thai-barf-club.pantown.com : Thai BARF Club
[ลูกบ้านSignIn][เจ้าบ้านSignIn]

   *อะไรที่ซ่อนอยู่ในอาหารสุนัขสำเร็จรูป I*

ใครบ้างที่จะคิดว่าอาหารสัตว์สำเร็จรูปที่ขายอยู่ตามท้องตลาดในปัจจุบันนั้นมีอันตรายแอบแฝงต่อสุนัขของเราอย่างมากมายไม่ว่าจะเป็นพวกสารพิษต่างๆที่มาพร้อมกับวัตถุดิบในการผลิต สารปรุงแต่งอื่นๆไม่ว่าจะเป็นวัตถุกันเสีย สีผสมอาหาร สารปรุงเพื่อเพิ่มรสชาติหรือแม้กระทั่งกลิ่นที่น่าลิ้มลอง

คุณๆเคยถามตัวเองบ้างมั้ยว่า อาหารเหล่านั้นมันมีอะไรแอบแฝงอยู่ แล้วคุณสามารถเอาอะไรเป็นหลักประกันได้ว่าสุนัขของคุณได้รับสารอาหารที่เหมาะสมครบท้วน ปลอดภัยปราศจากสารพิษที่เป็นอันตรายต่างๆ ในปัจจุบันเราไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าโฆษณานั้นได้มีอิทธิพลต่อความเชื่อและแนวทางการดำ รงค์ชีวิตของเรามากเพียงไร อิทธิพลกลไกตลาดต่างๆทำให้เราเชื่อเหลือเกินว่า อาหารสำเร็จรูปเหล่านั้นคือสิ่งที่ดีที่สุด และถึงแม้ว่าจะมีบางคนคิดในใจว่า อาหารเกรดพรีเมี่ยมราคาแพงที่คุณซื้อมานั้นต่างหากคือสิ่งที่ดีที่สุด แต่แท้จริงแล้วคุณมั่นใจได้อย่างไร? คุณสามารถวัดคุณภาพต่างๆได้จากที่ไหน หรือว่าเกณฑ์การตัดสินนั้นต้องวัดกันที่ราคาและตัวอักษรที่อยู่บนฉลากข้างถุง หรือว่าเลือกจากยี่ห้อที่เจ้าของร้านขายสินค้าสัตว์เลี้ยงหรือสัตว์แพทย์ของคุณแนะนำ เคยนึกคิดมั้ยว่าบางทีคำบอกเล่าปากต่อปากหรือที่รู้จักกันว่า Word of Mouths นั้น ก็มาจากการที่คนเรานั้นถูกปลูกฝังความเชื่อนี้มาจากเหล่าตัวแทนและโรงงานผลิตอาหารสัตว์เหล่านั้นเหมือนๆกัน

ทุกครั้งเวลาที่คุณจะตัดสินใจเลือกซื้ออาหารสุนัขในแต่ละครั้ง คุณเคยพิจารณาบ้างเกี่ยวกับผสมส่วนของอาหารที่คุณกำลังจะนำไปให้สัตว์ที่เปรียบเหมือนเพื่อนที่แสนดีของเราบ้างรึเปล่าว่าจริงๆแล้ว เจ้าพวกส่วนผสมนี้นั้นทำมาจากอะไร คุณรู้มั้ยว่าขั้นตอนที่เค้าผลิต “เนื้อและกระดูกป่น” นี่ทำมาจากอะไรแล้วเค้าทำอย่างไร แล้วคำว่า “ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากสัตว์ (Meat by product)” ทำมาจากอะไร?


หมายเหตุ*** ข้าพเจ้าขอเรียนด้วยความเคารพว่าสิ่งที่นำมาเผยแพร่ในครั้งนี้ข้าพเจ้าไม่ได้มีเจตนาที่จะกล่าวร้ายหรือพาดพิงถึงกลุ่มบริษัทหรือบุคคลใดๆให้ต้องได้รับความเสื่อมเสียชื่อเสียงใดๆทั้งสิ้น ข้าพเจ้ามีเพียงเจตนาที่บริสุทธิ์ที่ต้องการเผยแพร่ข้อมูลในกับบุคคลทั่วไปได้รับรู้ ซึ่งข้อมูลต่อไปนี้เป็นเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้น เป็นบทความจากนิตยสารแห่งหนึ่งในประเทศอเมริกาเกี่ยวกับมลภาวะที่ซ่อนอยู่ในอาหารสุนัขสำเร็จรูป ซึ่งข้าพเจ้าขออนุญาตสรุปเอาแต่เฉพาะใจความสำคัญ โดยที่ ถ้าท่านใดมีความประสงค์ที่อยากจะทราบรายละเอียดเพิ่มเติมนี้สามารถเข้าไปค้นคว้าอ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://www.nexusmagazine.com//Petfood.html

------------------------------------------------------------------------

คำเตือน:
- เรื่องราวที่นำมาเล่านี้ถึงแม้ว่ามันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในประเทศอเมริกา แต่ใครล่ะที่สามารถยืนยันได้ว่ามูลเหตุของเรื่องต่อไปนี้จะไม่มีวันเกิดขึ้นในบ้านเมืองของเรา ไม่ว่าจะเป็นขณะนี้หรือวันข้างหน้า
- เนื้อหาต่อไปนี้อาจทำให้ใครบางคนต้องย้อนกลับไปคิดถึงว่าอะไรคือสิ่งที่คุณนำมาให้สัตว์เลี้ยงสุดรักของคุณกิน และรวมถึงสิ่งที่คุณและครอบครัวกำลังบริโภคอยู่ในปัจจุบัน

-----------------------------------------------------------------------
1. ความจริงเกี่ยวกับสุนัขและแมว (by Ann Martin)

เคยทราบหรือไม่ว่า อุตสาหกรรมอาหารสัตว์นับพันล้านดอลลาร์ มีเบื้องหลังของส่วนผสมของวัตถุดิบในอาหารสัตว์สำเร็จรูปนั้นอาจประกอบด้วยซากสัตว์ที่ตายบนท้องถนน, ซากสัตว์ที่ตายด้วยโรคติดต่อที่ไม่สามารถนำมาผลิตในอุตสาหกรรมอาหารของมนุษย์ หรือแม้กระทั่งซากศพของสุนัขและแมวด้วยกันเอง ใครบ้างจะทราบว่าการที่บริษัทผลิตอาหารเหล่านั้นอ้างถึงสินค้าของพวกเขาว่า มีสารอาหารครบถ้วนและสมดุล แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้น อาหารสัตว์สำเร็จรูปนั้นไม่เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะนำมาบริโภค

“โปรตีนจากพืช” ที่มีอยู่ในอาหารสุนัขแบบเม็ดนั้น ประกอบด้วย กากข้าวโพด, ข้าวสาลี, ถั่วเหลืองป่น, ข้าวเปลือก, ถั่วลิสงป่น และฝักของถั่วลิสง (ที่ระบุว่าเป็น เซลลูโลส บนฉลากของถุงอาหาร) ทั้งหมดนี้บ่อยครั้งในความเป็นจริงยังมีอยู่น้อยกว่าส่วนผสมของพวกเศษข้าวที่ตกอยู่บริเวณพื้นของโรงโม่แป้ง โปรตีนจากพืชที่ผ่านกระบวนการผลิตมาหลายต่อหลายทอดเหล่านี้จะขาดแคลนปริมาณของ กรดไขมันจำเป็น, วิตามินชนิดละลายในไขมัน และสารจำพวก เอนตี้-ออกซิแดนซ์

“โปรตีนจากสัตว์” ที่เป็นส่วนผสมอยู่ในอาหารสัตว์ทำมาจาก เนื้อสัตว์ที่ติดเชื้อโรค, ซากสัตว์ที่ตายบนท้องถนน, วัตถุดิบที่มีการปนเปื้อนจากโรงฆ่าสัตว์, สิ่งปฏิกูล, เศษขนของสัตว์ปีก และเนื้อป่นที่ทำมาจากซากสุนัขและแมว ส่วนใหญ่แล้วแหล่งที่มาของโปรตีนในสัตว์ที่นำมาเป็นวัตถุดิบนั้นจะนำมาจาก ส่วนที่ถูกคัดทิ้งออกจากอุตสาหกรรมอาหารของมนุษย์เนื่องจาก สัตว์นั้นตายเพราะติดโรค, เศษเนื้อจากโรงชำแหล่ะชิ้นส่วน, ส่วนไขมัน และรวมถึง เนื้อที่คนตรวจสอบแล้วว่าไม่เหมาะสำหรับนำมาบริโภค วัตถุดิบที่กล่าวถึงเหล่านี้จะนำมาขายต่อให้โรงงานผลิตอาหารสัตว์

โรงงานหลอมสกัดโปรตีน นี้เป็นโรงงานที่ทำหน้าที่หมุนเวียนเนื้อสัตว์ที่มนุษย์ไม่สามารถนำบริโภคได้ โดยผ่านกรรมวิธีแปรสภาพเนื้อสัตว์เหล่านั้นให้กลายเป็น ไขมันสัตว์, เนื้อและกระดูกป่น ซึ่งเนื้อสัตว์ที่นำมาแปรสภาพนั้นทำมาจากซากสัตว์ต่างๆ, สัตว์ที่ตายบนท้องถนนและรวมถึงซากสุนัขและแมว ซึ่งมีการตรวจพบว่าโรงงานเล็กๆแห่งหนึ่งใน Ontario ทำการหลอมสกัดแปรสภาพซากสุนัขและแมวไม่ต่ำกว่า 10 ตันต่อสัปดาห์

ถึงแม้ว่าทั้งในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา มีมาตรการดูแล และระวังในเรื่องส่วนผสมที่ใช้ในการผลิตอาหารสัตว์ แต่กระนั้นทางรัฐก็ยังไม่มีมาตรการดูแลและบทลงโทษอย่างจริงจัง

การที่บริษัทผลิตอาหารสัตว์เหล่านั้นได้มีการโฆษณาให้เชื่อว่าการที่จะมีสุนัขที่ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์นั้น จำเป็นที่จะต้องให้อาหารเค้าด้วยอาหารสำเร็จรูปที่ได้มีการคิดค้นกำหนดสูตรต่างๆขึ้นมา แต่แท้จริงแล้วอาหารสำเร็จรูปเหล่านั้นเป็นตัวการให้เกิดการก่อตัวของมะเร็ง, ปัญหาโรคผิวหนัง, โรคภูมิแพ้ต่างๆ, ความดันโลหิตสูง, ปัญหาเรื่องตับและไตทำงานล้มเหลว, โรคหัวใจ ไปจนถึงปัญหาที่เกี่ยวกับฟัน

(Ann Martin is an animal rights activist and leading critic of the commercial pet food industry. She lives in London, Ontario, Canada.)
-----------------------------------------------------------------------

2. อาหารที่ไม่เหมาะกับสัตว์เลี้ยง (by Dr Wendell O. Belfield, D.V.M.)

ประโยคที่ข้าพเจ้าได้ถูกถามจากคนไข้บ่อยที่สุดในชิวิตการทำงานเป็นสัตวแพทย์ก็คือ “อาหารสำเร็จรูปยี่ห้อไหนที่ดีที่สุด” ซึ่งในทุกครั้ง คำตอบนั้นคือ “ไม่มียี่ห้อใดเลย” ข้าพเจ้าแน่ใจว่าในบรรดาผู้เลี้ยงสุนัขจะสังเกตุเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงกับสัตว์เลี้ยงของพวกเค้าหลังจากที่มีการเปลี่ยนแปลงปริมาณอาหารสำเร็จรูปยี่ห้อนั้นๆ ว่าสัตว์เลี้ยงของเค้าอาจจะมีอาการท้องเสีย ท้องอืด ท้องเฟ้อ ขนขาดความเงางาม อาเจียนเป็นพักๆหรือเกาตลอดเวลา ซึ่งแท้จริงแล้วอาการพวกนี้มีส่วนจากอาหารสุนัขสำเร็จรูป

ผู้เขียนค้นพบถึงผลเสียที่เกิดขึ้นต่อสัตว์เลี้ยงที่มีผลจากอาหารสำเร็จรูปเหล่านั้น โดยพบว่าในแต่ละปีสุนัขและแมวหลายล้านตัวที่ตายไปจะถูกนำมาเป็นส่วนผสมรวมกับสัตว์อื่นๆโดยโรงงานหลอมสกัดโปรตีน โดยได้ทำการแปรเปลี่ยนวัตถุดิบเหล่านั้น เป็นพวกไขมันสัตว์ เนื้อและกระดูกป่นซึ่งพวกมันจะกลายเป็นวัตถุดิบของสินค้าหลากหลายชนิดรวมถึง เครื่องสำอางค์และอาหารสัตว์!!

ถึงแม้ว่าบริษัทผลิตอาหารสัตว์สำเร็จรูปเหล่านี้จะได้ทำการปฏิเสธเพียงใดก็ตาม แต่รัฐบาลกลาง องค์การอาหารและยาและอื่นๆในสหรัฐได้ยืนยันว่า โดยปกติซากสัตว์เลี้ยงหลังจากที่มันตายลงไม่ว่าจะในสถานที่พักสัตว์ หรืออื่นๆจะถูกนำมาเข้ากระบวนการผลิตรวมกับส่วนผสมอื่นๆเป็นเนื้อและกระดูกป่นหรือไขมันสัตว์ ซึ่งสามารถพบได้บ่อยครั้ง
การวิจารณ์ดังกล่าวนี้ทำให้ฝ่ายกระทรวงสาธารณะสุข นักวิทยาศาสตร์และบริษัทผลิตอาหารสัตว์เหล่านั้นได้มีการโต้แย้งว่า ชิ้นส่วนวัตถุดิบทุกชนิดที่ไม่ผ่านการตรวจสอบว่าเหมาะที่จะให้คนบริโภคกันนั้นจะผ่านการฆ่าเชื้ออย่างดีเยี่ยมหรือที่เรียกว่า sterilized ดังนั้นไม่มีสารใดๆจะตกไปสู่ยังสัตว์ได้ แต่พวกเขาเหล่านั้นแทบไม่ได้มีโอกาสทราบถึงมูลเหตุความจริงของโรงงานหลอมสกัดเหล่านั้น

แต่ตลอดระยะเวลา 7 ปีของข้าพเจ้าที่ได้ทำงานเป็นสัตว์แพทย์ผู้ตรวจสอบเนื้อของรัฐบาลสหรัฐนั้น ข้าพเจ้าต้องเหยียบย่ำเดินผ่านผ่านน้ำคลำที่มีเลือดและมูลสัตว์เป็นส่วนผสม การที่ต้องสูดดมกล่นเหม็นของน้ำยาฆ่าเชื้อที่ราดบนพื้น และฟังเสียงของเหล่าสัตว์ที่ร้องโหยหวนเมื่อต้องถูกจับฆ่าในโรงฆ่าสัตว์

ก่อนที่จะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 โรงฆ่าสัตว์ส่วนใหญ่จะเป็นฝ่ายที่ทำหน้าที่จัดการทั้งหมดไม่ว่าจะในเรื่องฆ่า ชำแหล่ะ และแปรรูปไปเป็นสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อรมควัน, ไส้กรอก ไปจนถึงเนื้อบด แต่หลังจากสงครามจบสิ้น โรงฆ่าสัตว์ก็มีการพัฒนามากขึ้น โดยแบ่งแยกสัดส่วนกันชัดเจน เลยทำให้แผนกหลอมสกัดโปรตีนของโรงฆ่าสัตว์นั้นแยกออกมาต่างหาก ปราศจากการรู้เห็นของสาธารณะชนคนทั่วไป

ต่อมาได้มีมาตรการควบคุมคุณภาพวัตถุดิบ บรรดาเนื้อที่ถูกตรวจสอบแล้วและไม่ผ่านกฎเกณฑ์ ของรัฐนั้นว่าไม่เหมาะที่จะนำใช้เพื่อการบริโภคของมนุษย์นั้น จะต้องผ่านกรรมวิธีกระบวนการฆ่าเชื้อโรคให้เสร็จสิ้นก่อนออกจากโรงฆ่าสัตว์ เพื่อที่จะถูกลำเลียงต่อไปยังโรงงานหลอมสกัดชิ้นส่วนเหล่านั้นเป็นขั้นตอนต่อไป โดยจะมีการใส่ กรด Carboric ที่มีความสามารถในการชำระล้างกัดกร่อน และหรือ มี Creosote ที่ใช้ในการรักษาเนื้อไม้หรือใช้เพื่อฆ่าเชื้อโรค ซึ่งสารทั้ง 2 ชนิดนี้มีค่าความเป็นพิษสูงมาก

ในบรรดาซากสัตว์ที่ไม่ผ่านการคัดเลือกเหล่านั้นหลังจากที่ผ่านการฆ่าเชื้อโดยใส่สารพิษสารเคมีต่างๆเข้าไปนั้นสามารถกลายเปลี่ยนเป็นเนื้อและกระดูกในโรงงานผลิตอาหารสัตว์ได้ เพราะโรงงานหลอมสกัดชิ้นส่วนเหล่านั้นไม่ต้องผ่านการตรวจสอบใดๆ จากรัฐบาล ดังนั้นซากสัตว์ทุกชนิดก็สามารถถูกนำมาเข้าขั้นตอนหลอมสกัดเหล่านี้ได้ ไม่เว้นแม้กระทั่งซากสุนัขและแมว ซึ่งถ้าเวลาที่คุณอ่านฉลากของอาหารสำเร็จรูปที่เขียนบอกว่า “ทำจากเนื้อและกระดูกป่นนั้น” ก็หมายความว่ามันคือสัตว์ทุกชนิดที่ ถูกปรุงและผ่านการแปรรูปมากแล้วไม่เว้นแม้กระทั่งสุนัขและแมวบางตัว

ในกระบวนการผลิตเนื้อและกระดูกป่นนั้นมักจำเป็นที่จะต้องใส่สารเคมีลงไป ไม่ว่าจะเป็นสารเคมีที่ใช้เพื่อป้องกันการเหม็นหืน ซึ้งโดยทั่วไปแล้วสารที่ใช้นั้นคือ BHA (butylated hydroxyanisole) and BHT (butylated hydroxytoluene) สารเคมีทั้ง 2 ชนิดนี้เป็นอันรู้กันโดยทั่วไปว่าเป็นตัวการให้เกิดปัญหา ตับและไตทำงานได้ไม่เป็นปกติ และถูกสงสัยว่าเป็นตัวการของสารก่อมะเร็งได้ สารตะกั่วก็มักจะถูกตรวจพบสม่ำเสมอในอาหารสัตว์แม้ว่าอาหารเหล่านั้นทำมาจากเนื้อและกระดูกป่นก็ตาม สถาบันเทคโนโลยีของรัฐMassachusetts ได้ทำการค้นคว้าเกี่ยวกับปริมาณสารตะกั่วในอาหารสัตว์พบว่า แมวที่มีน้ำหนัก 4.5 กก.ที่เลี้ยงด้วยอาหารสำเร็จรูปนั้นได้รับสารตะกั่วในปริมาณที่มากกว่าเกณฑ์ที่คิดว่าสามารถก่อให้เกิดอันตรายแก่เด็กได้

ข้าพเจ้าได้ทำการฝึกฝนในเรื่องตัวยาของสัตว์เล็กมากว่า 25 ปี ทุกๆวันข้าพเจ้าจะพบเห็นการบาดเจ็บหรือตายต่างๆที่เกิดจากการโฆษณาชวนเชื่อของอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยง แต่ศาสดาจารย์ ผู้สอนในสถาบันค้นคว้าตัวยาสำหรับสัตว์ที่มีส่วนได้รับประโยชน์จากเหล่าบรรดาอุตสาหกรรมเหล่านี้ ได้ให้ความสนใจในเรื่องคุณภาพร่างกายของสัตว์ที่เป็นเพื่อนร่วมโลกของเราน้อยเหลือเกิน

* บทคำเตือนส่งท้ายนี้: บรรดาเนื้อและกระดูกป่นที่ทำมาจากวัตถุดิบที่ไม่เหมาะแก่การนำมาให้มนุษย์บริโภคนั้น จะถูกนำมาแปรสภาพนำมาเป็นอาหารเลี้ยงสัตว์ปีก ซึ่งหมายความว่าเนื้อและกระดูกป่นที่ยังเต็มไปด้วยความเคลือบแคลงสงสัยในแหล่งที่มาและคุณภาพนั้นอาจจะถูกนำมาเลี้ยงสัตว์ ที่เรานำมาบริโภคต่อไปก็เป็นได้

(Dr Belfield is a graduate of Tuskegee Institute of Veterinary Medicine and is now in private practice in San Jose, California. Dr Belfield established the first orthomolecular veterinary hospital in the US. He is co-author of The Very Healthy Cat Book and How to Have a Healthier Dog. This article first appeared in Let

-----------------------------------------------------------------------
3. สภาพภายในของโรงงานหลอมสกัดโปรตีน (by Gar Smith)

อุตสาหกรรมแปรรูปหลอมสกัดโปรตีนเหล่านี้ เป็นที่รู้กันทั่วไปว่าเป็นอุตสาหกรรมเงียบ ทุกๆปีในสหรัฐอเมริกา โรงงานเหล่านี้จะทำการกำจัดของเสีย ซึ่งก็คือ ซากสัตว์ตาย, ไขมันและเนื้อที่เน่าเสีย มากกว่า 12.5 ล้านตันต่อปี

ในบัลติมอร์ เมื่อได้มีการเข้าเยี่ยมชมและรายกายสภาพภายในของโรงงานเหล่านั้นพบว่า ภายในภาชนะที่ใช้เพื่อบดเนื้อเยื่อก่อนที่จะทำการป่นนั้น ได้มีการบรรจุส่วนผสมต่างๆซึ่งมีตั้งแต่ “ซากศพสุนัข, แมว, แรคคูน, กวาง, หมาป่า, งู ไปจนถึงลูกช้างในคณะละครสัตว์”

ทุกๆเดือน คอกสัตว์ของเมืองบัลติมอร์ ส่งซากสัตว์ตาย มากกว่า 1,824 ตัว แก่โรงงานหลอมสกัดโปรตีนเหล่านั้น ปีที่ผ่านมาโรงงานได้ทำการแปรรูปวัตถุดิบที่เน่าเปื่อย 150 ล้านปอนด์ไปเป็นไขมัน , เนื้อและกระดูกป่น จำนวน 80 ล้านปอนด์ เมื่อสมัย 30 ปีที่แล้ว การหลอมสกัดโปรตีนส่วนใหญ่นั้นมาจากตลาดเล็กๆและโรงฆ่าสัตว์ แต่ในปัจจุบันการเพิ่มจำนวนของบรรดาร้านอาหารฟาสท์ ฟูด เกือบครึ่งของวัตถุดิบเหล่านั้นคือน้ำมันที่อยู่ในครัว และน้ำมันที่ใช้สำหรับการทอดอาหาร

การนำซากสัตว์ต่างๆหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ในรูปของอาหารสัตว์นั้น “เป็นเพียงส่วนเล็กมากๆของธุรกิจ และเราไม่มีความจำเป็นที่จะต้องนำมาเป่าประกาศ” นี่คือคำบอกเล่าของ นายสมิทธ์ กรรมการเจ้าของโรงงานที่ชื่อว่า Valley Proteins ที่ได้บอกกับทีมงานของเรา การที่โรงงานได้ทำการแปรรูปสัตว์เหล่านี้ เป็นเหมือนการบริการสังคม ไม่ใช่การแสวงหากำไรใดๆทั้งสิ้น นาย สมิทธ์กล่าว “พวกซากสัตว์เลี้ยงเหล่านั้นแทบจะไม่ได้มีปริมาณโปรตีนหรือไขมันอะไรเลย..., มันเหมือนเป็นเพียงกลุ่มเส้นผมกลุ่มหนึ่งในบรรดาวัตถุดิบที่คุณต้องแปรรูปเท่านั้นเอง

หนังสือ City Paper ได้มีการรายงานโรงงานที่ตรวจพบแห่งนี้ได้ขายวัตถุดิบที่ถูกแปรรูปไปแล้วนั้น ให้แก่บริษัท Alpo, Heinz and Ralston-Purina อย่างไรก็ตามโรงงานแห่งนี้ได้ยืนยันว่าทางโรงงานนั้นได้มีการแบ่งแยกไลด์การผลิตออกเป็น 2 กลุ่ม อย่างชัดเจนคือ ไลด์แรกนั้นมีไว้สำหรับเนื้อและกระดูกที่สะอาด ส่วนไลด์ที่สองนั้นมีไว้สำหรับซากของบรรดาสัตว์เลี้ยงและสัตว์ป่า แต่ถึงกระนั้นทางโรงงานก็ได้ทำการรายงานว่า วัตถุดิบที่เป็นโปรตีนที่ได้นั้นก็มาจากวัตถุดิบของทั้ง 2 ไลด์มาผสมกัน ดังนั้นเนื้อและกระดูกป่นที่ได้ผลิตจากโรงงานแหล่งนี้มีส่วนผสมที่ทำจากสัตว์เลี้ยงและสัตว์ป่ารวมอยู่ด้วย และประมาณ 5% ของสินค้านี้จะถูกส่งขายไปยังบริษัทผลิตอาหารสัตว์ชนิดเม็ด

ในปี 1991 USDA ได้รายงานว่า ประมาณ 7.9 ล้านล้านปอนด์ของเนื้อและกระดูกป่น, เลือดป่น และขนนกป่นที่ได้ถูกผลิตขึ้นมาในปี 1983, 34% ของวัตถุดิบจำนวนดังกว่าจะถูกใช้ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์, 34 % จะใช้เป็นอาหารสัตว์ปีก, 20% จะกลายเป็นอาหารหมู และอีก 10% จะใช้ในการเลี้ยงโคกระบือ

ท้ายสุดนี้หน่วยงาน TSE (Transmissible spongiform encephalopathy) ก็ได้มีการคาดการณ์ว่า จากที่เกิดเหตุการณ์โรควัวบ้าระบาดอยู่นั้น อาหารหมูและไก่มีความเสี่ยงที่จะมีผสมผสมของเชื้อโรคนี้ และพบว่าอาหารสำเร็จรูปของสัตว์เลี้ยงตามบ้านเรือนนั้นมีความเสี่ยงเกี่ยวกับเชื้อโรคนี้มากกว่า 3 เท่าของความเสี่ยงของเนื้อแฮมเบอเกอร์ของมนุษย์

(Gar Smith is Editor of Earth Island Journal.)
------------------------------------------------------------------------

**โปรดอ่านต่อใน Part II**