี้ ประชาชนผู้บริโภคอย่างเราๆ คงทำได้เพียงให้ความร่วมมือกับรัฐบาล ในการจัดระเบียบซิมการ์ดเพื่อป้องกันการนำไปใช้ก่อวินาศกรรม พร้อมทั้งจับตาดูผู้ให้บริการทุกรายว่า จะมีความจริงใจในการร่วมแก้ปัญหาของประชาชนและประเทศชาติเพียงใด...

ณัฐพล ทองใบใหญ่
itdigest@thairath.co.th