thai-barf-club.pantown.com : Thai BARF Club
[ลูกบ้านSignIn][เจ้าบ้านSignIn]

   อาหารเป็นพื้นฐานสุขภาพที่ดีของสุนัข

การที่เราจะช่วยให้สัตว์เลี้ยงของเรานั้น มีสุขภาพที่ดีและแข็งแรงนั้น อาหารก็คือ หนึ่ง ในอีกปัจจัยที่มีผลสำคัญที่จะช่วยให้บรรลุถึงจุดที่หวังไว้ นั้นคือการที่สุนัขของเรามีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงและอายุยืนนาน คำแนะนำต่อไปนี้ได้รับการพิสูจน์ จากคนส่วนใหญ่ ในเรื่องความประหยัด หรือผลลัพธ์ที่ได้หลังจากการให้อาหารสุนัขโดยยึดหลัก Raw and Meat Bone Diet เมื่อเทียบกับอาหารสุนัขสำเร็จรูปที่มีวางขายอยู่ตามท้องตลาด


วิธีการต่อไปนี้มันเป็นเรื่องที่ง่าย, ประหยัด และยังทำให้สัตว์เลี้ยงของคุณมีความสุขกับมัน

* มีน้ำดื่มที่สะอาดตลอดเวลา
* กระดูกติดเนื้อดิบๆ/ ปีกไก่/ ปลา/ โครงไก่ และอื่นๆ โดยคำนึงถึงความสดและสะอาดของวัตถุดิบ
* เศษอาหารทั้งที่สุกและดิบเช่นผักผลไม้ หรือธัญพืชอื่นๆขูด หรือปั่น ห้ามให้เศษกระดูกที่ผ่านกระบวนการปรุงอาหารมาแล้ว

-------------------------------------------------------------------

++ลูกสุนัขและลูกแมว++
โดยปกติแล้วลูกสุนัขหรือลูกแมวนั้น พออายุครบ 3 สัปดาห์จะเริ่มที่จะสนใจว่าอะไรคือสิ่งที่แม่ของพวกมันกินอยู่ หลังจากนั้น พออายุครบ 6 สัปดาห์ พวกมันจะสามารถกินซากไก่, กระต่าย หรือแม้กระทั่งปลาได้
เวลานี้ระหว่างช่วง 3-6 สัปดาห์นี้ อาจจะให้ไก่บดหรือสับละเอียดแก่ลูกสุนัขและลูกแมว ขั้นตอนนี้เปรียบได้กับการที่แม่สัตว์ป่า ทำการเคี้ยวและคายอาหารออกมาให้ลูกน้อยทาน โดยขนาดที่ให้แก่ลูกสุนัขนั้นเปรผันตามจำนวนลูกในแต่ละคอก หลังจากนั้นช่วงอายุระหว่าง 4-6 สัปดาห์ ฟันแท้จะขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยช่วงนี้ลูกสุนัข/แมวนี้ ต้องการอาหารที่อุดมสมบูรณ์ หรือเนื้อดิบๆติดกระดูกในขนาดที่พอเหมาะ
ลูกสุนัข/แมวนี้ จะไม่ทานอาหารมากเกินไป แต่จะแบ่งทานเป็นช่วงๆตลอดวัน
--------------------------------------------------------------------

++อาหารตามธรรมชาติที่เหมาะสมกับสัตว์เลี้ยงในตระกูลกินเนื้อ++

*เนื้อสดติดกระดูก*
- ซากไก่หรือสัตว์ปีก เช่นโครงไก่, หัว, เท้า, คอ และปีก ฯลฯ เหมาะกับสุนัข/แมว
- ปลาทั้งตัวและหัวปลา
- เนื้อแพะ แกะ กวาง จิงโจ้ สามารถตัดแบ่งเป็นเนื้อและกระดูกชิ้นใหญ่
- ส่วนต่างๆของหมูเช่นเท้า ซี่โครง หัว ฯลฯ
Note: ทั้งหมดนี้ไก่จะเป็นชนิดที่เหมาะสมที่สุด ที่นำมาเป็นอาหารสัตว์เลี้ยงเนื่องจากมีปริมาณกรดไขมันที่เหมาะสม หาง่าย ราคาถูก และไม่เสี่ยงต่อพวกพยาธิตัวแบน

*เครื่องใน*
ตับ, ไต, ไส้, หลอดลม, กระเพาะ, หัวใจ, ผ้าขี้ริ้ว ฯลฯ
---------------------------------------------------------------------

++คุณภาพ ปริมาณ และความสม่ำเสมอ++

สัตว์ป่าทุกชนิดทุกสายพันธ์ที่จะมีร่างกายแข็งแรงนั้น ต้องขึ้นอยู่กับอาหารที่มีคุณภาพที่เหมาะสม ในจำนวนที่พอดีและได้รับอย่างสม่ำเสมอ การที่พวกมันได้รับอาหารอย่างเหมาะสมนี้นอกจากสุขภาพดีแล้ว พวกมันยังจะมีสุขภาพฟันและช่องปากที่ดีอีกด้วย เพราะพวกมันจะทำความสะอาดฟันจากสิ่งที่มันกิน โดยการแทะ ฉีก ดึง

*คุณภาพ*
เหยื่อที่มีไขมันน้อย, ปลา, สัตว์ปีก นี้เป็นแหล่งอาหารที่ดีที่สุดของสัตว์กินเนื้อ ถ้าต้องใช้เนื้อสัตว์ที่เลี้ยงไว้ในฟาร์ม เช่นหมู วัว แกะ จำเป็นที่จะต้องระวังในเรื่องปริมาณไขมันที่มากเกินไป หรือขนาดกระดูกหรือชิ้นส่วนใหญ่เกินไปสำหรับสัตว์เลี้ยง เพราะอาจจะทำให้ฟันของสุนัขแตกได้ขณะขบกินกระดูกในช่อนที่แข็งและใหญ่เกินไป
อาหารสำหรับแมวนั้นจำเป็นที่จะต้องสดเสมอ ส่วนสุนัขสามารถกินอาหารที่สุกงอมและบางครั้งก็จะมีการฝังกระดูกไว้ในดินเพื่อกินในครั้งต่อไป (หมายเหตุ: การที่สุนัขฝังอาหารไว้ในดินนั้น ชี้ให้เห็นถึงการที่คุณให้อาหารจำนวนที่มากเกินไปสำหรับสุนัข ดังนั้นวิธีหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเช่นนี้ควรลดปริมาณอาหารลง เพื่อในได้ปริมาณที่เหมาะสมสำหรับสุนัขแต่ละตัว)

*ปริมาณ*
การที่เราจะกะปริมาณอาหารให้แก่สัตว์เลี้ยงนั้นมันเป็นศิลปะมากกว่าวิทยาศาสตร์ เหมือนดังเช่นพ่อแม่ของพวกเรา เมื่อตอนเรายังเด็กเวลาพ่อแม่ป้อนข้าวป้อนน้ำนั้น การจัดการอาหารนั้นก็ไม่ได้พึ่งตารางสารอาหารอะไรเลย ดังนั้นคุณก็สามารถที่จะทำสำเร็จและได้ผลที่ดีสำหรับสัตว์เลี้ยงของคุณ โดยการให้ความใส่ใจเกี่ยวกับกิจกรรมที่สัตว์เลี้ยงของคุณทำนั้นมีอะไรบ้าง อยู่ในระดับไหน แล้วความกระหายอยากที่จะกิน รวมทั้งสภาพร่างกาย ต่างๆ ดังเช่น ถ้าสัตว์เลี้ยงมีกิจกรรมเยอะได้ออกกำลังมาก และแสดงให้เห็นว่าหิวบ่อยๆ ก็หมายถึงว่าคุณจะต้องเพิ่มปริมาณอาหารมากขึ้นกว่าเดิม
ส่วนสภาพร่างกายนั้นมักขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย อย่างเช่นรูปร่างโดยรวมทั้งหมด – อ้วนหรือผอมไปรึเปล่า – และความเงางามของขนก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะบอกเราได้ ให้ลองใช้นิ้วดึงผิวหนังสัตว์เลี้ยงขึ้นมาเพื่อดูความยืดหยุ่นของผิวหนัง. ลักษณะกล้ามเนื้อ หรือลักษณะซี่โครงว่าโผล่ออกมาให้เห็นชัดรึเปล่า ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถนำมาปรับใช้กับตัวคุณเองและสัตว์เลี้ยงว่าอ้วนรึผอมไปอย่างไร
ปริมาณอาหารที่ควรให้โดยคราวๆนั้น สุนัข/แมว ควรได้รับประมาณ15-20% ของน้ำหนักตัว ใน1 อาทิตย์ หรือ 2-3 % ต่อวัน สามารถคิดได้โดย โดยอัตราส่วนระหว่างเนื้อสดติดกระดูก กับพวกอาหารอื่นๆเช่นผักผลไม้ นั้นอยู่ 60 : 40 (แต่มีผู้เชี่ยวชาญบางกลุ่มเห็นว่าอัตราส่วนที่เหมาะสมควรเป็น 70: 30) ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเพียงแนวทางปฏิบัติเท่านั้น ไม่ใช่กฎตายตัวใดๆ
สำหรับสุนัขที่กำลังตั้งท้องหรืออยู่ในช่วงให้นมลูกนั้น อาจจำเป็นต้องเพิ่มปริมาณอาหารมากกว่าปกติ

อย่างไรก็ตามถ้าเป็นไปได้ ควรให้เนื้อและกระดูกในขนาดใหญ่เพียง 1 ชิ้นเพื่อที่พวกมันจะได้ดึง แทะ ฉีกได้เต็มที่ ซึ่งหมายถึงการบริหารเหงือกและทำความสะอาดฟันไปในตัว


*ความสม่ำเสมอ*
ปกติแล้วสัตว์ล่าเนื้อที่อยู่ในป่า ไม่สามารถมาตั้งเกณฑ์เวลาที่จะกินอาหารได้ แต่สำหรับสุนัข/แมวบ้านนั้น ในกรณีที่โตแล้ว ควรให้เพียง หนึ่งมื้อ ยิ่งถ้าอาศัยในประเทศที่มีอากาศร้อน แนะนำว่าควรให้เป็นมื้อเย็น
เนื่องจากสัตว์ป่านั้น ปกติแล้วจะไม่สามารถหาอาหารทานได้ทุกวัน ดังนั้น ในกรณีที่อาหารหมด อย่าพยายามออกไปซื้ออาหารสำเร็จรูป ควรงดอาหารสัตว์เลี้ยงแทน แล้วค่อยทดแทนอาหารสดในวันต่อไป
---------------------------------------------------------------------

++เศษอาหาร++
สัตว์ป่าที่กินเนื้อนั้นจะกินอาหารทุกชนิดในจำนวนเล็กน้อย, อาจเป็นพวกพักผลไม้ที่ย่อยแล้วในกระเพาะของสัตว์ที่มันล่ามาได้ แต่ในกรณีของเรานั้นเศษอาหารที่กล่าวถึงนี้จะเป็น ผักผลไม้ปอกเปลือก หรือเศษอาหารอื่นๆแต่ห้ามเป็นกระดูกที่สุกแล้วเด็ดขาด ยิ่งถ้าเอาผัก+ผลไม้ปั่นแล้วนั้น จะยิ่งช่วยในเรื่องการย่อยมากขึ้น
---------------------------------------------------------------------
++สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง++
•เนื้อสดที่ไม่มีกระดูกมากเกินไป — จะไม่สมดุล
• ผักสดมากเกินไป — จะไม่สมดุล
•กระดูกชิ้นเล็กๆ — เพราะอาจกลืนทั้งอันและติดคอได้
•กระดูกที่สุกแล้ว — เพราะมันแหลม แข็งและติดคอได้.
•แร่ธาตุ+วิตามินบางชนิด เช่นแคลเซี่ยม, วิตามิน A, E, D, K — ไม่สมดุลและก่ออันตราย
•อาหารสำเร็จรูป — นำมาซึ่งปัญหาเกี่ยวกับฟันและโรคต่างๆ
•อาหารที่เต็มไปด้วยแป้ง —เกี่ยวข้องกับโรคอ้วน
•หัวหอมและช็อคโกแลต — เกิดพิษกับสัตว์เลี้ยง
•เมล็ดผลไม้ที่แข็งและแกนข้าวโพด — อาจติดคอ
•นม — ถ้าสุนัขไม่เคยทานอาจทำให้ท้องเสียได้

---------------------------------------------------------------------
++การดูแล++
- สุนัข/แมวแก่ ที่เคยชินกับการกินอาหารสำเร็จรูป ในช่วงแรกอาจจะปฏิเสธการกินอาหารได้
- สัตว์เลี้ยงที่มีปัญหาเรื่องฟัน หรือฟันไม่ค่อยมีอาจมีปัญหาในเรื่องการกินอยู่บ้าง
- ควรให้อาหารที่หลากหลายหมุนเวียนเปลี่ยนกันไป เพราะถ้ากินอาหารชนิดเดียวอย่างเดียวนั้นจะทำให้ร่างกายไม่สมดุล
- ตับเป็นแหล่งอาหารที่ดี แต่ไม่ควรให้มากเกินอาทิตย์ละ 1 ครั้ง
- เครื่องในชนิดอื่นๆนั้น ไม่ควรให้มากกว่า 50% ของอาหาร
- ปลาเป็นแหล่งอาหารที่ดีสำหรับสัตว์กินเนื้อแต่ปลาบางชนิดควรระวังเช่นปลาคาร์ฟรึปลาในตระกูลปลานิล ที่มีเอมไซด์ทำลายวิตามิน บี1ได้


source: https://www.rawmeatybones.com