kmitl.pantown.com

In Memoriam of Itti Palangkool



อันเนื่องมาจาก...คืนเหงาใจ (กรุงเทพธุรกิจ Bizweek 26 พ.ย. 47)
http://youtu.be/6_s180fNXhg

โชคดี สะอื้นใจนี้สั่งลา ชีวิตฉันไร้ปัญญา
สุดที่จะคว้าแต่ฝัน เพราะรักซึ้งถึงรำพัน วันละหน่อย
จากกัน โลกที่มุมนั้นเงียบหงอย ทั้งฟ้าทั้งฝนปรอยปรอย
เศร้าสร้อยยังน้อยกว่าฉัน ฝนช้ำรักช้ำตามกัน รานร้าวใจ

(*) เดินเดียวดายใบไม้พริ้ว โดนลมปลิวถลาไป
เดินใจลอยคอยรักมาชิดใกล้ มองมองไปไม่เห็นเงา เหงาใจ
ค่ำคืน คลื่นที่วาววับหลับใหล รักฉันแยะเหมือนเม็ดทราย
แต่อกชายที่ขาดสาว ช้ำแสนช้ำและดวงดาว คืนเหงาใจ (ซ้ำ*) (เหงาใจ เหงาใจ)


เพลงข้างต้นชื่อ คืนเหงาใจ เสียงร้องของ อิทธิ พลางกูร นักร้องผู้พึ่งล่วงลับด้วยโรคร้าย เพลงนี้อยู่ในอัลบั้มที่สอง ในนามวง The Bless (มาจากคำว่า God bless you หมายถึง คำอวยพร) การจากไปตามข่าวที่สื่อบันเทิงพากันไว้อาลัยตลอดสัปดาห์ก่อนๆทำให้ผมนึกถึงเพลงนี้ที่มีเนื้อหาแสนเศร้าจับใจ

ก่อนหน้านี้อิทธิได้ออกพอกเก็ตบุ๊คประวัติชีวิตของเขา ในชื่อปกว่า เส้นทาง ดนตรี ชีวิต อิทธิ พลางกูร และที่ผมเห็นตามข่าวทั่วๆไปนั้น มักกล่าวถึงประวัติการทำงานของเขาหลังจากโด่งดังในฐานะศิลปินเดี่ยวในยุคหลังปี 2531 เป็นส่วนใหญ่ คือตั้งแต่ผลงานเพลงดัง ‘เก็บตะวัน’ อันลือลั่น มีส่วนน้อยมากที่พูดถึงผลงานก่อนหน้านั้น

หลังจากผมได้พลิกอ่านพอกเก็ตบุ๊คดังกล่าวจบลง ผมพบว่ามีเรื่องราวที่แฝงมากับการเล่าประวัติชีวิตการทำงานของนักร้องฉายา อิริค แคลปตันเมืองไทยผู้นี้ ที่สามารถบอกกล่าวถึงประวัติศาสตร์วงการเพลงเมืองไทยยุคก่อนได้เป็นอย่างดี เรื่องอย่างนี้ผมจึงขอนำมาขยายต่อ ณ ที่นี้อีกครั้ง




เริ่มที่ อิทธิเกิดในปีพ.ศ. 2498 เพลงแรกที่หัดเล่นกีต้าร์ของอิทธิ คือเพลง 500 Miles ที่ใช้การเล่นเพียงห้าคอร์ดคือ C G Em Am และ D
ขณะเรียนชั้น ป.5 เขาขึ้นร้องเพลงครั้งแรกบนเวที ตอนงานโรงเรียนที่โรงเรียนประถมสาธิตประสานมิตร ด้วยเพลง Sealed with kis


พอขึ้นชั้น ม.ศ. 1 ได้หัดเล่นเพลงของ จิมมี่ เฮนดริกซ์ วงเดอะครีม และชื่นชอบอิริค แคลปตัน

อิทธิได้ตั้งวงดนตรีวงแรก The Stream สมัยเรียน ม.ศ. 3 ที่สาธิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แล้วแจ้งเกิดต่อสาธารณะชนด้วยการเล่นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง ‘ขุมทองแมคเคนน่า’ ในงานโรงเรียน นับว่านั่นเป็นการจุดประกายเส้นทางด้านดนตรีให้แก่เขา โดยยุคนั้นมีวงดนตรีดังอย่าง ดิอิมพอสซิเบิ้ล และรอยัลสไปร์ท ซึ่งเล่นเฉพาะเพลงสากล ถือว่าต่างจากเพลงเพื่อลีลาศของวงสุนทราภรณ์ที่กำลังฮอทฮิตมาก

พอขึ้น ม.ศ. 4 สมาชิกวงเปลี่ยนไปจึงตั้งชื่อวงใหม่ว่า The Ed Junior เริ่มสะสมประสบการณ์การเล่นดนตรีในฐานะมือกีต้าร์ตามงานกิจกรรม งานรื่นเริงต่างๆของนักศึกษา ม.ช.

ต่อมาได้ย้ายกลับเข้ากรุงเทพฯเพื่อเรียนที่คณะสถาปัตย์ฯ ลาดกระบัง ถูกชักชวนเข้าร่วมวง The Organization ได้เล่นเพลงตามสมัยนิยม ช่วงนั้นเป็นแนวเฮฟวี่ ของ วง Deep Purple, Uriah Heep, Grang Funk Railroad, Blood Rock ส่วนวงดนตรีของไทยแนวเฮฟวี่ ได้แก่ วงCaliaidoscope, The Fox, VIP หรือแนวเพลงซานตาน่า ก็มี วงรอยัลสไปร์ท



กำเนิดของวง The Bless นั้นเป็นการรวมตัวเพื่อออดิชั่นหางานเล่นดนตรีประจำ มีสมาชิกดังนี้มือกีต้าร์ สุรสีห์ อิทธิกุล มือเบส สมชาย กฤษณะเศรณี มือกลอง โชด นานา และนักร้องนำ ปั่น-ไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว พร้อมปรับเปลี่ยนสไตล์การเล่นเพื่อออดิชั่นกับผับหรูของโรงแรมต่างๆ จึงเล่นแนวประสานสียงอย่างเพลงของวง The Eagles หลังจากนั้นวงแตกอีกอิทธิจึงไปหาประสบการณ์ด้วยเล่นกับวงแบรนด์ใหญ่ประเภทมีเครื่องเป่า เล่นเพลงโจ๊ะ เพลงเต้นรำ เพลงโซล ดิสโก้ และแดนซ์




The Bless ยุคถัดมาปรับเปลี่ยนสมาชิกใหม่มีสมาชิกหลักคือมือกลอง เต้ง-ธนิต เชิญพิพัฒธนสกุล มือคีบอร์ด วิวัฒน์ ไชยเจริญ , นพดล กมลวรรณ และมีทีมเครื่องเป่าครบครัน สมัยนั้นเรียกวงดนตรีที่มีเครื่องเป่าว่าเป็น ‘วงสตริงคอมโบ้’ ช่วงเวลานี้อิทธิกลายเป็นนักดนตรีอาชีพเต็มตัวโดยได้พักการเรียนไว้ชั่วคราว

ยุค คำรณ & The Bless ตั้งชื่อวงตามนักร้องดังของวง คำรณ อุมาเนตร แล้วย้ายไปเล่นที่เชียงใหม่หนึ่งปี เมื่อกลับมาเล่นที่กรุงเทพอีกครั้ง เริ่มเป็นยุคสมัยแหล่งบันเทิงต่างๆนิยมมีดีเจมาเปิดแผ่นขึ้น ยุคนี้ยังเล่นเพลงเต้นรำเพลงดิสโก้อย่างเพลง YMCA และการมาของดิสโก้เธคอย่าง The Palace ใช้วิธีการเปิดแผ่น ทำให้วงดนตรีต่างๆตกงานกันเป็นแถว

The Bless ได้ออกผลงานเพลงไทยชุดแรกในปี 2527 เนื่องจากเพลงไทยกำลังเฟื่องฟูเกิดมีค่ายเทปอย่าง อาร์เอสโปรโมชั่น, แกรมมี่,นิธิทัศน์,รถไฟดนตรี,ท็อปไลน์, โพลีแกรม ฯลฯ วงดนตรีที่มีชื่อโด่งดังต่างๆได้เริ่มเปลี่ยนมาเล่นเพลงไทยแนวสตริง เช่น รอยัลสไปร์ท แกรนด์เอ็กซ์ ชาตรี ฯลฯ



โดย