(45) บัวแก้วเตรียมออกสมุดปกขาวแจง'เขาพระวิหาร
    รายละเอียด : 21 มิถุนายน พ.ศ. 2551 07:10:00 (กรุงเทพธุรกิจ)
    บัวแก้วเตรียมออกสมุดปกขาวแจง'เขาพระวิหาร
    "ปลัดก.บัวแก้ว" เตรียมทำสมุดปกขาวชี้แจงข้อเท็จจริง เรื่องขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกของกัมพูชา
    กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : นายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า กระทรวงกำลังเตรียมทำสมุดปกขาว ชี้แจงข้อเท็จจริง และการดำเนินการที่ผ่านมาของกระทรวงการต่างประเทศ ในเรื่องการขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกของกัมพูชา ซึ่งรัฐบาลไทยได้ดำเนินการในเรื่องดังกล่าวมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เพื่อให้สาธารณชนรับทราบเรื่องทั้งหมดในเร็วๆ นี้
    นายวีระศักดิ์ กล่าวว่าการเจรจากับกัมพูชาที่ผ่านมา มีการทำเป็นขั้นตอน และหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาโดยตลอด ตั้งแต่เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติ จนถึงระดับสูง ในที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ก่อนจะนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมตรี (ครม.) กระทรวงต่างประเทศไม่ใช่หน่วยงานเดียวที่เจรจากับกัมพูชา แต่ทำงานใกล้ชิดกับทหาร ทั้งกองบัญชาการทหารสูงสุด และกรมแผนที่ทหาร
    "ต้องให้เครดิตกับฝ่ายทหาร ที่ประสานงานแบบคู่ขนานไปกับฝ่ายทหารกัมพูชาด้วย ผมขอเรียกว่าเป็นการเจรจาแบบกำปั้นเหล็กในถุงมือแพร คือกระทรวงต่างประเทศและทหาร ร่วมมือกันทำงานอย่างใกล้ชิด เห็นได้ว่าทหาร และกระทรวงเห็นตรงกัน ยืนยันว่าหน่วยงานความมั่นคงของเราทำงานอย่างต่อเนื่อง และเต็มที่ เพื่อรักษาอธิปไตยของไทย ภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศที่มีอยู่"นายวีระศักดิ์กล่าว
    เมื่อถามถึงกรณีที่ศ.ดร.อดุล วิเชียรเจริญ อดีตประธานคณะกรรมการมรดกโลก ระบุว่าเคยเสนอให้ขึ้นทะเบียนร่วมระหว่างสองประเทศ ไม่เช่นนั้นไทยจะเสียดินแดนและอธิปไตย นายวีระศักดิ์กล่าวว่า เดิมระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีร่วมไทย-กัพมูชาในปี 2546 สองฝ่ายมีความเห็นว่า จะมีการพัฒนาเขาพระวิหาร จากนั้นในปี 2547 ไทยและกัมพูชาได้ไปจัดตั้งคณะกรรมการร่วมเพื่อทำงานในเรื่องดังกล่าว ต่อมากัมพูชาได้ดำเนินการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเอง ซึ่งเมื่อไทยทราบว่า มีการจัดพื้นที่อนุรักษ์ซึ่งเป็นพื้นที่ทับซ้อน เราจึงยื่นประท้วงกัมพูชาอย่างเป็นทางการ และเสนอให้มีการขึ้นทะเบียนร่วมกัน ซึ่งจะรวมพื้นที่โดยรอบ อาทิ สระตราว และพื้นที่อื่นๆ เข้าไปด้วย แต่กัมพูชานิ่งเฉย ต่อมาได้มีการแจ้งเป็นการภายในกับไทยว่า ขอให้แต่ละฝ่ายขึ้นทะเบียนมรดกโลก ในส่วนที่เป็นของแต่ละประเทศเอง
    "พูดได้ว่าตามข้อเรียกร้องนั้น เราเคยขอทางกัมพูชาแล้ว แต่เขาปฏิเสธ แต่การขึ้นทะเบียนตัวปราสาทนั้น เป็นสิทธิของเขา เพราะอยู่ในที่ของเขา ยืนยันว่าสิ่งที่กัมพูชาเสนอเพื่อขอขึ้นเป็นมรดกโลก เป็นไปตามพื้นที่ตามมติครม. เมื่อปี 2505 ของเรา พื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร ซึ่งเป็นพื้นที่ทับซ้อน กัมพูชาไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก แต่เขายื่นเฉพาะพื้นที่ของเขา"นายวีระศักดิ์ กล่าว
    นายวีระศักดิ์ กล่าวว่าไม่ว่ากัมพูชาจะขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร เป็นมรดกโลกได้หรือไม่ เราก็ไม่ต้องกังวลว่าจะมีผลกระทบต่อการเจรจาเรื่องพื้นที่ทับซ้อน หรือการปักปันเขตแดนของเรา ซึ่งเป็นเรื่องที่คณะกรรมการปักปันเขตแดนเท่านั้น ที่จะมีสิทธิไปเจรจา คนอื่นไม่เกี่ยว โดยปัจจุบันคณะกรรมการปักปันเขตแดนไทย-กัมพูชา กำลังดำเนินการเจรจาปักปันเขตแดนในตอนที่ 3 ส่วนของเขาพระวิหารอยู่ในตอนที่ 6 ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาอีกหลายปีในการดำเนินการ
    ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตุว่า หากขึ้นทะเบียนเฉพาะตัวปราสาท จะไม่ครบองค์ประกอบในการยื่นขอขึ้นทะเบียนมรดกโลก นายวีระศักดิ์ กล่าวว่า นั่นเป็นเรื่องของกัมพูชา ไม่ใช่เรื่องของเรา ส่วนที่ไทยจะยื่นขอขึ้นทะเบียนโบราณสถานอื่นๆ ในพื้นที่ใกล้เคียงเป็นมรดกโลกหรือไม่ เป็นเรื่องที่กระทรวงจะหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของเรา อาทิ กระทรวงวัฒนธรรมฯ และคณะกรรมการมรดกโลกของไทยต่อไป
    เมื่อถามว่า มีข่าวว่ามีการโยกย้ายข้าราชการในกองเขตแดน กรมสนธิสัญญา และกฎหมาย ซึ่งเป็นทีมเจรจาเรื่องเขตแดน ปลัดกระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า ยืนยันได้ว่า ไม่มีการโยกย้ายใดๆผู้ที่เป็นตัวหลักในการเจรจาก็ยังทำหน้าที่ของตนตามเดิม และเป็นทีมเดิม ส่วนการเจรจากับทางกัมพูชาและยูเนสโกนั้น มีนายธนะ ดวงรัตน์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส ซึ่งถือเป็นผู้แทนไทยประจำยูเนสโก และเป็นอดีตอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย ซึ่งจบดอกเตอร์กฎหมายจากฝรั่งเศส รู้เรื่องเขตแดนและประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกับเขาพระวิหารเป็นอย่างดี อยู่ในทีมเจรจาด้วย ดังนั้นการดำเนินการของเรามีความต่อเนื่อง

    ติดต่อ : เวป http://www.bangkokbiznews. [ 21 มิ.ย. 51 9:33 ] s
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน